ทำไมต้องยิงทิ้งด้วย.. ไม่มีวิธีอื่นๆหรือ...พ่อหวังกล่าวว่า ชาวบ้าน โดยเฉพาะญาติพี่น้องใช้ทุกวิธีแล้วก็ไม่ยอมหนีไป ไม่หาย และที่สำคัญสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน สังคมมากขึ้น จึงปล่อยไปไม่ได้ สังคมก็จัดการเขาเอง.....

1.             เรื่อง ผี ผี : ไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้มีหนัง ผี ผี ออกมาหลายเรื่อง แต่เป็นเพราะวันหนึ่งผู้เขียนได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ไปร่วมการสัมมนากับกระทรวงยุติธรรมเรื่อง การเลือกปฏิบัติซึ่งในพื้นที่ดงหลวงมีชาวไทโซ่  ที่เป็นประชาชนเป้าหมายที่เขาต้องการเชิญเข้าร่วม ผู้เขียนจึงเอาพ่อหวัง วงษ์กะโซ่เป็นผู้แทนไปด้วยกัน  ระหว่างขับรถไปขอนแก่นเราก็คุยกันสารพัดเรื่อง  แล้วพ่อหวังก็วกมาเรื่อง ปอบว่า อาจารย์..ผมทิ้งเพื่อนบ้านมานะเนี่ยะ มากันเต็มบ้านเลย   มีเรื่องอะไรหรือครับ ผมถาม..  พ่อหวังกล่าวว่า พี่น้องและเพื่อนบ้านมาประชุมกันเพื่อจะเดินขบวนไปโรงพักเพื่อคัดค้านการจับกุมญาติในข้อหาที่ตำรวจตั้งไว้ว่า ฆ่าคนตายโดยเจตนา ถูกกล่าวหาว่าฆ่าญาติตนเองที่เป็น ปอบ  อะไรนะ ฆ่าญาติตนเองที่เป็นปอบผมย้ำคำ  พ่อหวังก็ตอบว่า ใช่ครับมีการฆ่ากันตายเมื่อวันก่อน  และคนตายถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ 

2. สังคมชุมชนกับปอบ:  ผู้เขียนเคยพบทุกแห่งที่ทำงานชนบท ตั้งแต่เชียงใหม่ สุรินทร์ นครสวรรค์ ซึ่งอาจจะเรียกต่างกัน เช่นทางเหนือเรียก ผีก๊ะ หรือ ผีกะ ที่นั่นผู้นำชุมชนที่ใกล้ชิดเราถูกชุมชนกล่าวหาจนอยู่ในชุมชนไม่ได้ต้องอพยพไปที่อื่น ในทางวิชาการด้านการแพทย์มองในมุมที่เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ทางจิตเวช นักสังคม-มานุษยวิทยากล่าวว่าเป็นกระบวนการการจัดการทางสังคม แต่นักพัฒนาอย่างเรา ท่านไม่รู้ว่ามองแบบไหน ดูเหมือนว่าไม่เคยหยิบมาขึ้นโต๊ะคุยกันอย่างจริงจัง มีแต่นำมาเล่าสู่กันฟังเท่านั้น ที่ผู้เขียนหยิบมาเพราะมันน่าสนใจที่ดงหลวงมีปรากฏการณ์เกิดขึ้น  และเกิดขึ้นบ่อยเกือบทุก 2-3 ปี ผลกระทบอาจจะกล่าวได้ไม่ชัดเจนว่ามีอย่างไรบ้างแต่ในความรู้สึกต่อคนนอกที่เข้าไปทำงานกับคนในนั้นมันเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจพอสมควรทีเดียว ขณะปัจจุบันกำลังมีการกล่าวกันว่าเกิดปอบขึ้นที่บ้านพังแดงอีกแล้ว..

3. ปอบในอดีตจากการบอกเล่าของพ่อหวัง: พ่อหวังกล่าวว่าหลังจากออกจากป่ามาจนถึงปัจจุบันมีปอบเกิดขึ้นที่บ้านเลื่อนเจริญและบ้านใกล้เคียงแล้ว 4 ตัว และทั้งหมดชุมชนแก้ปัญหาโดย ยิงทิ้ง หลังจากที่พยายามแก้ปัญหาโดยวิธีการทางประเพณีแล้วไม่หาย และผู้เป็นปอบก็ไม่ยอมหลบจากสังคมไปอยู่ที่อื่น  โดยหาคนยิงไม่ได้ และสังคมก็ไม่สนใจที่จะเอาผิดกับคนยิงทิ้ง ตำรวจหรือทางราชการก็ไม่ได้ติดตามเอาเรื่องอย่างใด ปล่อยให้สังคมจัดการกันเองเหมือนกับว่านั่นเป็นการจัดการของสังคมที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว...ผู้เขียนถามว่า ทำไมต้องยิงทิ้งด้วย.. ไม่มีวิธีอื่นๆหรือ...พ่อหวังกล่าวว่า ชาวบ้าน โดยเฉพาะญาติพี่น้องใช้ทุกวิธีแล้วก็ไม่ยอมหนีไป ไม่หาย และที่สำคัญสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน สังคมมากขึ้น จึงปล่อยไปไม่ได้ สังคมก็จัดการเขาเอง....

4. ปอบ กรณีที่ถูกยิงตายที่ดงหลวง: กรณีสุดท้ายที่เกิดที่ดงหลวงเมื่อต้นเดือน พ.ย.นั้นตำรวจไม่ยอมปล่อยเหมือนอดีต มีการจับกุมตัวผู้ที่คาดว่ากระทำการยิง โดยมีผู้แจ้งความซึ่งคนแจ้งความ คนยิง และปอบผู้ถูกยิงล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น  แต่เพื่อนบ้านที่รู้จักผู้ถูกกล่าวหาว่ายิงปอบนั้นไม่เชื่อว่าจะเป็นผู้ยิง เพราะในช่วงเวลาที่เกิดการยิงกันนั้น มีพยานกล่าวว่าได้นั่งอยู่กับผู้ถูกกล่าวหาอยู่ จึงยืนยันว่าไม่ใช่ผู้กระทำการ  เมื่อมีคนยืนยันเช่นนั้น เพื่อนบ้านจำนวนมากก็พากันมาบ้านพ่อหวังเพื่อจะชวนกันเดินขบวนไปล้อมโรงพักเพื่อขอให้ตำรวจปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว  แต่พ่อหวังห้ามไว้ว่าอย่าไปเดินขบวนเลย  เราไปเป็นพยานยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาก็พอ... พ่อหวังเป็นญาติกับผู้ตาย และพ่อหวังเองก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ตระกูลผมก็เคยเป็นปอบมาแล้ว และเป็นปอบใหญ่ด้วย....ผู้เขียนกำลังติดตามปอบบ้านพังแดงอยู่ในปัจจุบัน ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต..หวั่นใจจริงๆ........