วันที่ ๑๑ มค. ๕๐ ผมได้รับเชิญจากสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง      ให้ไปบรรยายเรื่อง "การบริหารความรู้" แก่นักศึกษาหลักสูตร จิตวิทยาความมั่นคง รุ่นที่ ๑๐๐     โดยใช้เวลา ๒ ชั่วโมง     ที่จริงเขาเชิญวันอื่น ที่ผมไม่ว่าง     เราจึงขอต่อรองเปลี่ยนวัน หรือผมส่งคนอื่นไปแทน     เขายินดีเปลี่ยนวัน     เราต่อรองขอขยายเวลา เพื่อจะได้เรียนรู้แบบเน้นการปฏิบัติและซึมซับความเข้าใจ

ด้วยตนเอง      แต่ไม่สำเร็จ  เรามีเวลาจำกัดแค่ ๒ ชั่วโมง      เราใช้หัวข้อ "การจัดการความรู้" ไม่เห็นมีใครคัดค้านหรือถามความแตกต่าง

         ผมขอให้คุณธวัชไปเป็นวิทยากรตัวจริง     ผมเป็น back up    ไปนั่งสังเกตการณ์หลังห้อง

         ตกลงกันไว้ว่า จะใช้เวลาดังนี้
        - กล่าวนำ                                                      ๑๐ นาที
        - ฉาย วีซีดี การจัดการความรู้ในโรงพยาบาลบ้านตาก  ๒๕ นาที
        - ประชุมกลุ่มร่วมกันตีความ และ ลปรร.                   ๔๕ นาที
        - นำเสนอผลการประชุมกลุ่ม                                    ๓๐ นาที
        - สรุป - ตอบข้อซักถาม                                            ๑๐ นาที

        นักศึกษาเป็นข้าราชการ ระดับ ซี ๗ - ๘    อายุ ๓๐ กว่า ถึง ๕๐ กว่า     คือเป็นผู้ใหญ่แล้ว     มีนักศึกษาจากภาคธุรกิจบ้างไม่กี่คน

        มีนักศึกษา ๕ - ๖ คน ยืนปรึกษาหารือกันอยู่หน้าห้องเรียน ตั้งแต่เริ่ม จนเกือบฉายวีซีดีจบ     แสดงว่าเรื่อง KM ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจสำหรับนักศึกษากลุ่มนี้     หรือเขามีธุระอื่นที่สำคัญกว่า
 
        นักศึกษาอย่างน้อย ๒ คน เอาคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมาเปิดทำงาน ในระหว่างฉายวีซีดี     คนหนึ่งทำอยู่ตลอด ไม่ได้เข้ากลุ่มตีความแลกเปลี่ยนเรียนรู้    นักศึกษา ๒ - ๓ คน เดินเข้าๆ ออกๆ จากห้อง      ไม่ได้ตั้งใจดูวีซีดี

         จำนวนนักศึกษาในรุ่นมี ๗๐ คน     เราแบ่งเป็น ๗ กลุ่ม    ในสภาพจริงเราได้สมาชิกกลุ่มละ ๗ - ๘ คน ซึ่งกำลังพอเหมาะ    ทำให้การประชุมกลุ่มมีชีวิตชีวา สมาชิกกลุ่มมีส่วนร่วมอย่างคึกคัก     โจทย์ของการประชุมกลุ่มมี ๒ ข้อ
            (๑) เทคนิคการจัดการความรู้  หรือ how to มีอะไรบ้าง
            (๒) จะนำไปใช้ในงานของตนได้อย่างไรบ้าง

         เราจับฉลากให้มานำเสนอเพียง ๓ กลุ่ม    กลุ่มแรกนำเสนอแบบเข้าป่าไปเลย     คือนำเสนอหน่วยงานของตน     ไม่ได้เหลียวมองวีซีดี รพ. บ้านตากเลย     กลุ่มที่ ๒ ดีขึ้นหน่อย     แต่ก็จับประเด็น KM ได้น้อย     กลุ่มที่ ๓ นำเสนอดีมาก แสดงความเข้าใจ KM จากการดูวีซีดีได้ค่อนข้างดี

         คุณธวัชให้ผมขึ้นไปสรุปตอนท้าย     ผมย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าทำ KM     ให้ทำงาน แล้วเอา KM ไปใช้ทำให้ทำงานได้มีคุณภาพดีขึ้น   ทำงานได้ง่ายขึ้นหรือสบายขึ้น    หรือทำงานแล้วคนรักกันมากขึ้น เคารพกันมากขึ้น เห็นคุณค่ากันมากขึ้น  

         สรุปย้ำอยู่สัก ๑๐ นาที เวลาเลยไปถึง ๑๒.๑๕ น.  โดยที่เราเริ่มช้าเกือบครึ่งชั่วโมง     มีเวลาให้ถามหรือให้ข้อสังเกตคำถามเดียว     มีข้าราชการจากกระทรวงยุติธรรมมาบอกว่าที่เรานำเสนอนั้นไม่เหมือน KM ที่ กพร. ให้ทำเลย     KM ที่กระทรวงเป็นกองเอกสารที่ไม่มีคนใช้    เขาถามว่า สคส. จะช่วยทำให้หน่วยราชการที่ทำ KM แบบหลงทาง หันมาใช้ KM ได้ผลดีต่องาน ต่อคน และต่อหน่วยงาน เหมือนกรณี รพ. บ้านตากได้อย่างไร

         ผมก็เลยอธิบายให้เขาฟังว่า สคส. มีฐานะเป็นหน่วยงานนอกระบบใดๆ     แต่เราก็จะรับเอาข้อเสนอแนะนี้มาคิด    เพื่อทำงานให้แก่สังคมต่อไป


วิจารณ์ พานิช
๑๑ มค. ๕๐