ก่อนจะจำแนกสิ่งรอบตัวเราออกเป็น ๑๒ ส่วน (ตามเนื้อหาใน ฉันคือศูนย์กลางเอกภพ ) จะขอกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรากับโลกก่อน เนื่องจากเราอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลกและเป็นจุดเล็กเกินไปในการที่จะจำแนกเป็น ๑๒ ส่วน ดังนั้น จึงผนึกเราเข้ากับโลกและแบ่งรัศมีรอบโลกออกเป็น ๑๒ ส่วนแล้วขยายออกไปจนจดขอบเอกภพ (ถ้ามีอยู่) หรือขยายออกไปไม่สิ้นสุด

ความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับตัวเรา ประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญ ในเบื้องต้น เค้าอธิบายว่า ผลกระทบทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับโลกจะมีผลต่อเราด้วยเสมอ สมมติว่า มีดาวหางผ่านโลกมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำท่วมก็จะมีอิทธิพลต่อเรา เป็นต้น ...และนัยตรงข้าม เราก็จะมีอิทธิพลต่อโลก เช่น ปรากฎการณ์เรือนกระจกเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของพวกเรา เป็นต้น ...จะพักประเด็นนี้ไว้ก่อน

เมื่อแบ่งรัศมีของโลกออกไป ๑๒ ส่วน (คือ ๑๒ ราศี) ก็มีการตั้งชื่อแต่ละส่วน โดยอาศัยกลุ่มดาวที่สังเกตได้ในแต่ละส่วน ถ้าส่วนใดกลุ่มดาวเหมือนกับสิ่งใด ก็จะตั้งชื่อตามนั้น (ต่อไปจะเรียกว่า ราศี ตามศัพท์วิชาการโหราศาสตร์) ซึ่งได้แก่

๑.เมษ คือ แพะ

 ๒. พฤษภ คือ วัว

๓. เมถุน คือ คนคู่

๔. กรกฎ คือ ปู

๕. สิงค์ คือ สิงห์

๖. กันย์ คือ หญิงสาว

๗. ตุลย์ คือ คันชั่ง

๘. พิจิก คือ แมงป่อง

๙. ธนู คือ ธนู หมายถึง คนยิงธนู

๑๐. มังกร คือ งู

๑๑. กุมภ์ คือ หม้อน้ำ หมายถึง คนแบกหม้อน้ำ

๑๒. มีน คือ ปลา

นั่นคือ เดือนทั้งหมดภายในหนึ่งปีนั่นเอง ...ราศีเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อโลกและต่อมนุษย์แต่ละคน... ส่วนแต่ละราศีมีความหมายอย่างไร ก็ต้องแปลความหมายจากสัญลักษณ์เหล่านี้ ซึ่งผู้เขียนจะเล่าต่อไป

กรอบความคิดเบื้องต้น...

เราเป็นส่วนหนึ่งของโลก โลกมีอิทธิพลต่อเรา เรามีอิทธิพลต่อโลก และขยายออกไปว่า สิ่งที่มีอิทธิพลต่อโลกก็จะมีอิทธิพลต่อเราด้วย