เรียนคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งแบบนามธรรมไปสักสองปีก็ไม่เก่งหรอกครับ ต้องเรียนแบบ "นำมาทำ"

หลังจากได้อ่านข้อเขียนของครูศักดิ์พงศ์เรื่อง วิถีการเรียนรู้ (link ) ซึ่งผมคิดว่าเป็นการนำเสนอความคิดของการเรียนการสอนในระดับประถมถึงมัธยม ท่านได้ฟันธงลงไปว่า “วิถีการเรียนรู้ของแต่ละคน จะมีลักษณะเน้นไปในด้านรูปธรรมมากกว่าด้านนามธรรม” ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ และคิดว่าการสรุปแบบนี้นั้นไม่ธรรมดา

ทำไมถึงไม่ธรรมดา?
ก็เพราะเมื่อคิดถึงห้องเรียนที่ผมเคยเรียน และเคยสอน ส่วนใหญ่กิจกรรมก็คือการให้เล่าให้นักเรียนฟัง เล่าดีก็สนุก เล่าไม่ดีก็น่าเบื่อ ชวนหลับ ยิ่งผมเป็นประเภทเสียงระนาบเดียว (เฉพาะ) เวลาสอน (เพราะเวลาร้องเพลงก็พอฟังได้ มีเสียงสูงต่ำ และไม่ผิดคีย์)

ว่าถึงการเรียนคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง ผมเคยภูมิใจว่าผมเป็นพวกเรียนด้วยตัวเอง (self-taught) เรียนคอมพิวเตอร์ในห้องทีไร ไม่เคยได้ผลสักที ยิ่งไปเรียนตามโรงเรียนคอมพิวเตอร์ด้วยแล้วยิ่งรู้สึกเสียเวลา เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีการวัดพื้นฐานความรู้ บางคนมาเรียนคอมพิวเตอร์โปรแกรม แต่ยังไม่เคยเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เลย (ผมไม่ได้หมายความว่าผมรำคาญ หรือไม่ชอบคนที่มีทักษะคอมพิวเตอร์น้อยนะครับ ผมรู้สึกว่าโรงเรียนคอมพิวเตอร์ต่างหากที่ผมไม่ชอบ เพราะทำแบบนี้มันเอาเปรียบกันชัดๆ) เมื่อหลายเดือนก่อนได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนในชั้น เกี่ยวกับเรื่องโปรแกรมเมอร์ ผมก็บอกเขาไปว่า ผมจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ ปริญญาโทคอมพิวเตอร์ แต่โปรแกรมที่ใช้ถนัดนั้นไม่ได้เรียนจากชั้นเรียน มาเรียนเอาเองทีหลัง (รู้สึกภูมิใจที่บอกเขาไป) เขาตอบผมสั้นๆ ว่า “ผมยังไม่เคยเห็นโปรแกรมเมอร์คนไหน ไม่เรียนเองเลย”
ประโยคนี้ทำเอาผมคิดหนักไปหลายวัน นึกทบทวนดูแล้วก็พบว่าจริงอย่างที่เขาพูด คนที่เป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ ร้อยทั้งร้อย เรียนด้วยตัวเองครับ ผมฟันธงแบบนี้ก็เพราะว่า อาชีพโปรแกรมเมอร์เป็นอาชีพที่ต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะประสบการณ์ และความคุ้นเคยกับภาษาที่ตัวเองใช้งาน พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะภาษาคอมพิวเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ กว่าจะเก่งได้ก็ใช้เวลาหลายปี

เทียบกันการเรียนในชั้นเรียน หนึ่งเทอมเรียน อาทิตย์ละสามชั่วโมง สี่เดือน สามคูณสี่คูณสี่ก็เป็นสี่สิบแปด นับเวลาเป็นชั่วโมงก็แค่สองวันเองครับ ถ้านักเรียนไม่ค่อยทำแบบฝึกหัด หรือไม่สนใจเรียน ก็ไม่ได้อะไร ส่วนนักเรียนที่สนใจเรียนในห้อง ก็ได้ครับ แต่ไม่มาก เพราะยังต้องเรียนวิชาอื่นในเทอมเดียวกัน ถ้าครูสอนไม่ดี ให้แบบฝึกหัดน้อยไป (หรือเยอะไป) ก็ไม่สามารถพัฒนาความสามารถของนักเรียนมากนัก ผมเชื่อว่าคนเราจะเก่งแบบก้าวกระโดดได้ต้องมีครูดีครับ การเรียนคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง จะให้ยืนสอนปาวๆ หน้าชั้นก็ตลก จะให้อาจารย์ลองเขียนโปรแกรมให้ดู แล้วให้เด็กๆ จดตาม ถึงจะเข้าใจว่าทำไม แต่เดี๋ยวไม่กี่วันก็ลืมครับ เพราะไม่ได้ทำเอง
เรียนคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่งแบบนามธรรมไปสักสองปีก็ไม่เก่งหรอกครับ ต้องเรียนแบบนำมาทำ คือลงมือปฏิบัติ เขียนเอง ได้เห็นความผิดพลาดเอง ผิดเองจะได้จำครับ 

ที่เล่าๆ มา ก็ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นสุดยอดโปรแกรมเมอร์ เทียบกันกับเพื่อนอาจารย์ในภาควิชา ผมก็แค่เด็กๆ และผมก็ไม่ได้คิดว่าจะเปลี่ยนวิธีการสอนแบบรื้อโครงสร้างทั้งระบบหรืออะไร แค่อยากให้เปลี่ยนวิธีการมองการเรียนการสอน และความคาดหวังจากหลักสูตรกันมากกว่า