- จุมเรียบซัวหมายถึง “สวัสดี” เป็นคำสุภาพของคนเขมร ตรงข้ามกับคำกล่าวลา หรือ “จุมเรียบเลีย (เลีย = ลา)”
-
อาจารย์แก้ว สาเรนท่านว่า คำ “ซัวซะได” แปลว่า สวัสดีเหมือนกัน ทว่า... สุภาพน้อยกว่า ใช้กับคนที่มีฐานะทางสังคมเท่ากัน
ภาพที่ 1: ภาพอาจารย์แก้ว สาเรน (ถ่ายบนรถทัวร์
ไม่ได้ใช้แฟลช เพื่อป้องกันการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น
ภาพจะไม่ชัดเท่าไหร่)

ภาษาเขมรเป็นภาษาที่ไพเราะ... เหมาะแล้วที่เป็นภาษาของชาติที่มีอารยธรรมเก่าแก่มานาน ภาษานี้มีคำสุภาพ และราชาศัพท์คล้ายภาษาไทย
-
วันที่ 15 ธันวาคม 2549 ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปกัมพูชาครั้งที่สอง... ครั้งแรกติดตามคุณอาไปถวายพระไตรปิฎกและอรรถกถาที่วัดพุทธมณฑล พนมเปญเมื่อเดือนธันวาคม 2542 ห่างกันประมาณ 7 ปีทีเดียว
สัปดาห์ก่อนคุณแม่ชีมาลี อาจารย์สอนพระอภิธรรมที่วัดท่ามะโอ ลำปางชวนไปส่งอาจารย์แก้ว สาเรน และสามเณรแดง ดี (หลานของท่าน)ที่พนมเปญ
- ผู้เขียนได้ยินชื่อสามเณร... นึกว่าชื่อเหมือนไทย อาจารย์แก้ว สาเรนบอกว่า การตั้งชื่อของคนเขมรนิยมตั้งชื่อพี่น้องให้เรียกง่ายๆ จะมีความหมายหรือไม่ก็ได้
ตัวอย่างเช่น สามเณรแดง ดีนี่... พี่น้องท่านชื่อแดง ดี และดือ ไม่มีความหมายอะไร ทว่า... นามสกุลจะมาก่อนหน้าชื่อคล้ายชื่อฝรั่ง เพราะฉะนั้นท่านชื่อดี นามสกุลแดง
-
ผู้เขียนขอเล่าเบื้องหลังของการเข้ามาศึกษาต่อในไทยของคณะสงฆ์เขมร เพื่อให้ได้ความเข้าใจ และได้เมตตากันดังต่อไปนี้
ช่วงการยึดครองของเขมรแดง(นำโดยพลพต)... มีการฆ่าฟัน เบียดเบียนกันมาก พระภิกษุสามเณรต้องสึกเป็นฆราวาสบ้าง หนีออกจากกัมพูชาบ้าง คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาถูกทำลายไปมากต่อมาก
- ท่านพระสา แอมศิษย์เก่าวัดท่ามะโอเล่าว่า ท่านเกิดในแขมร์กรอม ปัจจุบันอยู่ในเขตเวียดนาม... ท่านเล่าว่า
คนเขมรที่อยู่ในเขตเวียดนามมีจำนวนกว่า 20 ล้านคน... มากกว่าเขมรในกัมพูชา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 14 ล้านคน (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย ณ เดือนกรกฎาคม 2548)
- ฝรั่งเศสได้เฉือนดินแดนปากแม่น้ำโขงส่วนของกัมพูชาเก่า (แขมร์กรอม หรือเขมรต่ำ) ให้เวียดนามพร้อมกับอิสรภาพ แถมคนเขมรไปด้วย
เวียดนามพยายามกลืนชาติเขมรส่วนน้อยในแขมร์กรอม โดยส่งเสริมให้ใช้ภาษาเวียดนามพูด อ่าน และเขียน
- ช่วงที่เวียดนามบุกกัมพูชาได้... มีการทำลายตำรับตำราภาษาเขมรไปมากเหมือนกัน
หลังสงครามที่คนชาติเดียวกันฆ่ากันเองเป็นส่วนใหญ่... คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาจึงเกือบจะหมดสิ้นไปจากแผ่นดินกัมพูชา
- เรื่องนี้นับว่า น่าเห็นใจฝรั่ง(บางคน)ที่ชอบยุคนให้แตกกัน ชอบแบ่งประเทศให้เกิดคนกลุ่มน้อย และน่าเห็นใจคนที่ทำลายตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา เพราะย่อมได้รับบาปไปเป็นอันมาก
หลังสงคราม(ภาษาเขมรเรียกว่า “สงเครียม”) มีพระภิกษุ สามเณร และแม่ชีเขมรจำนวนหนึ่งพยายามจะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในกัมพูชา... เริ่มจากการเรียนตัวอักษรไทย ซึ่งคล้ายอักษรเขมรมาก
- อาจารย์แก้ว สาเรนกล่าวว่า อักษรกัมพูชามีจำนวนเท่ากับอักษรแทนเสียงบาลีพอดี อักษรไทยมีอักษรเพิ่มเข้าไปอีกไม่กี่ตัว แถมยังมีคำคล้ายกันอีกมาก
การเรียนอักษรไทย และอ่านตำราพระพุทธศาสนาไทยก่อนจึงช่วยให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเป็นอันมาก
- ตำราไทยที่ได้รับความนิยมมากในกัมพูชาคือ พระไตรปิฎกและอรรถกถาฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งมีจำหน่ายที่ร้านมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร
ตำราชุดนี้... คุณอาผู้เขียน (พ.อ.ธงชัย และคุณนิตยา แสงรัตน์) ตลอดจนสหายธรรมได้รวมกันจัดหาไปถวายวัดพุทธมณฑลที่พนมเปญเมื่อ 7 ปีก่อน (ธันวาคม 2542)
- พระภิกษุ สามเณร และแม่ชีเขมรส่วนหนึ่งขวนขวาย เล่าเรียนภาษาไทย... ไม่นานก็เข้ามาเรียนต่อในประเทศไทย
วัดท่ามะโอ ลำปางเป็นวัดหนึ่งที่ท่านเหล่านี้มาศึกษาเล่าเรียน ท่านพระอาจารย์ใหญ่(ธัมมานันทมหาเถระ อัครมหาบัณฑิต – สมณศักดิ์พม่า)ได้เปิดสอนบาลีมูลกัจจายน์(บาลีใหญ่)มานาน
- พระภิกษุเขมรเรียนบาลีที่นี่แล้ว ถ้าต้องการศึกษาต่อในพม่าก็เรียนภาษาพม่าเพิ่มเติมได้ เพราะมีพระภิกษุ สามเณรที่พูด อ่าน เขียนพม่าได้หลายรูป
![]()
อาจารย์สาเรน... เดิมเป็นแม่ชี บวชมาตั้งแต่อายุประมาณ 10 ปีเศษ ปัจจุบันอายุ 25 ปี ท่านเป็นแม่ชีที่สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ซึ่งน้อยคนในกัมพูชาที่จะสอบได้
- การสอบบาลีสนามหลวงในกัมพูชาทำกันอย่างประหยัด เนื่องจากยังมีคนเรียนกันน้อย และมีทุนน้อย... 3 ปีมีสอบครั้งเดียว สอบได้หรือตกค่อยว่ากันใหม่อีก 3 ปีข้างหน้า
![]()
อาจารย์สาเรนเข้ามาเรียนบาลีมูลกัจจายน์(บาลีใหญ่)ที่วัดท่ามะโอ... เรียนไปเรียนมาเกิดสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยบ่อย ผอมลง ท่านเลยสึกจากแม่ชี เพื่อกินข้าวเย็นชั่วคราว
- พระภิกษุ สามเณร แม่ชีเขมรที่เข้ามาศึกษาในไทยเสียค่าวีซ่าปีละ 2,000 บาท ถ้าสึกจากแม่ชีเป็นชาวบ้านเต็มตัวจะต้องเสียค่าวีซ่าเดือนละ 2,000 บาทเท่านักท่องเที่ยว
![]()
ค่าใช้จ่ายระดับนี้... อาจารย์แก้ว สาเรนรับไม่ไหว ท่านเลยต้องเดินทางกลับกัมพูชาไปพร้อมกับสามเณรแดง ดี
- คุณแม่ชีมาลี... อาจารย์สอนพระอภิธรรมเลยชวนคุณแม่ชีพรทิพย์ เพื่อนของท่านจากนครสวรรค์ และผู้เขียนไปส่งอาจารย์แก้ว สาเรนที่พนมเปญ
![]()
ถ้าไปทางเครื่องบินละก็... พอไหว นี่จะไปทางบก ผู้เขียนเป็นโรคปอด... ปอดแหก กลัวกับระเบิด เลยต้องคิดอยู่ 1 วันเต็มๆ
- อาจารย์สาเรนท่านบอกว่า กับระเบิดมีเหลืออยู่บ้างตามชายแดน ไม่ใช่ถนน... ฟังแล้วค่อยเบาใจหน่อย
![]()
- และแล้วคุณแม่ชีมาลีก็บอกผู้เขียนว่า จะได้ไปทำบุญที่คลังเลือดในเมืองพนมเปญด้วย ผู้เขียนจึงตัดสินใจไป... ก่อนไปเตรียมพลาสเตอร์ยาและเงินไปบริจาคด้วย
[ โปรดคลิกที่นี่ เพื่ออ่านตอนที่ 2 >>>>> [ Click ] ]
ขอขอบพระคุณ
-
สารานุกรมวิกิพีเดีย > http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2 > December 25, 2006.
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 25 ธันวาคม 49 > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปใช้โดยไม่เกี่ยวกับการค้าได้ครับ.
ขอขอบพระคุณคุณหมอมากนะคะ
ที่กรุณาให้ข้อคิดเห็นจะนำไปปรับปรุงค่ะ
ยังไม่มีโอกาสไปเขมรเลยค่ะ ได้ทั้งภาษาได้ทั้งข้อมูล ถ้ามีโอกาสคงจะไปสักครั้งค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์คนหลังเขา (อ.ปิยะนุช) และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
คนไทยเรารู้จักเพื่อนบ้านคือ พี่หม่อง(พม่า) พี่ลาว พี่แขมร์(เขมร)น้อยมาก...
ประเทศที่พัฒนาแล้วมักจะมีสถาบันที่ทำการศึกษาเรื่องราวของประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง เช่น มหาวิทยาลัยคอร์แนลมีวิชาไทยศึกษา ฯลฯ
ขอขอบคุณอาจารย์คนหลังเขา (อ.ปิยะนุช) ที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ...