นักวิชาการที่โดดไปช่วยชาวบ้านอย่างไม่ดูตามม้าตาเรือนั้น ถึงกับแข้งขาหักพิกลพิการมานักต่อนักแล้ว หรือบางทีโดดไม่ระวังอาจจะตกมาคอหักตายก็ได้

       <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          จากประสบการณ์การทำงานกับชุมชน พบว่าในสภาวะการทำงานเพื่อพัฒนาที่มีนักวิชาการร่วมอยู่ด้วยนั้นจะมีปัญหาช่องว่าง ของความรู้ความคิด ความจำเป็นในการพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องว่างทางความรู้และทรัพยากรที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างนักวิชาการและชาวบ้านที่มีระดับการศึกษา ระดับความเข้าใจ และความพร้อมด้านทรัพยากรอย่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          จึงเป็นการยากที่จะทำให้ชาวบ้านสามารถเข้าใจและทำงานร่วมกับนักวิชาการได้อย่างแท้จริง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อันเนื่องมาจากขีดจำกัดข้างต้น และยังมีขีดจำกัดด้านวิสัยทัศน์และกระบวนทัศน์อีกต่างหาก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สำหรับนักวิชาการก็จะมีขีดจำกัดด้านการมองภาพเชิงระบบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าใจวิถีชีวิตในการดำรงอยู่ของคนในชนบทได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่มักจะใช้วิถีชีวิตของตนเองเป็นมาตรฐานเปรียบเทียบว่าตนคิดอย่างงี้ทำอย่างงี้ ชาวบ้านก็น่าจะคิดและทำเช่นเดียวกัน และยังมีฐานแตกต่างทางด้านการศึกษาและปรัชญาในการดำรงชีวิตอีกด้วย  จึงทำให้การนำเสนอของนักวิชาการมักจะไม่ค่อยตรงกับชาวบ้านที่มีปัญหา หรือตรงกับที่ชาวบ้านต้องการอย่างแท้จริง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาเรามักจะคาดหวังว่านักวิชาการจะโดดไปช่วยชาวบ้านอย่างได้ผล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในความเป็นจริง นักวิชาการที่โดดไปช่วยอย่างไม่ดูตามม้าตาเรือนั้น ถึงกับแข้งขาหักพิกลพิการมานักต่อนักแล้ว หรือบางทีโดดไม่ระวังอาจจะตกมาคอหักตายก็ได้ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จึงทำให้นักวิชาการกระดูกอ่อนใจยังไม่ถึงมักจะไม่กล้าทำงานอย่างนี้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือถ้าใจถึงอาจจะตายก่อนวัยอันควรก็ได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีทำให้คนเข็ดขยาดไม่กล้าทำงานกับชุมชนอีกต่อไป </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดยเฉพาะในการทำงานกับชุมชนที่ยังไม่เข้มแข็ง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จึงเป็นสาเหตุให้นักวิชาการบางคนลักไก่ ไปทำงานกับชุมชนที่เข้มแข็งแล้วเท่านั้น หรือยิ่งกว่านั้นก็ใช้วิธีไปเด็ดยอดงานที่ทำได้ผลแล้วในชุมชนมาเป็นผลงานของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ในทางกลับกันกลุ่มชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มหัวไวใจสู้ แต่ฝีมือไม่ถึงก็มีปัญหาในการพยายามสร้างความพร้อมเทียมๆ ของตนเองเพื่อหลอกนักวิชาการและนักพัฒนาว่าพร้อมจะทำงาน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่จริงๆ ก็ไม่ความพร้อมแต่อย่างใด </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อมีปัญหาบางเรื่องที่ต้องการความพร้อมจริงๆ ขึ้นมาก็จะพบว่ากลุ่มชาวบ้านเหล่านั้นประสบกับความล้มเหลวได้อย่างง่ายดาย อันเนื่องจากขาดทรัพยากรด้านต่างๆ และความเข็มแข้งของกลุ่มในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มี หรือที่ได้รับจากโครงการพัฒนา ทำให้งานล้มเหลว โดยไม่ได้ตั้งใจ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ฉะนั้นประเด็นสำคัญในการพัฒนาก็คือ ควรมีการสร้างบันไดให้ทั้งนักวิชาการและชาวบ้านได้ไต่ขึ้นไต่ลงเพื่อพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน โดยเน้นการพัฒนาความพร้อมที่จะทำงานตามแผนที่วางไว้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แนวทางที่สำคัญก็คือ การวิจัยเชิงปฏิบัติการและการจัดการความรู้ที่ทำโดยกลุ่มภาคีวิจัยที่ประกอบด้วยผู้รู้ นักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน นักบริหารระดับชุมชน และชาวบ้านทั่วไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจอย่างเป็นขั้นตอนเชื่อมโยงกันโดยการสร้างความต่อเนื่องของแผนการทำงานในระดับต่างๆ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่จะเปิดช่องให้นักวิชาการมีความเข้าใจความเป็นอยู่และบริบทของชุมชนได้ชัดเจนขึ้น </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และในทางกับกันชาวบ้านก็มีโอกาสที่จะเข้าใจขีดจำกัดและศักยภาพของระบบที่สนับสนุนอยู่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ม่ว่าจะเป็นระบบราชการ ระบบองค์กรพัฒนาเอกชน ระบบการบริหารส่วนท้องถิ่น และระบบการประสานงานโดยรวม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งเป็นวิธีการที่สำคัญซึ่งจะทำให้คนเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นการทำงานแบบมีส่วนร่วม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> เป็นการจัดการพัฒนาตนเองในทุกระดับ ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร นักวิชาการ องค์กรในท้องถิ่น และชาวบ้านโดยทั่วไป   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ดังนั้น จึงอาจถือได้ว่า การวิจัยเชิงปฏิบัติการและการจัดการความรู้ในระดับชุมชน จึงเป็นบันไดที่สำคัญในการพัฒนา ทำให้นักวิชาการมีที่ไต่ลงจากหอคอยงาช้างหรือยอดเขาทางวิชาการ ลงมาหาชาวบ้าน และชาวบ้านก็มีที่ไต่ขึ้นจากปลักเหวแห่งความไม่รู้ แห่งความด้อยโอกาส และมีโอกาสที่จะช่วยซึ่งกันและกันให้ทุกฝ่ายพัฒนาไปพร้อมๆ กัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ซึ่งเป็นลู่ทางสำคัญในการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมและการพัฒนาแบบยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของการทำงานในมหาชีวาลัยอีสาน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งในกระบวนการทำงานนี้ เราจะมีนักวิชาการจากสายงานหลายด้านและชาวบ้านที่มีความสามารถต่างระดับความเข้มแข็งมาสนับสนุนกระบวนการทำงาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ร่วมกับการทำงานของสถาบันการศึกษาที่ทำหน้าที่เสมือนกาวใจให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นมากกว่าเดิม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยมีนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก เป็นสายใยคล้องเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มคนที่ทำงานด้านต่างๆ ให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          จึงนับได้ว่าการทำงานของมหาชีวาลัยและภาคีพัฒนาน่าจะเป็นตัวอย่างของศักยภาพที่แท้จริงของการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะแสดงผลงานที่เป็นรูปธรรมในระดับชุมชนและการนำเสนอผลงานในการประชุม มหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติครั้งต่อไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>            อีกไม่นานเกินรอครับ ขอบคุณมากครับที่ติดตามการทำงานของเรา