จานไหน เป็นของใคร ??

นี่ก็เป็นอีกเรื่องค่ะ    ที่เก็บไว้เขียนได้อีกน๊าน..นาน   เก็บตกงานมหกรรม KM  เก็บได้เรื่อยๆ ค่ะ   แล้วแต่ว่าจะนึกได้ตอนไหน    เรื่องนี้นึกได้ตอนกินผัดกระเพราราดข้าว  (ไม่ใช่ข้าวผัดกระเพรา   ต่างกันนะ)

เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากงาน งานมหกรรม KM ครั้งที่ 3 จบลง    สี่สาวหลายวัยแต่ใจตรงกัน   อันประกอบด้วย  อ.ปารมี   พี่เม่ย  คุณศิริ  และ nidnoi   ก็ได้เวลายกพลกลับหาดใหญ่  (พี่โอ๋  ดังแล้วแยกวงไปกับ อ.จันทวรรณ  อ.ธวัชชัย)    ระหว่างที่รอเวลาเครื่องออก       ได้ออกตระเวนหาร้านอาหารในบริเวณสนามบินสุวรรณภูมินั่นแหละ   กวาดสายตาเห็นร้านที่พอจะรับไหว (ไม่แพงมาก)     ราคา/ จาน อยู่ที่ 90 บาท  ขึ้นไป  ชื่อร้าน goodies     บรรยากาศดูดี  ตกแต่งสวย  มีลูกค้านั่งอยู่หลายคน (แสดงว่ารสชาติพอไปวัดไปวาได้)   

 ร้าน goodies



 นี่คืออาหารที่พวกเราสั่งค่ะ "กระเพราหมูราดข้าว"  
สั่งเหมือนกันทั้งสี่จาน   เพราะ...มีอยู่แค่นั้นค่ะ
(สงสัยขายดีมาก ?)  ขนาดจะสั่งไข่ดาว  ยังไม่มีเล๊ย



ถึงจะสั่งเหมือนกัน  แต่..ไม่เหมือนซะทีเดียวสามจานแรก  
ใบกระเพราจะถูกผัดรวมมากับหมู   แต่จานสุดท้ายเป็นใบกระเพราทอดโปะหน้าหมูผัด   จานสุดท้ายเป็นของ nidnoi เอง   แบบว่าถูกใจมากเพราะอาหารดู "สวย"  น่ากิน   แต่จะอร่อยกว่าจานอื่นหรือเปล่า      ไม่อาจบอกได้   เพราะไม่ได้ลองชิมจานอื่น (เกรงใจค่ะ)



สุดท้าย...เหลือแต่จานแบบนี้ค่ะ  
โปรดสังเกตความแตกต่างของแต่ละจาน
  • สองจานบน   ทานจนเกลี้ยง 
  • จานซ้ายล่าง   เหลือกระเพราและพริก  
  • จานขวาล่าง  เหลือข้าวและพริกอีกเล็กน้อย 
        
    เอ๊ะ...ทำไมเป็นแบบนั้น   เป็นเพราะแต่ละคนมีวิธีกินที่แตกต่างกัน   คุณศริ      
    วิเคราะห์ไว้ในนี้ว่า     best practice  ของการกินกระเพราราดข้าวคือต้องคลุกๆๆๆ   ผัดกระเพราและข้าวรวมกัน   จะได้อร่อยเท่ากันหมด   และจะได้กินให้หมดจานไปพร้อมกัน    ส่วนอีกคนบอกว่า best practice   คือต้องตักผัดกระเพราและข้าวกินเป็นคำๆ ไป   เพราะจะได้ความอร่อยที่แตกต่าง   แล้วแต่ว่าจะตักอะไรใส่ไปในช้อนเท่าไหร่   ส่วนกับจะเหลือหรือข้าวจะเหลือ...อันนี้แล้วแต่ชอบกินอะไรมากกว่ากัน
เห็นมั๊ยคะว่า...แม้แต่การกินของง่ายๆ
อย่างกระเพราราดข้าวก็ยังมีวิธีการที่แตกต่าง   
แต่จะเป็น best practice หรือเปล่า ? 
อันนี้ไม่แน่ใจ
ว่าแต่ว่า...ลองทายดูมั๊ยคะว่า  
จานไหน  เป็นของใคร ??