จำกัดความที่สับสนของ Tacit Knowledge ว่าจะเอาออกมาให้คนอื่นดูได้โดยง่าย แค่มาเล่าสู่กันฟัง ก็ทำให้คนที่ไม่เคยขี่จักรยานสามารถขี่จักรยานล้อเดียวได้ทันที
ผมได้ตอบคุณ Beeman ในเรื่องเราเขียนบล็อกไปทำไม ว่าปัญหาการทำ Km ตอนนี้นั้นเรามีหลุมดำที่สำคัญ ที่เราสร้างกันเองไว้อยู่หลายหลุมแล้ว เช่น <ol>
คำว่า KM ทำให้คนทั่วไปงงมากจนคิดอะไรไม่ออก เดินไม่เป็นก้าวขาไม่ออกเลยครับ
ปลาทูแห้งหมื่นปี สับสนพอๆกัน มองเห็นคนเป็นปลาไปหมด ใครจะเป็นหัว เป็นหางไปเลย แม้แต่ “ตาอยู่” ที่แย่งท่อนกลางของตัวปลาก็ยังงงว่าจะเอาไปดีไหม หรือจะไปเปลี่ยนกับ “ตาอิน” หรือ “ตานา” ดี จึงจะดีที่สุด
สารพัด "คุณ" ใน KM ที่แยกแยะ จนขาดจากกัน ทั้งที่ควรบูรณาการเป็นคำที่เห็นความเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน
แม้แต่การให้คำจำกัดความที่สับสนของ Tacit Knowledge ว่าจะเอาออกมาให้คนอื่นดูได้โดยง่าย แค่มาเล่าสู่กันฟัง ก็ทำให้คนที่ไม่เคยขี่จักรยานสามารถขี่จักรยานล้อเดียวได้ทันที
การทำKM เชิงสมมติ ไม่มีชีวิตจริงในนั้น ที่อย่างมากก็แค่ IM (information Management) แต่ก็ยังทำให้ KM สับสนไปอีกหลายขุม
การทำ KM แทนคนอื่น เหมือนทานอาหารแทนกัน คนอดอาหารก็ยังหิวเหมือนเดิม
โรคติด gotoknow นับถือบล็อกเป็นพระเจ้าที่จะบันดาลทุกอย่างให้ได้
โรคเจ๊าะแจ๊ะศาสตร์ขึ้นสมอง คุยเรื่องที่มีสาระหน่อยก็บอกว่าเครียดไป
โรคUKMติดหล่ม ที่บางแห่งเห็นงานบริหารสำคัญกว่างานวิชาการ และคิดว่างานบริหารจะแก้ปัญหาวิชาการได้ ทั้งๆที่ผู้บริหารบางคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องงานวิชาการ แค่หนีมาเอาดีทางบริหารได้ก็เก่งสุดๆแล้ว แบบขายผ้าเอาหน้ารอด
ฯลฯ
</ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมคิดว่าถ้าเราไม่ก้าวข้ามหลุมดำเหล่านี้ งานที่เราทำก็จะติดกับอยู่กับเรื่องเดิมๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วเราจะไปไหนกันหรือเปล่าครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> ขอลองหยั่งเชิงวัดกึ๋นกันดูหน่อยครับ </p><p>ว่าเรามีพอที่จะก้าวข้ามหลุมดำKMได้จริงหรือเปล่า</p>
เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ
เพราะดิฉันเคยเกิดความสับสนเรื่อง KM คือบล็อกgotoknow และบล็อก gotoknow คือ KM เท่านั้นหรือ และเคยสรุปความคิดของตัวเองไว้ตามกำลังสติปัญญาที่มีเพียงเล็กน้อยใน เรียน 360 องศา จากบล็อก ว่า
ถึงวันนี้คิดว่า การใช้บล็อกเพื่อการเรียนรู้ให้ได้ประโยชน์ 360 องศา นั้นคือการได้อ่าน ทฤษฎี ประสบการณ์ของคนอื่น ความคิดเห็นที่ได้แลกเปลี่ยน การเลือกวิธีการเรียนรู้ตามความสนใจ การทดลองปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง และสรุปสิ่งที่รู้เป็นระยะๆ ส่วนความถูกต้องเหมาะสมเพียงใดนอกจากตัวเองจะได้เรียนรู้เองแล้ว ยังได้จากผู้รู้ท่านอื่นๆ ที่จะมาให้ความคิดเห็นด้วย
ดิฉันมีความเชื่อส่วนตัวมาตลอดว่า บล็อกเป็นเพียงส่วนเดียวของการเผยแพร่ความรู้และจัดการความรู้ และในข้อจำกัดนั้นก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะใช้บล็อกให้เกิดประโยชน์ ...
ที่ผ่านมาได้ลองเขียนบันทึกโดยบรรจุรูปไว้น้อยที่สุด เพราะอยากทดลองว่า คนๆหนึ่ง ที่เป็นคนที่มีปัจจัยน้อยที่สุด ไม่มีอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพฯลฯ แต่ต้องการเผยแพร่ความรู้ผ่านบล็อก จะสามารถทำได้ในระดับไหน เพราะคิดไปถึงคนที่ต้องเช่าชั่วโมงอินเตอร์เนต รายได้ไม่แน่นอน ว่าจะมีโอกาสกี่มากน้อยที่จะนำเสนอความรู้ผ่านเวทีสาธารณะ .....ถ้าบล็อกคือเรื่องของเทคนิควิธีมากๆ และต้องมีอุปกรณ์ คนเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นคนตกขอบความรู้ไปหรือไม่ หรือว่าต้องยอมมอบความรู้ให้กับคนที่มีโอกาสมากกว่า เอาไปเอามาถ้าเอา KM มาผูกกับบล็อกอย่างเดียว KM จะกลายคือเรื่องของคนหยิบมือเดียวที่กินเงินเดือนประจำไปด้วยไหม...
เรียนอาจารย์ตรงๆ ว่าด้วยระดับสติปัญญาที่มีเพียงเล็กน้อย ประสบการณ์ก็ไม่มาก วิสัยทัศน์ก็เท่าที่มี ก็คิดได้แค่นี้จริงๆค่ะ.พูดมากไปก็อาจถูกคนไล่ไปอ่านวัตถุประสงค์ของบล็อกอีก ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับอาจารย์จันทรรัตน์ อาจารย์มาเติมส่วนขาดได้ดีมากครับ อาจารย์มองเห็นกลไกและขีดจำกัดของบล็อกไดชัดเจนมากครับ ผมคิดว่าเราต้องมองเห็นหลุมและมองเห็นทางไปพร้อมๆกันจึงจะเดินได้ครับ
มีอะไรหลายอย่างที่คิดว่าเป็นไปตามที่เขียน
ทำให้คนที่อ่านแล้วมีความคิดที่กล้าในสิ่งที่กล้า
และบ้างครั้งไม่กล้าคุยกันแบบตรงๆๆบล็อกก็ชวนเป็นสื่อกลางมีหลายคนที่อยากตอบอาจารย์น่ะค่ะแต่คนเหล่านั้นไม่กล้าตอบไม่กล้าถามอาจารย์บล็อกและข้อความในนี้ชวยได้มากค่ะรู้ในเรื่องที่ไม่เคยรุ้มาก่อน
ขอบคุณค่ะอาจารย์สำหรับคำชี้แนะ
หลายหลุมเกิดขึ้นเพราะ วัฒนธรรมการเรียนรู้ในสังคมเรา เอาแต่ท่องแบบร่ายเวทย์มนต์มานาน ท่องให้จำ ทำให้เหมือน คือคำตอบของคำว่า เก่ง หรือ มีความรู้
และมันได้ลุกลามเข้าไปสู่สถานศึกษาทุกระดับ และยังปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน
ด้วยความเคารพ
อุทัย อันพิมพ์
ขอมองต่างมุม ในประเด็นข้อ 7 โรคติด gotoknow นะคะ สำหรับตัวเอง คนทำงานราชการตัวเล็กๆคนหนึ่ง gotoknow เป็นแหล่งแสวงหากำลังใจในการทำงานและจัดการชีวิตตัวเอง(ส่วนหนึ่ง) ช่วยผลักดันให้มีสติมากขึ้นในการทำงาน มีกัลยาณมิตรให้เลือกคบตามจริตส่วนตัว จึงเป็นคนหนึ่งที่ติดgotoknow แม้ไม่ค่อยว่างนักก็ต้องหาเวลาเข้ามาอ่าน เหมือนมีเพื่อนๆที่เข้าใจคอยเตือนสติค่ะ อาจารย์ก็คงพอจะทราบว่าหลุมดำให้แวดวงราชการ ยิ่งน่ากลัวกว่า หลุมดำKM ซะอีก
ขอบคุณค่ะ
มีหลายมุมมองให้คิดและมีความคิดว่า
ผมคิดว่าหลุมดำทางความคิดเกิดจากการมองข้ามความสำคัญของปัญหาหลายๆเรื่อง ที่เราต้องมาทำ Action learning ก็จะแก้ปัญหาได้ครับ
โรคติด gotoknow ผมหมายถึงการใช้gotoknow เป็นสรณะในการจัดการความรู้ครับ
ผมเกรงเราจะเพ้อฝันมากเกินไปครับ
ด้วยความยินดีครับ