เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น และได้กลิ่นหอมของแกงยอดฟักทองอ่อนใส่ปลาแห้ง ปรุงแบบพื้นเมืองทางเหนือ จนต้องรีบจัดการธุระส่วนตัว แล้วรีบลุกมาทานข้าว
เช้านี้เลยรีบเคลีย์งานที่ยังค้างแล้วรีบมา G2k อีกรอบก่อนไปทำงานต่อ แล้วเช้าๆสดชื่นแบบนี้
คงต้องอัญเชิญบทเพลงที่แสนไพเราะที่ชื่อว่า
เพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง” “NEAR DAWN”
ซึ่งประวัติของเพลงนี้มีดังนี้
เพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง” “NEAR DAWN”
- เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ในขณะที่ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช
โดยพระราชทานทำนองให้ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ณ นคร
อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำไปประพันธ์คำร้องภาษาไทย
โดยมิได้ทรงกำหนดพระราชประสงค์ ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ
ได้ให้สัมภาษณ์ว่าแรงบันดาลใจของเนื้อเพลงนี้
มาจากเสียงไก่ขันที่ได้ยินจากข้างบ้าน
- “บ้านที่อยู่นั้น
คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ท่านก็ต้องการจะส่งเสริมการเลี้ยงไก่
เพื่อให้ไก่ที่อยุ่ในกรงสามารถไข่ได้มาก แล้วก็ให้อาหารเต็มที่
ตื่นเช้ามาไก่ขันกันเต็มไปหมดเลย
ก็ได้แรงบันดาลใจจากอันนั้น”
- เพลงพระราชนิพนธ์
“ใกล้รุ่ง” เป็นเพลงที่
ศ.ดร.ประเสริฐกล่าวว่ามีเสียงไมเนอร์ครึ่งเสียง คือเสียง “แต่”
ในวรรคที่มีคำร้องว่า
“ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล”
ซึ่งคนไทยยังไม่เคยชิน
แต่ในที่สุดก็ยอมรับและเป็นที่นิยมในโอกาสต่อๆมา นอกจากนี้
ยังเป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำลูกล้อลูกรับของดนตรีไทยมาใส่ไว้ในทำนองด้วย
- ศ.ดร.ประเสริฐเล่าว่าได้ใช้เวลาแต่งเนื้อร้องเพียง 1
ชั่วโมง แต่ด้วยความไม่ชำนาญในโน้ตสากล จึงแต่งในลักษณะ
“จบเพลงวรรคหนึ่งก็ประพันธ์เนื้อไปวรรคหนึ่ง
พอจบตอนที่สามไม่ทราบว่าที่มีจุด 2
จุดท้ายโน้ตเพลงหมายความว่าให้บรรเลงย้อนต้น
และต้องแต่งท่อนที่สี่อีกจึงลงท้ายเพลงว่า “โอ้ในยามนี้
เพลินหนักหนาแสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลินอุราเหลือลืม” เมื่อจบท่อนที่ 3
ต่อมาเมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
ทรงอธิบายให้ทราบว่าจะต้องแต่งท่อนที่ 4 เพิ่มเติมอีก จึงได้เพิ่ม
“หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน”
ส่วนตอนที่ว่า “ฟังเสียงบรรเลง ดังเพลงขับขาน สอดคล้องกังวาน
ซาบซ่านจับใจ” พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
ทรงกรุณาเพิ่มเติมให้”
- เพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง” นี้ โปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลงครั้งแรกทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ สำหรับคำร้องภาษาอังกฤษ โปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ฯ แต่งขึ้นภายหลัง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงช่วยแก้ไขให้ด้วย
เนื้อร้อง
|
ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล |
ชุ่มชื่นฤทัยหวานใดจะปาน จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ ฉันคอยมองจ้องฟ้าเรืองรำไร รอช้าเพียงไรตะวันจะมา ดอกมะลิวัลย์อวลกลิ่นระคนมณฑา แสนเพลินอุราสำราญ เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน สอดคล้องกังวานซาบซ่านจับใจ |
เพลงฟังได้ที่นี่ครับ
http://www.supremeartist.org/thai/music/song_list.html
ประวัติส่วนตัวเกี่ยวกับเพลงนี้
เพลงนี้ไม่มีประวัติอะไรที่เกี่ยวข้องมากนักกับผู้เขียน รู้เพียงแต่คุณแม่ชอบร้อง เราก็ชอบร้อง และมีคนชมว่าร้องได้ไพเราะซะด้วย (แอบเขินนิดๆ)
เช้านี้อากาศที่บ้าน เย็นสบายออกหนาวอยู่นิดๆ แต่สายๆจะเริ่มร้อนมากขึ้น เนื่องจากลำปางเป็นเมืองก้นกระทะ คือมีหุบเขาล้อมรอบ อากาศจะร้อนมากในช่วงหน้าร้อน (พอๆกับที่จังหวัด ตาก)
เกล็ดความรู้แนบท้ายเพลง (อาจจะไม่เกี่ยวกับเพลง)
ลำปางเป็นเมืองรถม้า ใครๆก็คงทราบ แต่มีใครทราบมั้ยครับว่า ลำปางเป็นเมืองที่มีภูเขาไฟด้วย แต่สงบไปแล้ว แถมมีเหมืองถ่านหินลิกไนท์ที่ใหญ่โต แถมด้วยสนามกอลฟ์ที่เหมืองยังขึ้นชื่ออีกด้วย แต่ทว่า สถิติผู้ป่วยมะเร็งปอดของลำปาง เป็นจังหวัดเดียวในภาคเหนือที่มีผู้ป่วยมะเร็งปอดสูงเป็นอันดับ 1 ทั้งในชายและหญิง สูงกว่ามะเร็งเต้านมหรือมะเร็งตับ ซึ่งเป็นมะเร็งยอดฮิต (ทำให้ท่านนึกอะไรออกมั้ยครับ) เหมืองถ่านหิน ก๊าซสารประกอบซัลเฟอร์ ฝนกรด และมะเร็งปอด จะเกี่ยวกันมั้ยหนอ???
เพลงนี้เพราะมากค่ะ
มีเนื้อหาที่ดี
และอยากให้ลูกหลานทุกคนได้ฟัง
เพราะมากค่ะ
อืม
สุดยอด
เพลงเพราะมากค่ะ
Yes,Yes,Yes เพลงนี้หละใช่เลย
ชอบมาก
chobmak
อยากรุ้ว่าดนตรที่ใช่เล่นในเพลงมีอะไรบ้าง
เล่นในแนวไหน
เพาะดีจัง