ผมได้ตอบคุณ Beeman ในเรื่องเราเขียนบล็อกไปทำไม ว่าปัญหาการทำ Km ตอนนี้นั้นเรามีหลุมดำที่สำคัญ ที่เราสร้างกันเองไว้อยู่หลายหลุมแล้ว เช่น
  1. คำว่า KM ทำให้คนทั่วไปงงมากจนคิดอะไรไม่ออก เดินไม่เป็นก้าวขาไม่ออกเลยครับ
  2. ปลาทูแห้งหมื่นปี สับสนพอๆกัน มองเห็นคนเป็นปลาไปหมด ใครจะเป็นหัว เป็นหางไปเลย แม้แต่ ตาอยู่ ที่แย่งท่อนกลางของตัวปลาก็ยังงงว่าจะเอาไปดีไหม หรือจะไปเปลี่ยนกับ ตาอิน หรือ ตานา ดี จึงจะดีที่สุด
  3. สารพัด "คุณ" ใน KM ที่แยกแยะ จนขาดจากกัน ทั้งที่ควรบูรณาการเป็นคำที่เห็นความเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน  
  4. แม้แต่การให้คำจำกัดความที่สับสนของ Tacit Knowledge ว่าจะเอาออกมาให้คนอื่นดูได้โดยง่าย แค่มาเล่าสู่กันฟัง ก็ทำให้คนที่ไม่เคยขี่จักรยานสามารถขี่จักรยานล้อเดียวได้ทันที
  5. การทำ KM เชิงสมมติ ไม่มีชีวิตจริงในนั้น ที่อย่างมากก็แค่ IM (information Management) แต่ก็ยังทำให้ KM สับสนไปอีกหลายขุม
  6. การทำ KM แทนคนอื่น เหมือนทานอาหารแทนกัน คนอดอาหารก็ยังหิวเหมือนเดิม
  7. โรคติด gotoknow นับถือบล็อกเป็นพระเจ้าที่จะบันดาลทุกอย่างให้ได้
  8. โรคเจ๊าะแจ๊ะศาสตร์ขึ้นสมอง คุยเรื่องที่มีสาระหน่อยก็บอกว่าเครียดไป
  9. โรค UKMติดหล่ม ที่บางแห่งเห็นงานบริหารสำคัญกว่างานวิชาการ และคิดว่างานบริหารจะแก้ปัญหาวิชาการได้ ทั้งๆที่ผู้บริหารบางคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องงานวิชาการ แค่หนีมาเอาดีทางบริหารได้ก็เก่งสุดๆแล้ว แบบขายผ้าเอาหน้ารอด
  10. ฯลฯ

ผมคิดว่าถ้าเราไม่ก้าวข้ามหลุมดำเหล่านี้ งานที่เราทำก็จะติดกับอยู่กับเรื่องเดิมๆ

 

แล้วเราจะไปไหนกันหรือเปล่าครับ

 ขอลองหยั่งเชิงวัดกึ๋นกันดูหน่อยครับ

ว่าเรามีพอที่จะก้าวข้ามหลุมดำKMได้จริงหรือเปล่า