อันที่จริงก็รับปาก คุณบอน  ไว้นานแล้วว่าจะเขียนบันทึกถึงเรื่องหนังสือ ทำมือ (มือทำ)   ที่ก่อเกิดและดำเนินไปในวิถีรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ทั้งในฐานะที่เคยคลุกคลีอยู่กับกลุ่มแรกเริ่มและในฐานะที่ร่วมวงไพบูลย์เป็นกลุ่มวรรณกรรมผลิตหนังสือทำมือมาแล้วในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

 

 

 

 

อันที่จริงในระยะแรก ๆ ในกลุ่มพวกผมเรียกหนังสือที่ขีด ๆ เขียน ๆ  แล้วทำเป็นต้นฉบับ  เสร็จแล้วก็นำไปถ่ายสำเนาเย็บเล่มด้วยมือโดยไม่ผ่านกระบวนการสำนักพิมพ์นี้ว่า หนังสือทำมือ   แต่เมื่อครั้งที่ได้พูดคุยกับอาจารย์สุชาติ สวัสดิ์ศรี  ปูชนียบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเสมือน ตู้วรรณกรรมเคลื่อนที่   จึงได้รู้ว่าถ้าจะให้ถูกควรต้องเรียกว่า หนังสือมือทำ   !

 

กระนั้นผมก็ขออนุญาตใช้คำว่า หนังสือทำมือ   ก็แล้วกัน  เพราะฟัง ๆ อ่าน ๆ แล้วรู้สึกคล่องหูคล่องตากว่าเป็นไหน ๆ      

 

ในส่วนที่เป็นต้นตำนานการเกิดหนังสือทำมือนั้นผมไม่ทราบแน่ชัด  และอาจารย์สุชาติ สวัสดิ์ศรีเองก็ไม่ได้ฟันธงชัดเจนนัก  ผมรู้แต่เพียงคร่าว ๆ ว่าในอดีตคนหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ขับเคลื่อนและสร้างสรรค์ขึ้น  โดยปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่าจังหวัดเชียงใหม่ คือ อีกหัวเมืองหนึ่งที่หนังสือทำมือยังคงโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาสืบมา จนถึงบัดนี้

       

 

แต่ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ก็ถือได้ว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งที่คึกคักด้วยบรรยากาศของหนังสือทำมือและมีกลุ่มวรรณกรรมผลิบานขึ้นมาอย่างไม่รู้จบ  แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้ว่ากลุ่มวรรณกรรมใดที่เป็นกลุ่มแรกในการลุกขึ้นมาเขียนบทกวี เรื่องสั้น ฯลฯ และรวบรวมเป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ  ง่าย ๆ จำหน่ายจ่ายแจกแก่บรรดาคอวรรณกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย  

 

 

 

 

ล่าสุดในการเปิดตัวนิตยสาร 3 ฉบับของนิสิต มมส,    ผมก็ได้เรียนข้อมูลนี้แก่นักเขียนซีไรต์ (ไพฑูรย์  ธัญญา)  หรือ ผศ.ธัญญา  สังขพันธานนท์  ว่าหากไม่นับชมรมวรรณศิลป์แล้วต้องถือว่า กลุ่มวรรณกรรมป่งใบ   คือ กลุ่มวรรณกรรมกลุ่มแรกที่เป็นต้นกำเนิดหนังสือทำมือใน มมส (ยุคนั้น คือ มศว มหาสารคาม) โดยหนังสือทำมือฉบับแรกเผยโฉมออกสู่ชาวมมส เมื่อปี 2536

 

 

 

   

แต่ก่อนท่านทั้งหลายจะรู้จักกับกลุ่มวรรณกรรมป่งใบนั้น,  ผมมีหนังสือทำมือ 2 เล่มของชมรมวรรณศิลป์ที่น่าสนใจมาบอกกล่าว,  เป็นหนังสือทำมือที่ทำขึ้นเพื่อประกอบการจัดโครงการ วรรณกรรมสัญจร   ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องมายาวนานถึง 15 ปี

 

 

 

 

เล่มแรกเป็นหนังสือทำมือที่ระลึกในวรรณกรรมสัญจร ครั้งที่ 7  ตอน เพลงภูพาน  เหตุที่เรียกเช่นนั้นก็เพราะว่าวรรณกรรมสัญจรครั้งที่ 7 จัดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติภูพาน จ.สกลนคร  ผืนแผ่นดินที่จิตร ภูมิศักดิ์ (นักรบประชาชน)  ได้จบชีวิตลงที่นั่น

 

 

การไปจัดกิจกรรมที่นั่นจึงย่อมหลีกไม่พ้นต่อการไปย้อนรำลึกตำนานการต่อสู้ของนักรบประชาชนท่านนี้  โดยที่ภายในเล่มหนังสือนั้นมีการบันทึกประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ วรรณกรรมสัญจร จากครั้งแรกมาถึงปัจจุบัน  รวมถึงการรวบรวมผลงานของนิสิตที่คัดสรรมาจากเวทีวรรณกรรมสัญจรเมื่อครั้งที่ผ่านมา  ตลอดจนการนำเสนอประวัติของนักเขียนที่เป็นวิทยากรในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน    

 

หนังสือทำมือเล่มที่ 2   ที่ผมนำมาแสดงนั้นเป็นวรรณกรรมสัญจร ครั้งที่  11 ตอน ไปเขาใหญ่  (อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)  เล่มนี้ใหญ่หนาผิดกับเล่มก่อนมาก เทคนิคและสีสันก็ดูเจิดจ้ามากกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด เนื้อหาภายในก็หลายหลายขึ้น  และโดยเฉพาะทักษะทางวรรณกรรมของนิสิตก็ดูจะจัดจ้านกว่าครั้งก่อน ๆ  

   

 

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนังสือทำมือของชมรมวรรณศิลป์ที่ถือได้ว่าเป็นองค์กรนิสิตที่บุกเบิกเส้นทางหนังสือทำมือไว้ใน มมส อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว  ซึ่งต่อมาไม่นานก็เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มวรรณกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและผลิตหนังสือทำมือออกมาอย่างเป็นทางการให้ได้เสพวรรณกรรมกันอย่างต่อเนื่องและข้นเข้ม !

   

นี่คือ..บางเรื่องเล่าที่บันทึกเบิกร่องก่อนไปสู่กลุ่มวรรณกรรมต่าง ๆ ใน มมส  ที่สร้างปรากฏการณ์หนังสือทำมือได้อย่างน่าอัศจรรย์ !  จนผมอดไม่ได้ที่จะยกย่องว่าหนังสือทำมือ  คือ  พลังทางปัญญาของหนุ่มสาวชาวมหาวิทยาลัย