เกษตรกรรมแบบประณีต นับว่าเป็นกุศโลบายด้านอาชีพที่สามารถสร้างสุขได้ หากมีความตั้งมั่นในความพอเพียง

งไม่มีใครจะปฏิเสธความสุขหรอกนะครับไม่ว่าจะเป็นความสุขทางใจหรือสุขทางกายก็ล้วนแต่เป็นสิ่งทีมนุษย์ทุกคนปรารถนาด้วยกันทั้งนั้นจะมีสุขมากสุขน้อยก็ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขใจสบายกายตลอดไปก็แล้วกันนะครับ

สำหรับความสุขที่กำลังจะกล่าวถึงในเวลานี้นั้นเป็นความสุขจากการทำการเกษตรแบบประณีตครับแล้วเป็นสุขอย่างไร?.... จึงขอเรียนอย่างนี้ครับว่าคนที่ทำเกษตรแบบประณีตจะเน้นการปลูกอยู่ปลูกกินเหลือกินก็แบ่งปันเหลือแบ่งปันจึงขายเพื่อมีรายได้เข้าครอบครัวครับโดยเฉพาะการปลูกอยู่ปลูกกินเราเน้นปลูกเป็นพืชผักที่ผลิตแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมีใดๆเลยจึงทำให้เกิดความปลอดภัยสูงต่อสุภาพร่างกายของคนปลูกและคนกินอีกทั้งการทำงานในระบบนี้จะเน้นแรงงานในครอบครัวเป็นหลักทุกคนในครอบครัวจะได้ทำงานได้ออกกำลังกายส่งผลให้สุขภาพแข็งแรงอย่างถ้วนหน้าครับ

แล้วสุขใจได้อย่างไร?.....การผลิตแบบนี้ทำเสมือนการทำในสมัยสมัยปู่ย่าตายายที่เราทำกันมาคือปลูกเพื่อกินอย่าได้ไปซื้อคนอื่นเหลือจากกินก็แบ่งปันมีญาติพี่น้องเพื่อนบ้านใกล้เคียงเหลือแบ่งปันก็ขายเป็นรายได้ซื้อปัจจัย4อย่างอื่นให้ตนเองและครอบครัวจึงทำให้วิถีชีวิตครอบครัวชุมชนสังคมวัฒนธรรมกลับมามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนในสังคมมีความสมานฉันท์มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อกันจึงทำให้เกิดความสุขทางใจ

อย่างไรก็ตามในชีวิตความเป็นจริงมันคงไม่ง่ายนะครับในการที่เราจะสร้างสุขได้โดยง่าย....เพราะชีวิตคนเราต้องต่อสู้กับอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายยังต้องมีอะไรที่ต้องเรียนรู้พร้อมกับปัญหาอย่างไม่รู้จบรู้สิ้นเสียทีแต่อย่าพึ่งสิ้นหวังนะครับเพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีทางออกเหมือนกับคำกล่าวที่ว่า "ปัญหามาปัญญาเกิด" ของท่านครูสุทธินันท์ปรัชญพฤทธิ์ปราชญ์ชาวบ้านผู้รอบรู้เรื่องเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินแห่งเมืองบุรีรัมย์ดังนั้นต้องสู้ต่อไป....

เกษตรแบบประณีตจึงเป็นที่มาของกุศโลบายสร้างความสุข....ท่านครูบาสุทธินันท์....กล่าวว่าเกษตรกรรมแบบประณีตเป็นกุศโลบายในการสร้างแรงบันดาลใจให้พี่น้องเกษตรกรได้หวนกลับมาทำเพื่ออยู่เพื่อกินแบบดั้งเดิมเหมือนบรรพบุรุษเราสร้างมาฯโดยทำในพื้นที่น้อยๆทำด้วยแรงงานตนเองและในครอบครัวไปพรางก่อนเพื่อให้เกิดชุดความรู้ (knowledge Asset) ความชำนาญในเรื่องของอาชีพต่างๆเสมือนการทำแบบฝึกหัดเมื่อเก่งชำนาญเชี่ยวชาญแล้วเราค่อยขยายพื้นที่การผลิตออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่เพียงพอต่อการดำรงชีพซึ่งจะเป็นหนทางในการที่เราจะสร้างสุขให้กับตนเองครอบครัวและชุมชนอย่างยั่งยืน

ทำได้แล้วอย่าลืมเบิ่งหลังและแลหน้า......เมื่อทำได้แล้วเราอย่าลืมทบทวนตนเองอยู่เสมอนะครับว่าความพอดีและพอเพียงของเราอยู่จุดไหนการสร้างวินัยการออมเป็นหนทางหนึ่งแห่งความสุขอีกทั้งการสร้างพันธมิตรเครือข่ายจะทำให้เราไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยวและเดียวดายเราอย่าไปสร้างคู่แข่งขันในอาชีพพยายามเน้นการสร้างพันธมิตรและเครือข่ายเป็นหลักสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share & Learn) พยายามสร้างให้เพิ่มมากขึ้นๆ..... ซึ่งจะเป็นการเอื้อประโยชน์และเกื้อกูลกันในระยะยาวอีกทั้งจะทำให้เราสามารถที่จะเรียนรู้ (Capture) ความรู้ต่างๆจากเพื่อนได้อย่างเป็นกัลยาณมิตร (ความรู้ที่แท้จริงไม่ใช่ความรู้หลอกๆ) สุดท้ายผมยังมีความเชื่อ...ว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกหนึ่งในการที่จะได้มาแห่งความสุขที่แท้จริงและเป็นความยั่งยืนในอาชีพที่สอดคล้องตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ขอบคุณมากครับ

อุทัยอันพิมพ์

15 มกราคม 2550