วาสนาอักเสบ          

ในแต่ละเดือนเราจะมีอาคันตุกะมาเยือนหลายคณะจากที่ต่างๆกัน มีทั้งที่มาไกลจากโพ้นทะเล จากในกรุง ในต่างจังหวัด รวมทั้งที่อยู่ใกล้ขนาด บ้านเรือนเคียงกันแอบมองทุกวันเลยเชียว ..ก็มี การที่มาจากหลายกลุ่มก็ย่อมมีเรื่องราวให้กล่าวถึงแตกต่างกันไป บางคณะหาทางเข้าไม่ถูก โทรศัพท์ถามทางจนหูร้อน.. ก็ยังมาไม่ถูกอยู่ดี วกไปวนมาเหมือนอยู่ในเขาวงกต กว่าจะทะลุมาได้เสียเวลาไปหลายชั่วโมง แม้จะเขียนแผนที่ให้ก็ยังมาไม่ถูกอยู่ดี เพราะเส้นทางเข้ามหาชีวาลัยเป็นเหมือนค่ายกล เข้าได้หลายทิศทาง

เราได้ติดป้ายบอกทางเป็นระยะ สำหรับคนที่ไม่ถนัดเส้นทางในชนบทก็ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่ดี บางคณะใช้วิธีให้จ้างรถมอเตอร์ไซด์ในตัวตลาดวิ่งนำทาง เพียงแต่บอกว่า ไปสวนป่าบ้านสนามชัย รับรองรถทุกคันพาท่านเข้ามาถึงโดยสวัสดิภาพ    

มีคณะหนึ่งเพิ่งจะมาครั้งแรกไม่จ้างรถนำทาง พยายามแกะรอยเข้ามาเองแบบนักผจญภัย แล้วก็ได้ผจญจนกระทั้งต้องยกเลิกรายการ เพราะล่วงเลยเวลานัดไปนาน บางคณะเคยเข้ามาหลายครั้ง แต่ไม่มีสักครั้งเดียวที่ไม่หลงทาง นับว่ารักษามาตรฐานได้คงเส้นคงวา            

รายล่าสุดเมื่อวานนี้ เป็นคณะของสำนักนโยบายและแผนกระทรวงเกษตรฯ นำทีมโดยท่านเจริญวิทย์ เสน่ห์หา แห่งสำนักปลัดกระทรวง พร้อมด้วยผู้อำนวยการ 2 ท่าน โทรบอกว่าจะมาฝากท้องมื้อเย็นด้วย ผมก็รอร้อรอ ในที่สุดก็มีเสียงโทรศัพท์มาโอดโอยว่า เครื่องบินยกเลิกโดยไม่บอกกล่าว ต้องมาแกร่วอยู่สนามบินตั้งแต่ย่ำรุ่ง แล้วก็ไม่ได้โทรไปแจ้งผู้โดยสารล่วงหน้า มาตรฐานการบินห่วยแต..แบบนี้ก็ยังมีอยู่ในประเทศเรา ฟังจากน้ำเสียงแล้วน่าเห็นใจ นับเป็นคณะที่วาสนาชำรุดชุดแรกแห่งปีนี้           

ยังมีบางคณะนัดหมายว่าจะมาถึงเที่ยงวัน บอกจะมากินข้าวกลางวันด้วย ให้เตรียมอาหารไว้สำหรับ 60 ชีวิต ปรากฏว่าไปเที่ยวระรายทางแบบฉิ่งฉับทัวร์ มาถึงเอาตอนเย็นโข แล้วก็ไม่ได้โทรมาประสานงานให้รู้ข่าวอะไรเลย มาถึงเอาตอนเย็น ลงรถมาหิวโซถามหาอาหาร ผมคิดว่าเขาไม่มา เลยเทให้หมูกิน ยังมีบางคณะที่หนักกว่านี้อีก นัดหมายทุกสถานีที่จะไปดูงาน ปรากฏว่ายกเลิกโดยไม่ได้แจ้งแม้แต่แห่งเดียว ทุกแห่งก็เทอาหารเลี้ยงสุกรเช่นเดียวกัน

          หัวอกของสถานีเรียนรู้ ใครไม่โดนไม่รู้หรอกว่าพวกเราช้ำเลือดช้ำหนองแค่ไหน เวลาไปจัดงานประชุมโรงแรมเท่าไหร่เท่ากัน แต่พอมาหาชาวบ้านกลับมาขอลดแลกแจกแถม ขอให้จัดให้ดีที่สุดในราคาที่ถูกที่สุด โธ่ใจคอจะไม่ให้ชาวบ้านมีทุนรอนพอที่จะปรับปรุงกิจการอะไรเลย ใจหนอใจ เรื่องแบบนี้นะครับถ้าไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา คนที่ทำงานเพื่อสังคมก็จะสูญพันธุ์ไปเรื่อยๆ  เพราะไม่สามารถที่จะยืนหยัดสู้ค่าใช้จ่ายที่นับวันจะทวีคูณได้          

งานพัฒนาแบบเรา คนทั้งครอบครัวต้องเสียสละมารับรองงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีคำว่าว่างไหม สะดวกไหม ป่วยไข้จนโซก็ต้องโง..ขึ้นมายิ้มรับ คนที่เขาสนับสนุนก็ตอกย้ำอยู่เรื่อยว่าอย่าแสวงหากำไรนะ ขอให้เสียสละ จะเสียหายอย่างไรก็ให้ทน อย่าบ่น อย่าโวยวาย ให้ก้มหน้าก้มตาทำดีต่อไป ต่อไป..จนตายจากกันไปข้างหนึ่ง   

คนที่ทำงานนอกระบบต้องรับผิดชอบตัวเองและครอบครัวสูงมาก เจ็บป่วยมาอย่าได้ถามหาเรื่องสวัสดิการ เรื่องความช่วยเหลือจากใคร สังคมนี้จะเลือกรับเฉพาะส่วนที่เขาต้องการ เรื่องความเดือดร้อนส่วนตัวก็จัดการด้วยตัวเองไปสิ  ก็เห็นบอกว่าทำเรื่องพึ่งตนเอง จะมาบ่นหาพระแสงข้อง้าวอะไรอีก           

ก็ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน แต่หน่วยงานบางแห่งสิครับ เชิญให้ไปร่วมงาน เขาระบุว่า ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่าย ให้เบิกที่ต้นสังกัด โธ่! ต้นสังกัดผมเป็นใครครับ มีแต่แม่ยาย กับภรรยาที่ช่วยงานหน้าดำคร่ำเครียด เขาเคยบ่นว่าเราทำมาป่านนี้ เลิกเถอะ มาอยู่ของเราเงียบๆไม่ดีกว่าหรือ   

ผมก็ได้แต่เห็นใจ และเข้าใจ เสียใจที่ดึงชีวิตเขามาทนแบกโลกที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยกับเรา ไหนจะงานซักรีดเสื้อผ้า ทำกับข้าว ทำงานบ้าน ดูแลงานในครัวเรือนทุกอย่าง แม้แต่ห้องสุขาอยู่หนไหน มีอะไรโยนไปให้เธอแก้ปัญหาแทบทุกอย่าง  

เมื่อเธอชวนเลิกงานบริการสังคม ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ยังไม่รับปากว่าจะเลิกหรือไม่เลิก ได้แต่คิดในใจว่า ผมนี้บาปกรรมแท้ๆที่ไปดึงชีวิตเขามาตกทุกข์ได้ยากร่วมกันกับเรา ผมขอยืนยันตรงนี้เลยว่า คนที่ทำงานหนักมากที่สุดในมหาชีวาลัยอีสาน คือคนที่นอนเงียบๆอยู่ข้างผมนี่เอง   

ส่วนผมนั้นดีแต่ไปเสนอหน้า หาเหตุหาเรื่องมาให้เขาทำมิได้ว่างเว้น บางครั้งมีเรื่องเจ็บป่วยมาเยือน เธอยังทำหน้าที่พยาบาล ขับรถรับส่งไปหาหมอ ไปซื้อยา ไปหาหมอดู ไปปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน ไปไหนๆด้วยแรงแห่งความวิตกกังวล โธ่ พลังของสตรีทำไมถึงมากมายมหาศาลขนาดนี้  คนอื่นอาจจะวาสนาดี แต่คนนี้วาสนาอักเสบ ใครมีตำรายาดีรักษาโรคนี้ได้ ช่วยหน่อยเถอะ