ประสบการณ์ที่ดีของการขับเคลื่อน CQI 2568
การขับเคลื่อนการพัฒนางานด้วยแนวคิด CQI (Continuous Quality Improvement) ในปี 2568 มุ่งเน้นการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการทำโครงการเป็นครั้งคราว แต่พัฒนาให้กลายเป็น “วัฒนธรรมคุณภาพ” ในการทำงานประจำ
จุดสำคัญคือการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ การเชื่อมโยงงานระหว่างหน่วยงาน และการสร้างความต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรเห็นว่าการทำ CQI เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ (routine to research / routine to quality) ไม่ใช่งานเพิ่ม
เราเริ่มจากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่อง CQI ให้บุคลากรมีแนวคิดเดียวกัน ทั้งในเรื่องหลักการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การตั้งประเด็นปัญหา การกำหนดตัวชี้วัด และที่สำคัญคือ “การเขียนเพื่อสื่อสารงาน CQI” เพื่อให้สามารถถ่ายทอดผลงานได้อย่างเป็นระบบและเข้าใจง่าย
หลังจากนั้นได้จัดกิจกรรม CQI Round โดยหมุนเวียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทุกวัน เปิดพื้นที่ให้แต่ละหน่วยงานได้ Share & Learning นำเสนอผลงาน ปัญหา แนวทางแก้ไข และบทเรียนที่ได้จากการทำ CQI จริง ทำให้เกิดการเรียนรู้จากของจริง (real practice) มากกว่าทฤษฎี
อีกส่วนที่ช่วยเสริมพลังการเรียนรู้คือการจัด KM (Knowledge Management) โดยรวบรวมผลงาน CQI ที่มี ISSUE หรือประเด็นพัฒนาคล้ายกันมาพูดคุยแลกเปลี่ยนต่อยอด ทำให้เห็นมุมมองหลากหลาย เกิดแนวทางใหม่ ๆ และลดการลองผิดลองถูกซ้ำ
ในปีนี้เราเน้นเรื่อง “การเขียนรายงาน CQI” เป็นพิเศษ เพราะการเขียนไม่ใช่แค่สรุปผลงาน แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารคุณค่าและกระบวนการคิดของทีมงานให้ผู้อื่นเข้าใจ ทั้งคนในองค์กรและคนนอกองค์กร การเขียนที่ดีช่วยให้ผลงานถูกนำไปใช้ต่อยอดได้จริง และทำให้องค์กรเห็นภาพการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม
ผลที่เห็นได้ชัดคือ
-
บุคลากรกล้าเล่าและแลกเปลี่ยนมากขึ้น
-
หน่วยงานเห็นความสำคัญของข้อมูลและตัวชี้วัด
-
เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน
-
CQI เริ่มกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงาน ไม่ใช่โครงการชั่วคราว
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการขับเคลื่อน CQI ที่ดี ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือหรือแบบฟอร์ม แต่อยู่ที่การสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วม และทำให้คนเห็นคุณค่าของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในงานประจำของตนเอง
หากนำกระบวนการแก้ปัญหาที่ดี มาใช้ใน CQI อาจใช้ วิธีการใหม่ จากประสบการทำงานซึ่งเป็น Tacit K ร่วมกับ การนำผลวิจัยที่ดีมาแก้ปัญหา หมุนไปเรื่อยๆ CQI ที่นำมาใช้ ก็น่าจะทำให้คนหน้างานรู้สึกว่าไม่ยากเกินไปนะคะ และมีตัววัดผลที่ตรงประเด็นด้วยค่ะ
CQI ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์เข้มแข็งมากค่ะ
ตอนแรกก็มีปัญหาว่า หมุน CQI โดยใช้วิธีการที่ไม่สามารถอ้างอิงได้ ตอนหลังก็เพิ่มการทบทวนวิธีการที่ดีจากการใช้ผลงานวิจัย มีการทำ Jounal club แบบง่ายๆๆ นำมาคุยกันก่อน หวังผลเพื่อยกระดับผลลัพธ์ทางการพยาบาล ทำให้พยาบาลเริ่มทำได้ดีขึ้นค่ะ