เรื่องเล่าจากดงหลวง 16 ผีปอบดงหลวง

  ติดต่อ

  ทำไมต้องยิงทิ้งด้วย.. ไม่มีวิธีอื่นๆหรือ...พ่อหวังกล่าวว่า ชาวบ้าน โดยเฉพาะญาติพี่น้องใช้ทุกวิธีแล้วก็ไม่ยอมหนีไป ไม่หาย และที่สำคัญสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน สังคมมากขึ้น จึงปล่อยไปไม่ได้ สังคมก็จัดการเขาเอง.....  

1.              เรื่อง ผี ผี  :  ไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้มีหนัง ผี ผี ออกมาหลายเรื่อง แต่เป็นเพราะวันหนึ่งผู้เขียนได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ไปร่วมการสัมมนากับกระทรวงยุติธรรมเรื่อง การเลือกปฏิบัติซึ่งในพื้นที่ดงหลวงมีชาวไทโซ่  ที่เป็นประชาชนเป้าหมายที่เขาต้องการเชิญเข้าร่วม ผู้เขียนจึงเอาพ่อหวัง วงษ์กะโซ่เป็นผู้แทนไปด้วยกัน  ระหว่างขับรถไปขอนแก่นเราก็คุยกันสารพัดเรื่อง  แล้วพ่อหวังก็วกมาเรื่อง ปอบว่า อาจารย์..ผมทิ้งเพื่อนบ้านมานะเนี่ยะ มากันเต็มบ้านเลย   มีเรื่องอะไรหรือครับ ผมถาม..  พ่อหวังกล่าวว่า พี่น้องและเพื่อนบ้านมาประชุมกันเพื่อจะเดินขบวนไปโรงพักเพื่อคัดค้านการจับกุมญาติในข้อหาที่ตำรวจตั้งไว้ว่า ฆ่าคนตายโดยเจตนา ถูกกล่าวหาว่าฆ่าญาติตนเองที่เป็น ปอบ  อะไรนะ ฆ่าญาติตนเองที่เป็นปอบผมย้ำคำ  พ่อหวังก็ตอบว่า ใช่ครับมีการฆ่ากันตายเมื่อวันก่อน  และคนตายถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ  

2. สังคมชุมชนกับปอบ:  ผู้เขียนเคยพบทุกแห่งที่ทำงานชนบท ตั้งแต่เชียงใหม่ สุรินทร์ นครสวรรค์ ซึ่งอาจจะเรียกต่างกัน เช่นทางเหนือเรียก ผีก๊ะ หรือ ผีกะ ที่นั่นผู้นำชุมชนที่ใกล้ชิดเราถูกชุมชนกล่าวหาจนอยู่ในชุมชนไม่ได้ต้องอพยพไปที่อื่น ในทางวิชาการด้านการแพทย์มองในมุมที่เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ทางจิตเวช นักสังคม-มานุษยวิทยากล่าวว่าเป็นกระบวนการการจัดการทางสังคม แต่นักพัฒนาอย่างเรา ท่านไม่รู้ว่ามองแบบไหน ดูเหมือนว่าไม่เคยหยิบมาขึ้นโต๊ะคุยกันอย่างจริงจัง มีแต่นำมาเล่าสู่กันฟังเท่านั้น ที่ผู้เขียนหยิบมาเพราะมันน่าสนใจที่ดงหลวงมีปรากฏการณ์เกิดขึ้น  และเกิดขึ้นบ่อยเกือบทุก 2-3 ปี ผลกระทบอาจจะกล่าวได้ไม่ชัดเจนว่ามีอย่างไรบ้างแต่ในความรู้สึกต่อคนนอกที่เข้าไปทำงานกับคนในนั้นมันเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจพอสมควรทีเดียว ขณะปัจจุบันกำลังมีการกล่าวกันว่าเกิดปอบขึ้นที่บ้านพังแดงอีกแล้ว..

3. ปอบในอดีตจากการบอกเล่าของพ่อหวัง: พ่อหวังกล่าวว่าหลังจากออกจากป่ามาจนถึงปัจจุบันมีปอบเกิดขึ้นที่บ้านเลื่อนเจริญและบ้านใกล้เคียงแล้ว 4 ตัว และทั้งหมดชุมชนแก้ปัญหาโดย ยิงทิ้ง หลังจากที่พยายามแก้ปัญหาโดยวิธีการทางประเพณีแล้วไม่หาย และผู้เป็นปอบก็ไม่ยอมหลบจากสังคมไปอยู่ที่อื่น  โดยหาคนยิงไม่ได้ และสังคมก็ไม่สนใจที่จะเอาผิดกับคนยิงทิ้ง ตำรวจหรือทางราชการก็ไม่ได้ติดตามเอาเรื่องอย่างใด ปล่อยให้สังคมจัดการกันเองเหมือนกับว่านั่นเป็นการจัดการของสังคมที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว...ผู้เขียนถามว่า ทำไมต้องยิงทิ้งด้วย.. ไม่มีวิธีอื่นๆหรือ...พ่อหวังกล่าวว่า ชาวบ้าน โดยเฉพาะญาติพี่น้องใช้ทุกวิธีแล้วก็ไม่ยอมหนีไป ไม่หาย และที่สำคัญสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน สังคมมากขึ้น จึงปล่อยไปไม่ได้ สังคมก็จัดการเขาเอง....

4. ปอบ กรณีที่ถูกยิงตายที่ดงหลวง: กรณีสุดท้ายที่เกิดที่ดงหลวงเมื่อต้นเดือน พ.ย.นั้นตำรวจไม่ยอมปล่อยเหมือนอดีต มีการจับกุมตัวผู้ที่คาดว่ากระทำการยิง โดยมีผู้แจ้งความซึ่งคนแจ้งความ คนยิง และปอบผู้ถูกยิงล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น  แต่เพื่อนบ้านที่รู้จักผู้ถูกกล่าวหาว่ายิงปอบนั้นไม่เชื่อว่าจะเป็นผู้ยิง เพราะในช่วงเวลาที่เกิดการยิงกันนั้น มีพยานกล่าวว่าได้นั่งอยู่กับผู้ถูกกล่าวหาอยู่ จึงยืนยันว่าไม่ใช่ผู้กระทำการ  เมื่อมีคนยืนยันเช่นนั้น เพื่อนบ้านจำนวนมากก็พากันมาบ้านพ่อหวังเพื่อจะชวนกันเดินขบวนไปล้อมโรงพักเพื่อขอให้ตำรวจปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว  แต่พ่อหวังห้ามไว้ว่าอย่าไปเดินขบวนเลย  เราไปเป็นพยานยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาก็พอ... พ่อหวังเป็นญาติกับผู้ตาย และพ่อหวังเองก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ตระกูลผมก็เคยเป็นปอบมาแล้ว และเป็นปอบใหญ่ด้วย....ผู้เขียนกำลังติดตามปอบบ้านพังแดงอยู่ในปัจจุบัน ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต..หวั่นใจจริงๆ........

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากดงหลวง

หมายเลขบันทึก: 75721, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-19 10:11:00+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ผีปอบ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (9)

IP: xxx.12.97.116
เขียนเมื่อ 

...ตระกูลผมก็เคยเป็นปอบมาแล้ว และเป็นปอบใหญ่ด้วย....

แล้วลักษณะของการเป็นปอบ เป็นยังไงค่ะ

และปอบบใหญ่ ต่างจากปอบปกติ อย่างไร

เรียนท่าน ไม่แสดงตน ผมเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปอบ แต่เอาเท่าที่ทราบก่อนนะครับ วันหลังจะไปสนอบถามเพิ่มเติม หรือท่านใดทราบกรุณาเพิ่มเติมข้อมูลด้วยครับ

ปอบนั้น พี่น้องชาวอีสานในชนบททั่วไปจะทราบดี เพราะมีปรากกการณ์เกิดขึ้นบ่อยๆในสังคมชุมชน คนที่โดนปอบเข้าจะมีลักษณะอาการผิดปกติไปกว่าคนทั้งหลายจนสังเกตได้ และอาการแต่ละคนที่แสดงออกก็ไม่เหมือนกัน ที่พออธิบายได้คือ อาการเหมือนคนป่วย ตาขวาง พูดจาแปลกๆไปจากปกติของเขาซึ่งคนใกล้ชิดจะรู้ดีว่าผิดไปอย่างไร เมื่อเป็นขึ้นมาแล้วก็จะก่อให้เกิดอาเพทต่างๆในชุมชนนั้นหรือใกล้เคียง เช่นมีคนป่วยเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุในครอบครัวอื่นๆ หรือในหมู่บ้านข้างเคียง ญาติสนิทมักจะเอาหมอพื้นบ่านมาดู พิจารณา หากหมอบอกว่าโดนปอบกิน ญาติก็จะสืบว่าใครเป็นปอบบ้างในขณะนี้ของบ้านนี้หรือบ้านข้างเคียง หากพบก็จะทำพิธีขับไล่โดยพิธีกรรมพื้นบ้านต่างๆ โดยมากที่พบคือคนที่รู้ตัวว่าเป็นปอบ หรือญาติพี่น้องที่รู้ว่าคนในบ้านเป็นปอบก็จะให้หนีหายออกไปจากหมู่บ้านเสียไกลๆสักพัก เมื่อปกติดีแล้วค่อยกลับมาใหม่

ส่วนปอบใหญ่นั้น ทราบว่า การเป็นปอบนั้น บางทีมันมีเชื้อมาจากบรรพบุรุษ รุ่นปู้น่าตาทวดนั้นเป็น รุ่นลูกหลายก็อาจจะเป็น ที่นี้ที่ดงหลวงชุมชนเป็นไทโซ่ซึ่งมีนามสกุลเดียวกันทั้งตำบล เช่น เชื้อคำฮด อยู่ที่ตำบลพังแดง วงษ์กะโซ่ จะอยู่ที่ตำบลดงหลวงเป็นต้น จึงมีต้นตระกูล หรือโคตรใหญ่ที่สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ หากระดับขั้นทางสังคมยังสูงอยู่หากเป็นปอบก็เป็นปอบใหญ่  เช่นเรื่องดังที่ผมเล่ามานั้นตระกูลของพ่อหวังเป็นตระกูลใหญ่ เป็นสายหลักของตระกูล หากเคารพกราบไหว้กัน พ่อหวังก็จะมีญาติพี่น้องที่ลำดับขั้นของสายตระกูลที่เป็นน้องๆลงไปมากราบไหว้มากมาย  พ่อหวังจึงกล่าวว่าระดับของเขาเป็นมีความเป็นใหญ่ทางเครือญาติและรุ่นปู้เคยเป็นปอบ เขาจึงมีเชื้อปอบใหญ่อยู่ในสายเลือด ทำนองนี้ครับ เพียงแต่ว่าปอบในสายเลือดอาจะเป็นแค่ความเชื่อของชุมชนที่เชื่อถือต่อๆกันมาครับ....มีเพื่อนบอกว่าหากเข้าชนบทไม่ต้องกลัวปอบ มีวิธีกันปอบง่ายๆคือให้พก "มือถือ" ไปด้วย ไม่ใช่ปอบกลัว Nokia หรือ  Simens อะไรหรอกครับ  แต่เขากลัวคลื่นความถี่ของมือถือครับ ..ฟังเอาไว้ก่อนนะครับ.. หากผิดพลาดอย่างใดต้องขออภัยด้วยครับ

เกิดที่ดงหลวงโตที่ดงหลวงและเลื่อดโซ่แท้
IP: xxx.1.128.55
เขียนเมื่อ 

มันคือกลยุธทีจัดการคนอื่นโดยอาศัยความเชื่อและความไม่รู้ของคนในหมู่บ้านทำร้ายคน คนที่อยู่ ดงหลวง

 มีไครเคยเห็นปอบมั่ง คำตอบคือไม่เคยมีไครเห็นมีแต่คำบอกต่อกันไป ปวดหัวตัวร้อน ก็ หาว่าปอบทำ ชาวดงหลวงทุกคนจงเชื่ออย่างมีสติ ความเชื่อคือต้นกำเนิดของวัฒนธรรม แต่ความเชื่อที่ผิดและเป็นอันตรายต่อสั่งคมเราควรหันมาคิดใหม่นะ(จงมีสติในการเชือ อย่าใครที่ใหนมาเรียกเราว่าโซ่หน้าโง่)

เรียน เกิดที่ดงหลวงโตที่ดงหลวงและเลื่อดโซ่แท้

การที่พ่อหวัง วงศ์กะโซ่เติบโตมาจนถึงวันนี้ มีคนยอมรับนับถือมากมาย เป็นปราชญ์คนหนึ่ง เป็นผู้นำเครือข่ายไทบรู คนทั้งบ้านเลื่อนเจริญรู็จักพ่อหวังดี หากคำบอกเล่าเรื่องปอบของพ่อหวังคือกลยุทธการจัดการคนนั้น ผมไม่สามารถยอมรับได้ครับ แม้ผมไม่ใช่คนดงหลวง ไม่ใช่โซ่ และผมก็ไม่ใช่คนที่งมงายในเรื่องเหล่านี้ แต่ผมฟัง รับฟัง และน้อมรับสิ่งที่พ่อหวังเล่า

นักมานุษยวิทยานั้นข้องไม่ทิ้งประเด็นเหล่านี้ที่มีบทบาทต่อพฤติกรรมของคนในชุมชน ท่านคงรู้จักกรณีบ้านพังแดงนะครับ  แต่อาจจะมีคนที่พยายามแสวงหาผลประโยชน์บางอย่างแล้วใช้ความเชื่อของชาวบ้านมาใช้เป็นเครื่องมือนั้น ผมก็เชื่อว่าอาจจะมี เพราะปัจจุบันการแสวงหาผลประโยชน์นั้นมีมากมาย  แม้ไม้ในป่าก็มีคนมีสีเป็นเจ้าใหญ่ที่ใช้อำนาจหน้าที่หาผลประโยชน์ และใช้กลยุทธร้อยแปดเพื่อให้งานตนเองสำเร็จ...ผมรับฟังมาจากคนในนั่นแหละครับ

ขอบคุณครับที่มาแลกเปลี่ยนกัน ช่วยเปิดเผยชื่อที่อยู่ได้ไหมครับ วันหลังได้ไปเยี่ยมยามกันครับ

ทัศน์
IP: xxx.91.18.201
เขียนเมื่อ 

ปอบ ทำไมจึงไม่มีในศาสนาอื่นๆ ที่ไม่มีความเชื่อนี้ ผีทำไมไม่มีในอิสลาม มีแต่พุทธ ผู้รู้ที่ไม่งมงายช่วยตอบทีครับ แล้วอาการผีเข้าทำไมจึงมีแต่กับผู่หญิง เพราะผู้หญิงมีมดลูกเมื่อมดลูกเคลื่อนตัวจากการทำงานหนัก จึงมีอาการเพี้ยน สังเกตุว่าถ้ามีอะไรไปกระทบมดลูกเค้าเค้าจะหงุดหงิด เช่นเป็นเมนส์ กับตั้งครรภ์ คนนั้นจะหงุดหงิดงุ่นง่าน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เขียนไว้ สรุปแบบไดถูกกันแน่

เรียนตรงไปตรงมา ผมไม่ทราบครับ ท่านที่ทราบกรุณาแบ่งปันความรู้ด้วยครับ

วิสา
IP: xxx.230.150.87
เขียนเมื่อ 

ศาสนาอื่นก็มีพวกภูตผีปิศาจเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเกิดจากกรรม การกระทำ อดีตชาติและปัจจุบันชาติ กรรมดีกรรมเลว เทวดาเทพ พรหม เปรต อสุรกาย ภูต ผี ปิศาจ ฯลฯ กรรมเป็นผู้กำหนด ถ้าเราไม่มีกรรมร่วมกันอะไรก็ทำอะไรเราไม่ได้

แต่ที่แน่ๆ คำโบราณว่ากล่าวตักเตือนอะไรไว้มักเป็นจริงเสมอ อย่างเรื่องนอนเอาหัวไปทางทิศตะวันตก วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้หรือไม่

ขอบคุณครับที่เข้ามาแชร์กันครับ

237
IP: xxx.158.166.150
เขียนเมื่อ 

ผีและปีศาล มีทุกศาสนา ครับ เพราะถ้าไม่มีผีก้ไม่มีศาสนา ผีเกิดจากความกลัวหรือจิตที่กลัวศาสนาจึงเกิดขึ้นเพื่อสอบให้ป้องกันความกลัวนั้น ด้วยการทำจิตให้ว่างแต่ไปอะไรที่ยากน่ะ คนเราจึงกลัวล่ะเชื่อตามกันมา ทั้งที่ผมคิดแบบนี้แต่ผมก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี ไม่ว่าจะใครเล่าในให้ฟัง หรืออ่านจาก เว็ปต่าง