ธาลัสซีเมีย




<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="590" class="gray14" align="center"><tbody><tr><td class="gray14"><div>

          ธาลัสซีเมียเ็ป็นภาวะโลหิตจาง ที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของยีนที่ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์สายโกลบินซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง อาจแ่บ่งกว้างตามชนิดของสายโกลบินที่ผิดปกติได้เป็น อัลฟาธาลัสซีเมีย (alpha thalassemia) และ เบต้าธาลัสซีเมีย (beta thalassemia) ซึ่งแต่ละชนิดยังอาจแบ่งเป็นชนิดย่อยตามความสามารถของยีนที่ผิดปกตินั้นว่าสามารถสังเคราะห์สายโกลบินได้บ้างหรือไม่ เช่น beta thalassemia ที่ยังสามารถสังเคราะห์สายโกลบินได้แต่มีปริมาณน้อยกว่าปกติ เรียกว่า beta plus thalassemia แต่ถ้าเป็นชนิดที่ไม่สามารถสังเคราะห์สายโกลบินได้เลยเรียกว่า beta zero thalassemia เป็นต้น ธาลัสซีเมียบวกจึงเป็นชนิดที่มีความรุนแรงน้อยกว่าธาลัสซีเมียศูนย์

          เนื่องจากโรคธาลัสซีเมียเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ที่ต้องการการควบคุมและป้องกันในหลายด้านทั้งด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและการควบคุมป้องกันเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่จะเป็นโรคชนิดรุนแรงลง ในประเทศไทยได้มีนโยบายที่จะควบคุมและป้องกันโรคเลือดจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง 3 ชนิดคือ

  1. Homozygous alpha thalassemia 1 (Hb Bart's hydrops fetalis)
  2. Homozygous beta thalassemia
  3. Beta thalassemia / Hb E disease

 

          แนวทางการควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมียที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันคือ การตรวจหาคู่เสี่ยงในคู่สามีภรรยาที่มาฝากครรภ์และตรวจทารกในครรภ์ที่เสี่ยงต่อโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง

Link Topic:

  1. ก. การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมียและพาหะ
  2. ข. การให้คำปรึกษาแนะนำ
  3. ค. การตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์ ( prenatal diagnosis )

 

</div></td></tr></tbody></table>