วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2549:
- หลังชมพระราชวัง... ท่านพระสา แอมให้คนขับ (เนี้ยก-บะ-เฮิ้ก-ลาน) ขับพาเราไปบริษัททัวร์
ค่ำวันนั้นรถติดมากเป็นพิเศษ... เข้าใจว่า เป็นควันหลงจากการเดินทางไปเยือนกัมพูชาของท่านนายกรัฐมนตรีเวียดนาม
ภาพที่ 1: รถรับจ้างพนมเปญ... คนโดยสารนั่งข้างหน้า มองภาพรวมคล้ายเป็นรถ 3 ล้อ

ภาพที่ 2: เปรียบเทียบรถรับจ้างพนมเปญกับรถรับจ้างมัณฑเลย์ของพม่า หรือ "ไซก่า (side car)" คนโดยสารอยู่ด้านข้างคล้ายๆ รถทหารของฮิตเลอร์ ทว่า... นั่งได้ 2 ด้านหันหลังชนกัน (มิถุนายน 2548 - คนนุ่งโสร่งคือ รศ.วิเชียร นิตยะกุล)
- ท่านผู้อ่านกล้านุ่งโสร่งลุยมัณฑเลย์แบบนี้ไหมครับ (ถ้ากลัวหลุด... สวมกางเกงในได้ ไม่ว่ากัน)

ภาพที่ 3: พนมเปญยามเย็น...

ภาพที่ 4: รถรับจ้างพนมเปญ... ท่านผู้อ่านกล้านั่งไหมครับ

- ท่านพระสา แอมบอกว่า ท่านเดินทางกลับพนมเปญทางเครื่องบิน แอร์เอเชียเที่ยวละ 1,200 บาทเท่านั้นเอง
พอถามราคาแล้ว ปรากฏว่า ราคาตั๋วแอร์เอเชียวันนั้นตกคนละ 115 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณคนละ 4,083 บาท (1 ดอลลาร์ = 35.50 บาท) ไม่เหมือนราคาที่ซื้อล่วงหน้า ซึ่งจะถูกกว่านี้
- คุณแม่ชีมาลีเลยชวนไปทางรถยนต์ ค่ารถประจำทางปรับอากาศจากพนมเปญ-ปอยเปตตกคนละ 24,000 เรียล (ประมาณ 200 บาทเศษ)
ราคานี้เป็นราคาซื้อก่อนวันเดินทาง... ถ้าซื้อวันเดินทางจะคิด 27,000 เรียล แพงขึ้นไปอีกนิดหน่อย
ภาพที่ 5: แผงขายตั๋วที่สถานีขนส่งพนมเปญ... ติดเหล็กดัดแน่นหนาทีเดียว

ภาพที่ 6: ถนนพนมเปญยามค่ำคืน

ภาพที่ 7: ปั๊มพ์น้ำมัน... ที่นี่น้ำมันลิตรละประมาณ 40 บาท โปรดสังเกตรถวัดเป็นรถคัมรี่(โตโยต้าแบบแพง คันละ 1.2 ล้านบาทขึ้นไป) เข้าใจว่า เป็นรถมือสองนำเข้าจากญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์

ผู้เขียนเห็นท่านผิวคล้ำมาก ดูคล้ายคนอินเดีย เรียนถามท่านว่า เป็นคนอินเดียหรือ ท่านบอกว่า เป็นคนเขมรแท้ๆ และเป็นลูกชาวนาด้วย เลยต้องทำงานหนักหน่อย
- ท่านเรียนจบปริญญาตรีทางด้านภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยในพนมเปญ ตอนนี้สอบเข้าเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้าได้
ครั้งหนึ่งข่าวดาวเทียมรายงานว่า การสอบเอนทรานซ์ หรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเขมรก็ดุเดือดไม่แพ้ชาติอื่นๆ
- พ่อแม่และญาติคนสอบเอาใจช่วยลูกหลานอย่างมาก... มีการขว้างคำตอบเข้าไปในห้อง
ทว่า... คำตอบผูกไว้กับก้อนอิฐเล็กๆ ต่อมาจึงต้องมีการส่งตำรวจไปคุมสอบ
- หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับหนึ่งรายงานว่า มหาวิทยาลัยเขมรรับนิสิตนักศึกษาปีละไม่มาก อย่างวิศวกรนี่... จบกันปีละ 35 คนเท่านั้นเอง คนที่สอบเข้าได้จึงต้องเก่งระดับน้องๆ อัจฉริยะทีเดียว
อาจารย์เวียสนาทำงานสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนสอนภาษาเอกชนแห่งหนึ่ง ท่านโฆษณาเสร็จสรรพว่า ปีนี้โรงเรียนของท่านเปิดสอนภาษาญี่ปุ่นด้วย
- ผู้เขียนได้ยินพระ เณรอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษชัดมาก... เรียนถามอาจารย์เวียสนาว่า เรียนกันมานานเท่าไร ท่านบอกว่า เรียนมาได้ 1 เดือนกว่าแล้ว
ทดลองเรียนถามสามเณรว่า เรียนมานานเท่าไรเป็นภาษาอังกฤษ ท่านก็ตอบได้ชัดเจน นับว่า การเรียนการสอนเป็นไปอย่างดีมากทีเดียว
ภาพที่ 8: การเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่วัดเวฬุวัน... ที่วัดยังไม่มีไฟ ใช้โซล่าเซลล์รับแสงแดด ชาร์จแบตเตอรีรถยนต์เก็บไว้ นำมาเปิดหลอดไฟนีออนแขวนได้หลายวันทีเดียว

ภาพที่ 9: อาจารย์เวียสนาให้พระภิกษุ สามเณรออกไปเขียนประโยคบนกระดาน และอ่านออกเสียงให้ฟัง...

ภาพที่ 10: อาจารย์เวียสนาสอนบ้าง

ภาพที่ 11: การเรียนการสอนมีคนสังเกตการณ์ด้านหลัง เข้าใจว่า เป็นผู้ช่วยอาจารย์ หรืออาจารย์ใหม่มาชมการสอน

การไปกัมพูชาครั้งนี้... สหายธรรมของผู้เขียน (อาจารย์ปรียา ศิลากุล และคุณพัฒชนี สระแก้วฝากเงินไปทำบุญท่านละ 500 บาท) ผู้เขียนได้ถวายเป็นค่าก่อสร้างพระเจดีย์ และสมทบทุนไปอีกส่วนหนึ่ง (100 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,550 บาท)
- ธรรมเนียมการพักในวัดนั้น... พระวินัยท่านให้ทำความสะอาดก่อนย้ายออก
ทว่า... วันนี้ผู้เขียนรู้สึกง่วงมากเกิน เลยไม่ได้ทำความสะอาด นับว่า เป็นความบกพร่องอย่างหนึ่งเหมือนกัน
- ตั้งใจว่า ถ้ามีโอกาสไปพักอีก... จะทำความสะอาดชดเชยให้ (ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่)
ขอทำความสะอาดพระเจดีย์ และวัดที่อื่นไปก่อนคงจะดีกว่าอยู่เฉยๆ แน่
วันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2549:
- เราออกจากวัดตั้งแต่ 05.15 นาฬิกา เพื่อเดินทางกลับเมืองไทย ท่านพระสา แอม และอาจารย์สาเรนไปส่ง เราเดินทางผ่านหมู่บ้านชาวนารอบๆ วัด ชาวบ้านที่นั่นยังใช้เกวียนกันอยู่
จากวัดไปไม่นานก็ผ่านถนนที่นายทุนมาเลเซียรับเหมาก่อสร้าง... เขาทำกันขยันขันแข็งมากตั้งแต่เช้าทีเดียว
- ผู้เขียนไปกัมพูชาครั้งแรกในปี 2542 ตอนนั้นพนมเปญยังเงียบอยู่เลย
พนมเปญปีนี้มีโรงงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย มีบริษัทรักษาความปลอดภัย (รปภ.) แบบที่เราเห็นทั่วไปในเมืองไทยด้วย
- เราเดินทางผ่านทไมซา (พซา-ทไม = ตลาดใหม่) ที่อาจารย์สาเรนว่า ไม่ใหม่เท่าไหร่... ถึงสถานีขนส่งประมาณ 06.25 นาฬิกา แวะกินก๋วยเตี๋ยวพนมเปญ และเข้าห้องน้ำก่อนเดินทาง
ภาพที่ 12: พนมเปญยามเช้า... เห็นวงเวียนเป็นปราสาทแบบขอม

ภาพที่ 13: ตลาดทไม-ซา... ชื่อแปลว่า "ตลาดใหม่" ทว่า...ไม่ใหม่เท่าไหร่ อาจารย์แก้ว สาเรนกล่าวอย่างนั้น

ภาพที่ 14: ตลาดทไม-ซา... ผู้เขียนไปพนมเปญครั้งก่อนปี 2542 จำได้ว่า ท่านอาจารย์หมอสวน โอสถพามาซื้อของที่นี่
- ที่ประทับใจมากคือ ที่นี่มีตู้บริจาคกาชาดเขมร... ครั้งก่อนเลยมีโอกาสทำบุญกับกาชาดเขมร

ภาพที่ 15: ตลาดทไม-ซาดูจะมีศิลปะสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส และเป็นตลาดที่สวยมากในสายตาของผู้เขียน

แนะนำให้อ่าน:
- "จุมเรียบซัว(สวัสดี)กัมพูชาตอน ๑๗" (ตอนต่อไป)
- [ Click - โปรดคลิกที่นี่ - Click ] หรือที่นี่... http://gotoknow.org/blog/talk2u/78930
- บันทึก "จุมเรียบซัว(สวัสดี)กัมพูชา ตอน ๑" (มีลิ้งค์ให้ท่านคลิก เพื่ออ่านตอนต่อไปตั้งแต่ตอนที่ ๑ และตอนต่อไปท้ายบันทึก)
- [ Click - โปรดคลิกที่นี่ - Click ] หรือที่นี่... http://gotoknow.org/blog/talk2u/69293
ข่าวประกาศ:
- ถ้าไม่มีความผิดพลาดทางเทคนิค...
- ผู้เขียนจะเดินทางไปทำบุญที่ศรีลังกา วันที่ 20-27 กุมภาพันธ์ 2550
- ช่วงเวลาดังกล่าวคงจะแวะมาพิมพ์บันทึก หรือตอบข้อคิดเห็นของท่านผู้อ่านได้ครับ...
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณท่านพระสา แอม, ท่านอาจารย์แก้ว สาเรน วัดเวฬุวัน พนมเปญ กัมพูชา (เขมร).
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > 13 กุมภาพันธ์ 2550.
เชิญอ่าน:
- บันทึกย้อนหลังบน Gotoknow ย้อนหลังได้... โดยเลือกจากปฏิทินกิจกรรมด้านขวามือของบล็อก หรือจากป้าย (คำหลัก) ทางขวามือ... คลิกที่ "มีต่อ" ได้ เพราะมีป้ายเยอะเลย
- บ้านสุขภาพ > http://gotoknow.org/blog/health2you
ขอขอบคุณ... คุณบีเวอร์และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
(2). น้ำมันพม่า... ก่อนตุลาคม 2548 มีการปันส่วนน้ำมันราคาถูก พอถึงวันปันส่วน... คนจะไปเข้าคิวกันยาว เก็บไปขายต่อตลาดมืด ท่านอาจารย์หมอสันต์เขียนในหนังสือนำเที่ยวว่า นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ไฟไหม้มัณฑเลย์มากในหน้าร้อน (ตลาดมืดอยู่ตามตึกแถวในเมือง)
(3). น้ำมันลาว... เข้าพรรษาปี 2549 ตกลิตรละ 38 บาท
(4). น้ำมันมาเลเซีย... ข่าวหนังสือพิมพ์+ดาวเทียมบอกว่า ถูกกว่าไทย ทำให้สิงคโปร์ต้องใช้กล้องส่อง (endoscopy) วัดระดับน้ำมันขาออก-ขาเข้าว่า คนสิงคโปร์ไปเติมน้ำมันมาเลเซียหรือไม่ คนไทยก็ไปเติมน้ำมันมาเลเซียเหมือนกัน
ภาษาอังกฤษ...
แรงจูงใจ...
ภาษา...
วิธีเรียน...
พระเขมร...
ท่านพระ...
ผมเอง...
ขอขอบคุณครับ...