ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสนั่งกินนอนกินเป็นผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลกับเขาได้เสียตั้งสิบกว่าวัน.

..คุณหมอบอกว่าเป็นกระเพาะอาหารอักเสบค่ะและมีรอยกระดำกระด่างเล็กอีกนิดหน่อยแถวลำไส้เล็กบน...เมื่อเป็นอาการแบบนี้บรรดาพี่ๆเพื่อนที่รู้ข่าวก็มาเยี่ยมมีขนมนมเนยที่ชอบๆมาฝากแต่กินไม่ค่อยได้..ตัดใจแจกน้องที่ตึกบ้างแจกแม่บ้านทำความสะอาดไปช่วยกินบ้าง....

ซึ้งใจกับน้ำใจของพี่ๆและน้องๆทั้งหลายที่คอยมาส่งกำลังใจ..คุณหมอที่ดูอยู่ก็น่ารักมาก เช่นคุณหมอศุภรัตน์ที่เช้าจะมากดท้องดูจุดที่ปวดและสอบถามอาการ,ให้กำลังใจ...มีอยู่วันหนึ่ง(เป็นคืนวันที่28-29มกรา)ฉันปวดท้องต่อเนื่องกันนานกว่าสิบสองชั่วโมงเลยทีเดียว..พยายามงัดกลยุทธ์ไม่ว่าจะหายใจ,เปลี่ยนท่านอน,สวดมนต์ทำสมาธิ...เพราะไม่อยากกิน/ฉีดยาแก้ปวดมากนัก(กลัวติดยา)...

แต่ก็ทนไม่ค่อยไหวเจอหน้าหมอตอนเช้ายังกับเจอนางฟ้าเลย..       

                                   .

บอกหมอว่าขอยาช่วยหน่อยก็แล้วกัน...หมอก็เข้าใจและช่วยเหลือดีทำให้วันนี้...ฉันสามารถกลับมานอนพักผ่อนที่บ้านได้.เฮ้!ดีใจจริงๆเลย.

              

.สองคนที่ต้องขอขอบคุณอย่างมากๆคือ นู๋ไก่กะป้าปิ่งที่เสียสละเวลามาเฝ้านอนเป็นเพื่อนกันแม้ว่าส่วนใหญ่คนเฝ้าดูเหมือนจะหลับมากกว่าคนป่วยก็เหอะแต่การมีเพื่อนคอเดียวกันอยู่ใกล้ๆทำให้คลายเจ็บไปตั้งเยอะ...นู๋บีสำหรับดอกกุหลาบและอาหารรสเด็ดจากที่ร้านป้านงในบางมื้อ..เจ้าแหม่มสำหรับการช่วยเหลือเป็นเหมือนม้าใช้ให้พี่ยามไปไหนมาไม่สดวก...พี่เต็นพี่เหน่งที่ช่วยหาวิธีแก้ไขอาการถ่ายไม่ออกให้จนสำเร็จ.นู๋รัตน์ที่ช่วยอาสามาเฝ้าให้ถึงสองคืน...พีเจี๊ยบที่ตัดสินใจลากตัวพามาหาหมอ..ขอบคุณน้าบูรณ์,พระปื้ดที่เดินทางจากนครปฐมมาเยี่ยม..ขอบคุณน้าน้อยกับเพ็ญที่พาแม่มาเยี่ยมและช่วยดูแม่ให้ในระหว่างที่ป่วย.พี่ๆที่ทำงานอื่นๆอีกที่รู้ข่าวก็แวะมาเยี่ยมเยียนและช่วยกินขนมให้แทน...ขอบคุณมากๆค่ะ..

เกือบลืมกลุ่มเพื่อนๆธรรมศาสตร์(พมจ.)ที่มาหาและช่วยกันถล่มนิสัยอันไม่ค่อยจะดี(ซึ่งขณะนั้นเถียงไม่ได้/เถียงไม่ทัน)ทำให้ฉันเกิดดวงตาเห็นธรรมะและได้สติมากๆหากมีโอกาสเพื่อนเจ็บป่วยบ้างฉันจะตามไปเยี่ยมคืนตอบแทนให้เช่นกัน...

                               

ไอ้เจ้าโรคกระเพาะอาหารนี้สอนให้รู้ถึงความพอดี พอประมาณและไม่ยึดมั่นถือมั่น...เพราะช่วงระหว่างนอนในโรงพยาบาลฉันพบว่านิสัยตัวเองทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้..ไม่ว่าจะเป็นการกินไม่เป็นเวลา...ไม่สม่ำเสมอ.บางทีไม่กินเลยสองสามวันพอมากินก็กินซะเยอะแถมชอบกินอาหารรสเผ็ดมากๆทั้งเผ็ดทั้งเปรี้ยว(แบบเอ็กตรีม)..กินเร็วมากๆคิดเร็วเดินเร็วชอบเคร่งเครียดเรื่องเวลาและการทำเป้าหมายมากเกินไป...ไม่กดดันชาวบ้านแต่ชอบกดดันตัวเอง...ไม่ชอบกินผลไม้..พืชผักกินได้พอประมาณ...

พอมาป่วยต้องกินข้าวต้มและน้ำข้าวโรงพยาบาลซึ้งใจเลยว่าถึงจะมีหมูไก่ชิ้นโตๆมาให้กินแต่มันกินไม่ได้กินไม่ลงนี่มันเป็นอย่างไร...เข้าใจคนไข้เพิ่มขึ้นมากด้วยตนเองเลย

.แต่ฉันได้เคล็ดลับเวลาเริ่มแสบท้องก่อนจะกินข้าวว่าถ้าจิบน้ำหวาน(ไม่หวานมาก)รองท้องสักนิดจะช่วยได้มาก..เทคนิคนี้ป้าโมงผู้ป่วยที่รู้จักกันอีกห้องหนึ่งแนะนำมาใช้ได้ผลดีมาก..

สุดท้ายวันนี้ฉันดีใจมากที่ได้ออกจากโรงพยาบาลเพราะตอนป่วยนั้นไม่สามารถเข้าอินเตอร์เน็ตหรือคิดเรื่องงานได้มากนัก..เนื่องจากหมอสั่งให้ลดเรื่องวุ่นวาย/เกี่ยวกับชาวบ้าน...ทำให้เรามีเวลาจดจ่อและสังเกตอยู่กับตัวเอง...ซึ่งเหมือนเข้าคอร์สอบรมจิตใจตัวเองอย่างหนึ่งเหมือนกัน...