ติดต่อ

บันทึกลับของคนถนัดซ้าย...

  Blog Tag: สิงห์คุณซ้าย...สร้างเครือข่ายซ้ายสะท้านโลก...  

ความลับ 5 ข้อของนายขำ....

 

ความลับที่ 1. ผมเป็นลูกชายคนเล็กของแม่ชาวนาผู้ซื่อสัตย์คนหนึ่ง...ที่ท่านคิดว่าอายุ 42 ปีแล้ว ไม่น่าจะมีลูกอีก...(ที่จริงพอคลอดออกมาน่าจะปัญญาอ่อนตามทฤษฎี...555) ท่านบอกผมว่าความจริงตั้งใจจะให้ชื่อ แถม ... (นัยว่าเป็นของแถมว่างั้น...อิอิ) แต่พอไปแจ้งชื่อที่อำเภอกลับให้ชื่อว่า สวน บังเอิญเสมียนรับแจ้งเกิดเขียน ว.แหวน หัวใหญ่มาก...พอขึ้นเรียนชั้น ป.5 เอาทะเบียนบ้านไปให้ครูดู...ครูบอกว่าชื่อ สอน ถ้าอยากชื่อสวนต้องไปขอเปลี่ยนที่อำเภอ... แม่หันมาถามผมว่าจะเปลี่ยนไหม???...ผมคิดตอนนั้นว่า...ชื่อนั้นสำคัญไฉน...ผมเลยไม่เปลี่ยน...เพื่อนบ้านที่หลังวัดโคกมะตูมเรียก สวน ทุกคน...เพื่อนที่โรงเรียนเรียก สอน เพื่อนผมคนนึงมาเล่นมุขกับผมว่า...ตามหาผมไม่เจอหลังเรียนจบ...เพราะเข้าใจว่าผมเปลี่ยนชื่อไปแล้ว...5555

 

ความลับที่ 2 สมัยผมเรียนอยู่ชั้นประถม 6... ผมแอบชอบเด็กหญิงคนหนึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.5...เธอแต่งตัวสะอาดเรียบร้อย...ขาว...สวย...น่ารักที่สุดในชีวิตผม(ตอนนั้น...อิอิ)...

ผมติดตามแอบมองเธอทุกวันจนกระทั่งรู้ว่าเธอเป็นตัวแทนนักเรียนหญิงโรงเรียนวัดโคกมะตูม...เข้าแข่งขันมารยาทระดับจังหวัด... วันถัดมาครูประจำชั้นผมเรียกผมไปคัดตัวแข่งกับเพื่อนผม(ซึ่งเป็นลูกครูที่ตีข้อมือผมตอนที่ท่านเห็นผมเขียนด้วยมือซ้าย...555)

ด้วยความที่ผมเป็นคนขี้อาย...ไม่เคยคิดแข่งขันอะไรกับใคร(มิหนำซ้ำดูการแต่งตัว...คนละเรื่องเลยครับ...ลูกทายกวัดกับลูกครู...555...ผมมีกางเกงปะก้น...เสื้อก้มอซอ....อิอิ) แต่พอนึกถึงเด็กหญิงคนนั้น...ผมแข่งกับเขาสุดตัวเลยครับ...แถมแอบไปนอนฝันหวานว่าได้ถือพานเคียงคู่กับเธอ...555

ผลสุดท้าย...ผมแพ้ครับ...55555

 

ความลับที่ 3 ผมเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยครับ...ในช่วงนั้นเอง(ที่ผมกล้าลงแข่งมารยาทกับเขา) เพื่อน ๆ ในห้องก็รู้สึกว่าผมเก่งขึ้นมาทันที... พร้อม ๆ กับการขาดหัวหน้าห้อง...การคัดเลือกหัวหน้าห้องในสมัยนั้นก็ทำกันอย่างง่าย ๆ ... ให้เสนอชื่อแล้วยกมือ...ปรากฏว่าทุกคนยกมือให้ผมเป็นหัวหน้าห้อง...

ผมก้มหน้าฟุบกับโต๊ะ...ร้องไห้...แล้วตะโกน...ผมไม่เป็นหัวหน้าห้องครับ....เล่นเอาทั้งเพื่อนและครูงงกันเป็นไก่ตาแตก...

ผมก็งงตัวเองอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ....555

 

ความลับที่ 4 ผมรอดจากการจมน้ำตายมา 3 ครั้ง... ครั้งแรกเล่นเรือก้านกล้วยที่หลังบ้าน...สระน้ำก็ไม่ลึก...แต่ผมตัวเล็กมาก....พอเอื้อมมือไปหยิบเรือก้านกล้วย...หัวก็คะมำลงไปในสระ...ความรู้สึกตอนนั้นวูบเย็น...ไม่รู้สึกกลัวแต่หายใจไม่ออก...พอดีพี่ชายคนที่ 2 เห็นเข้า...เขาวิ่งลงมาจากบ้านแล้วดึงตัวผมขึ้นมาจากสระ...

ครั้งที่ 2 ผมไปเล่นน้ำที่สระเรือนแพ(ราชทัณฑ์) สระลึกมาก... ขอบสระก็ชันมาก....ผมลื่นไถลลงไป...ดิ้นตูม ๆ ... พี่ชายคนที่ 3 ของผมดึงผมขึ้นมาไว้ทัน...

ครั้งที่ 3 ที่สระน้ำบ้านเพื่อน...คนเล่นน้ำกันเต็มสระ...พวกพี่ ๆ เขาให้ผมเล่นโฟมแล้วดันให้ผมไปกลางน้ำ...โฟมก็พลิกคว่ำ...ผมกินน้ำไปหลายอึก...พี่ชายคนที่ 3 ก็มาช่วยไว้ทัน...

 หลังจากนั้นผมก็ว่ายน้ำเป็น...ไม่งั้นคงมีครั้งที่ 4.....55555

ความลับที่ 5 ความจริงของชีวิต...ความรักสมัยเราช่างต่างจากสมัยลูกเสียนี่กระไร...

สมัยผมอยู่ มศ.4 โรงเรียนชาย... ผมแอบรักนักเรียน มศ.3 โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี...

เด็กหญิงคนนี้ผมพบเธอครั้งแรกที่สนามบาสโรงเรียนวัดโคกมะตูม...เธอเป็นลูกคนจีนมาอยู่กับพี่ชายที่ตลาดวัดโคกมะตูม...มาแย่งผมเล่นบาส...ผมเห็นเธอครั้งแรกก็ตลึงงัน...โลกทั้งโลกของผมเปลี่ยนไป...ผมเซื่องซึม(นัยว่าจำบ้านเลขที่ตัวเองไม่ได้..555) แอบตามไปดูจนรู้ว่าร้านขายก๋วยเตี๋ยวพี่ชายเธออยู่ตรงไหน...

เส้นทางจักรยานจากบ้านไปโรงเรียนของผมก็เปลี่ยนไป...ไม่ได้เห็นหน้าเห็นผ้าที่ตากไว้ก็ยังดี...5555

วันที่ผมมีความสุขที่สุดก็คือวันที่ได้ไปร่วมกิจกรรมปลูกป่าริมแม่น้ำฝั่งขวาวังทอง...ผมไม่ทราบว่าโรงเรียนเฉลิมขวัญส่งเด็กมาร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนชายได้งัย....แต่ผมได้ปลูกต้นสักกับเธอ...กินข้าวกลางวันด้วยกัน...วันนั้นโลกของผมมีแต่สีชมพูครับ....

 วันที่กีฬาประเพณีระหว่างโรงเรียน....ผมชะเง้อดูเฮจากอัฐจรรย์ของผม...ราวกับเธอจะรู้...เธอก็ลุกจากที่นั่งในหมู่โรงเรียนเธอโบกมือให้ผม...พอถึงเวลากลับบ้าน....เธอเดินมารอที่หน้าโรงเรียน...ผมขี่จักรยานปั่นมาด้วยใจเต้นยิ่งกว่ากลองเพลวัดโคกมะตูม...

พอถึงตัวเธอ...ผมกลับขี่จักรยานหนีเฉย...เธอคงงงเป็นไก่ตาแตก...ผมก็งงไม่แพ้เธอเช่นกัน....555

 สุดท้าย...ผมไม่ได้เคยสารภาพรักกับเธอเลย...ชีวิต

 

ปล. ผมพบว่าพออยู่กับเพื่อน...เธอพูดจาด้วยภาษาเพื่อนที่ผมรับไม่ได้(ตอนนั้นสเปคผมคงเป็นผุ้หญิงเรียบร้อยมั้ง...อิอิ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 77205, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 19, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #blog#tag#ดร.#สวัสดิ์#handy#คนชอบวิ่ง#bm.chaiwut#ไสว#เลี่ยมแก้ว

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (19)

ปานนั้นเชียวหรือครับ...คุณบอน...

 

ถ้างั้นผมไม่ต้อง Tag คุณบอนแล้วนะครับ...อิอิ

 

คุณโยมขำ

เห็นด้วยกับ นายบอน เอาไปสร้างละครได้เลย

เจริญพร

สวัสดีค่ะ

ขอมาอ่านความลับหน่อยนะค่ะ   ตอนนี้กำลังสนุกกับการอ่าน blog tag ค่ะ

มาทักทาย ตามประสา พวก ร้อยละสิบ ด้วยกันครับ

ยกมือซ้ายเห็นด้วยครับ ว่า น่าจะเอาไปสร้างละคร แต่ผมว่าเอาไปสร้างภาพยนตร์ภารตะ อย่างที่ผมชอบดูดีกว่า ผมว่าฉากขี่จักรยานชะเง้อเนี่ย ต้องออกมาดีแน่ๆเลย

IS
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะนายขำ (ตะกี้จะเขียนคุณ"นายขำ" แต่มันคงจะแปลกๆเมื่ออ่านติดกัน) 

เป็นความลับที่สนุกดีจังเลยค่ะ

ชอบจังเลยค่ะ แต่อุตส่าห์ลุ้นความลับที่ 5 นึกว่าจะได้เป็นแฟนกัน

^_____^

555...พระอาจารย์ก็...ดูละคร(สะท้อนปริศนาธรรม)ไว้สอนพระ เณร บ่อย ๆ...ก็นำเรื่องของกระผมไปใช้ได้เลยนะขอรับ...ไม่ต้องรอให้เป็นละคร....5555

 

คุณ มะปรางเปรี้ยว  คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ผมติดตาม สงสัยมานาน...Gotoknow ใช้วิธีการไหน ได้คนอย่างคุณมาร่วมทีมงาน...อิอิ

 

หมอเต็ม นาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี ผมนำบล็อกของท่านขึ้นชาร์จผมตั้งแต่แรกเห็น...บ้านผมถนัดซ้าย 3 คน ลูกชายผมขออ่านเรื่องดาวินชี่อย่างละเอียด...

ลูกสาวผมก็ถนัดซ้าย...เธอเห็นหนังภารตะจากเคเบิ้ลแล้วไม่ยอมไปไหนเลยครับ...5555

 

 คุณ

P
ครับ มีความลับที่ 6-7-8 อีกครับ...แต่กลัวผิดกติกา...(และกลัวว่าจะกล่าวหาผมเป็นคนหลายใจด้วยอ่ะครับ...555) เฉพาะเรื่องความรักนี่..ผมเล่าให้แฟนผมฟังเป็น ซีรี่ย์เลยครับ...อิอิ

เหมือนนิยายจีนกำลังภายในของโกวเล้งยังไงยังงั้นเลย...คนที่บรรยายได้จืดชืดที่สุด...คือคนที่เป็นคู่ชีวิตปัจจุบัน....5555

Handy
เขียนเมื่อ 
มาอ่านแล้วครับ
   อีก 10 นาทีก็ตี 3 แล้ว สรุปความไว้ก่อนว่าเรามีอะไรคล้ายกันอยู่ครับ  โดยเฉพาะเรื่อง สีชมพูตอนวัยรุ่น ผมก็เด็กโรงเรียนชายที่แสนอายเมื่อขี่จักรยานผ่นโรงเรียนสตรี .. รายละเอียดเอาไว้ไปผสมผสานให้ครบห้าข้อดีกว่าครับ .. โปรดคอยติดตาม .. ขอบคุณที่ Tag ผม ขอเวลาอีกนิดนะครับ .. ความลับจะถูกเปิดเผยบ้างเช่นกัน

อย่าลืม Tag แล้วแจ้งกระผมด้วยครับ...

 อาจารย์Handyครับ

เข้าใจว่าเรื่องที่จะเลือกมาของอาจารย์...คงลำบากใจไม่น้อย...น่าจะเป็นการเลือกจากหลายร้อยเรื่อง...อิอิ

เจอเพื่อนแล้ว  ดีิใจจังค่ะ ดิฉันก็รอดตายมาจากจมน้ำ 3 หนค่ะ แต่ปัจจุบันยังไม่เข็ดค่ะ ยังชอบว่ายน้ำอยู่ค่ะ :)

ครับ...อาจารย์แจน...แต่ผมมีทีเด็ดกว่านั้นครับ....

 

ผมขับรถลงข้างถนน(แถวหนองโสน...ทางไม่โค้งแต่มีคนลงข้างถนนกว่า 100 คนแล้วครับ)...พลิก 3 ตลบ...รถยับเยิน...คนบาดเจ็บเล็กน้อย(มีภรรยาผมคนเดียวที่เจ็บหนักกว่าใคร...ไม่ใช่เจตนาของผมเลยครับ....555)

เขียนความลับให้นายขำครบ 5 ข้อแล้วนะครับ  อยู่ที่นี่

หนูมาตอบช้าไปรึเปล่าค่ะ สำหรับคำถาม "Gotoknow ใช้วิธีการไหน ได้คนอย่างคุณมาร่วมทีมงาน..."  อันนี้ต้องสอบถามอาจารย์จันทวรรณแล้วค่ะ  ว่าทำไมจึงชักชวนหนูมาช่วยงาน ^-^

หลังจากที่หนูเรียนจบ  ก็ได้กลับมาเจออาจารย์ช่วงวันรับปริญญาค่ะ อาจารย์แนะนำให้อ่าน blog ของอาจารย์ใน gotoknow มาอ่านจนเป็นขาประจำ แล้วก็เป็นสมาชิก และปัจจุบันก็ได้มาช่วยงานอาจารย์จันทวรรณ ด้วยค่ะ

ไม่ช้าหนอกครับเพราะอย่างไร...คนที่ต้องพบกัน ก็ต้องพบกันอยู่ดี...คนที่ต้องจากกัน ก็ต้องจากกันอยู่ดี...คนที่ต้องร่วมงานกัน...ก็ต้องร่วมงานกันอยู่ดี... 

 

555..อย่างนี้พระเขาเรียก...บุพเพสันนิวาส...

 

ใช่ไหมครับพระอาจารย์ชัยวุธ....อิอิ

แวะมาเยี่ยม ครอบครัวมือซ้าย อีกทีนะครับ

อาจารย์น่าจะให้ลูกๆสมัคร GotoKnow แล้วลงทะเบียนสิงห์อีซ้ายไปเลยนะครับ

แหะ แหะ กำลังหาสมาชิกอยู่ครับ 

 

บุพเพสันนิวาส <----- ถูกต้องนะค่ะ ^-^
P อาจารย์หมอครับ...รอให้เขาเลิกเล่นเกมส์...เหมือนกับว่าให้มีลูกมีเมียก่อนกระนั้น...จึงจะหันมาสนใจเรื่องราวบ้านเมือง...(หรือไม่ก็เรียนจบแพทย์แบบคุณหมอ...ไม่ต้องมีเมียก็ได้...555)
คุณมะปรางเปรี้ยวแล้วคงมีวันที่ได้พบกัน...เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งดีๆครับ...อิอิ
  • แวะมาอ่าน ก๊วนถนัดซ้ายเหมือนกันนะคะ
  • มาช้าดีกว่าไม่ได้มาค่ะ
  • จริงๆ แล้วน่าจะมีความลับข้อที่ 6-10 อีกนะคะ อ่านแล้วสนุกดีค่ะ ไม่ค่อยมีเรื่องเศร้าเลยค่ะ มีสักตอนไหมค่ะ ที่ความรักเป็นสีด่ำ หนึ่งในร้อยซีรี่ย์นะค่ะ (แอบแซว)
  • อ่านคอมเมนต์ทุกท่านแล้ว อ่านไป ยิ้มไปค่ะ

ตามใจคุณ

P
 ครับ

ความลับที่ 6 เรื่องเศร้า ๆ ของความรัก...

สมัยผมฝึกงานที่ชุมชน...ผมกับเพื่อนต้องอาศัยบ้านพักสถานีอนามัยเป็นที่พักพิง(บางครั้งก็เป็นบ้านผู้ใหญ่บ้าน...บางคราวก็เป็นบ้านร้างในหมู่บ้าน...อิอิ)...ใช้ชีวิตให้เหมือนชาวบ้านจริง ๆ กินน้ำในสระขุด(เล่นเอาผมป่วยไปเป็นอาทิตย์) ช่วยชาวบ้านทำส้วม ประชุมชาวบ้านบนศาลาวัดในวันพระ(จำได้ว่าถือไมค์ครั้งแรกมือไม้สั่นเหงื่อแตกพลั่กยังกะอาบน้ำ...เล่นเอาชาวบ้านสงสารเลย....555)

 

ระหว่างฝึกงานไปเพื่อนผมที่ไปคู่กับผมก็คุยทับผมอยู่เรื่อย...เรื่องการจีบหญิง... ไอ้เราก็ไม่ค่อยยอมคนอยู่แล้ว...พอเห็นหน้าลูกสาวผู้ใหญ่บ้านคนนึง ที่เพื่อนบอกว่าเคยจีบมาก่อนตั้งแต่เขาเริ่มไปเรียนที่พิดโลกแล้ว...ก็เกิดการท้าทายกัน...

 

งั้นมาจีบแข่งกันเลยเพื่อน....

 

ผมเริ่มต้นด้วยการกลับมาขอมอไซด์พี่สาวเอาไปปรับแต่งใหม่...เพื่อเอาไปใช้ในการฝึกงานภาคชุมชน(พี่สาวก็หลงเชื่อให้ไป...อิอิ) เนื่องจากระยะทางจากบ้านผู้ใหญ่ถึงอนามัย ห่างกันเป็น 10 กิโล...

 

ปฏิบัติการของผมได้รับการตอบรับอย่างดี...จากทั้งท่านผู้ใหญ่บ้าน...ภรรยา....โดยเฉพาะลูกสาวคนสวย...

 

 เธอจะคอยชะเง้อหาผมทุกวันในช่วงที่เธออยู่บ้าน...ซึ่งผมก็ไม่ตะขิดตะขวงใจเลยที่ไปนอนเอกเขนกดูเธอทำงานบ้าน...หาอะไรให้ผมทาน...ยามที่ผมว่างเว้นจากกิจกรรมการฝึก(ก็รีบทำงานให้เสร็จไงครับ...อิอิ)

 

มีหนังกลางแปลงเราก็ไปดูด้วยกัน...มีงานอะไรเราก็ไปด้วยกัน...แต่เชื่อหรือไม่ครับ....ผมคุยกับเธอในช่วงฝึกงาน 3 เดือน ไม่กี่คำเอง...เท่าที่จะได้ ผมแค่ถามเธอว่า เวลาไปพิดโลก(เธออยู่พิจิตรที่ผมฝึกงาน)ไปรถกี่โมง...

 

พอฝึกงานจบ...ผมขี่มอไซด์ไปจอดรอรับเธอที่สาถนีรถไฟตรงเวลาเป๊ะ...แล้วเธอก็มาซ้อนท้ายผม(ไม่รู้หาเจอได้ไง)ผมก็ขี่พาเธอไปส่งบ้านพัก..ตลอดทางไม่เคยพูดกันสักคำ...มีแต่ความรู้สึกสุขใจเมื่ออยู่ใกล้กัน(อย่าอ้วกกกก...นะครับ....555) นี่ผมถลำลึกเกินไปกว่าการแข่งขันแล้วซินะ....

 

ทุกเย็นหลังเลิกงาน(ฝึกงานจบผมก็เริ่มทำงาน)ผมต้องไปแวะนั่งระเบียงหน้าบ้านเธอ...ซึ่งผมไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า...เราพูดคุยกันน้อยมาก(ทำท่าเหมือนว่าเราแค่มองหน้ากันก็เข้าใจถึงส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจแล้ว....ปิดปากไว้นะครับเสียดายของ...อิอิ)

 

และนั่นแหละคือปัญหาอันยิ่งใหญ่ของความรัก(ใครบอกว่ารักกันขนาดไม่ต้องพูดจากันก็รู้เรื่อง...อย่าได้ไปเชื่อเชียวนะครับ...555) วันหนึ่งเธอก็ให้เพื่อนมาบอกผมว่า...เธอไม่ต้องการพบผมอีกต่อไป.....

 

ผมนั่งคอยเธอที่ระเบียงเป็นวัน...และรู้ว่าเธออยู่ในบ้าน...ผมแอบดูเธอทางรูกุญแจ...ผมเห็นเธอร้องไห้จนน้ำตาแห้งแล้วแห้งอีก....หัวใจผมสลาย....

ผมกลับไปนั่งซึมกระทือ...ขบคิดจนสมองแทบระเบิด...นอนไม่หลับอยู่ 7 วัน...ไม่เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา...

 

ผมเขียนจดหมายเพื่อระบายความอัดอั้นใส่ในกระดาษขนาดใหญ่จำนวนสามหน้า...ไปฝากไว้ให้เธอที่โรงเรียน(5 ปีต่อมาเพื่อนสนิทเธอมาบอกผมว่าได้อ่านจดหมายนั้นแล้ว...และจะหาโอกาสให้ผมคุยกับเธอ...แต่...มันสายไปเสียแล้ว....) 

 

แล้วเธอก็กลายเป็นความทรงจำอันสุดซึ้งของผมตลอดไป...ผมไม่เคยพบหน้าเธออีกเลยหลังจากนั้น...