GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เอาข้าวสารไปแลกปุ๋ย

เรื่องที่เล่ามาไม่ใช่นิยายแต่เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพวกเราในวันนี้ที่ประชุมตกลงว่าจะมีการเอาข้าวสารไปแลกปุ๋ยในวันที่ 31 มกราคม 2550 ทุกคนบอกว่าต้นตอมาจากการเรียนแต่สิ่งที่คิดและทำเป็นของจริงไม่มีสิ่งอื่นแอบแฝง
                         วันนี้(28   มกราคม    2550)   มีภารกิจในการนำนักศึกษาปริญญาตรี หลักสูตรสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น    ศูนย์เรียนรู้บ้านเม็กดำ   ในโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครกับสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน    ลงพื้นที่เพื่อเรียนวิชาวิทยากรกระบวนการ    แผนแม่บทชุมชน   ความจริงของชีวิต    เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้    บางท่านอ่านแล้วอาจจะงงว่ามันเรียนวิชาอะไรกันแน่   แต่เราคิดว่าทุกพื้นที่มีความเป็นสหวิทยาการ   ดังนั้นเวลาจะลงพื้นที่นักศึกษากลุ่มนี้จึงมีโจทย์หลายข้อติดมือไป                           

                            พวกเราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง  การเปลี่ยนสิ่งที่รับรู้เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้ก็มีมากบ้างน้อยบ้างตามพลังของแต่ละคน  ซึ่งโดยเจตนารมณ์ของหลักสูตรนี้เราต้องการเกิดและมีผู้นำท้องถิ่นที่ดี  เราไม่มีเจตนารมณ์ที่จะผลิตบัณฑิตที่เห็นคุณค่าการศึกษาแค่การได้ปริญญา   เราต้องการคนที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
                          

                           วันนี้ได้เห็นภาพแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านฐานการใช้แนวคิดการจัดการความรู้อย่างชัดเจน แต่เป็นความชัดเจนบนฐานการใช้ชุดความรู้ในท้องถิ่น  ซึ่งกิจกรรมวันนี้มีหลายวง  แต่มีอีกหนึ่งวงที่ขอเล่าสู่กันฟัง ด้วยดูเหมือนไม่ค่อยได้ยินเรื่องแบบนี้เท่าไรนัก 
                           
                             สายทอง    พันธุวร   เป็นนักศึกษาปริญญาตรี    หลักสูตรสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ
และทำหน้าที่ประธานกลุ่มปุ๋ยอินทรียชีวภาพ  บ้านหนองบัวแปะ  อำเภอยางสีสุราช    จังหวัดมหาสารคาม                           

                             บุญเรือง   ยางนอก
    เป็นหัวหน้ากลุ่มเกษตรกรลำพังชู  บ้านเม็กดำ   อำเภอพยัคฆภูม
จังหวัดมหาสารคาม                            

                          
ประหยัด  โมกศรี       เป็นครูวิทยาศาสตร์  โรงเรียนบ้านเม็กดำ        อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย  จังหวัดมหาสารคาม 
                          

                               ทั้งสามคนเปรียบเป็นสามหนุ่มสามมุม แต่มาพบกันในวงเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้  และช่วงบ่ายได้ส่งสายมากระซิบบอกผมว่าจะมีการลงนามในความร่วมมือใต้ร่มมะม่วงข้างวัด  จึงเชิญท่านเป็นสักขีพยานด้วย  เมื่อถึงเวลาทั้งสามท่านพร้อมด้วยทีมงานของแต่ละฝ่ายนั่งล้อมวงคุยกัน สรุปว่า สายทอง มีปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสูตรใหม่อยากให้มาลองใช้ที่เม็กดำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย   แต่มีข้อตกลงดังนี้ 
                          

                          1.   สายทอง
   ให้ปุ๋ยมาใช้ทั้งในโรงเรียนและสวนที่ลำพังชู    โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วยเหตุว่าได้มาพึ่งความร่มเย็น
เป็นนักศึกษาที่เม็กดำ
                          

                   
2.   บุญเรือง     บอกว่ายินดีและไม่มีอะไรตอบแทน    นอกจากข้าวสาร   ให้ชาวบ้านหนองบัวแปะ    ได้หุงกินพร้อมบันทึกความทรงจำดีๆไว้ในสองหมู่บ้าน                           

                  
3.    ประหยัด     บอกว่ายินดีแต่ไม่มีข้าวสารเหมือนพ่อใหญ่เรือง จึงขอรับอาสาเรื่องรถขนปุ๋ย                                            

                           เรื่องที่เล่ามาไม่ใช่นิยายแต่เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพวกเราในวันนี้ที่ประชุมตกลงว่า
จะมีการเอาข้าวสารไปแลกปุ๋ยในวันที่ 
31  มกราคม   2550     ทุกคนบอกว่าต้นตอมาจากการเรียนแต่สิ่งที่คิดและทำเป็นของจริงไม่มีสิ่งอื่นแอบแฝง   

                       
โดยส่วนตัวผมเองนั่งฟังเขาเหล่านั้นคุยกันรู้สึกว่าสิ่งที่หายหน้าไปจากสังคมไทยเริ่มหวนกลับแล้วหรือนี่   สังคมไทยที่เอื้ออาทร  สังคมไทยที่มีการให้และรับอย่างมีเหตุผล   บนสถานการณ์ที่วุ่นวายรอบด้านในปัจจุบัน ผมคิดว่ายังมีเรื่องราวดีๆเช่นนี้เกิดขึ้นเช่นกัน                                                                                                                  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 75140
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

สมัยก่อน "ข้าวบ้านเหนือ เกลือบ้านใต้"

สมัยต่อมา "หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ"

สมัยนี้ "ปุ๋ย แลกข้าว"

สมัยหน้า "ครู แลก ครู"

ผมเอาข้าวไปแลกใจคนครับ ไม่มีขายครับ
  • บันทึกนี้เป็นยิ่งกว่า จส 100  ร่วมด้วยช่วยกันก่อเกิดประโยชน์มหาศาล
  • ครั้งหนึ่ง..หมอลำแลกข้าว ก็พอมี (ผมเกิดทันได้เห็น)
  • ส่วนผมวันที่ 2 - 4 ก.พ. นี้ร่วมกับนิสิตจะนำข้าวเปลือกที่บรรดานิสิตไปช่วยชาวบ้านเกี่ยวข้าวเพื่อแลกข้าวเปลือกนำไปช่วยชาวอุตรดิตถ์ที่ประสบภัยน้ำท่วมโคลนถล่ม
  • สังคมแห่งความเกื้อกูลได้เกิดขึ้นแล้ว ต่อไปก็จะกลายเป็นพอเพียง สมานฉัน์ท์และสันติ ค่ะท่าน ผอ. 
  • แต่จะทำอย่างไรให้คำว่าเกื้อกูลพัฒนาต่อยอดไปถึงสิ่งที่เราหวังได้
  • จะข้าวไปแลกวัวแถว ๆ เม็กดำได้ไหมค่ะ

   ขอบคุณค่ะ