วันจันทร์ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๐ นี้ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไปสภานิสิต ในความร่วมมือของ องค์การนิสิต สโมสรนิสิต ๑๗ สโมสร(ทุกคณะ ในมหาวิทยาลัยนเรศวร) และกลุ่มนิสิตอิสระที่มีอุดมการณ์ เช่น หิ่งห้อยฯ จะร่วมมือกันจัดโครงการ เวทีนิสิต ตอน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ณ ศิลปศาลา มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก

 

         งานนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีของวงการกิจกรรมนิสิต ของมหาวิทยาลัยนเรศวรครับ ที่มีการรวมกันทำงานของผู้นำนิสิตทุกภาคส่วน(โดยไม่มีใครบังคับ) ทั้งในระบบกิจกรรม และนอกระบบกิจกรรม ที่มารวมตัวกันโดยกำหนดจุดมุ่งหมายร่วมกันว่า "จะต้องร่วมกันหาคำตอบจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวรว่า การออกนอกระบบนั้นดีอย่างไร มีรายละเอียดอย่างไร และทำไมต้องออก ไม่ออกแล้วจะเป็นยังไง ออกแล้วมันดีแน่หรือ แล้วเหตุผลคืออะไร ฯลฯ" คำถามเหล่านี้และอีกมากมายเกิดขึ้นในใจของผู้นำนิสิตแทบทุกคนครับ ในฐานะที่ได้ขึ้นชื่อว่าผู้นำนิสิต ที่เป็นตัวแทนของนิสิตหลายหมื่นคนที่เราจะต้องปกป้อง ไม่ใช่แค่นิสิตที่เห็นหน้ากันทุกวันนี้ แต่รวมถึงผู้ที่จะเป็นนิสิตในอีกหลายปีข้างหน้า

 

          กระบวนการทำงานของเรา เราวางเป้าหมายร่วมกันครับ เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว เราก็มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ด้วยความที่ผู้นำนิสิตที่มารวมกันนั้น มาจากทุกคณะทุกหน่วยกิจกรรมและรวมถึงกลุ่มนิสิตอิสระที่มีอุดมการณ์ ทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละครั้งนั้น มีพลัง และได้ข้อมูลใหม่ๆมากมาย ทั้งนี้รวมถึงข้อสรุปและวิธีการที่เราตกลงร่วมกันจากสมองที่คิดร่วมกัน ซึ่งแน่นอนครับว่า อะไรต่างๆที่เป็นมติออกมานั้นย่อมมีพลัง จนผมกล้าพูดได้ว่า "การจัดงานเวทีนิสิตในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของผู้นำนิสิตที่มาคิดร่วมกัน มีส่วมร่วมกันเพื่อหาวิธีการที่ดีที่สุด ในการพิทักษ์สิทธิของนิสิต เรารวมกันเพื่อคิดหาหนทางที่ดีที่สุดเพื่อไปเสนอกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีเป้าหมายร่วมกัน และกระทำกันในสถานการณ์จริง ไม่ใช่ในห้อง Workshop "

 

          งานครั้งนี้หากข้อสรุปของมหาวิทยาลัยนอกระบบนั้นได้ข้อสรุปว่าดีจริงๆ ทางผู้นำนิสิตก็จะยอมรับครับ ไม่มีการตะแบงอย่างไม่มีเหตุผล แต่เราเชื่อว่าข้อมูลที่เราได้มา ทั้งจากมหาวิทยาลัยอื่นๆที่ออกนอกระบบไปแล้ว และจากภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรเอง เรามีข้อมูลมากพอสมควรครับที่เชื่อว่า การจัดงานครั้งนี้จะไม่เป็นเวทีให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยใช้เป็นเวทีแสดงเหตุผลให้กับนิสิตฟังอย่างเดียว แต่จะเป็นเวทีให้เราได้เสนอความคิดของเราให้กับผู้บริหารและมวลนิสิตทั้งหลายได้ฟังด้วย มาชมกันนะครับว่ามุมมองของผู้นำนิสิต และมุมมองของผู้บริหารจะแตกต่างกันอย่างไร และข้อมูลอะไรที่ทำให้ผู้นำนิสิตต้องลุกมา เผชิญหน้ากับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเช่นนี้

 

          ผมเชื่อว่าการจัดการความรู้ภาคนิสิตในปีการศึกษานี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจนะครับ สังเกตจากงานนี้ที่มีการใช้การจัดการความรู้เข้ามาใช้ในการทำงาน อาจเรียกว่าเนียนในเนื้องานก็เป็นได้ เพราะต่างคนต่างไปเรียนรู้จากในองค์กรของตนเองมา เป็นบุคคลเรียนรู้ และมาแลกเปลี่ยนกันระหว่างองค์กร เป็นองค์กรเรียนรู้ และมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัย เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ โดยทั้งหมดทั้งสิ้นมีเป้าหมายอย่างเดียวกัน

 

          มาดูกันครับการรวมพลังการเรียนรู้ของผู้นำนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรจะมีพลังมากแค่ไหน ผลของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทำให้เราได้ข้อมูลอะไรบ้าง และบทสรุปของงานนี้จะเป็นเช่นไร วันจันทร์ที่ ๑๕ มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป ที่ศิลป์ศาลา มหาวิทยาลัยนเรศวรครับ

 

          ถึงแม้ว่าเสร็จสิ้นโครงการนี้มหาวิทยาลัยนเรศวรจะต้องออกนอกระบบไปจริงๆ ผมก็ไม่เสียใจครับ(ถ้ามันดีจริง) เพราะอย่างน้อยการจัดการเรียนรู้ภาคนิสิต ก็ได้แตกหน่อออกมาแล้วในกลุ่มผู้นำนิสิต จนสามารถนำไปใช้ได้จนเนียนในเนื้องาน และพวกเราก็เชื่อว่าพวกเราทำดีที่สุดแล้ว บางทีพลังของเราอาจน้อยเกินกว่าจะต้านกระแสของสังคมไหว แต่ถึงอย่างไรเราก็ภูมิใจครับที่เราไม่ได้นั่งมองให้เหตุการณ์ผ่านไปเฉยๆ

 

ขอคำชี้แนะด้วยครับ เด็กๆอาจดื้อไปบ้าง แต่เรามีเหตุผลนะครับ ...

 

.......................................................