1.         RDI เยี่ยมพื้นที่ดงหลวง:  ระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค. 49 RDI ทีม เดินทางเข้าพื้นที่ อ.ดงหลวงเพื่อศึกษาสภาพพื้นที่และงานที่สำคัญเพื่อทำความเข้าใจมากขึ้นในการประกอบการทำเรื่องถอดบทเรียน ซึ่งจะเดินทางไปทุกจังหวัด  ซึ่ง RDI สนใจลักษณะเด่นของพื้นที่ดงหลวงที่ว่า เป็นระบบนิเวศน์เกษตรวัฒนธรรมแบบดงหลวงและมีพืชที่สำคัญคือผักหวานป่า  ทางทีมงานดงหลวงก็จัดให้....และในวาระนี้ได้เยี่ยมแปลงเกษตรผสมผสานหลายคนดังมีสาระโดยสรุปต่อไปนี้

2.         ผักหวานป่า: เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าพื้นที่ใดมีป่าไม้ก็จะมีผักหวานป่าขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ และมีมากมายหลายพันธุ์  เช่น ใบเล็ก ใบใหญ่  ใบใหญ่มาก ใบอ้วนหนา ฯ แล้วแต่ท้องถิ่นจะเรียกตามความนิยม  บางพื้นที่ก็แบ่งเป็น ผักหวานดง ผักหวานโคก และยังมีผักหวานบ้าน ที่ดงหลวงมีสภาพเป็นป่ามากกว่า 90 % ของพื้นที่ และเป็นแหล่งต้นน้ำห้วยบางทราย ความอุดมสมบูรณ์ของป่ายังมีสภาพค่อนข้างดี  ผักหวานป่าจึงมีขึ้นโดยทั่วไปและชาวท้องถิ่น ไทโซ่ หรือบรู รู้จักนำมาเป็นอาหารได้ดี เพราะรสชาติที่อร่อย ถูกปาก และสามารถขายได้ราคาดีมาก คนทั่วไปก็นิยมบริโภค จึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของท้องถิ่น ที่ชาวบ้านทุกหมู่บ้านมักจะเดินขึ้นป่าพร้อมตะกร้าเก็บยอดผักหวานมาบริโภคและขายทั้งในหมู่บ้าน ท้องถิ่น และมีพ่อค้าคนกลางสั่งซื้อเพื่อนำไปขายต่อในเมืองตลอดมาทุกปี  จนปัจจุบันผักหวานป่าลดปริมาณลงอย่างมากเพราะความนิยม และเป็นพืชเศรษฐกิจดังกล่าวการนิยมเก็บมาขายเอาเงินจึงมีส่วนสำคัญในการทำให้ปริมาณลดลง เมื่อสังคมทุนนิยมบริโภคเข้ามา เมื่อสังคมดงหลวงเป็นสังคมเปิด

3.         พ่อใจ เชื้อคำฮด: ในพื้นที่งานสูบน้ำเพื่อการชลประทานห้วยบางทรายในอดีตส่วนใหญ่เกษตรกรบ้านพังแดงใช้ทำนาในฤดูฝนสำหรับที่ลุ่ม ส่วนที่ดอนก็ทำไร่มันสำปะหลัง ต่อมาก็มีคนนำยางพารามาเริ่มปลูกตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดและราคาน้ำยางที่เป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญ  ในขณะที่เจ้าหน้าที่โครงการเร่งทำการส่งเสริมการปลูก พืชแบบมีสัญญา (contract farming) โดยใช้ระบบน้ำจากโครงการสูบน้ำเพื่อการชลประทานห้วยบางทราย  แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งทำสวนเกษตรผสมผสานมาหลายปีจนเกิดผลจนเจ้าของภูมิอกภูมิใจมาก  แม้ว่าบางขณะจะเกิดปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำแต่ก็ดิ้นรนจนได้อุปกรณ์นำน้ำเข้าแปลงมาจนได้  ยิ่งทำให้สวนเกษตรผสมผสานของเกษตรกรคนนี้ก้าวหน้ามากขึ้น  ปัจจุบันในสวนมีพืชมากกว่า 60 ชนิด รวมทั้งผักหวานโคกและผักหวานป่าด้วย และกำลังขยายจำนวนมากขึ้นเมื่อพบว่าพืชนี้ทำรายได้ดี  จุดเด่นของนายใจคือ หวายที่ปลูกสลับมะขามและพืชสวนอื่นๆ นายใจเป็นผู้หนึ่งที่ใช้ระบบชลประทานจุลภาคที่ให้ประโยชน์สูงสุด 

4.         พ่อบัวไล วงษ์กะโซ่: หรือสหายธีระ  หมอธีระ พ่อธีระ แห่งบ้านโพนสว่าง ผู้นำผู้มีความเบิกบานตลอดเวลาพาคณะชมแปลงผักหวานป่าจนค่ำมืด หมอธีระผู้มีประสบการณ์การเป็นหมอในป่ามาก่อน เคยผ่าตัดโรคภัยไข้เจ็บสหายในป่ามาก่อนอาศัยความรู้นี้มา ผ่าตัดต้นผักหวาน ในรูปของการตอนกิ่งผักหวานเทคนิคนี้ทำมานานแล้ว เพียงเพิ่งประกาศในคราวประชุมเปิดตัวเครือข่ายไทบรูครั้งที่ 1 ที่บ้านโพนแดง ต.ดงหลวงในปี พ.ศ. 2546/2547 ถือว่าเป็นแห่งแรกที่ใช้เทคนิคการขยายพันธุ์ผักหวานป่าด้วยวิธีนี้  ก่อนหน้านี้รู้เพียงว่า  ใช้เมล็ดผักหวานป่าขยายพันธุ์  และเป็นพืชที่เอาใจยาก ความสำเร็จในการขยายพันธุ์จึงมีน้อยเมื่อเทียบกับพืชป่าชนิดอื่นๆ พ่อบัวไลกล่าวไว้เมื่อปี 47 ว่าทดลองการขยายผักหวานป่ามาหลายแบบ ไม่ว่าเพาะเมล็ด เอากล้ามาจากในป่า  เอารากผักหวานป่ามาปลูก  แต่วิธีที่ชอบที่สุดคือการตอนกิ่ง  ซึ่งเป็นความถนัดเฉพาะตน

5.         พ่อแสน วงษ์กะโซ่: ในวงการไทบรูเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าพ่อแสนคือเซียนเกษตรผสมผสานท่านหนึ่ง และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานมาหลายครั้ง  เป็นสถานที่ฝึกอบรม และเป็นกรณีศึกษามาตลอด  แม้ว่าที่ดินของพ่อแสนจะอยู่นอกกรอบโครงการ คฟป. เพราะที่ดินไม่ใช่ ส.ป.ก. 4-01 ซึ่งเงื่อนไขนี้พ่อแสนจึงไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการ  แต่พ่อแสนก็เป็นหลักและตัวอย่างที่ยอมรับกันในเรื่อง เกษตรผสมผสาน และ การเอาป่ามาไว้ในสวนซึ่งเป็นแนวคิดของเครือข่ายใหญ่อินแปง  พ่อแสนเป็นคนยิ้มง่าย ใจดี และเรียบง่ายเหมือนๆกับผู้นำไทบรูทุกคน กำลังสำคัญในการทำกิจกรรมการเกษตร คือแม่บ้านของพ่อแสนที่เกือบจะเป็นแรงงานหลักในการทำกิจกรรมในสวนเกษตรผสมผสานในปัจจุบัน ก่อนที่พ่อแสนจะออกไปทำ กิจกรรมสวนป่า ในที่ดินอีกแห่งหนึ่งตามหลักการที่ในเครือข่ายไทบรูส่งเสริมให้สมาชิกเครือข่ายทำกิจกรรมนี้กัน  ผักหวานของพ่อแสนก็น่าชื่นชม เพราะมีต้นสูงใหญ่  ได้กินได้ขาย และได้เมล็ดมาทำพันธุ์ด้วย...  แต่สิ่งที่เป็นสุดยอดของพ่อแสนคือ เล้าหมูเคลื่อนที่พ่อแสนซื้อหมูป่ามาคู่หนึ่งตั้งแต่ยังเล็กๆเลี้ยงจนใหญ่และได้เพิ่มมาอีก 1 ตัวเป็นสามตัว จะเลี้ยงอย่างไรในสวนที่กว้างขวางถึงจะสะดวกและเกิดประโยชน์สูงสุด  ความที่พ่อแสนเป็นคนเรียบง่ายและช่างคิดช่างตั้งประเด็นและสร้างสรรค์  แล้วก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าทำไมไม่ทำเล้าหมูแบบเคลื่อนที่  จะได้ยกเล้าหมูไปได้รอบๆสวนตามที่เราต้องการ  โดยไม่ต้องไปสร้างคอกสร้างเล้าใหม่  สถานที่ที่ย้ายเล้าไปก็เรียบเตียนโล่งเพราะหมูมันใช้จมูกดุนผิวดินใหม่ทำให้หญ้าที่ขึ้นรกสูงเรียบเตียนโล่งไปด้วยแรงงานหมูป่าสามตัวนั่นเอง  คนไม่ต้องเสียแรงงานไปดายหญ้า เพียงย้ายคอกมันไปตามที่ต้องการเท่านั้น  พ่อแสนกล่าวว่า..หมูมันก็ชอบสถานที่ใหม่ๆ...มันได้ดุนดินใหม่ๆ   นับว่าเป็นนวัตกรรมที่วิศวกรหรือสัตวแพทย์จากที่ไหนๆก็คิดไม่ถึง  แต่คนรากหญ้า รากแก้ว  คิดออก.. ไม่เพียงเท่านี้ ความที่พ่อแสนเป็นนักคิด พ่อยังค้นพบยอดปุ๋ยอินทรีย์ใหม่จากปัญหาประจำวัน  อาจจะเรียกว่า  พิจารณาปัญหาจนเกิดโอกาสกล่าวคือ  ยามนอนจะพบว่ามีค้างคาวบินเข้ามาในห้องนอนในสวนแล้วแขวนตัวเองตรงขื่อ อกไก่หลังคาบ้านพร้อมกับ ฉี่ และถ่ายมูลออกมา ทำให้เป็นที่รำคาญและส่งกลิ่นเหม็นเพดาลมุ้งนอนยิ่งนัก  เคยฉายไฟส่องดูก็เห็นเป็นค้างคาวตัวเล็กๆแล้วมันก็บินหนีไป  เมื่อดับไฟฉายสักพักมันก็บินเข้ามาใหม่ เป็นเช่นนี้ตลอด  พ่อแสนกล่าวว่าเคยไล่ตีมันตกมาตายตัวหนึ่ง  แต่คงเป็นบังเอิญมากกว่า  เมื่อเกิดปัญหา  พ่อก็แก้ปัญหาโดยเอาพลาสติกผืนใหญ่มากางอยู่บนมุ้ง ใต้อกไก่ หรือขื่อบ้าน เพื่อรองมูลค้างคาวที่มันถ่ายเป็นประจำนั้น และ ฉี่ของมันด้วย  เมื่อวันคืนผ่านไป  พ่อแสนพบว่าพลาสติกที่ไปขึงกางนั้นได้ผล มีกองวัสดุตกอยู่กลางพลาสติกนั้น วันหนึ่งพ่อแสนก็เอาออกมาดูเพื่อจะเอาไปทิ้ง  แต่พบว่ามีมูลค้างคาวกองอยู่พอประมาณ และที่มากกว่านั้นคือ ปีกผีเสื้อ  ปีกตั๊กแตน  ตกปนอยู่กับมูลค้างคาว  พ่อแสนพูดให้เราฟัง เราเดาออกว่าพ่อแสนตื่นเต้นเหมือนค้นพบสิ่งสำคัญบางอย่าง.... ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คือ พ่อแสนกล่าวว่า มูลค้างคาวที่เรารำคาญนี้คือปุ๋ยชั้นเลิศที่เราไม่ต้องปีนป่ายไปหาบนภูเขา  มันเอามาให้ถึงบ้าน  และดูเจ้าปีกผีเสื้อ ปีกตั๊กแตนนี่ซิ  มันคือศัตรูต้นไม้ของเรา  เจ้าค้างคาวมันไปจับศัตรูพืชของเรามาจากสวนเราแล้วคาบมากินบนในหลังคาเรา แล้วถ่ายมูลเป็นปุ๋ยให้เรา....นี่คือสิ่งวิเศษเราได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง  ความจริงผู้เขียนเคยประสบปัญหานี้เช่นเดียวกันที่บ้านเกิด  แต่ไม่เคยคิดถึงมุมมองนี้เลย สุดยอดจริงๆพ่อแสน...   ความจริงพ่อแสนทดลอง และค้นพบ พิสูจน์อะไรอีกหลายอย่าง  เช่น เป็นผู้นำคนแรกที่เลี้ยงเขียดตะปาดในอ่างน้ำในสวน แล้วมันก็ไปหากินในสวน เมื่อมีสัตว์เช่นนี้วงจรห่วงโซ่อาหารก็เกิดขึ้น พบว่าดินสวนพ่อแสนอุดมมาก  เป็นคนแรกที่คิดใช้ประโยชน์จอมปลวกที่ตัวปลวกหนีไปทำใหม่แล้วให้เป็น รังตัวต่อเพื่อคนจะได้กินตัวอ่อนตัวต่ออีกที  และพ่อแสนพิสูจน์ว่ารากผักหวานก็สามารถขยายพันธุ์ได้ โดยการตัดรากต้นผักหวานที่ชอนไชไปใต้ดินเที่ยวหาอาหารห่างออกไปจากลำต้นแม่  ก็เอาจอบมาขุดแล้วตัดรากออกจากต้นแม่ให้ขาดจากกัน  โดยไม่ต้องเอาส่วนปลายไปปลูกใหม่  แต่ทิ้งไว้เช่นนั้น  รากส่วนปลายที่ถูกตัดออกจากต้นแม่นั้นจะงอกเป็นต้นผักหวานเพิ่มขึ้นใหม่ .... การจัดงานไทบรูปี 2550 ผู้เขียนจะเสนอโครงการควรจะพิจารณาให้รางวัลนักประดิษฐ์ชาวบ้านผู้เสริมสร้างนวัตกรรมรากหญ้าของเกษตรผสมผสาน   แก่พ่อแสน วงษ์กะโซ่..... กล่าวได้ว่าระบบนิเวศน์เกษตรวัฒนธรรมแบบดงหลวง นอกจากพืชหลักคือ ข้าวนาปี พืชไร่ต่างๆแล้ว และพืชสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ ผักหวานป่า