ที่บันทึกมาแล้วคือเรื่อง ความรู้สึก(Consciousness) และ การรู้สึกสัมผัส (Sensation) ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ต่างก็เป็นลักษณะของจิต(Mind) นั้น ยังมีลักษณะอื่นอีกมากที่จะต้องบันทึกในบล๊อก HUMAN MIND แต่เนื่องจากในบันทึกเหล่านั้นมีคำยักษ์อยู่คำหนึ่งที่อาจจะเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างผมกับท่านผู้อ่าน คือคำ มโนทัศน์ หรือ Concept ดังนั้นจึงพักเรื่องลักษณะของของจิตไว้ก่อน มาทำความเข้าใจตำ มโนทัศน์ ให้เข้าใตรงกันเสียก่อน
คำ Concept เป็นคำที่ใช้กันในปัจจุบันนี้ได้เริ่มต้นใช้กันราวศัตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา แต่ในสมัยของ Plato (427-347 B.C.) คือราว 2000 กว่าปีมาแล้วนั้นใช้คำว่า UNIVERSAL ใน UNIVERSAL THEORY ของท่าน ดังนั้น ถ้าท่าน Plato ตื่นขึ้นมาได้ และได้ยินคำว่า Concept ท่านอาจะต้องเอียงหูฟังก็ได้ และในทางกลับกัน ถ้าเราใช้คำ Universal คุยกันในปัจจุบัน ก็จะเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่งก็ได้ ในประเทศไทย ท่านศาสตรารย์หม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย ได้เสนอคำว่า สังกัปป บรรจุไว้คำในหนังสือจิตวิทยาในชีวิตประจำวันของท่าน และสอนลูกศิษย์ในชั้นเรียน ท่านอาจารย์เดโชว์ สวนานนท์ ได้เสนอคำ ความคิดรวบยอด บรรจุไว้ในหนังสือตำราจิตวิทยาของท่านซึ่งคุณครูที่สอบ วิชาครูในสมัยโน้นอ่านกันมาก ส่วนคำมโนทัศน์นั้น ผมพบจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ทั้งสามคำนี้แปลมาจาก Concept ทั้งสองท่านนับเป็นบุคคลสำคัญของคำๆนี้ ผมจึงขออนุญาตเอ่ยนามของท่านมาสรรเสริญไว้ ณ ที่นี้ด้วย ส่วนคำใดจะติดตลาดหรือไม่ประการใด ท่านว่าให้ถือเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของภาษา ผมเองชอบที่จะใช้คำว่า มโนทัศน์ครับ
ถ้าเราเห็น นาย ก, นาง ข, เด็กหญิง ค, ..... ก็เรียกว่าเราเห็นความจริงเฉพาะอย่าง หรือ Facts เป็นชิ้นๆ แต่ละชิ้นก็คือ Data ในวิชาสถิติ มันเป็นผลจากการรู้สึกสัมผัส แต่กลุ่ม Facts เหล่านี้ทำให้เกิดการก่อรูปขึ้นเป็นบางสิ่งบางอย่างในหัวของเรา และเราตั้งชื่อเจ้าบางสิ่งบางอย่างนั้นว่า มโนทัศน์ และตั้งชื่อว่า มโนทัศน์คน เรียกสั้นๆว่า คน คำคน มีความทั่วไป ไม่เฉพาะ แต่นาย ก, นาย ข, ..... มีความเป็นเฉพาะ นาย ก นาย ข .... เรียกว่า เป็นตัวอย่างของมโนทัศน์คน ในภาษาสากลใช้คำว่า Example, Instance ถ้าไม่มีนาย ก, นาย ข, ... แล้ว ก็หามีมโนทัศน์คนหรือ Concept Man, Universal Man เกิดขึ้นในหัวของเราไม่ (ยังมีต่อ)
การเข้าถึง Human Mind ได้อย่างไร สามารถวัดได้หรือไม่
การเข้าถึง Human Mind นั้น ถ้าเอาคำว่า experience ไปแทนที่คำว่า เข้าถึง เป็นว่า การ Experience Human Mind แล้ว ก็ตอบว่า ได้ครับ ได้ตลอดเวลาทุกวินาทีที่ท่านอาจารย์ลืมตาอยู ลองกัดลิ้นดู อาจารย์กำลังexperienceกับความรู้สึกเจ็บ ความรู้สึกเจ็บเป็นMind จะเรียกว่าเราObserve mind ด้วยวิธี Introspection ก็ได้ครับ
วัด(measurement)ได้ครับ โดยใช้ คำรายงาน จากผู้นั้น หรือObserve เสียงร้องโอย ของอาจารย์เป็น Data ก็ได้ครับ(กรณีกัดลิ้น)
ขอบคุณท่านอาจารย์มากครับที่ชวนสนทนา
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
ผมชื่อมโนทัศน์ ครับ
มีคนถามความหมายหลายคนมาก พ่อก็เคยบอกว่า แปลว่า Concept ซึ่งอาจารย์ของคุณพ่อ เขาตั้งชื่อให้ผมอีกทีหนึ่ง (ตอนที่ แม่ตั้งท้อง แม่เรียนต่อปริญญาตรี อยู่ใน วค.นว. อาจารย์ของพ่อ + แม่ เลยตั้งชื่อนี้ให้ครับ) ภาคภูมิใจมากที่ได้ชื่อนี้และมีความหมายแบบนี้ครับ
ขอแสดงความยินดีกับชื่อของคุณครับ ถ้าเป็นตามที่คุณว่า คำมโนทัศน์ น่าจะเริ่มใช้สื่อสารกันเป็นครั้งแรกที่ วค.นว. กระมังครับ ลองตรวจสอบดู ถ้าพบคนที่เป็นผู้ใช้คำนี้ครั้งแรก ณ สถานศึกษาดังกล่าว ก็นับว่าดี กรุณาบอกผมด้วยครับ
ว่สวดหื ยรคทืก่สกอทรีดสแสอบยปปปปมวผ
วผ
อ่านไม่ออก กรุณาแปลให้อ่านออกด้วยครับ
ขอเรียนถามอาจารย์ว่า ระหว่างคำว่า มโนทัศน์ กับอัตมโนทัศน์ มีความหมายเหมือนกันไหมครับ และถ้าไม่เหมือนกันแตกต่างกันอย่างไรครับ
ผมกำลังทำ IS เรื่อง มโนทัศน์และพฤติกรรมกระทำผิดวินัยสถานศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค อยู่ครับ อาจารย์มีข้อแนะนำและเสนอแนะแนวทางการทำเรื่องนี้ให้น่าสนใจอย่างไรบ้างครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำนะครับ
(๑) มโนทัศน์ (Concept) กับ อัตมโนทัศน์(Self concept) ไม่เหมือนกันครับ ถ้าจะนิยามคำมโนทัศน์ตามแนวของ Cognitivism ผสม Behaviorism แล้ว เรานิยามคำมโนทัศน์ได้ว่า "มโนทัศน์ คือ ประเภทของสิ่งของ การกระทำ หรือความคิด" เช่น "ดินสอ" เป็นมโนทัศน์ เกี่ยวกับ "สิ่งของ", "เดิน" เป็นมโนทัศน์เกี่ยวกับ "การกระทำ", "ประชาธิปไตย" เป็นมโนทัศน์เกี่ยวกับ "ความคิด" ฯลฯ แต่ถ้านิยามตามแนวคิดของ Cognitivism แท้ๆ ก็นิยามว่า "มโนทัศน์ คือ กฎ ที่ใช้แยกประเภทของสิ่งของ, การกระ, หรือความคิด"
ส่วนคำ "อัตมโนทัศน์" นั้น เป็น "มโนทัศน์เกี่ยวกับตัวเอง" คือ "ตัวเองรู้จักตัวเองว่าเป็นคนอย่างไร" เช่น ถ้าเราสอบได้ที่ ๑ ทุกที ก็จะทำให้เรา"มีมโนทัศน์กับตัวเองว่า ตัวเองเป็นคนฉลาด" หรือถ้าเราสอบทีไรได้ที่สุดท้ายทุกที ก็ทำให้เรามีมโนทัศน์กับตัวเองว่า ตัวเองเป็นคนโง่" เป็นต้น
(๒) คุณอาจจะทำได้หลายวิธีครับ เช่น คุณเลือกเด็กที่มีมโนทัศน์เกี่ยวกับตัวเองเป็นไปในทางบวกมากลุ่มหนึ่ง เลือกเด็กที่มีอัตมโนทัศน์เป็นไปในทางลบอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วสำรวจหาผลการเรียนของเด็กสองกลุ่มนั้นมาเปรียบเทียบกัน ว่าผลเป็นอย่างไร เป็นต้น
เป็นการวิจัยที่มีคุณค่าครับ ออกแบบให้ดีๆ ใช้กลุมตัวอย่างให้มากกว่า ๓๐ คน ใช้เครื่องมือที่เชื่อถือได้ ดำเนินการเก็บข้อมูลตามแบบฉบับของการวิจัยที่ดี ก็จะได้ผลเชื่อถือได้ ผมขอแสดงความยินดี และอวยพรให้สำเร็จ นะครับ
ขอเรียนถามอาจารย์ว่า ผมจะหาข้อมูลเกียวกับมโนทัศน์ได้ที่ไหนบ้างครับ แล้วอาจารย์ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับมโนทัศน์ไว้ที่หนังสือเล่มใดบ้างครับ รบกวนอาจารย์ช้วยแนะนำด้วยครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำนะครับ
(๑) ไสว เลี่ยมแก้ว, "ทฤษฎีสองกระบวนการ"(Two-ProcessTheory of Concept Learning)" วารสารการวิจัยทางการศึกษา,๒๕๒๕ : ๓๐ - ๓๙
(๒) ไสว เลี่ยมแก้ว, "บทบาทของความคิดเอกนัยและความคิดอเนกนัยในการเรียนรู้มโนทัศน์" วิทยานิพนธ์ดุษฎีบันฑิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๒๒, หรือใน"บทคัดย่อผลงานวิจัย, ๒๕๑๙ - ๒๕๒๒. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, (๒๕๒๔) : ๑๒๑ - ๑๒๒." หรือ ใน "วารสารการวิจัยทางการศึกษา, เล่มที่ ๑๒ ฉบับที่ ๒ , เมษายน - มิถุนายน, ๒๕๒๕ : ๓๐ - ๓๙ "
(๓) ไสว เลี่ยมแก้ว, "มโนทัศน์" สารพัฒนาหลักสูตร, กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, (๒๕๓๑) : ๔๑ - ๔๓.
(๔) ค้นจากชื่อต่อไปนี้ในห้องสมุด เพราะพวกเขาเชี่ยวชาญและเขียนหนังสือเกี่ยวกับ มโนทัศน์ คือ L.E. Bourne, B.R.Ekstrand, R.I.Dominoski เขาอาจจะเขียนร่วมกัน หรือแยกกันเขียนก็ได้, M.Levine, E.B.Hunt, F.A.Restle,
(๕) เปิดดู Index ท้ายเล่ม ตำราประเภท Psychology ในห้องสมุดได้ทุกเล่ม
(๖) ค้นจาก google.com โดยพิมพ์คำว่า Concept, or Concept Learning, or Conceptual Thinking แล้วกด search
คิดว่าแหล่งเหล่านี้จะช่วยได้มากอย่างแน่นอนครับ ขอให้พบความสำเร็จนะครับ
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
อาจารย์ครับ วิธีเลือกเด็กที่มีมโนทัศน์เชิง + กับเชิง - มีวิธีเลือกอย่างไรครับ เพื่อให้ได้เป็นตัวอย่างที่ดีของประชากรที่เราต้องการศึกษา ขอบพระคุณครับ
(๑) ใช้แบบทดสอบวัดเจตคติเกี่ยวกับตัวเอง หรืออัตมโนทัศน์ เช่น
ตัวเราเอง(หรือใส่ชื่อลงไป)
เก่ง --- / --- / --- / --- / --- / --- / --- ไม่เก่ง
ชนะ ---- / --- / --- / --- / --- / --- / --- แพ้
เข้มแข็ง อ่อนแอ
ฉลาด โง่
ฯลฯ
ให้ศึกษาจาก Semantic Differential Scale ของ Osgood หรือเครื่องมือวัดเจตคติของคนอื่นๆก็ได้ จะสร้างเอง หรือเอาของคนอื่นมาปรับปรุงใช้ก็ได้
(๒) เราอาจจะใช้แบบทดสอบวัดความถนัดทางการเรียน หรือ Scholastic Aptitude Test ก็ได้ โดยขอใช้จากสำนักทดสอบ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มาทดสอบเด็กระดับมัธยมสักสองร้อยคน เรียงคะแนนจากสูงไปตำ แล้ตัดเอากลุ่มหัวท้ายมาจำนวนหนึ่ง เป็นกลุ่มเก่งกลุ่มอ่อน แล้ว แล้วใช้แบบทดสอบเจตคติวัดอัตมโนทัศน์ก็ได้
หรือใช้แบบสำรวจหาเด็กเกรดสูง - เกรดตำ จากการเรียนมาเป็นกลุ่มศึกษาอัตมโนทัศน์ก็ได้
ขอโทษนะครับ ผมอยากจะทราบว่า มโนทัศน์
มีกี่ประเภทครับ เเล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรในชีวิตประจำวันได้บ้างครับ
ขอบคุณครับ
อาจารย์ว่า concept กับ skill อันไหนสำคัญกว่ากันคะ พอดีหนูต้องเขียน essay เรื่อง concept is more important than skill in art today อ่ะคะ หนูอยากทราบไอเดียคร่าวๆมาเป็นข้อมูลค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต้องขอโทษหนูนักศึกษานะ ที่เพิ่งเข้ามาเห็น ช้าไปเป็นเดือนทีเดียว แต่คิดว่ายังไม่สายนะ ประภทของ มโนทัศน์ มีดังนี้ (อ้อ -- ผมวงเล็บภาษาอังกฤษเอาไว้ด้วย เพราะผมไม่ได้คิดเองคนแรกนะครับ อ้างไว้เพื่อให้เกียรติเขานะครับ แต่มันเป็นเพียงบันทึก จะละเอียดกว่านี้ไม่ได้ครับ)
(๑) มโนทัศน์ธรรมดา (Affirmative Concepts) ได้แก่มโนทัศน์ที่มีลักษณะกำหนด ๑ ลักษณะ เช่น อะไรที่"ร้องเหมียวๆ" คือแมว
(๒) มโนทัศน์ร่วมลักษณะ (Conjunctive Concepts) ได้แก่มโนทัศน์ที่ลักษณะกำหนดสองลักษณะขึ้นไปและเชื่อมด้วย "และ"(And) เช่น อะไรที่ "พูดได้" และ "คิดเหตุผลเป็น" คือคน
(๓) มโนทัศน์แยกลักษณะ(Disjunctive Concepts) ได้แก่มโนทัศน์ที่มีลักษณะกำหนดเชื่อมด้วย "และ / หรือ" (and / or) หรือ "ทั้งสองอย่าง" (both) เช่น ช้างคือ "สัตว์" , หรือ ช้างคือ "สิ่งที่มีงวง" , หรือ ช้างคือ "สัตว์" และ "สิ่งที่มีงวง"
(๔) มโนทัศน์มีเงื่อนไข(Conditional Concepts) เช่น "คนฉลาด คือ คนที่ต้องสอบได้คะแนนสูงสุด"
(๕) มโนทัศน์ที่มีเงื่อนไขสองด้าน (Biconditional Concepts) มโนทัศน์นี้ซับซ้อนมาก นอกจากจะมีลักษณะกำหนดหลายลักษณะแล้ว ยังเป็นเงื่อนไขกันและกันด้วย
ผมแนะนำให้ไปดูเพิ่มเติมได้จาก "วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต" และ "วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต" ของผมเองครับ จากห้องสมุด มศว., และ ห้องสมุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ ผมได้เขียนไว้ละเอียด และมีตัวอย่างมาก พร้อมกับมีหนังสืออ้างอิงท้ายเล่มให้ค้นคว้ามากมายอีกด้วย แม้จะเก่า แต่เป็นขุมความรู้ระดับคลาสสิคนะครับ -- อะแฮ้ม !!
ส่วนที่ถามว่า มโนทัศน์มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันอะไรบ้างนั้น ขอตอบว่า "มันไม่ใช่เครื่องมืออาชีพ" เหมือนวิชาชีพหมอ หรือ วิศวกร หรอกครับ แต่มันเป็นมโนทัศน์ของมโนทัศน์ ที่เราพูดกันทุกวันๆนี้ก็คือมโนทัศน์นะ เราพูดมโนทัศน์กันทุกวัน แต่ผู้พูดไม่รู้เลยว่านั่นคือมโนทัศ เราอ่านมโนทัศน์กันทุกวันจากหนังสือทุกเล่ม เราฟังมโนทัศน์กันทุกวันจากห้องเรียน จากการสนทนา
ถ้าเราไม่มีมโนทัศน์ของมโนทัศน์"ความถ่วง" เราก็"โง่"กับ"มโนทัศน์ความถ่วง" ถ้าเราไม่รู้มโนทัศน์มโนทัศน์ของแคลคูลัส เราก็"โง่"กับวิชาคณิตศาสตร์ ฯลฯ ในที่สุดเราก็สอบได้คะแนต่ำทุกที และเราก็เกลียดวิชาคณิตศาสตร์ ฯลฯ
ครูอาจารย์ที่ไม่มีมโนทัศน์กับมโนทัศน์ใดๆ เขาสอนมโนทัศน์ไม่ได้ สอนไม่เป็น แล้วบอกว่าเด็กอ่อนเลข อ่อนฟิสิกส์ เราก็ล้มเหลวในการสร้างนักวิทยาศาสตร์ ต้องนั่งรอผลจากพันธุกรรมกันต่อไป ทั้งๆ ที่ถ้าครูอาจารย์รู้จักมโนทัศน์ มีมโนทัศน์กับมโนทัศน์ที่ซับซ้อนแล้ว คำว่า อะตอม คูณ หาร ฯลฯ จะสอนให้เด็กเรียนได้ดีกว่านี้ และเราจะได้นักวิทยาศาสตร์มากกว่าเด็กสาขาอื่นๆเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้นะครับ
เห็นยังว่ามันสำคัญขนาดไหนครับ แล้วมันส่งผลอะไรรู้ไหม?
เราต้อง"ลอก"ความรู้จากฝรั่งไงละครับ !!!
เราให้เด็กท่องแม่เลข "บนฐานสิบ" ทำให้เรา"โง่"ที่จะคิดถึงเลขฐานอื่นๆ !!! ฯลฯ
ส่งผลให้ "เรา" เป็น "นักบริโภค"ความรู้จากฝรั่ง จนเกิดพฤติกรรมผู้ตามกันทั้งชาติ จะพูดอะไรในที่ประชุมถ้าไม่ได้ "อ้าง"ภาษา"ฝรั่ง" สักคำ แล้วมันรู้สึกว่า "ด้อย"ออะไรทำนองนั้น !!! เมื่อไปดูงานต่างประเทศ ก็มักจะพูดว่า "ผมกลับไปแล้วจะนำสิ่งที่เห็นไปทำบ้านผมบ้าง"!!!ฯลฯ ซึ่งคำพูดแบบนี้ เป็นภาษาของคนที่มีบุคลิก "แบบผู้ตาม" นะครับ ต่อไปอย่าพูดเด็จขาด ถ้าเราอยากจะเป็นผู้นำกับเขาบ้าง !!!
เป็นคำถามที่ทำให้ผมเปล่งภาษาที่ไม่สุภาพออกมาเยอะเลยนะครับ
สวัสดีครับ คุณ poko
คุณก็ถามมาหลายวันแล้วเหมือนกันนะ ผมต้องขอโทษเช่นกันนะครับ คำถามว่า "Concept & Skill อันไหนสำคัญกว่ากัน?"
คำตอบคือ มโนทัศน์ หรือ Concepts เป็น "ความคิด" ในระดับ "รวบยอด" ของเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องของ "ปัญญา" ความคิดในระดับ "ถัดจากข้อเท็จจริงไปแล้วส่วนใหญ่เป็นมโนทัศน์ หลัก(Principles,Rules), กฎ(Laws), ทฤษฎี" ซึ่ง "ทั้งหลัก กฎ ทฤษฎี" ล้วนแต่ "ประกอบขึ้นด้วย" "มโนทัศน์" ทั้งสิ้น ที่เราเรียนกันจนเป็นปราชญ์นั่นแหละครับ ล้วนแต่เป็นเรื่องของนามธรรมทั้งสิ้น
ส่วน Skill หรือ "ทักษะ" นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "การกระทำ" เป็นส่วนใหญ่ ความหมายของทักษะจริงๆนั้น หมายถึงความคล่องแคล่ววอ่งไว รวดเร็ว และถูกต้องด้วย เช่นพิมพ์ดีดอย่างรวดเร็วและถูกด้วย ฟ้อนรำอย่างรวดเร็วกระฉับกระเฉง นิ่มนวลและจังหวะถูกต้อง การสีไวโอลินอย่างทักษะ การตีระนาดอย่างทักษะ ฯลฯ ล้วนแต่เกี่ยวกับการกระทำ หรือพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ ที่เกี่ยวกับความคิดก็มีเช่น คิเลขเร็ว และถูก ก็เรียกว่ามีทักษะในการคิดเลข เป็นต้น แต่โดยทั้วไปแล้ว ทักษะจะใช้กับ การกระทำ หรือพฤติกรรมภายนอกเป็นสำคัญ
คิดว่าคงจะได้ความคิดไปพิจารณา Concept สำคัญกว่า Skill ในเรื่องของ Arts ได้บ้างแล้วนะครับ นอกจากนี้แล้วยังต้องพืจารณาด้วยว่า "สำคัญกว่ากันบนพื้นฐานของอะไรด้วย" ถ้าเป็นบนพื้นฐานของ "เงิน" แล้ว Skill ในการตีเท็นนิส หรือตีกอล์ฟ ดีกว่ารู้มโนทัศน์เป็นไหนๆนะครับ !!!
อ้อ อย่าลืมว่า Concepts ที่พูดกันเกร่อในจอทีวีบางรายการนั้น ผมฟังดูแล้ว เป็นคนละเรื่องกันกับ Concepts ที่เราพูดถึงกันอยู่นี้นะ
อยากทราบว่าระหว่างแนวคิดแบบมโนทัศน์กับแนวคิดแบบสัจนิยมมีความเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร และ อยากให้สรุปแนวคิดแบบมโนทัศน์ว่าเป็นอย่างไรเป็นข้อๆครับ
ขอบคุณ
อันดับเเรกเลยต้องขอบคุณอาจารย์มาเรยนะค่ะที่ให้คำตอบดีๆไว้กับคนอื่นหนูคิดว่ามันเป็นบุญวาสนามากที่หนูได้ค้นหาเว็ปนี้เจอ
ปัญหาก็เกี่ยวกับมโนทัศน์เนี่ยแหละค่ะ
หนูอยากให้อาจารย์ยกตัวอย่างมโนทัศน์ต่อไปนี้เพื่อที่จะให้หนูกระจ่างหน่อยเถอะค่ะ
มโนทัศน์ของสิ่งของ:
มโนทัศน์ของการกระทำ:
* เเล้วความสัมพันธ์ของมโนทัศน์ที่ใกล้ชิดกัน มโนทัศน์ที่เเตกต่าง และมโนทัศน์-
ที่เหมือนกันบางส่วน มันมีอะไรบ้างหรอค่ะ หนูสับสนมากๆเลยอ่ะค่ะ คือตอนนี้หนูกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยุ่อ่ะค่ะ ความรู้เเค่ปีหนึ่งเองนะค่ะ จะได้ซักเเค่ไหน เครียดจังเลย
ยังไงก็ช่วยหน่อยนะค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
นักศึกษาคณะครุศาสตร์
เรียน อาจารย์ไสว เลี่ยมแก้ว ที่นับถือ
ดิฉันเรียนปริญญาโท สาขาการสอนวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่องการวิเคราะห์สำนวนโวหารเชิงมโนทัศน์ในตำนานล้านนาค่ะ ดิฉันอยากทราบเรื่องคำจำกัดความของมโนทัศน์เชิงบวกและเชิงลบค่ะเพราะมีมโนทัศน์ของกษัตริย์ที่ปรากฏในสำนวนมีทั้งด้านบวกและลบค่ะแต่อยากจะหาแหล่งอ้างอิงน่ะค่ะ ขอความกรุณาชี้แนะด้วนนะคะ
ขอขอบพระคุณมากค่ะ