ต้องขอโทษหนูนักศึกษานะ ที่เพิ่งเข้ามาเห็น ช้าไปเป็นเดือนทีเดียว แต่คิดว่ายังไม่สายนะ ประภทของ มโนทัศน์ มีดังนี้ (อ้อ -- ผมวงเล็บภาษาอังกฤษเอาไว้ด้วย เพราะผมไม่ได้คิดเองคนแรกนะครับ อ้างไว้เพื่อให้เกียรติเขานะครับ แต่มันเป็นเพียงบันทึก จะละเอียดกว่านี้ไม่ได้ครับ)
(๑) มโนทัศน์ธรรมดา (Affirmative Concepts) ได้แก่มโนทัศน์ที่มีลักษณะกำหนด ๑ ลักษณะ เช่น อะไรที่"ร้องเหมียวๆ" คือแมว
(๒) มโนทัศน์ร่วมลักษณะ (Conjunctive Concepts) ได้แก่มโนทัศน์ที่ลักษณะกำหนดสองลักษณะขึ้นไปและเชื่อมด้วย "และ"(And) เช่น อะไรที่ "พูดได้" และ "คิดเหตุผลเป็น" คือคน
(๓) มโนทัศน์แยกลักษณะ(Disjunctive Concepts) ได้แก่มโนทัศน์ที่มีลักษณะกำหนดเชื่อมด้วย "และ / หรือ" (and / or) หรือ "ทั้งสองอย่าง" (both) เช่น ช้างคือ "สัตว์" , หรือ ช้างคือ "สิ่งที่มีงวง" , หรือ ช้างคือ "สัตว์" และ "สิ่งที่มีงวง"
(๔) มโนทัศน์มีเงื่อนไข(Conditional Concepts) เช่น "คนฉลาด คือ คนที่ต้องสอบได้คะแนนสูงสุด"
(๕) มโนทัศน์ที่มีเงื่อนไขสองด้าน (Biconditional Concepts) มโนทัศน์นี้ซับซ้อนมาก นอกจากจะมีลักษณะกำหนดหลายลักษณะแล้ว ยังเป็นเงื่อนไขกันและกันด้วย
ผมแนะนำให้ไปดูเพิ่มเติมได้จาก "วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต" และ "วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต" ของผมเองครับ จากห้องสมุด มศว., และ ห้องสมุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ ผมได้เขียนไว้ละเอียด และมีตัวอย่างมาก พร้อมกับมีหนังสืออ้างอิงท้ายเล่มให้ค้นคว้ามากมายอีกด้วย แม้จะเก่า แต่เป็นขุมความรู้ระดับคลาสสิคนะครับ -- อะแฮ้ม !!
ส่วนที่ถามว่า มโนทัศน์มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันอะไรบ้างนั้น ขอตอบว่า "มันไม่ใช่เครื่องมืออาชีพ" เหมือนวิชาชีพหมอ หรือ วิศวกร หรอกครับ แต่มันเป็นมโนทัศน์ของมโนทัศน์ ที่เราพูดกันทุกวันๆนี้ก็คือมโนทัศน์นะ เราพูดมโนทัศน์กันทุกวัน แต่ผู้พูดไม่รู้เลยว่านั่นคือมโนทัศ เราอ่านมโนทัศน์กันทุกวันจากหนังสือทุกเล่ม เราฟังมโนทัศน์กันทุกวันจากห้องเรียน จากการสนทนา
ถ้าเราไม่มีมโนทัศน์ของมโนทัศน์"ความถ่วง" เราก็"โง่"กับ"มโนทัศน์ความถ่วง" ถ้าเราไม่รู้มโนทัศน์มโนทัศน์ของแคลคูลัส เราก็"โง่"กับวิชาคณิตศาสตร์ ฯลฯ ในที่สุดเราก็สอบได้คะแนต่ำทุกที และเราก็เกลียดวิชาคณิตศาสตร์ ฯลฯ
ครูอาจารย์ที่ไม่มีมโนทัศน์กับมโนทัศน์ใดๆ เขาสอนมโนทัศน์ไม่ได้ สอนไม่เป็น แล้วบอกว่าเด็กอ่อนเลข อ่อนฟิสิกส์ เราก็ล้มเหลวในการสร้างนักวิทยาศาสตร์ ต้องนั่งรอผลจากพันธุกรรมกันต่อไป ทั้งๆ ที่ถ้าครูอาจารย์รู้จักมโนทัศน์ มีมโนทัศน์กับมโนทัศน์ที่ซับซ้อนแล้ว คำว่า อะตอม คูณ หาร ฯลฯ จะสอนให้เด็กเรียนได้ดีกว่านี้ และเราจะได้นักวิทยาศาสตร์มากกว่าเด็กสาขาอื่นๆเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้นะครับ
เห็นยังว่ามันสำคัญขนาดไหนครับ แล้วมันส่งผลอะไรรู้ไหม?
เราต้อง"ลอก"ความรู้จากฝรั่งไงละครับ !!!
เราให้เด็กท่องแม่เลข "บนฐานสิบ" ทำให้เรา"โง่"ที่จะคิดถึงเลขฐานอื่นๆ !!! ฯลฯ
ส่งผลให้ "เรา" เป็น "นักบริโภค"ความรู้จากฝรั่ง จนเกิดพฤติกรรมผู้ตามกันทั้งชาติ จะพูดอะไรในที่ประชุมถ้าไม่ได้ "อ้าง"ภาษา"ฝรั่ง" สักคำ แล้วมันรู้สึกว่า "ด้อย"ออะไรทำนองนั้น !!! เมื่อไปดูงานต่างประเทศ ก็มักจะพูดว่า "ผมกลับไปแล้วจะนำสิ่งที่เห็นไปทำบ้านผมบ้าง"!!!ฯลฯ ซึ่งคำพูดแบบนี้ เป็นภาษาของคนที่มีบุคลิก "แบบผู้ตาม" นะครับ ต่อไปอย่าพูดเด็จขาด ถ้าเราอยากจะเป็นผู้นำกับเขาบ้าง !!!
เป็นคำถามที่ทำให้ผมเปล่งภาษาที่ไม่สุภาพออกมาเยอะเลยนะครับ