โคเพื่อชีวิต ตอนที่ 41 ถึงเวลาพาโคกลับบ้าน

  ติดต่อ

  วัวนี่ดีนะครับอาจารย์ ไม่ต้องสอนมากหรือสอนยากสอนเย็น ถึงเวลาก็กลับคอกได้ทุกวัน ไม่ต้องไปตามหา ตามล่า ตามเช็ด เหมือนเด็กนักเรียนใจแตกทุกวันนี้ที่หนีจากบ้านให้พ่อแม่ทุกข์ใจ   

         เมื่อวานนี้นอกจากเป็นวันดีที่ได้พานพบกับท่านอาจารย์ขจิตแล้ว ยังเป็นวันดีสำหรับตัวเองอีกอย่างหนึ่ง

          เป็นวันดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากลูกศิษย์  ที่วานให้มาช่วยงานที่สวนป่า

          เป็นลูกศิษย์ของตัวเองที่เรียนจบ ม.6 แล้วมาเรียนต่อ ปวส.ที่เทคนิคบุรีรัมย์

         และเป็นลูกศิษย์ของสามีอีก 5  คน  ที่มาช่วยงานด้วยความเต็มใจและอยู่จนเย็นย่ำ

         ในขณะที่นั่งช่วยงาน ก็พบกับฝูงวัวครูบาที่เดินสวนสนามลัดป่ามาแต่ไกลเพื่อกลับคอก

         ลูกศิษย์ก้นกุฏิ  เปรยว่า  วัวนี่ดีนะครับอาจารย์ ไม่ต้องสอนมากหรือสอนยากสอนเย็น ถึงเวลาก็กลับคอกได้ทุกวัน ไม่ต้องไปตามหา ตามล่า ตามเช็ด เหมือนเด็กนักเรียนใจแตกทุกวันนี้ที่หนีจากบ้านให้พ่อแม่ทุกข์ใจ 

       ครูก็ตอบไป  อ้าว! ก็วัวเขามีอาหารดี ๆ  คือมันเส้นรออยู่ที่คอก จะไม่รีบกลับได้ไง

       เจ้าลูกศิษย์หัวไว รีบแย้งทันที นักเรียนก็มีเหมือนกันและมีมากกว่าวัวซะอีก  ทั้งข้าวปลาอาหาร บ้านที่อบอุ่น ของใช้อีกมากมาย

      ครูต้องแถลงไข นักเรียนมีสิ่งดี ๆ รออยู่ที่บ้านมากมาย แต่วิธีการให้นั้นอาจไม่ประทับใจ หรือให้แบบผิด ๆ  นักเรียนจึงไม่เห็นคุณค่า  ถ้าทุกคนที่บ้านให้ทุกอย่างแก่เด็กหรือนักเรียนด้วยความรัก ความเข้าใจและเอาใจใส่  เด็กเหล่านี้จะหายไปไหน

      เหมือนกับการเลี้ยงวัว  ที่ต้องรักและเอาใจใส่กับวัวอย่างดี เพราะวัวก็มีหัวใจ ยิ่งเราดูแลดีเท่าไหร่ วัวก็รักเรามากเท่านั้น  บางครั้งรักมากจนไม่กล้าขาย

     แล้วอาจารย์มีเทคนิคล่อใจวัวให้กลับคอกยังไงครับ

    ก็ง่าย ๆ อย่างแรก เวลาต้อนกลับคอก อย่าตีวัว เพราะวัวจะกลัวเราและไม่เข้าใกล้ บางที่วิ่งหนีเตลิด

     สอง คุมจ่าฝูงหรือตัวผู้ที่คุมฝูงให้อยุ่ ก็แค่ผูกเชือกที่จ่าฝูงและดึงบังคับเป็นบางครั้ง

     สาม  ให้โอกาสวัวได้เล็มหญ้าข้างทางบ้างปะปรายเพื่อเป็นกำลังใจให้เดินต่อ แต่อย่าให้เล็มนานจะพาลเป็นนิสัยกินไม่หยุดแล้วเสียเวลา

    สี่ มีอาหารอร่อยรออยู่ที่คอก อย่างที่สวนป่า มีเมนูเด็ดคือมันสำปะหลังบดและกล้วยน้ำหว้าสุก   ส่วนปู่ของครูใช้ฟักทองของเหลือจากสวนชาวบ้าน มาสับเป็นชิ้นเล็กรอไว้ที่รางอาหาร  ไม่นานเกินรอวัวทุกตัววิ่งทำสถิติถึงคอกทันควัน

     อ้าว !  วัวกินฟักทองด้วยหรืออาจารย์

     กินสิ  ปู่บอกว่าเป็นอาหารจานโปรดของวัวเลยหล่ะ  แถมยังมีประโยชน์เหลือหลาย เป็นยาบำรุงกำลังอย่างดี และยังทำให้วัวเป็นสัดเร็วด้วยเพราะทำมาหลายปีแล้ว

     ลูกศิษย์ตัวร้าย ถึงว่าสิครับอาจารย์  บ้านผมกินฟักทองเกือบทุกวัน เพราะแม่ขยันปลูก ลูกดกตั้ง 5 คนแน่ะ 

    ทุกคนเลยต้องฮา ว่าไม่แน่... สำหรับคน ต้องพิสูจน์กันต่อไป

        ถึงเวลากลับบ้านแล้วสินะ  เอ่ยบากถามลูกศิษย์

       ทุกคนตอบว่า ยังครับงานยังไม่เสร็จ ถ้ามีงานเยอะผมอยู่ต่ออีกคืนยังได้

       ครูหรือก็เกรงใจเพราะรู้มาว่ายังลอกการบ้าน 20 รอบ ยังไม่เสร็จ

       ด้วยเหตุนี้ จึงต้องขึ้นรถกลับบ้าน ผ่านตลาด ทั้งครูและศิษย์แวะกินข้าวจี่คนละปั้นสองปั้น อร่อย หอม มัน อย่าบอกใคร

        

         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จะเอาความรู้อะไรใส่ลงไปในโค

หมายเลขบันทึก: 75017, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:46:46+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ปริญญาโท#หลักสูตร#ปริญญาเอก#พัฒนบูรณาการศาสตร์#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี#มหาชีวาลัยอีสาน

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

ราตรีสวัสดิ์นะคะคุณพันดา

แล้ววัวที่บ้านกลับบ้านถูกไหมครับ

เทคนิคคืออะไรครับ

  • ลองคิดเล่นๆ 
  • ทำไมวัวหายแล้วจึงล้อมคอก
  • เพราะความรู้เรื่องวัวหาย ได้รับการจัดการ
  • หรือเพราะว่ามีความรู้เรื่องวัว

 

  • มาดูการเปรียบเทียบนักเรียนกับครู
  • ขำๆๆตรงฟักทองนี่ละ
  •  เอ่ยบากถามลูกศิษย์ ปากใช่ไหมครับ
  • เป็นคุณครูที่ใจดีมากครับ

สวัสดีค่ะ อ.รัตติยา

         ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ  ที่อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนในบล็อกจนดึกดื่น  นี่คือกำลังใจที่สำคัญของชาวบล็อกที่จะขาดหายไปไม่ได้ 

         ไม่ได้ตอบทันทีเพราะเน็ตล่มเป็นระยะ ๆ  ต้องขอประทานโทษด้วยค่ะ

          ขอบคุณค่ะ

อาจารย์แสวงที่เคารพ

         วัวที่บ้านใช้เทคนิคไม่ตาม แต่มีความรักและอาหารอร่อยถูกปากรออยู่ค่ะ

         และอาหารที่วัวชอบเป็นพิเศษในช่วงนี้ (ที่ศรีสะเกษ) คือ ข้าวโพดบด  มันบด กับฟักทองค่ะ

         ขอบคุณค่ะ

         ท่าน ผอ. ค่ะ  วัวหายแล้วล้อมคอกนี่คงมีสาเหตุมาจากสมัยก่อนการเลี้ยงโคนั้นอิงกับธรรมชาติและผู้คนในชุมชน ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลควรเป็นหูเป็นตาดูแลวัวให้แก่กันและกัน

        ยังจำได้ตอนเป็นเด็ก คุณพ่อ คุณลุงหลายๆท่านจำได้ว่าวัวแต่ละตัวเป็นของใคร จำได้แม้แต่เสียงกระดิ่ง เวลาวัวหาย หรือไปไกลหูไกลตาก็ช่วยบอกช่วยต้อนกลับให้  บางครั้งก็จะผูกวัวหรือปล่อยให้นอนตามทุ่งนาก็ยังได้

        แต่ระยะหลังมีขโมยขโจรชุกชุม วัวถูกขโมย หรือบางทีวัวหนุ่มก็หนีตามวัวสาวบ้าง

        การจัดการให้มีล้อมคอกวัวจึงเกิดขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ต้องล้อมคอก  คือ

        1.  ป้องกันวัวหาย  ไม่ถูกขโมยหรือวัวหนีออกจากคอก

        2.  ป้องกันไม่ให้วัวไปบุกรุกกินพืชพรรณทั้งของคนเลี้ยงวัวและคนอื่น ๆ

       ทุกวันนี้คนเลี้ยงวัวเกือบทุกรายจะต้องมีคอกวัว เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยในเบื้องต้นที่เราสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้นก่อนที่จะเสียหายค่ะ

        ซึ่งไม่ค่อยเหมือนกับสังคมคนเราเท่าไหร่ เพราะจะล้อมคอกทีไรก็ต้องรอให้วัวหายเสียก่อน         

        ขอบคุณค่ะ

       

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ขจิต

          พิมพ์ผิดจริง ๆ ค่ะ  ที่ถูกก็คือเอ่ยปากค่ะ

          บางครั้งการเป็นครูดี ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไรค่ะอาจารย์  แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือจะทำอย่างไรให้นักเรียนเป็นคนดี  นี่แหละโจทย์ที่ครูไทยหลายคนยังหาคำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ได้  นักเรียนไทยจึงหลงทิศหลงทางไปตามๆ กัน

           อาจารย์ก็คือ หนึ่งพลังความดีที่จะช่วยเด็กไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้เป็นเด็กที่ดีได้เช่นกันค่ะ

           ขอบคุณค่ะ