อย่าหลงเห็นเปลือกดีกว่าแก่น เชื่อคำแนะนำจากผู้ขายแบบหูเบา และไร้ปัญญา อีกต่อไป

   ชื่อบันทึกนี้มาจากคำถามของอาจารย์ โสภณ คำสวาสดิ์ ครับ
เทคโนโลยีที่เราบริโภคอยู่ในปัจจุบันนี้ .. เกินพอดีหรือยัง ?

   ผมขอตอบตามความรู้ ความเห็น และประสบการณ์ดังนี้ครับ

  • เทคโนโลยี่ที่เราบริโภคอยู่ในปัจจุบันนี้ .. เกินพอดี มาก และ นานมาแล้วครับ
  • ความบริสุทธิ์ใจ  ความจริงใจ มิได้มีอยู่ในสำนึกของฝ่ายผลิตและสร้างสรรค์เทคโนโลยี เขาทำเพื่อการค้า เพื่อหาผลประโยชน์ โดยแฝงเล่ห์กลไว้อย่างแยบยลเสมอ ทำให้ผู้คนต้องตกอยู่ในเงื่อนไข ไม่ตามไม่ได้  ไม่ทิ้งของเก่าไม่ได้ ด้วยวิธีปฏิบัติมากมายที่จะนำมาตีแผ่กันได้ไม่รู้จบ ตัวอย่างเช่น ..
    • ขยักความรู้และข้อค้นพบเอาไว้ และปล่อยสินค้าออกมา โหมโฆษณา(ชวนเชื่อ) แล้วก็ปล่อยชุดต่อๆไปออกมา กวาดทรัพยากรของเหยื่อทั้งโลก เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง
    • สินค้า ที่จะใช้ร่วมหรือแทนกันได้ ก็หาทางหลอกลวง หลบเลี่ยง ทำให้ใช้กันไม่ได้ เพื่อโก่งราคาอย่างหน้าไม่อาย เพียงแค่ทำ Packaging ให้ต่างจากเดิมบ้าง เปลี่ยนขนาดและรูปแบบของ Connector บ้าง กลับขั้ว บวก-ลบ ของไฟฟ้าบ้าง ติดป้ายหลอกลวงค่าแรงดันไฟฟ้าที่ใช้บ้าง เอาชิ้นส่วนที่ เหลือใน Stock มากๆมาจัดระบบ/วงจรแบบน่าเกลียดและ ไร้เหตุผลทางเทคนิค เพื่อหลอกขายของบ้าง เอาของที่ผลิตเพื่อใช้ในประเทศหนึ่งแอบแฝงมาให้เราต้องใช้แบบจำใจใช้ทั้งๆที่ไม่เหมาะสมกับบ้านเรา และระบบคุ้มครองผู้บริโภคก็ยังไม่เอาจริงในการควบคุมบ้าง ฯลฯ
           ที่เห็นชัดเจนได้แก่ บรรดา Battery และ Power Supply Unit ของอุปกรณ์เช่น กล้องดิจิตอล และ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คเป็นต้น Spec. เดียวกัน เช่น ค่าแรงดัน ค่ากระแส หรือความจุที่เท่ากัน แต่ราคาต่างกันได้ลิบลับ จาก 2-3 ร้อยบาท ถึงหลายพันบาท ทั้งๆที่ของข้างในคือสิ่งเดียวกัน
    • เปลี่ยน Software ที่ใช้กับระบบ จน ของเก่าที่ไม่ทันเก่าต้องโยนทิ้งไปเป็นขยะอย่างน่าเสียดาย และจะล้นโลกอยู่แล้ว .. ใครจะเดือดร้อน จะลำบากอีกเท่าไร ฉันไม่สนใจ จะขอแข่งกันผลิต แข่งกันโฆษณา และแย่งกันขายบ้าง จับมือกันเร่งการขายบ้าง เพื่อ รวย และ รวย  รวย  รวย.
    • ออกแบบวัสดุ ชิ้นส่วนให้มี อายุการใช้งานสั้น เพื่อให้ได้เปลี่ยนบ่อยๆ .. ขายเครื่องมา 1 เครื่อง สบายไปเป็นชาติ ชิ้นส่วนบางชิ้น ต้นทุนไม่กี่ร้อยบาท ก็โก่งราคาขายเป็นหมื่น หรือหลายหมื่น เพราะจะเอาของอื่นมาแทนก็ไม่ได้ .. เขาวางแผนไว้หมดแล้ว มัดมือไว้เรียบร้อยแล้ว
  • ฯลฯ

        ส่วนเราจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดนั้น มีข้อแนะนำดังนี้

  • เรื่องเทคโนโลยีนั้น ควรตามศึกษา ตามรู้ให้เท่าทัน แต่ อย่าขยันบริโภค .. จงหนักแน่น ไม่ให้คำว่า เชย หรือ ล้าสมัย มาทำให้เราน้อตหลุดโดยไม่จำเป็น .. เปลี่ยนเมื่อมีเหตุผลและความจำเป็นต้องเปลี่ยน และคิดให้รอบคอบในการลงทุนแต่ละครั้ง อย่าหลงเห็นเปลือกดีกว่าแก่น เชื่อคำแนะนำจากผู้ขายแบบหูเบา และไร้ปัญญา อีกต่อไป
  • พยายามปรับปรุงของเก่าให้ใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องคุ้มค่า  การผสมผสาน ดัดแปลงของเก่า+ของใหม่ ให้เป็น เทคโนโลยีที่เหมาะสม ยังมีช่องทางทำได้อีกมาก แต่ต้องช่วยกัน และพยายามอย่าให้ฝ่ายที่มีเอี่ยวเรื่องผลประโยนชน์จากการจัดซื้อเข้ามามีอิทธิพลได้ เพราะเขาจะต่อต้านคำว่า "เหมาะสม" แต่ไปบูชาคำว่า "ทันสมัย" แทน .. แม้จะ ทันสมัยแบบไร้ปัญญา ก็ตาม
  • การดึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกจาก ปลักตม แห่งการหลงเทคโนโลยี เช่นการ Chat อย่างไร้สาระ ข้ามวันข้ามคืน ลำพังคำแนะนำว่าอะไรดี อะไรไม่ดี หรือการบอกถึงพิษภัย คงช่วยอะไรได้ไม่มากนัก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู จะต้องหาทางให้เด็กได้ค้นพบตัวเองผ่านกิจกรรม ที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์อื่นแบบจริงๆ ไม่ใช่โลกเสมือน วางกลยุทธ์ให้เขาได้พบว่าเขามีศักยภาพที่จะทำอะไรได้สำเร็จ น่าภาคภูมิใจ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มีคนยอมรับและชื่นชม ให้ได้สัมผัส สีหน้า แววตา และรอยยิ้มของผู้คนที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่นานเขาจะพบเองว่าสาระของชีวิตอยู่ที่ไหน ถึงตอนนั้นก็ลองส่งเสริมให้เขาได้เปิดโลกการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า Blog ดู หากลุ่มคนที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและมีความสนใจ สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์เหมือนๆกัน ได้แลกเปลี่ยน ต่อยอดความรู้ ความคิดให้กันและกัน แล้วก็ได้มีโอกาสนำไปปฏิบัติ พิสูจน์กันในหน้าที่ของตน อะไรๆก็คงดีขึ้นได้บ้างกระมังครับ
  • ฯลฯ และอีกมากมาย .. แต่เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ