บริษัทที่ทำถนนมาจากมาเลเซีย บริษัทนี้ขยันมาก ทำกันตั้งแต่เช้ามืดจนดึกทีเดียว เห็นแล้วเสียดายที่บ้านใกล้เรือนเคียงกับไทยแท้ๆ... ธุรกิจกลับเป็นของมาเลเซียไปเสียได้

                      

อาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2549:

  • 2.00 นาฬิกา... รถวัดไปรับคณะของเรา 3 คนก่อน รถคันนี้เป็นรถยอดนิยมของคนเขมรเสียด้วย คนเขมรที่นั่นชอบใช้รถโตโยต้า คัมรี่มือสองสีดำ
รถคัมรี่ในกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นรถพวงมาลัยขวาสีขาว... เข้าใจว่า น่าจะนำเข้ามาจากญี่ปุ่น เนื่องจากคนญี่ปุ่นชอบใช้รถสีขาว
  • เราคงจะประมาณการณ์ได้ว่า อุบัติเหตุในกัมพูชาคงจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการขับรถเร็ว และการใช้รถพวงมาลัยขวา(แบบรถในไทย หรือประเทศอดีตเมืองขึ้นอังกฤษ)ในถนนแบบชิดขวา(แบบอเมริกา พม่า ลาว กัมพูชา หรือประเทศอดีตเมืองขึ้นฝรั่งเศส)

 

อาจาย์สาเรนกับสามเณรจะไปวัดพร้อมรถกระบะ เนื่องจากขนของมามากเกินที่รถวัดจะรับไหว

  • 02.30 นาฬิกา (17 ธันวาคม)... เราไปถึงวัดเวฬุวัน วัดนี้อยู่นอกเมืองพนมเปญไปอีก 16 กิโลเมตร

ทางเข้าวัดเป็นถนนลูกรังขนาด 2 เลน... ก่อนถึงวัดมีการก่อสร้างถนนใหญ่ขนาดประมาณ 4-6 เลน

  • ท่านพระสา แอมบอกว่า บริษัทที่ทำถนนมาจากมาเลเซีย บริษัทนี้ขยันมาก ทำกันตั้งแต่เช้ามืดจนดึกทีเดียว เห็นแล้วเสียดายที่บ้านใกล้เรือนเคียงกับไทยแท้ๆ... ธุรกิจกลับเป็นของมาเลเซียไปเสียได้

 

วัดเวฬุวันเป็นวัดชานเมืองพนมเปญ ห่างตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร มีพระภิกษุสามเณรศึกษาเล่าเรียนบาลีประมาณ 70 รูป และมีโยมเป็นแม่ชีบ้างอุบาสกบ้างอยู่ในวัดรวมกันประมาณ 40 กว่าคน

  • ท่านเจ้าอาวาสไม่อยู่ เข้าใจว่า คงจะเดินทางไปต่างประเทศ... ท่านพระสา แอมกล่าวว่า ท่านเจ้าอาวาสตั้งใจจะให้พระ เณรเรียนบาลีได้เต็มที่ จึงให้พักกุฎิชั้นเดียวหลังละ 1 รูป ไม่ให้อยู่รวมกัน จะได้ท่องตำราได้เต็มที่ และไม่พูดคุยกันมาก

ภาพที่ 1: กุฏิในวัด

ภาพที่ 2:สามเณรในวัดเดินไปเรียน โปรดสังเกตว่า ที่นี่ใช้จีวรสีกลักเหลืองเป็นส่วนใหญ่

ภาพที่ 3: พระเจดีย์ในวัด กลางคืนแขวนไฟกระพริบเป็นสีๆ ทำให้นึกถึงสีของพระฉัพพันนรังสีที่แผ่ซ่านจากพระวรกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

  • โปรดสังเกตใบโพธิ์ที่ปลูกไว้เป็นพุทธบูชาในภาพ... ของจริงล้อมรั้ว และมีลานสำหรับเดินประทักษิณ (เวียนขวา) ไว้อย่างดี

ภาพที่ 4: โบสถ์ที่ชาวเขมรช่วยกันพลิกฟื้นคืนแผ่นดิน... สร้างขึ้นมาใหม่หลังจากรบราฆ่าฟันกันเอง ผู้เขียนชอบรูปดอกบัวตูมสีแดงที่ประดับไว้รอบโบสถ์ และชอบมากที่มีเสียงท่องตำราทั่วไปในวัด

ภาพที่ 5: ป้ายอนุโมทนาที่โบสถ์ โปรดสังเกตจะเห็นยอดเงินบริจาคเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ จากชาวเขมรอพยพไกลบ้านไกลเมือง ท่านเหล่านี้มีส่วนช่วยพลิกฟื้นแผ่นดินเขมร... สาธุ สาธุ สาธุ

 

ภาพที่ 6: อาคารห้องสมุด ท่านพระสา แอมกล่าวว่า ที่นี่มีหนังสือภาษาไทย เช่น ตำราพระอภิธรรม พระไตรปิฎก อรรถกถา ฯลฯ เพราะภาษาใกล้เคียงกัน พระภิกษุ สามเณร แม่ชีที่อ่านไทย พูดไทยได้ก็มี

  • โปรดสังเกตอาคารด้านข้าง (ทางขวา) เป็นที่ดินที่ญาติโยมซื้อไว้ต่างหาก เพื่อให้ท่านอาจารย์บุด สาวงพัก ท่านเป็นฆราวาสถือศีล 10 พระเขมรที่ไปไทยมักจะกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า "อาตมาเป็นลูกศิษย์อาจารย์บุด สาวง"

ภาพที่ 7: ป้ายอนุโมทนาที่อาคารห้องสมุด โปรดสังเกตธงพระฉัพพันนรังสีด้านบน

เดือนนี้พระ เณรไม่ออกบิณฑบาต เพราะมีเจ้าภาพมาถวายภัตตาหารไว้ทั้งเดือน ทุกรูปมีปิ่นโตพร้อม

  • การเรียนบาลีเป็นไปอย่างเข้มข้น เรียนกันวันละหลายรอบ อาจารย์สาเรนเดินทางไปถึงก็สอนบาลีต่อทันที

พระภิกษุที่นั่นสละกุฏิชั่วคราวให้แม่ชี 2 ท่าน 1 หลัง และสละให้ผู้เขียน 1 หลัง ทราบมาว่า ที่นั่นยังไม่มีไฟฟ้าเข้า

  • ทางวัดมีแผงโซล่าเซลล์ 2 ชุดใหญ่ไว้สำหรับอัดไฟเข้าแบตเตอรี่รถยนต์ มีหลอดไฟนีออน(ฟลูออเรสเซนต์)ขนาดเล็กต่อแบบหนีบเข้ากับขั้วแบตเตอรี่อย่างดี

ภาพที่ 8: รอบๆ วัดเป็นนา มีต้นตาลปลูกไว้ทั่วไป ถูกใจผู้เขียนซึ่งชอบต้นตาลมากเป็นพิเศษ

ภาพที่ 9: ซุ้มประตูวัด โปรดสังเกตดินที่มีหน้าดิน(ดินดำ)บางมาก ลักษณะพื้นที่ที่มีหน้าดินบางคล้ายที่พบมากทางอีสานเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภาวะดินเสื่อมโทรม และอาจเกิดทะเลทรายได้ในอนาคต...

ภาพที่ 10: กุฏิที่ผู้เขียนมีโอกาสไปพัก อาจารย์แม่ชีมาลีกล่าวว่า "กุฏิที่นี่สบายอย่างกับเป็นแดนสวรรค์" ท่านว่าอย่างนั้น

ภาพที่ 11: ด้านในกุฏิมีรูปอาจารย์บุด สาวงสมัยที่บวชเป็นพระแขวนไว้ด้วยความเคารพ เข้าใจว่า ท่านสึกไปรักษาโรคหลายอย่างหลังยุคเขมรแดง โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบซีทำให้ท่านเป็นตับอักเสบเรื้อรัง เป็นลมไปหลายครั้งทีเดียว

  • โปรดสังเกตแบตเตอรี่ข้างโต๊ะ ไฟฟ้ายังไปไม่ถึงวัด ไกลกันเพียง 1 กิโลเมตร ตอนนี้ใช้แผงโซล่าเซลล์ชาร์จแบตเตอรี่ และนำไปใช้กับหลอดนีออน (ฟลูออเรสเซนต์) ดวงเล็กไปได้คราวละหลายๆ วันทีเดียว

ภาพที่ 12: หิ่งห้อยในห้องพัก บินไปบินมา เลยตกน้ำในห้องน้ำ โปรดสังเกตแบบเรืองแสงด้านท้อง (สีเขียวเหลือง)

ภาพที่ 13: อาจารย์สาเรนกรุณาทำอาหารเช้าง่ายๆ แบบเขมร เป็นปลาร้าผัดหมู มีแตงกวาเป็นผักเคียง มีน้ำส้มสายชูใส่พริกหน่อยหนึ่ง อาจารย์สาเรนบอกว่า คนเขมรทำอะไรก็ใส่ปลาร้าไปหน่อย ใส่พริกไม่มากหรอก คุณแม่ท่านทำแกง 1 หม้อใช้พริก 1 เม็ด...

  • ผู้เขียนกลั้นหายใจ กลืนหมูผัดปลาร้าไปได้ประมาณ 1 ใน 5 ช้อนโต๊ะ รีบกลืน เพื่อกินให้ครบทุกอย่าง (ถ้าเจ้าภาพสังเกต หรือถาม... ท่านจะได้ไม่เสียใจว่า อุตส่าห์ทำมาก็ไม่กิน) โชคดีที่มีผักและผลไม้ไว้กินกับข้าวได้หลายจาน...

ภาพที่ 14: มื้อนี้มีผลไม้เป็นส้ม.... คุณแม่ชีมาลีบอกว่า พลิกไปมา พบว่า ส้มมาจากไทย ส่วนพลับมาจากจีน มีทั้งแบบสดและแห้ง เสียดายที่ไม่มีผลไม้จากกัมพูชา

    เชิญอ่านตอนต่อไป:

    แหล่งที่มา:

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > 9 มกราคม 2550 > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปใช้โดยไม่เกี่ยวกับการค้าได้ครับ.

    เชิญอ่าน:

  • บันทึกย้อนหลังบน Gotoknow ย้อนหลังได้... โดยเลือกจากปฏิทินกิจกรรมด้านขวามือของบล็อก
  • บ้านสุขภาพ > http://gotoknow.org/blog/health2you
  • ดาวน์โหลดบทความ > www.lampangcancer.com > ขอขอบคุณ webmaster โรงพยาบาล > คุณณรงค์ ม่วงตานี.