ไม่ว่าจะเดินทางไปค้างคืนที่ไหน     ตื่นเช้าขึ้นมาผมจะต้องหาโอกาสวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า ถ้าทำได้     นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ผมก็เก็บเกี่ยวด้านอื่นไปด้วย     คือด้านการเรียนรู้สังคมโดยรอบ     และด้านการเก็บเกี่ยวความสุขอันเกิดจากความงามของธรรมชาติรอบตัว     เป็นการหาความสุขแบบพอเพียง     คือไม่ต้องเสียเงิน   

         เช้าวันที่ ๒ และ ๓ ก.พ. ๕๐ ผมออกจากโรงแรม อิมพีเรียล ควีนส ปาร์ก ไปวิ่งในสวนเบญจสิริ ที่อยู่ติดกัน     แต่วันที่ ๒ มีการประชุมเวลา ๘.๓๐ น. ผมต้องออกไปวิ่งตั้งแต่เช้ามืด    จึงไม่ค่อยได้เห็นกิจกรรมอะไรมากนัก     วันที่ ๓ ก.พ. การประชุมเริ่มเวลา ๙.๐๐ น. ผมจึงออกไปวิ่งตอน ๗.๒๐ น.      จึงได้เห็นกิจกรรม และความงามภายในสวน     ได้เสพความสุขสมใจ    ในการออกไปวิ่ง บางครั้งผมจะพก "อาวุธ" ไปด้วย     คือกล้องถ่ายรูปขนาดเล็ก     เอาไว้บันทึกภาพที่สวยงามหรือหายาก

          สวนเบญจสิริ มีขนาดเล็ก ผมเดาว่าเนื้อที่คงจะเพียงประมาณ ๒๐ ไร่     แต่ก็เพียงพอต่อการเป็น "พื้นที่สาธารณะ" ให้คนได้มาพักผ่อนหย่อนใจ     มาออกกำลังกาย     และมาทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกัน    พื้นที่เช่นนี้น่าจะมีส่วนทำให้จิตใจคนเย็นลง อ่อนโยนลง      ทำให้คนมีเพื่อน มีสังคม  ไม่ว้าเหว่  ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง      พื้นที่แบบนี้จึงน่าจะมีส่วนช่วยสร้าง "คุณภาพของความเป็นมนุษย์" ให้แก่คนในสังคม     ผมจึงชื่นชมที่ในช่วง ๑๐ - ๒๐ ปีที่ผ่านมา     ได้มีการสร้างสวนสาธารณะเพิ่มขึ้นมากในกรุงเทพ และในต่างจังหวัด     ผมคิดว่า สวนสาธารณะควรเน้นให้เป็นพื้นที่ทางสังคม     ไม่ใช่แค่พื้นที่ทางกายภาพ     ควรส่งเสริมให้มีกลุ่มอาสาสมัครมาร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ เพื่อการสร้างสรรค์ในหลากหลายรูปแบบ   

          ผมชื่นใจที่ได้เห็นกลุ่มนั่งสมาธิมานั่งสมาธิบนสนามหญ้าในสวน     เป็นกลุ่มคนจำนวนสิบกว่าคน แต่งกายแบบผู้ปฏิบัติธรรม    วัยต่างกัน ตั้งแต่หนุ่ม-สาว ไปจนสูงอายุ      เมื่อผมเข้าไปวิ่งเห็นเขานั่งกันอยู่แล้ว     จนผมวิ่งได้ประมาณครึ่งชั่วโมง เขาจึงเลิก     การที่มีคนมานั่งสมาธิในที่สาธารณะแบบนี้     ผมคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้พบเห็นด้วย      คือเป็นการส่งสัญญาณให้แก่คนที่เดินผ่านไปมา     ว่ายังมีกิจกรรมที่ให้คุณค่าแก่ชีวิตในแบบ "ชีวิตที่พอเพียง" ที่หลายๆ คนละเลย 

         และชื่นใจที่ได้เห็นกลุ่มผู้สูงอายุมาออกกำลังโดยการเต้นแอโรบิค และรำมวยจีนตรงที่เดียวกัน แต่คนละเวลา      โดยมีเครื่องเล่นเทปเล็กๆ เก่าๆ ต่อสายไฟไปที่เต้าเสียบที่ทางอุทยานจัดไว้ให้     คนกลุ่มที่มาเต้นแอโรบิคมีเพียงสิบกว่าคน     ที่รำมวยจีนก็เช่นเดียวกัน    จำนวนไม่มาก แต่เห็นหน้าตาท่าทางมีความสุขแล้วผมชื่นใจ

          เคยเล่าไว้แล้ว ว่าผมใช้เวลาวิ่งฝึกความช่างสังเกตให้แก่ตัวเองด้วย     การฝึกในวันนี้ให้ "ความสุขที่พอเพียง" โดยทำให้ผมสังเกตเห็นต้นสาละออกดอก     จึงได้รูปดอกสาละมาฝาก    การได้เห็นดอกสาละ และได้รูปถ่าย ทำให้ผมมีความสุข

          ด้านหลังของสวน มีลานซีเมนต์สำหรับให้เด็กๆ เล่นสเก็ตบอร์ด     เช้าวันนี้มีเด็กมาเล่น ๒ - ๓ คน     แต่เมื่อคืนผมมองลงมาจากห้องพัก เห็นเด็กมาเล่นหลายคน  

          กลับจากวิ่งออกกำลังผมไปที่ห้องอาหารเพื่อกินอาหารเช้า     และไปเลือกที่นั่งติดด้านอุทยาน     ได้เห็นหนุ่มๆ มาเล่นตะกร้อข้ามตาข่าย     ก็รู้สึกว่าอุทยานนี้ดีจริงๆ     ที่ผู้คนได้ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะทำกิจกรรมร่วมกัน     ใช้ออกกำลัง พักผ่อนหย่อนใจ  และสร้างมิตรภาพ      ผมยังจินตนาการไปไกล     ว่าพื้นที่สาธารณะเช่นนี้ยังสามารถใช้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ได้อีกมากมาย

                            

                                         กลุ่มผู้นั่งสมาธิ

                           

                                           กลุ่มรำมวยจีน

                           

                          ต้นสาละออกช่อดอกที่ลำต้น

                            

                                              ช่อดอก

                           

                                             ดอกสาละ

                           

                            สวนไม้ดอกไม้ประดับอันงดงาม

 

 

วิจารณ์ พานิช
๕ ก.พ. ๕๐