بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَـنِ الرَّحِيمِ

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

 قُلْ أَعُوذُ بِرَبّ النَّاسِ- مَلِكِ النَّاسِ- إِلَـهِ النَّاسِ- مِن شَرّ الْوَسْوَاسِ الْخَنَّاسِ- الَّذِى يُوَسْوِسُ فِى صُدُورِ النَّاسِ- مِنَ الْجِنَّةِ وَالنَّاسِ

“จงกล่าวเถิด ฉันขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งมนุษยชาติ
 “พระราชาแห่งมนุษยชาติ”
 “พระผู้เป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ”
“(ให้พ้น) จากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ”
“ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์”
“จากหมู่ญินและมนุษย์”
สิ่งเหล่านี้เป็นสามคุณลักษณะจากคุณลักษณะของพระผู้อภิบาลผู้ทรงอำนาจและผู้ทรงสูงส่ง นั่นคือ พระผู้อภิบาล พระผู้ทรงอำนาจในการปกครอง และพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้น พระองค์จึงเป็นพระผู้อภิบาลของทุกสิ่ง พระราชาของทุกสิ่ง และพระผู้เป็นเจ้าของทุกสิ่ง ทุกสิ่งที่สร้างโดยพระองค์ พระองค์ทรงเป็นเจ้าของ และมันอยู่ภายใต้พระบัญชาของพระองค์
เพราฉะนั้น พระองค์จึงได้ทรงบัญชาใครก็ตามให้แสวงความคุ้มครองโดยการขอความคุ้มครองต่อพระองค์เพียงผู้เดียวผู้ทรงมีคุณลักษณะเหล่านี้ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ มัน (ผู้กระซิบกระซาบ) คือไชฏอนที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ยังมนุษย์ แท้จริง ไม่มีลูกหลานของอาดัมคนใดเว้นแต่เขาจะมีเพื่อนผู้ซึ่งทำให้การกระทำที่ชั่วร้ายนั้นสวยงามสำหรับเขา ไชฏอนจะไปยังทุกช่วงเวลาเพื่อให้ยุ่งเหยิงและทำให้เขาสับสน เฉพาะผู้ที่อัลลอฮฺทรงคุ้มครองเท่านั้นที่ได้รับความปลอดภัย มันได้รับการยืนยันในศอหิหซึ่งท่านนบี ขอความสันติจงมีแด่ท่านกล่าวว่า

 مَا مِنْكُمْ مِنْ أَحَدٍ إِلَّا قَدْ وُكِّلَ بِهِ قَرِينُهُ

“ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกท่านเว้นแต่จะมีเพื่อนของเขา (ไชฏอน) ซึ่งได้รับการมอบหมายมายังเขา” พวกเขา (ศอหาบะฮฺ) กล่าวว่า “แล้วสำหรับท่านละ โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ขอความสันติจงมีแด่ท่านท่านตอบว่า

 نَعَمْ، إِلَّا أَنَّ اللهَ أَعَانَنِي عَلَيْهِ فَأَسْلَمَ، فَلَا يَأْمُرُنِي إِلَّا بِخَيْرٍ

“ใช่ อย่างไรก็ตาม อัลลอฮฺได้ทรงช่วยฉันในการต่อต้านเขาและเขาได้ยอมรับศาสนาอิสลาม ดังนั้นเขาจึงสั่งฉันทำในสิ่งที่ดีๆ”

มันถูกยืนยันในสองหะดิษศอหิหซึ่งรายงาจากอนัสด้วย ผู้ซึ่งรายงานเรื่องของศอฟียะฮฺเมื่อนางมาเยี่ยมท่านนบี ขอความสันติจงมีแด่ท่านขณะที่เขากำลังอิอฺติกาฟ เขาเดินออกไปพร้อมนางในระหว่างคืนเพื่อไปส่งที่บ้านของนาง ดังนั้น ชายสองคนจากชาวอันศอรพบเขา (ในระหว่างทาง) เมื่อพวกเขาเห็นท่านนบีขอความสันติจงมีแด่ท่าน พวกเขารีบเดินอย่างรวดเร็ว ดังนั้นท่านรอซูลุลลอฮฺ ขอความสันติจงมีแด่ท่าน กล่าวว่า

 عَلَى رِسْلِكُمَا، إِنَّهَا صَفِيَّةُ بِنْتُ حُيَيَ

“ช้าลงหน่อยซิ นี่คือศอฟียะฮฺ บินติ ฮูยัย” พวกเขากล่าวว่า “มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺ โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ขอความสันติจงมีแด่ท่าน ” เขากล่าวว่า

 إِنَّ الشَّيْطَانَ يَجْرِي مِنِ ابْنِ آدَمَ مَجْرَى الدَّم، وَإِنِّي خَشِيتُ أَنْ يَقْذِفَ فِي قُلُوبِكُمَا شَيْئًا، أَوْ قَالَ: شَرًّا

“แท้จริง ไชฏอนนั้นวิ่งวนในลูกหลานของอาดัมเหมือนกับการวิ่งของเลือด และแท้จริง ฉันกลัวว่าเขาอาจจะขว้างบางสิ่งในหัวใจของพวกท่าน หรือเขาพูดว่า สิ่งชั่วร้าย”

สะอีด บินญุเบร รายงานว่า อิบนุ อับบาสกล่าวเกี่ยวกับพระดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า الْوَسْوَاسِ الْخَنَّاسِ “ผู้กระซิบกระซาบ (อัลวัสวาส) ผู้ซึ่งหลอกล่อ” ไชฏอนผู้ซึ่งกำลังนั่งยองๆ(เกาะ)บนหัวใจของลูกหลานอาดัม ดังนั้นเมื่อเขาใจลอยและเผลอเขาก็จะกระซิบกระซาบ หลังจากนั้นเมื่อเขารำลึกถึงอัลลอฮฺ เขาก็จะหลอกล่อ มุญาฮิดและกอตาดะฮฺก็กล่าวเช่นนี้

อัลมุอฺตะมิร บิน สุไลมานรายงานว่าบิดาของเขากล่าวว่า “มันได้ถูกกล่าวแก่ฉันว่าไชฏอนคือ อัลวัสวาส มันกระซิบเบาๆในหัวใจของลูกหลานอาดัมเมื่อเขาเศร้าและเมื่อเขามีความสุข แต่เมื่อเขา (มนุษย์) รำลึกถึงอัลลอฮฺ ไชฏอนก็จะหลอกล่อ อัลเอาฟีรายงานจากอิบนุ อับบาสว่า الْوَسْوَاسِ “ผู้กระซิบกระซาบ” “มันคือไชฏอน ผู้ซึ่งกระซิบกระซาบและหลังจากนั้นเมื่อเขายอมตาม มันก็จะหลอกล่อ” ดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า الَّذِى يُوَسْوِسُ فِى صُدُورِ النَّاسِ “ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์” นี่เป็นการเจาะจงสำหรับลูกหลานอาดัมอย่างชัดเจน หรือโดยทั่วไปประกอบด้วยทั้งคู่คือมนุษย์และญิน? มีสองมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่เป็นเพราะว่าพวกเขา(ญิน)รวมอยู่แล้วในการใช้ส่วนใหญ่ของคำว่า“النَّاسِ” (มุนษยชาติ) ด้วย อิบนุ ญะรีรกล่าวว่า “คำพูดที่ว่า رجال من الجن (ชายจากญิน) เป็นสิ่งที่ใช้อ้างอิงแก่พวกเขา ดังนั้นมันไม่แปลกประหลาดสำหรับคำว่า "อันนาส" จะถูกประยุกต์ใช้แก่พวกเขาด้วย'' ดังนั้นอัลลอฮฺตรัสว่า

 مِنَ الْجِنَّةِ وَالنَّاسِ

“จากในหมู่ญินและมนุษย์”

นี่คือคำอธิบายของพระดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

 الَّذِى يُوَسْوِسُ فِى صُدُورِ النَّاسِ

“ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์”

หลังจากนั้น อัลลอฮฺได้อธิบายเรื่องนี้โดยตรัสว่า مِنَ الْجِنَّةِ وَالنَّاسِ “จากในหมู่ญินและมนุษย์” นี่เป็นการสนับสนุนมุมมองที่สองซึ่งมันได้พูดถึงที่อัลลอฮตรัสว่า مِنَ الْجِنَّةِ وَالنَّاسِ “จากในหมู่ญินและมนุษย์” เป็นการอธิบายเกี่ยวกับผู้ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์จากไชฏอน(ในสภาพ)ของมนุษย์ และญิน นี่เหมือนกับที่อัลลอฮฺตรัสว่า

 وَكَذَلِكَ جَعَلْنَا لِكُلِّ نِبِىٍّ عَدُوّاً شَيَـطِينَ الإِنْسِ وَالْجِنِّ يُوحِى بَعْضُهُمْ إِلَى بَعْضٍ زُخْرُفَ الْقَوْلِ غُرُوراً

“และในทำนองนั้นแหละเราได้ให้มีศัตรูขึ้นแก่นบีทุกคน คือบรรดาไชฏอน มนุษย์และญินโดยที่บางส่วนของพวกเขาจะกระซิบกระซาบแก่อีกบางส่วน ซึ่งคำพูดที่ตกแต่งเป็นการหลอกลวง...” (6 :112)

อิมามอะหมัดบันทึกว่า อิบนุ อับบาสกล่าวว่า “ชายคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) และกล่าวว่า โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ขอความสันติจงมีแด่ท่าน บางครั้งฉันกระซิบกระซาบแก่ตัวฉันซึ่งสิ่งที่ฉันอยากจะให้ตกจากท้องฟ้ามากกว่ากล่าวคำพูดนั้น (ออกมา) ท่านนบี ขอความสันติจงมีแด่ท่าน กล่าวว่า

 اللهُ أَكْبَرُ، اللهُ أَكْبَرٌ الْحَمْدُ للهِ الَّذِي رَدَّ كَيْدَهُ إِلَى الْوَسْوَسَةِ

“อัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร อัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกร บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺผู้ทรงส่งมัน (ไชฏอน) และผู้ทรงกำหนดแผนการของมัน (ไชฏอน) เพียงแค่ทำการกระซิบกระซาบเท่านั้น” อบู ดาวูดและอันนาซาอีบันทึกหะดิษนี้

ตัฟซีร อิบนุ กะษิร

แปล/เรียบเรียงโดย อ.อาลัม