เกริ่นนำก่อนว่าที่เม็กดำพวกเรากำลังเรียนรู้ร่วมกันอีกเรื่องหนึ่งคือโครงการจัดทำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นโดยครูและชุมชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันที่มีนักเรียนเป็นแกนกลางของการเชื่อมโยงพร้อมกับใช้ป่าใหญ่โคกจิกที่เปรียบเป็นห้องครัวใหญ่ในชุมชนเป็นห้องเรียน จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้จึงเริ่มที่การศึกษาภูมิสังคมของพื้นที่แล้วนำไปจัดทำแผนที่ความรู้เพื่อสร้างเส้นทางสู่การเรียนรู้ที่ถูกต้องตรงประเด็นเป็นลำดับต่อไป
การเรียนรู้ในแบบฉบับห้องเรียนของคนหลายวัย พวกเราได้เรียนรู้ร่วมกันทั้งครู นักเรียน ชุมชน พร้อมนี้ได้มีพันธมิตรทางวิชาการอีกหลายค่าย โดยเฉพาะ ชุดโครงการประสานงานวิจัยการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานภาค ได้เรียนรู้กับเราตั้งแต่เริ่มต้น
แนวคิดแผนที่ความรู้กับภูมิสังคม เกิดขึ้นจากการตั้งวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียนของคนหลายวัย ความคิดที่หลากหลาย สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า จะเดินทางต้องมีทางเดิน ดังนั้นถ้าเราจะเรียนรู้เรื่องราวในท้องถิ่น เราต้องรู้ก่อนว่าอะไร ที่ไหน และอย่างไร
ภูมิสังคมในความหมายที่ใช้ในพื้นที่ มีมุมมองไปที่ความแตกต่างหลากหลายทางธรรมชาติ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม สังคม วิถีชีวิตของชุมชน การเริ่มต้นที่ฐานคิดเช่นนี้ในการปฏิบัติพบว่ามีเส้นทางสู่การเรียนรู้เรื่องราวในท้องถิ่นมากมาย บางเรื่องเริ่มจากตัวคน ในขณะที่บางเรื่องเริ่มจากประเพณี วัฒนธรรม หรือบางเรื่องเริ่มจากดิน น้ำ ป่า แล้วสืบเสาะไปหาตัวคน ดังนั้นเราจึงได้แผนที่ความรู้อยู่สองประเภทหลักๆคือ
1. แผนที่ความรู้ในท้องถิ่น เป็นเส้นทางสู่การเรียนรู้ ที่อยู่นอกตัวคน มีการดำรงอยู่อย่างมีตัวตนในธรรมชาติ สามารถจับต้องสัมผัสได้ แผนที่ชุดนี้จะแสดงถึงคุณลักษณะภายนอก ทำให้เห็นความเชื่อมโยงถึงกันที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น
ป่าใหญ่โคกจิก ประกอบด้วย 4 พื้นที่ย่อย คือ ดงจิก ดงก่อ ดงยาง ดงบาก
ดงจิก ประกอบด้วยจุดที่สำคัญ คือ ศาลเจ้าป่า น้ำโกนเหลี่ยม พื้นที่ผักกินใบ พื้นที่เห็ด พื้นที่สัตว์ป่า
2. แผนที่ความรู้ในตัวคน เป็นเส้นทางสู่การเรียนรู้ในเชิงลึก เป็นการเข้าถึงแก่นสาระ ผ่านการค้นหาและศึกษาจากตัวคน ถือว่าเป็นสิ่งที่สัมผัสด้วยตาเปล่าไม่ได้ จะต้องมีกระบวนการแห่งเข้าถึง จากการ ปฏิบัติจริงทำให้เห็นร่องรอยของการเรียนรู้ การถ่ายทอด การสืบทอด หรือกล่าวได้ว่าทำให้เราได้จับต้นชนปลายได้ถูกต้องตรงประเด็น
ประโยชน์และคุณค่าที่ได้รับชัดเจนจากการทำแผนที่ความรู้โดยมีภูมิสังคมเป็นฐาน คือการได้จับต้นชนปลายได้ถูกต้องตรงประเด็น ทำให้เรารู้ว่าบางเรื่องที่คิดจะจัดการความรู้ในท้องถิ่น แค่คิดก็ผิดทางแล้ว
ดังคำกล่าวของท่าน นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่กล่าวไว้ว่า
… ถ้าเราเห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง เราจะมีความกตัญญู ในหัวใจ อันเป็นจิตใจที่ไม่แข็งกระด้าง ไม่หยาบคาย แต่เป็นจิตใจที่เข้าถึงความจริง ความจริงคือความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยของสรรพสิ่ง ที่เรียกว่า อิทัปปัจจยตา ไม่มีตัวตนในตัวของตัวเอง การเข้าถึงกระแสของ อิทัปปัจจจยตา คือการเข้าถึงความจริง…
แผนที่ความรู้กับภูมิสังคม
แนวคิดแผนที่ความรู้กับภูมิสังคม เกิดขึ้นจากการตั้งวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียนของคนหลายวัย ความคิดที่หลากหลาย สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า จะเดินทางต้องมีทางเดิน ดังนั้นถ้าเราจะเรียนรู้เรื่องราวในท้องถิ่น เราต้องรู้ก่อนว่าอะไร ที่ไหน และอย่างไร
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ปลื้มจิต บุณยพิพัฒน์ · 20 ม.ค. 2550
dejavu monmon · 20 ม.ค. 2550
ศรายุธ · 20 ม.ค. 2550
ปวีณา ธิติวรนันท์ · 20 ม.ค. 2550
คนขับช้า · 20 ม.ค. 2550
พี่เม่ย · 20 ม.ค. 2550
ทา ยุ · 20 ม.ค. 2550
ขอขอบคุณท่านอาจารย์เม็กดำ1…// ขอขอบคุณสำหรับความรู้ และข้อมูลครับ