ติดต่อ

  ติดต่อ

หลุมดำKM ที่ผมกลัวที่สุด

  จำกัดความที่สับสนของ Tacit Knowledge ว่าจะเอาออกมาให้คนอื่นดูได้โดยง่าย แค่มาเล่าสู่กันฟัง ก็ทำให้คนที่ไม่เคยขี่จักรยานสามารถขี่จักรยานล้อเดียวได้ทันที   

ผมได้ตอบคุณ Beeman ในเรื่องเราเขียนบล็อกไปทำไม ว่าปัญหาการทำ Km ตอนนี้นั้นเรามีหลุมดำที่สำคัญ ที่เราสร้างกันเองไว้อยู่หลายหลุมแล้ว เช่น
  1. คำว่า KM ทำให้คนทั่วไปงงมากจนคิดอะไรไม่ออก เดินไม่เป็นก้าวขาไม่ออกเลยครับ
  2. ปลาทูแห้งหมื่นปี สับสนพอๆกัน มองเห็นคนเป็นปลาไปหมด ใครจะเป็นหัว เป็นหางไปเลย แม้แต่ ตาอยู่ ที่แย่งท่อนกลางของตัวปลาก็ยังงงว่าจะเอาไปดีไหม หรือจะไปเปลี่ยนกับ ตาอิน หรือ ตานา ดี จึงจะดีที่สุด
  3. สารพัด "คุณ" ใน KM ที่แยกแยะ จนขาดจากกัน ทั้งที่ควรบูรณาการเป็นคำที่เห็นความเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน  
  4. แม้แต่การให้คำจำกัดความที่สับสนของ Tacit Knowledge ว่าจะเอาออกมาให้คนอื่นดูได้โดยง่าย แค่มาเล่าสู่กันฟัง ก็ทำให้คนที่ไม่เคยขี่จักรยานสามารถขี่จักรยานล้อเดียวได้ทันที
  5. การทำ KM เชิงสมมติ ไม่มีชีวิตจริงในนั้น ที่อย่างมากก็แค่ IM (information Management) แต่ก็ยังทำให้ KM สับสนไปอีกหลายขุม
  6. การทำ KM แทนคนอื่น เหมือนทานอาหารแทนกัน คนอดอาหารก็ยังหิวเหมือนเดิม
  7. โรคติด gotoknow นับถือบล็อกเป็นพระเจ้าที่จะบันดาลทุกอย่างให้ได้
  8. โรคเจ๊าะแจ๊ะศาสตร์ขึ้นสมอง คุยเรื่องที่มีสาระหน่อยก็บอกว่าเครียดไป
  9. โรค UKMติดหล่ม ที่บางแห่งเห็นงานบริหารสำคัญกว่างานวิชาการ และคิดว่างานบริหารจะแก้ปัญหาวิชาการได้ ทั้งๆที่ผู้บริหารบางคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องงานวิชาการ แค่หนีมาเอาดีทางบริหารได้ก็เก่งสุดๆแล้ว แบบขายผ้าเอาหน้ารอด
  10. ฯลฯ

ผมคิดว่าถ้าเราไม่ก้าวข้ามหลุมดำเหล่านี้ งานที่เราทำก็จะติดกับอยู่กับเรื่องเดิมๆ

 

แล้วเราจะไปไหนกันหรือเปล่าครับ

 ขอลองหยั่งเชิงวัดกึ๋นกันดูหน่อยครับ

ว่าเรามีพอที่จะก้าวข้ามหลุมดำKMได้จริงหรือเปล่า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 75086, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 16, อ่าน: คลิก

ความเห็น (16)

Panda
เขียนเมื่อ 
  • Mee SATI....Mee SATI
  • Go to read The Inner Path of LO&KM again please
  • (No commission)

เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ

เพราะดิฉันเคยเกิดความสับสนเรื่อง KM คือบล็อกgotoknow และบล็อก gotoknow คือ KM เท่านั้นหรือ และเคยสรุปความคิดของตัวเองไว้ตามกำลังสติปัญญาที่มีเพียงเล็กน้อยใน  เรียน 360 องศา จากบล็อก ว่า

ถึงวันนี้คิดว่า การใช้บล็อกเพื่อการเรียนรู้ให้ได้ประโยชน์ 360 องศา นั้นคือการได้อ่าน ทฤษฎี ประสบการณ์ของคนอื่น ความคิดเห็นที่ได้แลกเปลี่ยน การเลือกวิธีการเรียนรู้ตามความสนใจ การทดลองปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง และสรุปสิ่งที่รู้เป็นระยะๆ ส่วนความถูกต้องเหมาะสมเพียงใดนอกจากตัวเองจะได้เรียนรู้เองแล้ว ยังได้จากผู้รู้ท่านอื่นๆ ที่จะมาให้ความคิดเห็นด้วย

ดิฉันมีความเชื่อส่วนตัวมาตลอดว่า บล็อกเป็นเพียงส่วนเดียวของการเผยแพร่ความรู้และจัดการความรู้ และในข้อจำกัดนั้นก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะใช้บล็อกให้เกิดประโยชน์ ...

ที่ผ่านมาได้ลองเขียนบันทึกโดยบรรจุรูปไว้น้อยที่สุด เพราะอยากทดลองว่า คนๆหนึ่ง ที่เป็นคนที่มีปัจจัยน้อยที่สุด ไม่มีอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพฯลฯ แต่ต้องการเผยแพร่ความรู้ผ่านบล็อก จะสามารถทำได้ในระดับไหน เพราะคิดไปถึงคนที่ต้องเช่าชั่วโมงอินเตอร์เนต รายได้ไม่แน่นอน ว่าจะมีโอกาสกี่มากน้อยที่จะนำเสนอความรู้ผ่านเวทีสาธารณะ .....ถ้าบล็อกคือเรื่องของเทคนิควิธีมากๆ และต้องมีอุปกรณ์ คนเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นคนตกขอบความรู้ไปหรือไม่ หรือว่าต้องยอมมอบความรู้ให้กับคนที่มีโอกาสมากกว่า เอาไปเอามาถ้าเอา KM มาผูกกับบล็อกอย่างเดียว KM จะกลายคือเรื่องของคนหยิบมือเดียวที่กินเงินเดือนประจำไปด้วยไหม...

เรียนอาจารย์ตรงๆ ว่าด้วยระดับสติปัญญาที่มีเพียงเล็กน้อย ประสบการณ์ก็ไม่มาก วิสัยทัศน์ก็เท่าที่มี ก็คิดได้แค่นี้จริงๆค่ะ.พูดมากไปก็อาจถูกคนไล่ไปอ่านวัตถุประสงค์ของบล็อกอีก ขอบคุณค่ะ

- ชวนให้คิดครับ
ขอบคุณครับอาจารย์จันทรรัตน์ อาจารย์มาเติมส่วนขาดได้ดีมากครับ อาจารย์มองเห็นกลไกและขีดจำกัดของบล็อกไดชัดเจนมากครับ ผมคิดว่าเราต้องมองเห็นหลุมและมองเห็นทางไปพร้อมๆกันจึงจะเดินได้ครับ

มีอะไรหลายอย่างที่คิดว่าเป็นไปตามที่เขียน

ทำให้คนที่อ่านแล้วมีความคิดที่กล้าในสิ่งที่กล้า

และบ้างครั้งไม่กล้าคุยกันแบบตรงๆๆบล็อกก็ชวนเป็นสื่อกลางมีหลายคนที่อยากตอบอาจารย์น่ะค่ะแต่คนเหล่านั้นไม่กล้าตอบไม่กล้าถามอาจารย์บล็อกและข้อความในนี้ชวยได้มากค่ะรู้ในเรื่องที่ไม่เคยรุ้มาก่อน

ขอบคุณค่ะอาจารย์สำหรับคำชี้แนะ
Handy
เขียนเมื่อ 
       หลายหลุมเกิดขึ้นเพราะ วัฒนธรรมการเรียนรู้ในสังคมเรา เอาแต่ท่องแบบร่ายเวทย์มนต์มานาน ท่องให้จำ ทำให้เหมือน คือคำตอบของคำว่า เก่ง หรือ มีความรู้
       และมันได้ลุกลามเข้าไปสู่สถานศึกษาทุกระดับ และยังปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน
  • ผมมองว่าการเรียนรู้ก็คงผสมผสานกันไปด้วยการมองมิติที่รอบด้าน สำหรับ Tacit Knowledge เป็นความรู้อีกด้านหนึ่งที่คนมองอาจจะเห็นในมุมที่เป็นไปของปรากฏการณ์นั้นๆ อาจจะไม่ทั้งหมดครับ
  • สำหรับการที่จะก้าวข้ามหลุมดำได้นั้นเห็นด้วยกับอาจารย์ที่ให้ข้อคิดมาตลอดว่าต้องเป็นการทำ KM ทีมีชีวิตชีวา และที่สำคัญต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงลมปากเพียงอย่างเดียว

ด้วยความเคารพ

อุทัย   อันพิมพ์

Ping
เขียนเมื่อ 
  ขอมองต่างมุม ในประเด็นข้อ 7 โรคติด gotoknow นะคะ สำหรับตัวเอง คนทำงานราชการตัวเล็กๆคนหนึ่ง  gotoknow  เป็นแหล่งแสวงหากำลังใจในการทำงานและจัดการชีวิตตัวเอง(ส่วนหนึ่ง)  ช่วยผลักดันให้มีสติมากขึ้นในการทำงาน มีกัลยาณมิตรให้เลือกคบตามจริตส่วนตัว จึงเป็นคนหนึ่งที่ติดgotoknow  แม้ไม่ค่อยว่างนักก็ต้องหาเวลาเข้ามาอ่าน เหมือนมีเพื่อนๆที่เข้าใจคอยเตือนสติค่ะ อาจารย์ก็คงพอจะทราบว่าหลุมดำให้แวดวงราชการ ยิ่งน่ากลัวกว่า หลุมดำKM  ซะอีก
  • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทุกเวทีเป็นสิ่งที่ดี
  • gotoknow   เป็นอีกเวทีที่มีสาระและคุณภาพ
  • การจัดการความรู้ เป็นการเอาความรู้ไปหาความรู้  แต่ในทางปฏิบัติได้เกิดหลุมดำมากมาย
  • โดยเฉพาะข้อ  5 
  • สำหรับผม  ใช้ km  เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ครับ
  • ถ้าเรารู้ว่าเป็นหลุมดำก็ก้าวข้าม หรืออย่าใส่ใจเกินเหตุจะทำให้เสียเวลาในการที่จะพบสิ่งดี ๆ 
  • เชื่อว่าทุกคนที่เรียนรู้ผ่านบล็อก เลือกที่จะรับรู้และเรียนรู้ค่ะ
  • การเรียนรู้ผ่านบล็อกจึงควรยึดหลักกาลามสูตรเป็นดีที่สุดค่ะ

      ขอบคุณค่ะ

มีหลายมุมมองให้คิดและมีความคิดว่า

  • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดีแต่เราก็ต้องดึงเอาส่วนที่เหมาะกับเราไปใช้ลดเวลาการคดการลองผิดลองถูก
  • การได้อ่านอะไรดีๆ ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องสมมติจากใครก็ตาม แต่หากเราเห็นว่าดี เหมาะกับเราแล้วเราเอาไปใช้ แล้วดี ก็จะเป็นไรไป เพราะเราได้ของจริง แต่คนสมมติเค้าก็ได้ของที่เขาสมมติไป
  • หากมีซักแห่งที่เข้ามาแล้วเพิ่มพูนปัญญา และกำลังใจให้กับเรา ก็คงจะดีกว่าไม่มีซักแห่งเลย ถึงแม้จะไม่ดีไปหมดก็เถอะนะ
  • ขอบคุณนะคะทีมีช่องทางให้แสดงความคิดเห็น

ผมคิดว่าหลุมดำทางความคิดเกิดจากการมองข้ามความสำคัญของปัญหาหลายๆเรื่อง ที่เราต้องมาทำ Action learning ก็จะแก้ปัญหาได้ครับ

โรคติด gotoknow ผมหมายถึงการใช้gotoknow เป็นสรณะในการจัดการความรู้ครับ ผมเกรงเราจะเพ้อฝันมากเกินไปครับ
k-jira
เขียนเมื่อ 
  • ชอบใจบทความนี้มากค่ะ ตรงใจมากทุกหัวข้อเลย
  • โดยเฉพาะ ข้อ 3 สารภาพว่า งง มาแล้ว
  • อีกประการหนึ่ง เวลาที่เข้ากลุ่ม KM นั้น  มักมีการใช้ศัพย์ KM อย่างกว้างขวาง (แม้ใน G2K ก็ตาม)  โดยไม่ได้อธิบายความหมาย ที่มา หรือความสำคัญของศัพย์ดังกล่าวนั้นเลย  ทำให้ผู้มาใหม่ ต้องนึกเดาไปเอง และหาคำตอบเอาเอง จนบางครั้งก็หลงบางก็มี
  • ขอบคุณสำหรับประเด็นหลุมดำนี้ค่ะ
  • ^___^
ด้วยความยินดีครับ