ปลายเดือนตุลาคม แพทย์รุ่นพี่ที่ศิริราชส่งผู้ป่วยคนหนึ่งมาให้ผมดูแลต่อ รู้จากทางโทรศัพท์ว่าเป็นคนสงขลาและต้องการการดูแลรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น อีกอย่างที่รู้คือ ผุ้ป่วยคนนี้เป็นเพื่อนกับป๋าเปรม และเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบเหมือนเราทั้งสองคน

ถัดจากวันนั้นไม่นาน ลูกชายของผู้ป่วยก็มาหาผมที่โรงพยาบาลพร้อมจดหมายส่งตัว
พอผมเปิดจดหมายอ่านและเห็นชื่อของผู้ป่วย ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลยครับ
ร.อ. ละเมียน บุณยะมาน
ชื่อนี้เป็นชื่อเดียวกับชื่อผู้ให้ทุนการศึกษาผม สมัยยังเรียนที่สวนกุหลาบ เป็นทุนเรียนดีทุนหนึ่ง
ผมจำชื่อนี้ได้ดี เพราะเป็นชื่อผู้ชายที่เหมือนผู้หญิงซึ่งเพราะมาก
ผมจำได้ว่า ตอนนั้นผมเขียนจดหมายขอบคุณส่งให้ท่าน แต่ไม่เคยได้พบกัน
ไม่น่าเชื่อว่า สามสิบปีต่อมา ผมจะได้มีโอกาสพบกับผู้มีพระคุณของผมคนนี้

หลังจากวันนั้นที่ผมได้พบกับลูกชายของท่าน พี่ต่อบุญ ซึ่งก็เป็นรุ่นพี่ที่สวนกุหลายเช่นกัน
ผมมีโอกาสพบท่าน ๔ ครั้งในช่วงเวลา ๓ เดือน ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตในวันที่ ๒๖ มกราคมที่ผ่านมา ในวัย ๘๘ ปี


สองครั้งแรก ผมไปเยี่ยมที่บ้านท่านในตัวเมืองสงขลา ได้มีโอกาสพูดคุยกัน ทั้งเรื่องในอดีต เรื่องชีวิตและสุขภาพของท่าน ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่สุภาพมาก มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย แต่ทำบุญกุศล บริจาคเงินเพื่อการศึกษาให้เยาวชนอย่างสม่ำเสมอจนถึงทุกวันนี้


สองครั้งหลัง ผมไปเยี่ยมท่านที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลกรุงเทพฯ หาดใหญ่ ในสภาพที่ท่านไม่รู้สึกตัวเท่าไรแล้ว


และสุดท้าย ผมได้ไปงานศพของท่านที่วัดสระเกศ สงขลา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ผมได้สัมผัสชีวิตของท่านไม่นานนัก

แต่ก็รู้สึกดีใจ เป็นเกียรติของตนเองที่ได้มีโอกาสรู้จักคนดีคนหนึ่ง ครอบครัวที่ดีครอบครัวหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ 

รู้สึกภูมิใจ เป็นบุญของตนเองที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถปฏิบัติต่อท่านอย่างที่พึงกระทำ
เป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืม