ฟังจากวิทยุเรื่องไข่ต้ม กับเยาวชนที่ต้องกักกันบริเวณในบ้านทั้งหลายแหล่ ฟังแล้วซาบซึ้งดีค่ะ จึงนำมาเขียน อาจพร่องไปบ้างนะคะ แต่พยายามนำมาแต่เนื้อๆที่กินใจและโดนใจครูอ้อยค่ะ
เยาวชนที่หลงผิดทำผิดสถานเบาได้ถูกกักกันบริเวณและส่งตัวเข้ารับการอบรมด้วยวิธีการต่างๆ  แต่มีวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผล  และเป็นเรื่องเล่าให้พวกเราฟังในวิทยุ
ครูอ้อยฟังในขณะที่เดินทางไปบ้านคุณพ่อ   ฟังในฐานะที่เป็นแม่  ฟังในฐานะที่เป็นครู  ฟังในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทย
ครูอ้อยจำไม่ได้ว่า  วิธีการนี้ใครนะเป็นผู้คิดขึ้นมา  แต่ใครก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ  เพราะวิธีนี้ใช้ได้ผล  เรื่องนี้มีว่า.....
ก่อนการเข้าค่ายประมาณ  8 วัน  เด็กๆทุกคนต้องนำไข่ต้มติดตัวไปตลอดเวลา  ในวันแรกๆ  ไข่ต้มก็จะดูดี  แต่พอทำกิจกรรมมากๆเข้า  ไข่ต้มนั้นก็จะแตก  ต้องหาถุงมาใส่  เมื่อหลายวันผ่านไป  ไข่ต้มนั้นก็จะเหม็น  กติกามีว่า  ต้องนำไข่ต้มนี้ติดตัวไปทุกที่  แม้แต่เวลานอน 
คราวนี้  เวลานอนเด็กๆก็จะนอนด้วยกัน  วันแรกๆ  ไข่ต้มไม่มีกลิ่น  แต่หลายวันผ่านไป  ไข่ต้มทั้งเละทั้งเหม็น  คนเดียวยังพอทน  หากหลายๆคนยิ่งเหม็น มากขึ้น
เมื่อ 8 วันผ่านไป  วิทยากรก็สรุปว่า...ไข่ต้มเปรียบเสมือนพวกเธอ  มันอยู่เฉยๆ  ไม่ได้ทำอะไร  เมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่ 8 วัน  มันยังเหม็นได้ขนาดนี้  และพวกเธอก็รังเกียจมัน 
แล้วพวกเธอ  ต้องกิน  ต้องใช้  ต้องเรียน  ทำความเดือดร้อนสารพัดให้พ่อแม่  ไม่ใช่เพียง 8 วันนะ  บางคน 8 ปี  บางคน 18 ปี  บางคน 28 ปี  ที่พ่อแม่ทนกับพวกเธอด้วยความรัก  ไม่เคยคิดรังเกียจแบบที่เธอรังเกียจไข่ต้มเลย  ไข่ต้มมันยังดีกว่าพวกเธอ  มันอยู่ของมันเฉยๆ  
เท่านี้ก็กินใจครูอ้อยมากเลย  ซาบซึ้งจนจำมาเล่าให้ท่านผู้อ่าน ได้นำไปเล่าให้ผู้อื่นฟังบ้าง