GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความทรงจำไม่รู้จบ (1) : ผ้าป่าหนังสือ..วิถีที่หายไปจากชาวอาสา

ได้ไปเชิญธงชาติ, ร้องเพลงชาติ ในเช้าสาย ๆ ของวันหยุดที่โรงเรียนในชนบท
 

ผมเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัย เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว -
แน่นอน , ชมรมที่ได้รับความสนใจทั้งต่อผมและเพื่อน ๆ ย่อมไม่มีใครเกินกว่า " ชมรมอาสาพัฒนาฯ"  แต่ก็ ยอมรับโดยดุษฎีว่าในวัน เปิดโลกกิจกรรมนิสิต   มีอยู่ครั้งเดียวเท่านั้นกระมังที่ผมลงชื่อเป็น " สาวก" หรือ " แฟนคลับชมรมอาสา"    นอกนั้นไม่ได้ลงชื่อเป็นสมาชิกเลย...ไม่เคยเป็นกรรมการชมรม ไม่เคยอยู่ค่ายจนตลอดรอดฝั่ง
        แต่ก็ยังยืนยัน ในก้นบึ้งเป็นแฟนคลับชมรมอาสา ! และแฟนพันแท้ .. แฟนพันเปอร์เซ็นต์ !

        ยุคหลัง ๆ ผมมักจะได้รับของที่ระลึกและของฝากจากน้องอาสาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น กระจก,   ที่คั่นหนังสือ หรืออื่น ๆ รวมถึงของฝากจากการเดินทางอันเป็นของขบเคี้ยวจาก " เจ้ากุ้ง"   " เจ้าตรี" (น้องสาวที่ไม่เคย "สวย" ) และคนอื่น ๆ    

 

        แต่ในระยะหลังๆ   บรรดาของฝากหรือของที่ระลึกเริ่มหายไปบ้าง แต่ที่พบบ่อยจะเป็น ตั๋วหนัง" แทนซะ มากกว่า !


      ช่วงที่ผมยังเป็นนิสิตนั้น ,   ถ้าไม่นับความเป็น "ค่ายสร้าง" แล้ว   ชมรมอาสาในยุคนั้นจะมีกิจกรรมเรียกน้ำย่อยทางสังคมอยู่บ่อยครั้ง  นั่นคือ " ผ้าป่าหนังสือ"


      ผ้าป่าหนังสือ --- ในยุคนั้น ผมถือว่าอาสาคือ "ต้นแบบ" และเป็น   " เจ้าแห่งผ้าป่าหนังสือ"  ที่ยากหาใครเทียมได้    และต่อมาก็มีองค์กรนิสิตอื่น ๆ เดินตามวิถีของชาวอาสา ซึ่งอาจจะเป็นแรงบันดาลใจ ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว เช่น พรรคชาวดิน จัดต้านลมหนาวสานปัญญา   พลังสังคมผ้าป่าการศึกษา รวมถึงชมรม รุ่นสัมพันธ์และชมรมในสังกัดคณะการบัญชีฯ   ต่างก็เคยจัดกิจกรรมในทำนองนี้มาแล้วกันทั้งนั้น

     ทว่าทุกวันนี้กิจกรรมผ้าป่าหนังสือกลับเร้นหายไปจากวิถีกิจกรรมของชาวชมรมอาสาพัฒนาแห่ง  มมส
     หรืออาจเป็นเพราะสภาพสังคมและความแร้นแค้นแปรรูปไปตามยุคสมัยก็เป็นได้,  กิจกรรม "ง่าย ๆ งาม ๆ " อย่างผ้าป่าหนังสือของอาสาก็เปลี่ยนไปและยุติลงในที่สุด

      ผมชอบผ้าป่าหนังสือของชาวอาสา, จนเป็นแรงบันดาลใจยุยงให้น้อง ๆ พรรคชาวดินได้จัดกิจกรรมที่มีชื่อว่า ผ้าป่าอาหารสัตว์  (ไม่เกี่ยวกันแต่มีต้นสายปลายเหตุอันเป็นแรงจูงใจเช่นนี้จริง !)


      อย่างไรก็ดี  เกี่ยวกับการเร้นหายตายจากของผ้าป่าหนังสือนั้น

      ผมเข้าใจว่า   อาจเป็นเพราะแนวคิดกิจกรรมของอาสาได้พัฒนาและเปลี่ยนรูปไปตามบริบทของสังคมก็เป็นได้
     จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่   ผมให้ความเคารพในการตัดสินของชาวอาสาเสมอ    หากแต่อดที่จะระลึกถึงความ " ง่าย" และ ความ "งาม" ของกิจกรรมนี้ ไม่ได้


     ง่าย ,   เพราะกิจกรรมนี้ไม่ได้ซับซ้อนในเรื่องรูปแบบอะไรมาก การตระเตรียมก็ไม่หนักหนา อะไรเลย   เพียงประชาสัมพันธ์พอเป็นพิธี  กระแสศรัทธาของคนในและนอกมอก็หลั่งไหลไม่ขาดสาย ที่สำคัญ มีบางปีที่ประสบความสำเร็จเชื่อมประสานกับองค์กรภายนอกรับบริจาคหนังสือได้มากมายก่ายกอง   กลายเป็นกิจกรรมใหญ่โต ก็เคยมีมาแล้ว...


    งาม ,    เพราะกิจกรรมนี้สามารถนำพานิสิตไปเรียนรู้และสัมผัสกับกิจกรรมนอกรั้วมหาลัย... ใช้เวลาเพียงน้อยนิด   สร้างเสริมวันหยุดให้มีค่าต่อการเรียนรู้ ก่อเกิดผลึกความคิดด้าน "สำนึก" ต่อสังคม


    ได้ไปเชิญธงชาติ ,    ร้องเพลงชาติ ในเช้าสาย ๆ ของวันหยุดที่โรงเรียนในชนบท
    ได้ไปวิ่งเล่นกับน้องตัวน้อยที่หยุดเรียนแต่ไม่หยุดเล่น
    ได้ไปรื้อค้นห้องสมุดและห้องเรียนที่รกรุงรังให้มีสภาพน่าอยู่  น่าเรียน   
    ได้ไประลึกถึง "วันและวัยที่อ่อนโยน" ของตัวเองที่ผ่านพ้นมา..

จะว่าไปแล้ว , ผมยืนยันว่าผ้าป่าหนังสือคืองานที่ง่ายและงามเสมอ
     ถึงแม้มิได้มีกิจกรรมอื่นใดในกิจกรรมนี้ แต่การมอบแค่ "หนังสือ" ก็ถือว่าเป็นการมอบ " คัมภีร์ชีวิต" ให้กับน้องตัวน้อย       ... ที่เหลือก็คือตัวเขาจะเป็นผู้สังเคราะห์ เรียนรู้และเติบใหญ่จากวัตถุดิบที่เรามอบไว้ให้....
     เพราะโดยส่วนตัวผมเชื่อและศรัทธาอยู่เสมอว่า   " ชีวิตคนเราเติบโตได้จากการอ่านหนังสือ"

     ทุกวันนี้, วันเวลาผ่านพ้นมาหลายปี   ผมไม่เคยเห็นการกลับมาของผ้าป่าหนังสือของชาวชมรมอาสาฯ   อีกเลย    หากแต่พอรู้มาว่าการออกค่ายแต่ละครั้งก็มีการบูรณาการเรื่องสื่อการศึกษาไปในค่ายนั้นอยู่บ้าง,

     ผมคิดถึง เพราะยังตราตรึงกับความง่ายและงามของกิจกรรมนี้ -
     วันหยุดที่มีความหมาย และมีกิจกรรมง่าย ๆ ที่ยิ่งใหญ่ให้ได้ทำประโยชน์ต่อสังคม
       

      หวนกลับมาสู่วันนี้ , วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ถูกรัดตรึงอยู่กับการเรียนการสอน กิจกรรมถูกบีบรัดเวทีลงอย่างน่าใจหาย  กอปรกับทุกวันนี้แทบไม่มีกิจกรรมใดที่จะพามวลชนออกไปสัมผัสโลกภายนอกอย่าง  ง่าย ๆ งาม ๆ และมีคุณค่า 

      กระนั้น ,  สำหรับผมแล้ว   ผมไม่เคยลืมที่จะบอกกับตนเองว่าผ้าป่าหนังสือคือแรงบันดาลใจที่ให้คิดกิจกรรมผ้าป่าอาหารสัตว์และการเกิดแนวคิดต้านลมหนาวสานปัญญาของพลพรรคชาวดิน..


      แต่ก็ช่างเถอะ, ถึงแม้ผ้าป่าหนังสือจะเป็นวิถีที่จากหายไปจากชาวอาสาแล้ว   แต่ก็ไม่มีใครพรากเรื่องราวและภาพชีวิตของกิจกรรมนี้ไปจากผมได้
      ทว่าก็ขอยืนยันอีกที ,..... ผ้าป่าหนังสือ คือ ความทรงจำอันไม่รู้จบของผม !!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): msu km กิจกรรมนิสิต
หมายเลขบันทึก: 72330
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 10
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (10)

ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆค่ะ...
กำลังมองอยู่ว่า จะรับบริจาคหนังสือในรูปแบบนี้อีกเมื่อไหร่ เพราะกิจกรรมนี้ หนังสือจะถูกส่งถึงผู้ที่ขาดแคลนจริงๆ

วัฒนธรรมตั๋วหนัง ที่หลายค่ายหันมานิยม แนวทางอาจจะเปลี่ยนไป เมื่อผู้จัดค่าย คำนึงถึงค่าใช้จ่ายเป็นหลัก

หนังสือของนายบอนก็มีเยอะ ยังไม่เห็นค่ายอาสาใน มมส. ทำผ้าป่าหนังสือบ้างเลย ไม่งั้นจะขนไปให้

Simplicity   and  Sustainable

Cheer krab!!!

อาจารย์  กฤษณา สำเร็จ

ขอบพระคุณมากครับ  ที่แวะมาให้กำลังใจสม่ำเสมอ  วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมากเพราะชีวิตเดินเข้าออกห้องประชุมทั้งวัน...แฟ้ม เฟิ้ม ไม่มีอันได้เซ็นกันเลย...

แทบไม่มีแรงมานั่งเขียนบันทึก...แต่พอมาเขียนบันทึกก็ดูเหมือนจะเป็นการบำบัดความอ่อนเพลียได้ไม่น้อย

ดิฉันเองก็เหนื่อยมากกับงานค่ะ...แต่ถ้ามีกำลังใจ...มันก็ไปได้เรื่อยๆ...ถ้าหมดกำลังใจ...แม้กายจะไหวแต่ไม่มีแรงเดิน...ดังนั้นต้องเติมพลังใจอยู่เรื่อยๆค่ะ...เลยแวะมาเติมพลังใจให้อีกค่ะ
  • คุณบอนครับ..
  • บัดนี้  ที่ มมส  กำลังจะมีค่ายที่เกี่ยวกับหนังสือ 2 ค่ายในเร็ววันนี้  ก็คงขอความอนุเคราะห์จากคุณบอนเป็นแน่ครับ....
  • และมีการประชาสัมพันธ์กันแล้ว  โดย 26 - 28 มกราคม นี้ ไป อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ที่นั่นอากาศหนาวเย็นมาก  ...มีนักเรียน 63 คน ครู 3 คน
  • อนุบาล 20  กว่าคนที่มีเพียง 10 คนเท่านั้นที่มี "ที่นอน" และผ้าห่ม
  • ที่นั่นขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนอย่างสาหัส
  • คุณครูหลายท่านย้ายไปที่อื่นกันมากแล้ว เพราะมันธุรกันดาร เหลือทน

คุณแผ่นดินคะ

  • กลับจากปายที่ผ่านมา สิ่งที่วางแผนมาทำต่อคือ การตั้งตู้เพื่อรับบริจาคหนังสือเพื่อน้อง ๆ ในชนบท  รับหนังสือทุกชนิด โดยเฉพาะหนังสือสำหรับเด็กเล็ก ที่มีรูปภาพให้ดู  หนังสือสำหรับนักเรียนชั้นประถมที่อ่านง่าย  เพราะเด็ก ๆ ผู้อยู่ห่างไกล ได้อ่านหนังสือน้อยมาก 
  • และสิ่งที่ต้องกระตุ้น และเสริมสร้างให้มีการรักและดูแลหนังสือ ต้องมาจากครู 
  • เคยไปโรงเรียนชนบทแห่งหนึ่ง มีผู้ไปสร้างห้องสมุดและบริจาคหนังสือให้  เห็นหนังสือเด็ก ๆ แล้วน่าอ่านมาก เป็นหนังสือใหม่ ๆ ปกแข็ง รูปภาพสวย หลากหลาย  แต่......ไม่ได้มีการใช้ให้คุ้มค่า  เพราะคุณครูกลัวว่าหนังสือจะช้ำ และเด็ก ๆ ไม่ดูแลรักษา 
  • เคยไปช่วยงานเก็บข้อมูลภาคใต้ (หลังจากเกิดเหตุการณ์ สึนามิ)  เห็นเด็ก ๆ มีบ้านใหม่ มีห้องสมุดใหม่ ริมทะเล  มีหนังสือเยอะแยะมากมาย หนังสือดี ๆ ทั้งนั้น (เรายังแอบอิจฉา)  แต่มันไม่มีการดูแลรักษา ไม่มีการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ห้องสมุดตั้งอยู่ริมทะเล มีลมทะเลพัดเอาไอเค็มของทะเลเข้ามา หนังสือ ได้รับความชื้น ฯลฯ  เสียดายมาก 
  • ดังนั้น อยากฝากบอกว่า ถ้าเรานำหนังสือไปบริจาคที่ใด สิ่งที่อยากให้ผู้รับเกิดความตระหนักว่ามันมีคุณค่า มันมีประโยชน์ มันควรรักษา อย่างไร  เราควรทำอย่างไรดีค่ะ  ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
  • ผมเคยเป็นสาวก "ชาวดิน" ครับ
  • แต่อาจจะเป็นสาวกพวกนอกแถวในตอนนั้น เมื่อปี 39-42 ครับ

คุณเอก  จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

  • ขอบคุณครับแรงเชียร์ แรงใจและคำแนะนำที่มีมาอย่างไม่ขาดสาย

และ คุณ somporn (หญิงสาวผู้นำข่าวความฝันมาไกลโพ้น)  เช่นเดียวกับคุณเอก

  • ขอบคุณเช่นกันครับกับข้อสังเกตและคำเสนอแนะ
  • ผมเองก็เคยพบหนังสือดี ๆ ถูกเก็บราวกับมรดกล้ำค่าที่ไม่ควรแตะต้อง  จึงมีสภาพใหม่อยู่เสมอ เพราะน้อยนักและน้อยเหลือเกินที่เด็กจะมีโอกาสได้หยิบมาอ่าน
  • โรงเรียนระดับประถมส่วนใหญ่เท่าที่พบเจอ ไม่มีครูประจำห้องสมุดอยู่แล้ว  แต่จะสลับเวรไปนั่งประจำเป็นชั่วโมง ๆ  ซ้ำร้ายโรงเรียนมัธยมบางที่ไม่มีแม้แต่ครูบรรณารักษ์เลยนะครับ  ยิ่งทำให้กระบวนการพัฒนานักเรียนด้อยและขาดห้วงลงไป
  • ที่หนักคือนโยบายการจัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียน  ผมว่า...หนังสือหลายเล่มถูกซื้อมา  แต่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็ก  อาจจะเพราะเด็กยังไม่ถึงวัยที่จะต้องอ่าน  ถ้าไปอยู่ให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกกับวัยของนักเรียนมากกว่านี้จะมีประโยชน์มากขึ้นเยอะเลย
  • ตอนนี้กำลังยุให้นิสิตลงพื้นที่เก็บข้อมูลนิทานเรื่องเล่าในหมู่บ้านมาเขียนเป็นนิทานประกอบภาพวาด ..แล้วมอบให้ชุมชน เป็นหนังสือประชุมชุมชน
  • ยังไม่รู้ว่า....จะสำเร็จหรือเปล่า
  • ขอบคุณครับ และสวัสดีสาวก ชาวดิน รวมถึง (คนใกล้ตัว)  ด้วยหรือเปล่า
  • www.chaodin.net 
  • ศรัทธา  เชื่อมั่น

ด้วยรัก จึงมีผองเพื่อน

มีฝันคอยเตือนทุกแห่งหน

หวังไว้เพียงเพื่อผองชน

จึงทนเก็บดินก้าวเดิน