KM ก้าวไปแบบ Direct Sale

ที่เล่าไว้ คราวที่แล้ว จากการติดตามผลของคณะวิจัย ไปติดตามโครงการครั้งที่ ๒ KM แบบ Direct Sale จึงเกิดขึ้น ต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าของ ครูดาว ซึ่งเป็นคุณอำนวยของทีม KM ร.ร.อนุบาลวัดปิตุลาฯ ความว่า

ดิฉันอบอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้นหลังจากทีมคณะวิจัย ติดตามโครงการครั้งที่ ๒ และขอบคุณท่าน ดร.สุวัฒน์  เงินฉ่ำ ที่กรุณา ตั้งชื่อการปฏิบัติกิจกรรมของโรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาฯ ว่า KM แบบ Direct sale  เริ่มเรื่องของDirect sale เกิดจาที่กลับมาจากการอบรมแกนนำ ที่โรงแรมทาว์น อิน ทาว์น  ก็ดำเนินการทำ KM ลงสู่การปฏิบัติทันที ตามขั้นตอนทุกอย่างที่ได้รับการอบรมมา ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่จากการพูดคุยกับเพื่อนครูที่เข้าร่วมการปฏิบัติกิจกรรมครั้งนั้น พบปัญหา คือ ครูรีบร้อนในการปฏิบัติกิจกรรม มีความกังวลและเป็นห่วงเด็กในความรับผิดชอบ ที่ต้องทิ้งห้องเรียนมาร่วมกิจกรรม  และเนื่องจากโรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียน ๓,๐๓๐ คน ครู ๑๑๘ ท่าน  ทั้งที่เห็นว่าครูร่วมกิจกรรมอย่างตั้งใจ และจริงใจ แต่คล้ายกับว่าเราเพิ่มภาระ และความหนักใจให้  ในฐานะคุณอำนวยจึงหาวิธีการแก้ปัญหา ให้คุณครูสามารถปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างมีความสุข  ไม่ต้องห่วงกังวลถึงนักเรียนในความรับผิดชอบมากนัก ดังนั้นจึงนัดแนะและนัดหมายช่วยเวลาว่างจากการสอนของดิฉัน ซึ่งจะเป็นช่วงบ่ายของวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์   โดยในครั้งแรกๆ นัดเพื่อนครูคุยกันตามสายชั้นต่างๆ  ที่บริเวณมุข ของอาคารเรียนไม่ห่างจากห้องเรียนมากนัก ทำให้ครูดูคลายความกังวล ห่วงนักเรียนลงมาก (อาจเป็นเพราะเพียงชำเลืองก็เห็นลูกศิษย์) ดิฉันใช้เวลาประมาณ ๑๐-๑๕ นาที สนทนาถึงความหมายและวิธีการปฏิบัติกิจกรรม KM  หลังจากการสนทนา รู้สึกว่า เพื่อนครูมีความเข้าใจ KM มากขึ้น และนัดพบกันในครั้งต่อไป โดยให้หัวหน้าสายชั้นทำหน้าที่เป็นคุณอำนวย  โดยเลือกเวลาที่สะดวก แล้วนัดเวลาให้ดิฉันเข้าร่วมด้วย ซึ่งในครั้งนี้ดิฉัน จะเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จเป็นตัวอย่างให้ครูฟัง แล้วนำแบบบันทึกเรื่องเล่าแจกให้ครูได้เขียนเรื่องเล่า โดยพวกเรากำหนดหัวปลาในประเด็น ว่า ท่านมีวิธีการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านอย่างไร  แล้วรวบรวมที่หัวหน้าสายชั้น ในการประชุมเพื่อทำ KM ตามสายชั้น บางครั้ง ครูมีธุระหรือมีภารกิจ ก็ไม่ได้เข้าร่วมก็จะฝากแบบบันทึกไว้ให้เขียนด้วย ในเวลาเพียง ๒ สัปดาห์ ดิฉันสามารถพบเพื่อนครูได้ครบทุกสายชั้น หลังจากการใช้วิธีการนี้ พบว่าครูมีความเข้าใจและมีความสุขมากขึ้น ไม่ต้องห่วงเด็ก ไม่ต้องทิ้งห้องเรียน สามารถดูแลนักเรียนได้ด้วย  และเมื่อพบกันครูจะพูดและถามถึงเรื่องเล่ามากขึ้น และส่งแบบบันทึกเรื่องเล่าครบเกือบทุกคน  ดิฉันสามารถแก้ไขปัญหาการทำ KM ลงสู่การปฏิบัติในโรงเรียนขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี  ดิฉันอยากให้กำลังใจทุกโรงเรียนที่ทำ KM ลงสู่การปฏิบัติเมื่อท่านพบปัญหา อย่างเพิ่งท้อ  ลองหาวิธีการใหม่ ที่เหมาะสมกับสภาพโรงเรียน  เพราะ KM ถ้าไม่ลงมือทำ จะไม่รู้ จากวิธีการ Direct Sale ดิฉันรู้สึกว่าการนำ KM ลงสู่การปฏิบัติ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด อีกต่อไป และที่สำคัญ ดิฉันสามารถกระตุ้นให้เพื่อนครูร่วมกิจกรรมได้สำเร็จอีกด้วย

                ถ้าโรงเรียนหรือ องค์กรของท่านมีวิธีการอื่นๆ กรุณาเข้ามาบอกเล่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะค่ะ หรือท่านสนใจโครงการวิจัย ต้องการเข้าร่วมโครงการ ติดต่อสอบถามได้นะค่ะ ท่านอาจจะได้รับโอกาสดีๆ เหมือนโรงเรียนดิฉันก็ได้ค่ะ

                ในคราวหน้าดิฉันจะเล่าถึงวิธีการที่จะนำเรื่องเล่าเร้าพลัง มาสกัดเป็นขุมความรู้ แบบแจกไพ่  ว่าเป็นอย่างไรให้ฟังนะค่ะ วันนี้ต้องขอลาก่อนค่ะ   

ครูดาว

ทั้งหมดนี้เป็นการบอกเล่าของครูดาวรัตน์ (คุณอำนวย) ของทีม KM ร.ร. อนุบาลวัดปิตุลาฯ แบบคำต่อคำ เลยนะครับ