วันนี้ดิฉันเดินทางเข้าพื้นที่ยางคำธาตุพนม ร่วมกับคณะอีกสามคน ตามไปดูการเตรียมการของกลุ่มนี้ในการจะเป็นเจ้าภาพอิ้วน้ำอ้อยในเดือนหน้านี้

พ่อตั้นกำลังช่วยสมัครพรรคพวกถากปีกไม้ขนาดใหญ่ เพื่อทำเป็นฐานตัวล่างและตัวล็อคด้านบนของชิ้นไม้ที่จะใช้อิ้วน้ำอ้อยอยู่

พ่อตั้น ประครองสุขเป็นคนน่าสนใจคนหนึ่ง อายุ ๕๑ ปี  แม่ชอนเป็นแม่บ้านและลูก ๆ  นายก้า นางสาวผอบ และนายสอน ตามลำดับ เด็กทั้งหมดนี้ไม่ได้เรียนหนังสือ เป็นครอบครัวที่ยากจนแร้นแค้นอีกครัวหนึ่ง และมีปัญหาหลักของครอบครัวคือข้าวไม่พอกิน แต่ละปี พอถึงเดือนเมย. พค. ข้าวในเล้าหมดลงต้องดิ้นรนหาเงินซื้อข้าว

พ่อตั้นเป็นคนเขาวง เคยร่วมรบในสงครามแห่งความคิดต่างทางอุดมการณ์ เป็นหน่วยรบ หน่วยสังหาร ที่พ่อตั้นบอก เราสังหารเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเท่านั้น ไม่ทำร้ายประชาชน

ช่วงชีวิตของพ่อตั้นที่ตกหล่นหายไปกับการสู้รบยาวนานนับสิบปี เคยเดินผ่านมาหมดแล้ว ภาคอีสาน ภาคเหนือของไทย ลาวและเวียตนามบางส่วน ส่วนภรรยาก็เป็นหน่วยพยาบาล ฝังเข็มได้ ฉีดยาได้ ผ่าตัดเล็ก ๆ  ได้ ....จากนั้นถึงได้ออกมาเผชิญกับสงครามของการเอาชีวิตรอดอีกแบบหนึ่งเมื่อปี ๒๕๒๗  ซึ่งพ่อตั้นก็เกือบไม่รอด ที่บ้านยางคำ ธาตุพนม

พ่อตั้นมีที่ดิน ๑๑ ไร่ เป็นนาโคก ๑๐ ไร่ นาลุ่มหรือที่เรียกว่านาล่อง ๑ ไร่ ด้วยสภาพของพื้นที่และปริมาณน้ำที่ยังไม่สอดคล้องกับการผลิต คุณภาพของดิน ส่งให้ปริมาณการผลิตไม่พอกิน แม้ปัจจุบันพ่อตั้นก็ยังคงแก้ปัญหายังไม่ได้ 


“ข้าวหมดต้องขอ ยืม กินจากพี่จากน้อง ขายใบยาสูบบ้าง กว่าจะได้ข้าวอีกทีก็เดือน ๑๑  ....ปีกลายข้าวงันได้ ๕๐ สอบ ข้าวดอได้ ๒๐ สอบ แต่ไม่พอกิน ข้าวมันลีบไม่งามเต็มที่ ยืมข้าวของหมู่บ้านกิน รอฟังเขาประกาศถึงได้ไปเอา ตอนดำนาจะได้ไม่ต้องพะวง จะได้ดำนาให้เต็มที่ แต่ถ้าหมดแล้วก็ได้หาเงินนะทีนี้ เอาเงินไปซื้อข้าว....ข้าวกระสอบหนึ่งกินได้ประมาณอาทิตย์กว่า ๆ   ....”

พ่อตั้นมีประสบการณ์ในการในปลูกแตงโม แตงกวา แคนตาลูป ยาสูบ อย่างโชกโชน ในอาณัติของบริษัทซึ่งมีการควบคุมทุกกระเบียดนิ้ว จะต้องใส่ปุ๋ยเท่าไร เมื่อไรต้องฉีดยา ฉีดโฮร์โมน จนทำให้มีอาการแพ้ ตัวดำ เผือด ๆ ไม่สดใส น้ำหนักลด  คิดอยากหยุดแต่ต้องทำเพื่อหาเงินก้อนไว้สำหรับตอนข้าวหมดเล้า นอกจากนี้ก็รับจ้างทำงานทุกอย่าง ขนข้าวในโรงสี ขุดมันสำปะหลัง

ระยะสองปีที่ผ่านมานี้ พ่อตั้นมีอาการปวดหลังช่วงบนใกล้บ่าเรื้อรัง ไปทำงานในโรงสีข้าวไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนหน้าที่ไปเย็บกระสอบข้าว ต่อมาก็หยุด เวลาจะทำนาต้องไปอาศัยลงแขกเอาแรงกับเพื่อน ๆ  เพื่อแลกกับการไถนา พ่อตั้นไม่มีรถไถ


“เคยรับเลี้ยงควายให้คนอื่น แต่มันไล่ขวิดคน กลัวว่าจะต้องเสียเงินให้เขา ก็เลยหยุด”

ตอนนี้ก็มีปัญหาเรื่อง วัว ของญาติที่อยู่ติดกันเข้ามาเหยียบ กินต้นไม้ในสวนเล็ก ๆ  ข้างเถียง ทำให้ไม้ผลที่ทยอยปลูกแต่ละปีที่เหลืออยู่ประมาณ ๕๐  ต้น ยังเหลือเพียง ๒๕  ต้น แม้จะทำรั้วมันก็กระโดดเข้าไปได้”

“ ผมคิดว่างานที่ทำอยู่นี้ดีอยู่ จิตใจของผมพร้อม แต่ว่าน้ำไม่พอและก็ต้องหาเงินด้วย ....ไปนา ไปดูต้นไม้ โอ...มันโตแล้ว ตามที่ได้ทำมาก็รู้สึกพอใจในตัวเอง ให้หยุดไม่หยุดแน่ แต่ให้เร็วเหมือนเพื่อนมันเร็วไม่ได้ ทำตามแรงของเจ้าของนี่แหละ “ 


เป็นข้อสรุปที่แสดงทิศทางของตัวเองของพ่อตั้น ต่ออนาคตที่จะต้องฟันฝ่าอีกยาวไกล