วันหยุดนี้ผมต้องพิจารณาผลงานวิจัยทั้งหมดที่จะนำเสนอในการประชุมเดือนหน้า
มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจจึงนำมาเล่าให้ฟัง คือ
เรื่องความเห็นของผู้ป่วยต่ออาการปวดหลังผ่าตัด
ผู้วิจัยทำการสอบถามผู้ป่วยหญิง 112 ราย ที่จะทำผ่าตัดในช่องท้อง (ผ่าเกี่ยวกับมดลูก)
ในช่วงก่อนผ่าตัด
ผู้ป่วย 92% คิดว่าการผ่าตัดชนิดนี้จะทำให้มีอาการปวดในระดับปานกลางถึงระดับปวดมาก
ผู้ป่วย 48% บอกว่าจะขอยาแก้ปวดเมื่อมีอาการปวดในระดับมากถึงมากที่สุด
ในช่วงหลังผ่าตัด
ผู้ป่วย 50% บอกว่ามีอาการปวดมากถึงมากที่สุด(ปวดจริง)
และผู้ป่วย 48% บอกว่ามีอาการปวดมากจนทำให้รบกวนการนอน
แต่ท่านเชื่อหรือไม่ ว่า
ผู้ป่วย 92% พอใจในการระงับปวดที่ได้รับ เหตุผลที่ตอบมากที่สุด (71%) คือ ความปวดเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
และยังได้คำตอบอีกว่า
ผู้ป่วย 85% ไม่ต้องการยาแก้ปวดที่แรงกว่านี้
ผู้ป่วย 88% ไม่อยากได้ยาบ่อยขึ้นกว่าเดิมที่ได้รับอยู่
ทั้งหมดนี้ แปลตรงๆ ก็คือ ผู้ป่วยต้องอดทนนั่นเอง
งานวิจัยนี้ ตรงกับประสบการณ์ที่ผมพบเจออยู่เป็นประจำ ตัวอย่างเช่น
ผู้ป่วยเป็นพยาบาล ทำผ่าตัดคลอด (ครั้งที่ 2) เธออดทนมากไม่ขอยาแก้ปวดเลยแม้แต่เข็มเดียว ถามได้ความว่าเธอกลัวแพ้ยามอร์ฟีน
(ยาแก้ปวดไม่ได้มีแต่มอร์ฟีนอย่างเดียวครับอาจใช้ตัวอื่นแทนก็ได้)
อีกรายหนึ่งเป็นชายหนุ่ม ทำผ่าตัดนิ่วไต ปวดมาก (7-8 คะแนน) ได้รับเครื่องพีซีเอ ไว้ระงับปวดด้วย แต่ไม่ค่อยกดเอายา ถามได้ความว่า พ่อบอกว่าต้องอดทน ถามไปถามมาจึงรู้ว่าพ่อเป็นทหาร (สอนลูกได้ดีครับ)
ที่ยกตัวอย่างมานี้ เป็นทัศนคติที่ไม่ถูกต้องต่อการระงับปวด
แม้ว่าการอดทนเป็นสิ่งที่ดี และอาการปวดหลังผ่าตัดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จริง
แต่เราก็พยายามช่วยเหลือให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ไม่ให้ต้องทนทุกข์ทรมาน มากจนเกินไปครับ
18: ความอดทนของผู้ป่วยกับการระงับปวดหลังผ่าตัด
ความอดทนเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ควรฝึกฝน แต่การอดทนต่ออาการปวดหลังผ่าของผู้ป่วยนั้นมากเกินไปหรือเปล่า
สวัสดีค่ะคุณหมอ นพ. สมบูรณ์ เทียนทอง
ขอบคุณค่ะ
คุณหมอตอบด้วยค่ะ
คุณครูอ้อยครับ
คุณ Lily ครับ
อาจารย์ครับ ผมเองกลับเจอบ่อยที่แพทย์ครับ โดยเฉพาะแพทย์ประจำบ้าน ที่ไม่อยากให้ยาแก้ปวดโดยเฉพาะมอร์ฟีนเยอะ เพราะกลัวคนไข้ติดยาทั้งๆ ที่เป็น CA ระยะท้าย หรือไม่ก็ consult เพราะรู้สึกว่าคนไข้ปวดมากเกินความเป็นจริง พอไปดูเป็นเพราะหมอขี้เหนียวยา แต่พอเขามีประสบการณ์มากขึ้นก็ดีขึ้นครับ
คุณหมอมาโนช ครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ..นพ. สมบูรณ์ เทียนทอง
นับว่ารักษาได้ถูกต้องและตามเวลา..ใช่ไหมคะ
ครูอ้อยครับ
บางทีความรู้สึกที่เกิดขึ้น อยู่ที่ใจล้วนๆ ผมคิดว่าใช้โอกาสนี้พิจารณาความไม่เที่ยงของสังขารไปด้วย
คนเราหากสุดๆ (เจ็บ ร้อน หนาว ) ก็คงต้องอดทน มากกว่านั้นคือ เรียนรู้ให้ปัญญาบังเกิดจากสภาวะแบบนั้น
พระพุทธเจ้าก็เช่นกันครับ
เคยคุยกับผู้ป่วยหลาย ๆ คนบอกว่าอีกเหตุผลที่สำคัญที่ผู้ป่วยไม่อยากขอยาแก้ปวด คือ เกรงใจพยาบาล บ้างก็บอกกลัวพยาบาล เหตุผลที่ 1 ยังพอจะแก้เยียวยาได้แต่เหตุผลที่ 2 โอ้พระเจ้าจอร์ช...มันแย่มาก
สวัสดีค่ะ..ช่วงนี้กำลังเรียนทำวิจัย โดยตั้งหัวข้อเรื่องเกี่ยวกับ พฤติกรรมพยาบาลมีผลต่อการลดความเจ็บปวดของคนไข้หรือไม่ ..รบกวนคุณหมอ..ช่วยแนะนำข้อมูลที่จะสืบค้นด้วยนะค่ะ…
กำลังเตรียมเอกสารประกอบการสอนเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะปวดอยู่ค่ะ เลยเข้ามาหาข้อมูลใน website ดู เผื่อว่าจะมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังค่ะ เพราะข้อมูลที่ได้มาจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปวดด้วยสาเหตุต่างๆ ความอดทนต่ออาการปวดของแต่ละคนเป็นสิ่งที่น่าทึ่งจริงๆ จากประสบการณ์การเป็นพยาบาลได้เจอผู้ป่วยที่มีความทนต่อความเจ็บปวดต่างๆ กัน ที่จริงก็น่าเห็นใจผู้ป่วยนะคะที่ยอมทนปวดเพราะเกรงใจพยาบาล หรือกลัวพยาบาล ดิฉันเคยเจอเหมือนกันที่พยาบาลใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าผู้ป่วยปวดมากหรือน้อยแค่ไหน และจะให้ยาหรือไม่เมื่อไหร่ แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานมากตั้งแต่ดิฉันเป็นนักศึกษาพยาบาลแล้ว แต่ตอนนี้นับว่าเป็นโชคดีของผู้ป่วยที่เรามีการนำเครื่องมือวัดความเจ็บปวดแบบต่างๆ มาใช้ และใช้ pain score ในการประเมินความเจ็บปวดมากขึ้น เดียวนี้ทีมสุขภาพให้ความสำคัญกับอาการปวดมาก และพยายามหาวิธีการบรรเทาอาการทั้งการใช้ยาและไม่ใช้ยา ที่บอกว่าความทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเป็นสิ่งที่น่าทึ่งนั้น ประสบการณ์หมาดๆ ที่เพิ่งผ่านมาคือ มีอาจารย์ที่คณะฯ คนหนึ่งผ่าตัดคลอดลูกทางหน้าท้อง อาจารย์เล่าว่า ขอยาแก้ปวดแค่ 1 ครั้งเท่านั้นในวันแรกหลังผ่าตัด หลังจากนั้นไม่ได้ขออีกเลย ดิฉันจึงถามว่า “แล้วไม่เจ็บแผลหรือคะ” อาจารย์ท่านนั้นตอบมาให้ดิฉันตกใจว่า “เจ็บค่ะแต่ทนได้ ถ้าคิดเป็น pain score ก็คงประมาณ 7-8 ค่ะ” ดิฉันจึงตอบกลับไปว่า “โอ้โห ตั้ง 7-8 ทนได้ยังไง ถ้าเป็นพี่คงต้องขอยาตั้งแต่เจ็บประมาณ 4-5 แล้วมั้ง” แล้วเราก็หัวเราะกันค่ะ น้องเค้าบอกว่าเค้าลุกจากเตียง เดินไปเดินมาตั้งแต่ครบ 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัดแล้ว ทำตามตำราเป๊ะเลย เก่งจริงๆ สรุปที่อยากแบ่งปันก็คือ ความทนต่อความเจ็บปวด (pain threshold)ของแต่ละคนต่างกันจริงๆ ถ้าผู้ป่วยร้องขอยา ก็ต้องให้เค้านะคะ และผู้ป่วยก็ไม่ควรกลัวหรือเกรงใจที่จะขอยาค่ะ ไม่ปวดจะสุขสบายกว่าทนปวดอยู่นานๆ นะคะ ไปหาหมอหรือไปโรงพยาบาลก็เพราะต้องการความสุขสบายขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าทนปวดอยู่เลยค่ะ ถ้ารับประทานยาได้ ไม่เป็นอันตรายก็ทานเถอะค่ะ
กำลังเตรียมเอกสารประกอบการสอนเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะปวดอยู่ค่ะ เลยเข้ามาหาข้อมูลใน website ดู เผื่อว่าจะมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังค่ะ เพราะข้อมูลที่ได้มาจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปวดด้วยสาเหตุต่างๆ ความอดทนต่ออาการปวดของแต่ละคนเป็นสิ่งที่น่าทึ่งจริงๆ จากประสบการณ์การเป็นพยาบาลได้เจอผู้ป่วยที่มีความทนต่อความเจ็บปวดต่างๆ กัน ที่จริงก็น่าเห็นใจผู้ป่วยนะคะที่ยอมทนปวดเพราะเกรงใจพยาบาล หรือกลัวพยาบาล ดิฉันเคยเจอเหมือนกันที่พยาบาลใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าผู้ป่วยปวดมากหรือน้อยแค่ไหน และจะให้ยาหรือไม่เมื่อไหร่ แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานมากตั้งแต่ดิฉันเป็นนักศึกษาพยาบาลแล้ว แต่ตอนนี้นับว่าเป็นโชคดีของผู้ป่วยที่เรามีการนำเครื่องมือวัดความเจ็บปวดแบบต่างๆ มาใช้ และใช้ pain score ในการประเมินความเจ็บปวดมากขึ้น เดียวนี้ทีมสุขภาพให้ความสำคัญกับอาการปวดมาก และพยายามหาวิธีการบรรเทาอาการทั้งการใช้ยาและไม่ใช้ยา ที่บอกว่าความทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเป็นสิ่งที่น่าทึ่งนั้น ประสบการณ์หมาดๆ ที่เพิ่งผ่านมาคือ มีอาจารย์ที่คณะฯ คนหนึ่งผ่าตัดคลอดลูกทางหน้าท้อง อาจารย์เล่าว่า ขอยาแก้ปวดแค่ 1 ครั้งเท่านั้นในวันแรกหลังผ่าตัด หลังจากนั้นไม่ได้ขออีกเลย ดิฉันจึงถามว่า “แล้วไม่เจ็บแผลหรือคะ” อาจารย์ท่านนั้นตอบมาให้ดิฉันตกใจว่า “เจ็บค่ะแต่ทนได้ ถ้าคิดเป็น pain score ก็คงประมาณ 7-8 ค่ะ” ดิฉันจึงตอบกลับไปว่า “โอ้โห ตั้ง 7-8 ทนได้ยังไง ถ้าเป็นพี่คงต้องขอยาตั้งแต่เจ็บประมาณ 4-5 แล้วมั้ง” แล้วเราก็หัวเราะกันค่ะ น้องเค้าบอกว่าเค้าลุกจากเตียง เดินไปเดินมาตั้งแต่ครบ 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัดแล้ว ทำตามตำราเป๊ะเลย เก่งจริงๆ สรุปที่อยากแบ่งปันก็คือ ความทนต่อความเจ็บปวด (pain threshold)ของแต่ละคนต่างกันจริงๆ ถ้าผู้ป่วยร้องขอยา ก็ต้องให้เค้านะคะ และผู้ป่วยก็ไม่ควรกลัวหรือเกรงใจที่จะขอยาค่ะ ไม่ปวดจะสุขสบายกว่าทนปวดอยู่นานๆ นะคะ ไปหาหมอหรือไปโรงพยาบาลก็เพราะต้องการความสุขสบายขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าทนปวดอยู่เลยค่ะ ถ้ารับประทานยาได้ ไม่เป็นอันตรายก็ทานเถอะค่ะ