ล่าสุด!

ชมภาพเมฆจานบินแบบ Cap Clouds ฝีมือคนไทย ถึง 2 แบบ

จานบินร่อนลงเหนือภูเขาไฟฟูจิ Mount Fuji : Cap Clouds

ฝีมือ อ. Naree Suwan

 

                   158 : เมฆจานบิน เหนือภูเขา Aconcagua ฝีมือ ดร.ศรัณย์

 

 


 

ปริศนาเมฆจานบิน

บัญชา ธนบุญสมบัติ

* บทความนี้จะได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ "รื่นรมย์ ชมเมฆ" ของ ชมรมคนรักมวลเมฆ*

 

มีเมฆรูปร่างประหลาดแบบหนึ่งที่เคยทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า มนุษย์ต่างดาวบุกโลกเข้าให้แล้ว เมฆแบบนี้มีรูปร่างคล้ายๆ ขนมครก ฝาเดียวบ้าง สองฝาประกบกันบูดๆ เบี้ยวๆ บ้าง 

 

ฝรั่งชาวบ้านเรียกเมฆแบบนี้ว่า เมฆรูปเลนส์ (lenticular cloud) แต่บ่อยครั้งก็เรียกแบบง่ายๆ ว่า เมฆสิ่งบินลึกลับ (UFO cloud) เพราะคำว่า UFO มาจาก Unidentifed Flying Object  แต่ผมขอเรียกแบบพี่ไทยว่า เมฆจานบิน ก็แล้วกัน

 

เมฆจานบินอาจจะเกิดปรากฏการณ์สีรุ้งได้ด้วย

 

แล้วเมฆจานบินเกิดขึ้นได้ยังไง? ทำไมไม่ค่อยได้เห็น?
    

เมฆจานบินนี้เกิดจากการที่กระแสอากาศในแนวระดับเคลื่อนที่ปะทะเนินหรือภูเขา ทำให้อากาศถูกบังคับให้ยกตัวสูงขึ้น แต่เมื่อผ่านเนิน (หรือภูเขา) นั้นไปแล้ว อากาศก็จะลดต่ำลง มองจากด้านข้างคล้ายๆ เป็นคลื่นกระเพื่อมวิ่งไป

แผนภาพการเกิดเมฆจานบิน แต่ละเส้นแทนการไหลของกระแสอากาศ
โปรดสังเกตว่าเมฆชนิดนี้เกิดบริเวณยอดคลื่น

 

อย่างไรก็ดี ในสภาพจริงนั้น กระแสอากาศจะแบ่งเป็นชั้นๆ ซ้อนกันอยู่ ดังนั้น หากมองในภาพรวม ก็จะพบว่า กระแสอากาศในชั้นล่างๆ กระเพื่อมมากหน่อย ส่วนชั้นบนกระเพื่อมน้อยกว่า 

อากาศในแต่ละชั้นเมื่อถูกยกให้ลอยสูงขึ้น ก็จะขยายตัวออก ส่งผลให้มีอุณหภูมิลดลง ผลก็คือ ไอน้ำ (แต่เดิม) เมื่อลอยสูงขึ้น ก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเล็กๆ เต็มไปหมด ซึ่งมองโดยภาพรวมก็คือ เมฆ นั่นเอง แต่เมฆที่เกิดขึ้นนี้ถูกกักอยู่ในชั้นอากาศที่ว่ามาแล้ว จึงมีรูปร่างออกจะแบนๆ ในแนวดิ่ง และยืดยาวออกทางด้านข้างโดยรอบ กลายเป็น ‘จานบิน’ นั่นเอง 
 

เห็นเมฆจานบินที่ไหน แสดงว่าตรงนั้นเป็นยอดคลื่น หรือบริเวณที่คลื่นอากาศกระเพื่อมขึ้นสูงสุด ทำให้อากาศเย็นสุดจนไอน้ำกลั่นตัวเป็นหยด
    

เนื่องจากหยดน้ำในเมฆจานบินนี้มักจะมีขนาดเล็กมากๆ และมีขนาดพอๆ กัน ดังนั้น จึงสามารถทำให้แสงสีขาวจากดวงอาทิตย์เกิดการเลี้ยวเบน แตกออกเป็นสีรุ้งได้โดยง่ายด้วย

เมฆจานบินบางก้อนอาจมีลักษณะเป็นชั้นๆ หลายชั้นซ้อนกัน เป็นเพราะความชื้นในอากาศมีค่ามากน้อยสลับกันเป็นชั้นๆ ชั้นไหนมีความชื้นมาก ก็จะมีโอกาสเกิดหยดน้ำได้มากนั่นเอง

 
เมฆจานบินแบบหลายชั้น  


ส่วนเมฆจานบินแบบสุดท้ายนั้น ผมเคยโม้ให้ฟังไปแล้วในหนังสือ ‘มิติคู่ขนาน’ แต่ขออนุญาตเอาของเก่ามาหากินอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ครบถ้วน…อะแฮ่ม…เหตุผลฟังขึ้นไหมครับ (อิ..อิ) 

เมฆรูปหมวกเหนือยอดเขา

เมฆจานบินแบบนี้เกิดเหนือยอดเขาสูงๆ โดยลมที่พัดพาเอาความชื้นมาจากบริเวณที่ราบโดยรอบ จะถูกแนวสันเขาบังคับให้ไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทีนี้พอความชื้นขึ้นไปเจออากาศหนาวๆ แถวยอดเขา ก็จะแปลงกายกลายเป็นหยดน้ำเกาะกลุ่มปกคลุมอยู่เหนือยอดเขา บางคนก็มองเป็นดอกเห็ดขนาดยักษ์ แต่ฝรั่งเขาว่าเหมือนภูเขาสวมหมวก ก็เลยเรียกเมฆจานบินแบบพิเศษนี้ว่า เมฆ (ซึ่งมีรูปร่างเหมือน) หมวก หรือ cap cloud
 

คราวหน้า หากคุณคิดว่าเห็นจานบินอยู่บนท้องฟ้า ก็ลองจ้องให้ชัดๆ อีกที เพราะสิ่งที่เห็นนั้น อาจจะไม่ใช่ยานพาหนะของมะนาวต่างดุ๊ด แต่เป็นเมฆสุดพิเศษพวกนี้นั่นเอง

แต่หากมีตัวประหลาดย่นๆ หยุ่นๆ หล่นแหมะลงมาด้วย ก็จงตั้งสติให้ดีว่าจะเผ่นหนี หรือ ขอเลขเด็ด…แหะ..แหะ ;-P

 

ขุมทรัพย์ทางปัญญา

  • ขอแนะนำ http://www.atoptics.co.uk/  ส่วนใครสนใจภาพเมฆจานบิน ลองค้นคำว่า lenticular cloud หรือ UFO cloud ในอินเทอร์เน็ต
  • ขอขอบคุณ คุณโอ - อุทัย อาวรณ์ ที่ช่วยทักท้วงเกี่ยวก้บ link ในขุมทรัพย์ทางปัญญาครับ

 

 


ประวัติของบทความ : เขียนโดย บัญชา ธนบุญสมบัติ ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ กฎพิสดาร ปรากฏการณ์พิศวง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เซ็คชั่นเสาร์สวัสดี (เสาร์ 24 มิถุนายน 2549)