ก่อนอื่นต้องขอโทษสมาชิกทุกท่านที่ดิฉันหายหน้าหายตาไปหลายวันโดยไม่ได้แจ้งไว้ก่อนล่วงหน้านะค่ะ

อาทิตย์ที่ผ่านมา ดิฉัน และ ดร.ธวัชชัย ต้องเดินทางกลับบ้านที่นครศรีธรรมราชแบบกระทันหันเพื่อเยี่ยมป้าที่ป่วยหนักเข้า ICU 

ป้าเป้าเป็นเหมือนแม่คนที่สองของดิฉัน ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับป้ามีอยู่ในใจดิฉันเสมอมา ป้าเป็นคนแรกที่ซื้อโต๊ะเรียนหนังสือให้ดิฉัน ป้าเป็นคนที่ขัดผิวดิฉันทั้งตัวด้วยขมิ้นเกือบทุกเดือนตอนสมัยดิฉันเป็นเด็ก ป้าเป็นคนที่ตื่นมาแต่เช้าเพื่อจัดข้าวกล่องให้ดิฉันเมื่อสมัยเรียนประถมมัธยม  ป้าเป็นคนที่คอยตรวจดูว่าดิฉันมีการบ้านอะไรบ้างที่ต้องทำส่งและป้าจะคอยนั่งกำกับให้ทำให้เสร็จก่อนแล้วจึงจะอนุญาตให้ไปวิ่งเล่นได้

ดิฉันไปดูใจป้าได้ทันเวลาและได้โอบกอดท่านพร้อมแผ่เมตตาให้ท่านจากไปอย่างสงบ เราจัดงานศพป้าเพียงแค่สามวันสองคืนตามความประสงค์ของป้า 

ในวันเผาศพ พระท่านเทศน์ให้เห็นถึงสังขารของมนุษย์ที่สุดท้ายแล้วก็ไม่เหลืออะไรแม้แต่ธุลี ดิฉันตั้งจิตอธิษฐานทำใจให้แน่วแน่และมีสมาธิเพื่ออุทิศให้แก่ป้าผู้เป็นที่รักด้วยกุศลบุญที่ดิฉันได้ทำมาตลอดชีวิตและตลอดปีที่ผ่านมาที่ถือศีลห้าได้ครบทุกข้อรวมทั้งงดการกินเนื้อสัตว์

เช้าตีห้าของวันศุกร์ เราไปที่วัดอีกครั้งเพื่อเก็บเถ้ากระดูกและนำไปฝังไว้ในดินบริเวณวัดเพื่อคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมปลูกไม้ดอกไว้บนกองกระดูกของป้า ต้นไม้นี้มีชื่อว่า บัวสวรรค์ ดิฉันไปเลือกซื้อมาเพราะชื่อเพราะดี เป็นไม้ที่มีอายุยืน และมีดอกหอมอ่อนๆ ออกดอกตลอดทั้งปี ดอกคล้ายดอกบัวขนาดใหญ่

กลับไปนครฯ ครั้งใด ดิฉันคงได้ไปดูความเจริญงอกงามของต้นบัวสวรรค์ที่ปลูกไว้ด้วยความรักเคารพและความระลึกป้าผู้เป็นเสมือนแม่ของดิฉัน

ขอให้ดวงจิตวิญญาณของป้าไปสู่สุขคติเถิดค่ะ