GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

MPA ม.ราชภัฏสวนสุนันทา / HR

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุ่นที่ 3

สวัสดีลูกศิษย์กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และชาว Blog ทุกท่าน

         ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม นี้ เป็นวันแรกครับ ที่ผมได้รับเชิญให้ไปสอนในรายวิชา  การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ให้กับคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 สำหรับการมาสอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สำหรับผมครับ

        โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนและทุกองค์กรควรจะให้ความสนใจอย่างยิ่งครับ เพราะคนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ครับ

         และ ก็อย่างเช่นทุก ๆ กลุ่มที่ผ่านมาที่ผมอยากจะให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนได้ถูกนำมาประมวลสรุป และถ่ายทอดไปสู่คนอื่น ๆ ในสังคมด้วย ก็ขอให้ใช้ Blog นี้เป็นสื่อกลางของพวกเรา

          สำหรับผู้ที่สนใจที่จะเข้าไปดูข้อมูลของรุ่นก่อนนี้ก็ คลิ๊กไปที่ Blog:MPA ม.ราชภัฏสวนสุนันทา/HR ครับ

                                   จีระ  หงส์ลดารมภ์

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 72325
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 135
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น   
เรียน อาจารย์ยม นาคสุข ที่เคารพรักยิ่ง ด้วยกระผม ส.ท.ต่อตระกูล ศรีลาภา มีความปลึมปิติยินดียิ่งที่ได้มีโอกาสได้เรียนกับทางท่านอาจารย์ ( โห้……….ว่าไปนั้น ) จะว่าไปสิ่งที่ได้เรียนกับอาจารย์ ยม นาคสุขเป็นสิ่งที่ทางนักศึกษาชอบ เพราะเรียนแล้วมีความสุขซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการเรียนกับ ทาง ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เท่าไร เพราะแนวทางการสอนของท่านทั้ง 2 มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การให้นักศึกษามีความรู้เพิ่มมากขึ้น ไม่มากก็น้อย ไม่เครียด มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ขยันค้นคว้าหาความรู่เพิ่มเติม และมี Teamwork ที่ดี สิ่งที่ได้รับจากทางอาจารย์ยม โดยหลักที่ผมชอบก็คือ การที่ได้เห็นวิสัยทัศน์ใหม่ของทางระบบการพัฒนาระบบราชการไทย ซึ่งทางอาจารย์ได้ให้ไว้ว่า “พัฒนาระบบรายการไทยให้มีความเป็นเลิศ สามารถรองรับกับการพัฒนาประเทศในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยยึดหลักธรรมภิบาล และประโยชน์สุขของประชาชน” ซึ่งในความเป็นจริงระบบราชการไทยยังไม่เป็นเช่นนั้น มีแต่ระบบอุปถัมภ์มีแต่การช่วยเหลือกันและกัน มือใครยาวสาวได้สาวเอา ดังเช่นบทที่จะกล่าวต่อไปนี้ สตรี ไม่มีศีล ก็สิ้นสวย บุรุษด้วย ไม่มีศีล ก็สิ้นศรี พระ ไม่มีศีล ก็สิ้นดี ข้าราชการ ศีลไม่มี ก็เลวทราม ซึ่งสิ่งที่จะแก้ไขได้มีหลักธรรมภิบาลหลักธรรมมาภิบาล เป็นหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี Good Governance ทั้ง 6 ข้อ เป็นสิ่งที่ดีถ้าปลูกฝัง บ่มเพาะเข้าไปในจิตสำนึกของทุกคนในองค์กรหรือบุคคลทั่วไป และวิธีการสร้างอำนาจคือ 1. อำนาจสร้างได้ด้วยการให้ 2. อำนาจสร้างได้ด้วยการติ 3. อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า 4. อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง 5. อำนาจสร้างทางนิติกรรม ( อำนาจต้องสร้าง ต้องรักษา ต้องใช้ อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ) สรุป การที่ระบบข้าราชการล้มเหลวมีการช่วยเหลือกันและกัน เป็นส่วนใหญ่ เพื่อมีการเกรงใจซึ่งกันและกัน เพราะถ้ามีอำนาจที่เหนือกว่าก็จะสามารถสั่งการได้ ได้ที่ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง จึงทำให้มีการสั่งการเพียงคนเดียวแต่มีผู้ปฏิบัติตามหลายคน ซึ่งแต่ละคนอาจไม่เต็มใจทำก็ได้ ผู้บริหารจึงต้องมีหลักธรรมภิบาล ( เป็นธรรม ฯลฯ ) และต้องสร้างอำนาจให้ถูกหลักและถูกวิธีด้วย ***หมายเหตุ*** เนื่องด้วยอาจารย์ยม นาคสุข จะได้สอนพวกเราเพียงแค่ครั้งเดียว ( เช็คในตารางเรียนตารางสอน )จึงอยากจะบอกว่า อาจารย์สอนสนุกดีครับบบบบบบบ เป็นกันเองดี มอบความรู้ให้พวกเราได้เยอะมากครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์        หลังจากที่ได้อ่านบทสนธนาในหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ จบแล้ว ทำให้ได้รู้จักท่านพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ มากยิ่งขึ้น ดูจากประวัติของท่านทั้งสองแล้ว เป็นบุคลากรที่น่ายกย่อง นับถือ และเอาเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่งถึงแม้ว่า ท่านทั้งสองจะมีอายุที่ห่างกันมาก ท่านพารณ  มีอายุมากกว่า ศ.ดร.จีระ 21 ปี  ดังนั้นในวันนี้ ท่านพารณ อายุ 80 ปี  ท่าน ศ.ดร.จีระ 59 ปี แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการที่จะจุดประกายความคิดทางปัญญาร่วมกันเพื่อจะได้เป็นแบบอย่างและแนวทางในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เลย  ซึ่งถ้าใครมีโอกาสได้อ่านหนังสือที่มีคุณค่าเล่มนี้จบแล้ว สามารถที่จะนำความรู้ที่ได้จากหนังสือไปพัฒนาใช้กับตนเอง  องค์กร และประเทศชาติ ได้เป็นอย่างดียิ่ง ท่านพารณได้กล่าวไว้ในหนังสือตอนต้น ๆ ซึ่งมีความหมายที่กินใจมากว่า                องค์กรจะดี          เพราะมีคนเก่งและคนดี                องค์กรจะแย่         เพราะมีคนไม่เก่งและคนไม่ดีซึ่งดิฉันขอกล่าวอย่างตรงประเด็นในมุมมองด้านทรัพยากรมนุษย์ของทั้งสองท่าน ดังนี้ แนวความคิดของทั้งสองท่านมีบั้นปลายหรือผลลัพธ์ที่เหมือนกัน คือ คน เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่า คน เป็นผู้สร้างสรรค์สังคมให้ยิ่งใหญ่ คน เป็นผู้สร้างวัฒนธรรมตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน องค์กร ประเทศ สังคมโลก คน คือศูนย์กลางของการเรียนรู้ การถ่ายทอดทั้งหลายทั้งปวงจากรุ่นสู่รุ่น  เพียงแต่วิธีการปฏิบัติของทั้งสองท่านผ่าน คน ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แม้ว่ารูปแบบอาจมีความแตกต่างกัน แต่เนื้อหาแท้ หรือ Core  concept ก็อยู่ในแนวทางเดียวกันการเริ่มต้นของท่านพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา        ท่านพารณฯ เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ บริษัท เชลล์  บริษัท ปูนซีเมนต์ ทำให้ท่านพารณ ได้เรียนรู้รูปแบบการจัดระเบียบองค์กรเป็นระบบทุกอย่าง เช่น มี Personnel  manual, Accounting  manual  และ Authority  manual และมีการดูแลคนเป็นอย่างดี เมื่อท่านพารณมาทำงานที่บริษัท ปูนซีเมนต์  ในฐานะวิศวกร แต่ด้วยประกายแห่งความเป็นผู้มีความสามารถในการบริหารบุคคล จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลกลาง จึงเป็นจุดพลิกผันให้ท่านพารณ มาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร แนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรของท่านพารณนั้น ท่านเน้นเรื่องคนในทุกระดับ ทั้งระดับผู้บริหาร ระดับกลาง ระดับล่าง และระดับผู้ปฏิบัติทุกระดับมี Manual ที่ชัดเจน ดังนั้นการบริหารแบบมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีม จึงเป็นหัวใจของการสร้างผลผลิตให้กับองค์กร ผู้บริหารจะต้องพัฒนาคนให้มีการศึกษา พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แนวคิดการพัฒนาบุคลากรของท่านพารณ ภายใต้แนวคิดที่ว่า การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุน (Investment) ของบริษัท ไม่ใช่ต้นทุน ผู้บริหารจะต้องขับพลังและอัจฉริยภาพของคนในทุกระดับในองค์กรให้ได้ เมื่อคนมีความจงรักภักดี ร่วมกับความมีวินัยของคนในองค์กรจึงทำให้องค์กรมั่นคง ความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ของท่านพารณ คือ การสร้างเด็กไทยสู่การเป็น Global Citizen ผ่านระบบการเรียนแบบ Constructionism ในบรรยากาศของ Learning Organization ลักษณะการทำงานที่เป็นคุณสมบัติส่วนตัวของท่านพารณ เป็นแบบ Participative Management คือการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม แนวคิดของท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ท่านได้ให้แนวคิดเป็นทฤษฎี 4L’s ไว้ว่า                Village that learn         :  หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้                School that learn        :  โรงเรียนแห่งการเรียนรู้                Industry that learn      :  อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้                Nation that learn         :  ประเทศแห่งการเรียนรู้  การเริ่มต้นของท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์        ท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ เริ่มต้นโดยการเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุดนี้จะทำให้มองเห็นภาพว่า บุคคลทั้งสองเริ่มต้นที่แตกต่างกัน ท่าน ศ.ดร.จีระ แสดงบทบาทในฐานะผู้ผลักดันให้คนยอมรับทรัพยากรมนุษย์เพื่อประโยชน์ของสังคม ระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้าง หรือผลักดันให้เกิดกฎหมาย ประกันสังคม โดยมีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหลักประกันคุณภาพ (Brand) เพราะใครก็รู้จักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ท่าน ศ.ดร.จีระ เป็นนักสร้างความร่วมมือ ความเข้าใจอันดีในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ระหว่างประเทศร่วมกัน ท่าน ศ.ดร.จีระ ใช้วิธีการปรากฏตัว แสดงศักยภาพในระดับนานาชาติหลายครั้ง ซึ่งได้นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ ต่อมาท่าน ศ.ดร.จีระ ได้ลาออกจากการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และได้ทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแนะนำ ตลอดจนแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาและบริหารทรัพยากรมนุษย์ระดับชาติ และระดับองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศในนามของบริษัท เอเชียแปซิฟิคคอนซัลแตนท์  จำกัด ความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ของท่าน ศ.ดร.จีระ จะสร้างองค์กรระดับโลกที่สามารถถมช่องว่างระหว่างกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาด้วยการใช้เทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการลดช่องว่าง Digital Divide ทำให้ความสามารถของคนในกลุ่มประเทศที่อยู่ในฐานะเสียเปรียบได้รับการยอมรับ โดยใช้มูลนิธิทรัพยากรมนุษย์เป็นตัวขับเคลื่อนการประชุม Forum ครั้งต่อไป ลักษณะงานของท่าน ศ.ดร.จีระ เป็นแบบ Internationalist  แนวคิดของท่าน ศ.ดร.จีระ ท่านได้ให้แนวคิดเป็นทฤษฎี 4L’s ไว้ว่า                Learning Methodology :  เข้าใจวิธีการเรียนรู้                Learning Environment :  สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้                Learning Opportunity  :  สร้างโอกาสในการเรียนรู้                Learning Society         :  สร้างชุมชนการเรียนรู้เมื่อได้ศึกษาแนวคิดและการปฏิบัติของท่านทั้งสองแล้ว สามารถนำความรู้และแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาตนเองในด้านการศึกษาหาความเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องเป็นคนที่มีทัศนคติ ทักษะ ความรู้หลาย ๆ ด้านอยู่ในตัว ไม่ใช่รู้เฉพาะเรื่องที่เรียนอย่างเดียว ควรจะศึกษาหาความรู้จากแนวคิดทฤษฎีที่ท่านทั้งสองให้ไว้ประกอบด้วย จึงจะทำให้เรามีความรู้เพิ่มมากขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องอายใคร ประโยชน์ที่นำไปใช้กับองค์กรนั้น ดังที่ได้เกริ่นไว้แล้วว่า คนในองค์กรนั้นมีความสำคัญต่อการบริหารงานในองค์กร องค์กรจะดี เพราะมีคนเก่งและคนดี องค์กรจะแย่ เพราะมีคนไม่เก่งและคนไม่ดี เพราะฉะนั้นถ้าผู้บริหารจะพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้นั้น องค์กรจะหาคนที่มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการทำงานที่ดีก็จะทำให้องค์กรนั้นมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ผู้บริหารจึงต้องอาศัยเครื่องมือในด้านการบริหารด้านต่าง ๆ จากหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ มาพัฒนาบุคลากรในองค์กร องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด ส่วนที่เป็นประโยชน์และนำไปใช้กับประเทศและสังคมนั้น  หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ได้เล็งเห็นว่า คน เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะคนเป็นผู้สร้างสรรค์สังคม วัฒนธรรมให้ยิ่งใหญ่ได้ในระดับประเทศและระดับโลก ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ประสบความสำเร็จอยู่ได้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ อย่างเป็นส่วนประกอบร่วมกับคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาบุคลากรด้วยการส่งเสริมการศึกษา ส่งเสริมด้านการวิจัย ส่งเสริมด้านการติดต่อสื่อสารให้ทัน กับยุคโลกาภิวัฒน์ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในหนังสือเล่มนี้จะทำให้เข้าใจว่าอะไรที่เป็นสาเหตุของการพัฒนาประเทศที่ล้าหลัง  ประเทศไม่พัฒนาไปในทางที่เจริญก้าวหน้า  ด้วยสาเหตุเพราะเราขาดปัจจัยสำคัญที่จะพัฒนาประเทศของเรา  ปัจจัยที่ว่าก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ นั่นเอง   สรุป  ในความเหมือนกันและแตกต่างกันของทั้งสองท่านนี้ได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของท่านพารณ เน้นจากภายในองค์กร เช่น ในบริษัท ปูนซีเมนต์ ในชุมชน ในโรงเรียน ในประเทศ และเน้นที่ผู้บริหารต้องเป็นคนที่มี Education mind  และคนในองค์กรนั้นต้องมีศักยภาพ จะทำให้องค์กร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประสบความสำเร็จได้  สำหรับท่าน ศ.ดร.จีระ เน้นการผลักดันในระดับเวทีนานาชาติ ระดับโลก แต่เมื่อนำแนวคิดทั้งสองท่านมาพิจารณาร่วมกันจะเห็นได้ว่า ทั้งสองท่านได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์ประเทศได้อย่างสอดคล้องลงตัวพอดี กล่าวคือ หากจะมองว่าท่านพารณ เป็นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระดับในเชิงลึก คือ ระดับรากหญ้า ได้แก่กลุ่มชุมชนที่กระจายอยู่ และในเชิงกว้างคือ เป็นการพัฒนาระดับองค์กร ไปสู่ระดับประเทศ และไปสู่ระดับโลก ท่าน ศ.ดร.จีระ เป็นผู้ต่อยอดระดับประเทศ หรือหากจะมองว่าทั้งสองท่านได้ช่วยกันเร่งรัด เสริมสร้างพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในรูปแบบไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ คนของประเทศมีศักยภาพสูง พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าในยุค Globalization อย่างเท่าเทียมกัน สำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติมในแนวคิด 4L’s ของทั้งสองท่านเป็นแนวคิดที่เมื่อรวมกันแล้ว คือแนวทางที่นำไปสู่การเป็น Global Citizen ดังนั้นจึงควรที่นำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในทุกเวทีของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สวัดดีค่ะ
เรียน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์     ที่เคารพ   ตามสั่งการของ ศ.ดร.จีระ    ให้พวกกระผมอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้  แล้วนำมาวิเคราะห์และถามว่า  ตนเอง  สังคม  และประเทศชาติ  ได้อะไรบ้างกระผมขอตอบแบบแยกประเด็นดังนี้ครับ                1. ได้กับตนเอง   คือได้เรียนรู้ประวัติการทำงานของ  นายพารณ  อิศรเสนา     อยุธยา  และเมื่อครั้งเริ่มต้นทำงานที่  บ.เชลล์   จนกระทั่งสุดท้ายดำรงตำแหน่ง  ผจก.ใหญ่เครือซีเมนต์ไทย   ได้นำเอาวิธีบริหารงานแบบบริษัทข้ามชาติมาใช้ปรับโครงสร้างและระเบียบวิธีการบริหารงาน   วิธีบริหารองค์กรด้วยการนำกิจกรรม   5 ส.   และกิจกรรม   QC   มาใช้    ผู้ริเริ่มทฤษฎี  4 L’s  (ขออนุญาต  ไม่บอกรายละเอียด)เกี่ยวกับแนวคิดความสัมพันธ์ของการเพิ่มผลผลิตกับคุณภาพของคน  ที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ    เน้นเรื่องคนเป็นหลักเพราะมองเห็นว่า  งานจะสำเร็จได้ด้วยคน  เพราะฉะนั้น  ต้องวางแผนพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  หากคนมีประสิทธิภาพ  จะเกิดความเสียหายและผิดพลาดน้อย   สำหรับ   ศ.ดร.จีระ    หงส์ลดารมภ์   ผู้ก่อตั้ง สถาบันทรัพยากรมนุษย์  ม.ธรรมศาสตร์   เมื่อปี  2523  ผมได้เรียนรู้การฝ่าฟันอุปสรรค    ความขัดแย้งทางความคิด   การเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ   จุดอ่อนจุดแข็งของคน    การปก้ไขปัญหาต่าง ๆ   มันไม่ใช่งานของเราคนเดียว     เราจำเป็นต้องมีพวก    เราต้องหาแนวร่วมอุดมการณ์เดียวกัน     เพื่อต่อรองอำนาจและได้มาซึ่งผลสำเร็จของงาน   เป็นผู้ริเริ่มทฤษฎี  4 L’s  (ขออนุญาต  ไม่บอกรายละเอียด)  เช่นเดียวกันกับ  อ.พารณ ฯ   เพียงแต่มองคนละด้าน  เรียนรู้คนละอย่าง   วิธีการไปถึงเป้าหมายต่างกัน   แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ  ท่านทั้งสองเป็นผู้ริเริ่มการให้ความสำคัญของบุคคลากร   เนื่องจาก  คน  เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนระบบ  และทฤษฎีที่ทั้งสองท่านคิดขึ้นมา  ถึงแม้จะมองต่างมุม   แต่ก็เป็นวัตถุเดียวกันและเป้าหมายเหมือนกันนั่นคือ การพัฒนาบุคลากรขององค์กรให้มีคุณภาพมากขึ้น                  2. ได้กับสังคม (องค์กร)  หากทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับกลาง (ในความคิดของผม เช่น  หัวหน้าแผนก   หัวหน้ากอง  เป็นต้น )  คือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชามากที่สุด  เมื่อได้อ่านและเรียนรู้ทฤษฎีการพัฒนาบุคลากรของท่านทั้งสองและนำไปปฏิบัติแล้ว   ผมเชื่อว่าสามารถพัฒนาบุคลากรขององค์กรนั้นได้จริง  ผมชอบประโยค ๆ หนึ่งในหน้าที่  27  ที่ว่า  ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการทำให้การเพิ่มผลผลิตประสบความสำเร็จ  ก็คือ     ความจงรักภักดีและความมีวินัยของคนในองค์กร        ใช่ครับ !   เหมือนกับการที่ทุกคนร้องป่าว ๆ ว่ารักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์     แต่ก็ยังฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างเห็น ๆ  อย่างหน้าด้าน ๆ      ไม่เห็นใครทำตามอย่างที่ปฏิญาณตนเลย    โดยเฉพาะผู้บริหาร(ประเทศระดับสูงในอดีต)   ของอย่างนี้มันอยู่ที่จิตสำนึกของคนครับ   ความจงรักภักดีของคนในองค์กรนับวันจะเสื่อมถอยลง  มันจะผกผันตรงกันข้ามกับวัตถุนิยมที่เคลือบคลานเข้ามาทีละน้อย ๆ      ในอดีตเรามองว่าพนักงานบริษัทในประเทศญี่ปุ่นมีความจงรักภักดีต่อบริษัท  ชนิดยอมทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่ออุทิศตนรับใช้บริษัท   แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว   เนื่องจากคนมองหาความสุขใส่ตัวมากขึ้น   แสวงหาวัตถุนิยมมากขึ้น  ทำงานน้อยลง   อุทิศตนน้อยลง   มององค์กรเป็นเรื่องของผู้บริหาร   สังคมเสื่อมทรามลงเพราะคน   ฉะนั้นหากจะพัฒนาองค์กรให้ประสบผลสำเร็จ  ต้องพัฒนาจิตใจคนก่อน  เปลี่ยนทัศนคติให้ทุกคนยอมรับในองค์กร  รักองค์กรมากขึ้น   เมื่อทุกคนมีความจงรักภักดี  EGO  ของคนจะออกมาเองตามธรรมชาติ   นั่นย่อมหมายถึง การมีวินัยในตนเอง  และวินัยในองค์กรในที่สุด                3. ได้กับประเทศชาติ   อย่างที่กระผมบอกครับว่า  เมื่อคนดี  สังคมดี   ประเทศชาตินั้นก็จะเจริญครับ !    มันเป็นลูกโซ่เป็นเหมือนโดมิโน  ทุกอย่าง(ถ้า)ทำได้  มันจะส่งผลดีต่อส่วนรวม  แต่อย่างที่  ศ.ดร.จีระ ฯ บอก    ผมทำมา  30  ปี  ยังไม่ประสบผลสำเร็จ   ใช่ครับ   ของอย่างนี้มันต้องอาศัยเวลาดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย  และปล่อยให้สังคมเน่า       ฟอนเฟะไปต่อหน้าต่อตา   มันอาจจะไม่เห็นผลใน  GENERATION  นี้  และไม่มีใครตอบได้ว่าเมื่อไหร่  อาจจะเป็น  50  ปี  หรือ  100  ปี       แต่ผมเชื่อว่าสักวันสังคมจะดีได้เพราะผลของการก่อตั้งสถาบันทรัพยากรมนุษย์   โดยมี  ศ.ดร.จีระ   หงส์ลดารมภ์   เป็นผู้ก่อตั้ง  และสังคมจะจารึกชื่อท่านไว้ในความทรงจำตลอดครับ !                จากข้อความข้างต้น   ที่กระผมได้อ่านในหนังสือ  ซึ่งเป็นประวัติการทำงาน   รวมทั้งผู้ร่วมงานซึ่งเคยทำงานกับบุคคลทั้งสอง    แล้วออกความคิดเห็น(อาจไม่เข้าท่า)  พอสรุปได้ดังนี้   การนำแนวคิดเรื่อง  คน มีค่ามากที่สุดในองค์กร   เมื่อผนวกรวมเข้ากับระบบการบริหารจัดการ  จะส่งผลดีมากต่อองค์กรนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต   เรื่องของคุณภาพบุคคลากร   เรื่องของต้นทุน  การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า  นอกจากนี้  เรื่องวัฒนธรรมองค์กร   ระบบบริหารแต่ละองค์กร  รวมทั้งนโยบายของผู้บริหาร   ก็มีส่วนในการพัฒนาองค์กรด้วย  การพัฒนาคน  ถือเป็นมาตรการที่องค์กรควรทำเป็นอันดับแรก    เพราะ  คน     ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด   สุดท้ายเมื่อพัฒนาคนให้มีความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและสังคมได้แล้ว   ประเทศชาติก็ย่อมมีความเจริญในที่สุด    หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งว่า  ถ้าระบบดี  รวมกับคนดีแล้ว    สังคมก็จะดี   และประเทศชาติจะดีตาม       ขอความกรุณาให้อาจารย์ช่วยวิจารณ์ความคิดเห็นด้วยครับ   พ.ท.ธีรชัย    ไชยมะโน  รปม.3  โทร.  086-970-9945   [email protected]
สวัสดีค่ะอาจารย์ ดร.จีระ  หงษ์ลดารมภ์  และอาจารย์ยม  นาคสุข        ก่อนอื่นขอกราบขอบคุณที่อาจารย์จีระและอาจารย์ยมให้เกียรติมาสอนหนังสือให้พวกเรา  ทำให้พวกเรามีความรู้มากขึ้นไม่ใช่รู้แค่ในตำราเรียนอย่างเดียวและจากการที่ได้เรียนกับอาจารย์  เมื่อในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม  2550  ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย เช่น 1.) วิธีการคิด 4 แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือพ่อหลวงของเรา  ที่ท่านทรงกล่าวไว้ว่า ก่อนที่จะเริ่มทำงานใดๆ ให้คิดถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. ทำอะไร  2. ทำอย่างไร 3. ทำเพื่อใคร 4. ทำแล้วได้อะไร  2.) ทฤษฎี 2 R’ S ได้แก่  Reality คือมองตามจริง  Relevance ตรงประเด็น 3.) Qvotations ที่ว่าปลูกพืชล้มลุก 3-4 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้  ปลูกพืชยืนต้น 3-4 ปี แต่ปลูกพืชคนทั้งชีวิต คือคนเราต้องมีการพัฒนาตลอดชีวิต  เมื่อหยุดพัฒนาก็เหมือนคนไร้ค่า ไร้ความคิด เหมือนต้นไม้ที่ตายแล้วรอเวลาที่จะล้มลงกับพื้นเท่านั้น4.) Qvotations  การบริหารความเป็นเลิศของคนในองค์กรไม่ใช่แค่ปลูกข้าวแต่ต้องดูว่าเก็บเกี่ยวได้ผลหรือเปล่าและทรัพยากรมนุษย์ไม่ใช่ต้นทุนแต่เป็นกำไร5.) การต่อยอดความรู้ใหม่ๆ  เป้าหมายของราชการกับเอกสารเหมือนกันแตกต่างกันที่จุดมุ่งหมาย6.) ทฤษฎี 4 L’ S Learning  Methodology คือเข้าใจวิธีการเรียนรู้  Learning  Emvironment  คือบรรยากาศในการเรียนรู้  Learning  Opportunity  โอกาสที่ปะทะกันทางปัญญา  และ  Learning  Community  ไฝ่รู้ หาความรู้  7.)  กฎของPeter  Senge    1.  Personal  Mastery  รู้อะไรรู้ให้จริง  2.  Mental  Models  แบบอย่างทางความคิด  3.  Shared  Vision เห็นอนาคตร่วมกัน  4. Team  Learning  เรียนเป็นทีม  5.  System  Thinking  คิดมีเหตุผล  อย่าคิดแบบเดิมๆ  ต้องเป็นคนคิดนอกกรอบบ้าง     และได้อ่านหนังสือที่อาจารย์และคุณพารนเขียนแล้วค่ะ  น่าสนใจมากและเข้าถึงจิตใจของพนักงานจริงๆ  คำกล่าวทุกคำที่อาจารย์และคุณพารนกล่าวกินใจมาก  ถ้าผู้บริหารทุกคนมีความคิดอย่างนี้พนักงานคงจะมีความสุขมากเลยทีเดียวและพนักงานทุกคนก็คงจะรักองค์กรของตัวเองมากขึ้นกว่านี้หลายเท่า  ถ้ามีผู้บริหารที่มีความเข้าใจและเข้าถึงจิตใจของพนักงานได้ดีเท่ากับคุณพารน        และคำกล่าวที่ว่า  คนเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดสำหรับองค์กร  การที่เราได้พัฒนาคนเท่ากับเราได้พัฒนาองค์กรของเราด้วย  เพราะคนเป็นผู้บริหารงานทุกอย่างในองค์กร  ไม่ว่าจะเป็นคนในระดับพนักงานทั่วไป  หรือผู้บริหารระดับสูงก็ตาม  ทุกคนต่างต้องการการพัฒนาตนเองทั้งสิ้น  การที่คนเราไม่มีการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาก็ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ที่ตายแล้ว  ไม่ได้รับการใส่ปุ๋ย  รดน้ำ  พรวนดิน  ก็ไม่มีการเจริญงอกงามขึ้นมา  เช่นเดียวกับองค์กร  ถ้าขาดการพัฒนาให้กับพนักงานหรือผู้บริหารแล้วองค์กรก็คงอยู่รอดอย่างลำบาก  เพราะเทคโนโลยีสมัยก้าวไปเร็วมาก  ประเทศของเรายังขาดการพัฒนาคนอย่างจริงจัง  รัฐบาลยังไม่ค่อยเร็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคนทั้งที่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้เราทัดเทียมกับนานาประเทศได้  อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาคนให้มากๆ หน่อย  ไม่ควรเน้นแต่บำรุงวัตถุอย่างเดียว  เพราะถ้าคนไทยขาดการพัฒนา ประเทศไทยของเราก็ต้องอาศัยมันสมองของต่างชาติอย่างเดียว  ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเราเสียดุลให้กับฝรั่งต่างชาติอยู่ร่ำไป  จากการที่ได้เรียนกับอาจารย์ทั้ง 2 วันนี้ได้รับความรู้มากเลยค่ะ  และสามารถนำไปปรับใช้กับที่ทำงานได้ทุกเรี่องค่ะขอบคุณอาจารย์ทั้ง 2 ท่านอีกครั้งค่ะ                            ปราณีต  น่วมเปรม                               รปม.รุ่น3   สวัสดีค่ะอาจารย์ ดร.จีระ  หงษ์ลดารมภ์  และอาจารย์ยม  นาคสุข        จากการที่ได้เรียนกับอาจารย์ยมเมื่อวันอาทิตย์ที่  14  มกราคม  2550  มีเรื่องที่สนใจอยู่  3  เรื่องค่ะคือ1.      ก่อนที่เราจะพัฒนาคนอื่นเราต้องพัฒนาตนเองเสียก่อน2.      หลักธรรมาภิบาล  กำหนดกรอบจริยธรรมการดำเนินงาน3.  ปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์  คือ  Political  การเมือง  Economy  เศรษฐกิจ  Social  สังคมและวัฒนธรรม  Technology  เทคโนโลยีการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยมีปัญหาอะไรบ้าง  3 ประเด็น1.      ระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ยากมากในระบบราชการไทย2.  การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งาน  แต่ไม่มีการพัฒนาคนให้สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้3.  อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ผู้นำเพียงคนเดียว  คือการกระจายงานให้กับหน่วยงานต่างๆ  รับไปทำแต่ไม่มีการมอบอำนาจในการสั่งการให้กับผู้ดูแลเสนอแนวทางแก้ไขและป้องกัน1.  ผู้นำต้องเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง  ไม่เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่เพราะหลายคนก็หลายความคิด  บางคนอาจมีความคิดดีๆ  แปลกใหม่มานำเสนอ  เพื่อมาพัฒนาองค์กรและประเทศชาติได้2.  ภาครัฐควรพัฒนาคนอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว3.      ใช้หลักธรรมาภิบาลช่วยแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง                                                    ปราณีต  น่วมเปรม                                                  รปม.รุ่น3   

เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข ที่เคารพ ดิฉันได้เขียนความรู้สึกประทับใจในสิ่งดี ๆ ที่ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์อาจารย์จีระ และอาจารย์ยมไปแล้ว สิ่งที่ได้รับจากอาจารย์มีคุณค่ามากเป็นกำไรของชีวิต จากการพูดคุยกับเพื่อน ๆ หลายท่าน ทุกคนมีความรู้สึกดี ๆ ที่ไม่แตกต่างกัน ซึ่งคิดว่าอาจารย์คงสัมผัสได้ แต่การถ่ายทอดความรู้สึกและความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์และการอ่านหนังสือ HR Champions ทั้งหมด ออกมาเป็นตัวหนังสือเป็นเรื่องยาก ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน แต่ดิฉันเริ่มมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของความเป็นมนุษย์ แล้วว่า ทุกอย่างจะสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ถ้าหมั่นฝึกฝนและเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่อง เรียนรู้ตลอดชีวิต ดิฉันเริ่มใช้แนวทาง 6 ท. โดยเฉพาะ ท.ทบทวน และ ท. ลงมือทำ และจะพยายามทำให้ดีที่สุด จากการอ่านหนังสือ HR Champions ซึ่งรวบรวมแนวคิดและประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของ ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สามารถจินตนาการตามได้ ความรู้ที่ได้รับมากมายคง เขียนได้ไม่หมด แต่ที่เห็นว่าเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และทุกสถานการณ์ เช่น ทฤษฎี 4 L’s 8 K’s 2 R’s ทฤษฎี 3 วงกลม ทฤษฎีมูลค่าเพิ่ม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ ดังนี้ ประโยชน์ที่ได้รับสำหรับตนเอง ได้รับความรู้ใหม่ ๆ ได้เปิด โลกทรรศน์ให้กว้างขึ้น จุดประกายที่จะเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง องค์กร และประเทศชาติ ได้เรียนรู้วิธีการคิดของอาจารย์ที่คิดไกล คิดกว้าง รู้ลึก รู้รอบ และนำความรู้มาบูรณาการได้ อย่างลงตัว มองเป้าหมายอย่าง ชัดเจน และมีวิธีการทำงานให้ถึงเป้าหมายอย่างเป็นระบบ ตามขั้นตอน ทั้งสองท่านมีความเชื่อมั่นว่า ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่มีค่าและสำคัญที่สุด ขององค์กร และ มีเป้าหมายเหมือนกันคือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ เชื่อมั่นว่าความรู้จะแก้ไขปัญหาและอุปสรรคได้ด้วยปัญญา เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ตั้งใจที่จะแบ่งปันความรู้ไปยังผู้อื่น แสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีความสุข อยู่ตลอดเวลา ทำงานด้วยใจรัก มีภาวะผู้นำสูง รู้ทันการเปลี่ยนแปลง มีเมตตา มีน้ำใจ ให้โอกาสผู้อื่น คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าตนเอง รู้จักคำว่าไม่รู้ เพื่อจะได้เรียนรู้รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และรู้จักวิธีการพัฒนา และดึงศักยภาพของคนมาใช้ สร้างคนดี-คนเก่ง ผู้บริหารระดับสูงจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม ฯลฯ ประโยชน์ที่จะเกิดกับองค์กร นำทฤษฎี 4 L’s ทฤษฎี 3 วงกลม ทฤษฎีมูลค่าเพิ่ม มาปรับใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรให้มากที่สุด ปรับวิธีการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ สร้างโอกาสในการเรียนรู้ สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในองค์ประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชนำวิธีการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยกรมนุษย์ ของปูนซีเมนต์ มาประยุกต์ ตั้งแต่ระบบการคัดเลือกและสรรหาคนเข้าทำงานที่ปูนซีเมนต์ จะดูจากความรู้ความสามารถ โปร่งใส ใช้ระบบคุณธรรม ถ้าองค์กรได้คนดี จะพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้โดยง่าย สิ่งสำคัญ ที่สุดคือ การคัดเลือกผู้บริหารควรดูที่ความรู้ความสามารถมากกว่าความอาวุโส เช่น สถาบันทรัพยากรมนุษย์ ที่ ศ.ดร. จีระ ได้เป็นเป็นผู้อำนวยการ 4 สมัย เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน การเลือกผู้นำระดับหัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย มีผลกับความสำเร็จขององค์กร เน้นการทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสให้พนักงาน มีส่วนร่วมกำหนดเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยส่งเสริมให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมาถ่ายทอดต่อเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ผู้นำองค์กรที่เป็นผู้กำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศ นำทฤษฎี 4 L’s และ 8 K’s มาใช้จะต้องมีปรัชญาในการบริหารโดยเน้นคนสำคัญ จะต้องมีวิสัยทัศน์วางแผนคนให้สอดคล้องกับอนาคตของประเทศในอีก 10 ปี ข้างหน้าว่าประเทศจะพัฒนาไปในทิศทางใด ต้องการทรัพยากรมนุษย์อย่างไร ได้วางแผนผลิตพัฒนา และดูแลรักษาได้อย่างตรงประเด็น ใช้ได้ดีที่สุดในเรื่องระบบการศึกษาของชาติ การพัฒนา ฝีมือแรงงาน การสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กระจายอย่างทั่วถึง ปรับหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน ปัจจุบันเด็กเรียนด้วยวิธีการท่องจำตามครู ไม่มีการฝึกคิดวิเคราะห์หรือวางแผนการทำงาน กำหนดเป้าหมายชีวิต การเรียนตาม กระแสสังคมความนิยม เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งคิดอย่างมีเหตุมีผลน้อยลง หากไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ อาจจะพัฒนาไม่ทันประเทศอื่น หน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ทุกระดับควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นอันดับต้น ๆ เพราะองค์กรจะมีประสบความสำเร็จได้ด้วย คน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า สรุปหนังสือ HR Champions เป็นอาหารสมอง ที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะ ทฤษฎี 4L’s 8K’s 2R’s ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการคิดวิเคราะห์ ประยุกต์ในการทำงานได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือได้สร้างแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร และสังคม โดยมีอาจารย์พารน อาจารย์จีระเป็นแบบอย่างที่ดี น่าเสียดายที่สุดคือได้อ่านหนังสือ HR Champions ช้าไป ถ้าได้รู้จักก่อนปีใหม่ ก็จะเป็นของขวัญปีใหม่ ที่จะมอบให้ญาติ เพื่อนสนิท มิตรสหาย คงเป็นหนังสือนี้อย่างแน่นอน

ศรีปัญญา วัชนาค

081- 6449670

[email protected]

เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ , อาจารย์ยม นาคสุข จากการที่เรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์ใอวันที่ 13 มกราคม 2550 ช่วงแรกดิฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ท่าน แม้ช่วงชั่วโมงแรกดิฉันจะรู้สึกเครียดอยู่บ้าง และจากการที่ท่านได้ให้หนังสือ “ทรัพยกรมนุษย์พันธุ์แท้” ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ทำให้ดิฉันได้ทราบแนวคิดสาระสำคัญ คือ 1. แนวคิดของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา คือ การจัดระเบียบองค์กรให้เป็นระบบ เช่นมี Personnel Manual , Accounting manual , Authority manual เน้นเรื่องคนในระดับ ผู้บริหาร ระดับกลาง ระดับล่าง การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีม การพัฒนาบุคลากรถือเป็นการลงทุนไม่ใช่ต้นทุน เมื่อคนมีความจงรักภักดี มีระเบียบวินัย ก็จะทำให้องค์กรมั่นคงได้ การพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ Contructionism การสร้างเด็กไทยสู่การเป็น Global Gitizen ก้าวสู่ระดับโลก ในแบบขององค์กรแห่งการเรียนรู้ Learning Organization และแนวคิดทฤษฎี 4 L’s คือ - Village that Learn หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้ - School that Learn โรงเรียนแห่งการเรียนรู้ - Industry that Learn อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้ - Nation that Learn ชาติแห่งการเรียนรู้ 2. แนวคิดของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ คือ การให้ความสำคัญ กับคน การจัดประชุมทั้งในระดับต่างประเทศและในประเทศ เน้นถึงความสำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นสำคัญ การจัดระบบบริหารโดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน การเป็นผู้สนับสนุนหลักการร่วมมือระหว่างประเทศ แนวคิดทฤษฎี 4 L’s คือ - Learning Methodology เข้าใจวิธีการเรียนรู้ - Learning Envitonmenty สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ - Learning Opportunity สร้างโอกาสในการเรียนรู้ - Learning Community สร้างชุมชนการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง จากแนวคิดของท่านทั้งสอง สามารถนำไปพัฒนาตนเอง ให้มีความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์จากที่รู้นิดหน่อย ทำให้ได้รู้หลักและแนวคิดที่หลากหลาย และนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง รวมทั้งการนำไปปรับปรุงพฤติกรรม ทักษะ ความคิด ของตนเองให้กว้างขวางขึ้น สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ และพร้อมที่พัฒนาฝึกอบรมหาความรู้ ประสบการณ์ เพิ่มเติมตลอดเวลา การพัฒนาองค์กร ปัจจุบันการบริหารทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นปัญหามากที่สุด เพราะถ้าการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร จะมีทั้งคนเก่ง คนดีองค์กรก็จะประสบผลสำเร็จ ถ้ามีคนไม่เก่ง และคนไม่ดี องค์กรก็จะแย่ ดังนี้ผู้บริหารจึงต้องหากระบวนการบริหารอยู่ตลอดเวลา เช่น เริ่มจากการคัดเลือกคนที่ดีสุด และให้เหมาะกับงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้บริหารต้องใช้หลักธรรมภิบาล เป็นแบบอย่างที่ดี มีการบริหารงานทีโปร่งใส มีคุณธรรม มีความเชื่อในความสามารถของพนักงาน ให้โอกาสและอิสระในการทำงาน แก้ปัญา และเสนอแนะ สร้างบรรยากาศภายในองค์กร การนำเอาทฤษฎีวงกลม3 วงกลมมาใช้ การจัดองค์กรที่เหมาะสม การเพิ่มศักยภาพคน ต้องมีแรงจูงใจ เพื่อเขาเกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร และเมื่อองค์กรมีคนที่มีคุณภาพและศักยภาพที่ดี ก็ย่อมจะทำให้องค์กรนั้นประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การพัฒนาประเทศ ผู้บริหารจึงต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ คนที่มีคุณภาพ องค์กรที่มีคุณภาพ และผลผลิตที่มีคุณภาพ เพราะ “คน” เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะคนเป็นผู้สร้างสรรค์สังคม วัฒนธรรมให้ยิ่งใหญ่ได้ในระดับประเทศและระดับโลก ดังนั้นทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและก็เป็นสิ่งที่มีปัญหามากที่สุดของประเทศ เพื่อให้สังคมพัฒนาสู่ระดับสากลในยุคโลกาภิวัฒน์ เราจะต้องยอมรับในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้มากขึ้น การจะให้สังคมประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยปัจจัยหลายเรื่องมาเป็นส่วนประกอบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนทางด้านเศรษฐกิจ การมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและคุณภาพ จะเป็นกำลังสำคัญส่งผลให้ประเทศชาติประสบผลสำเร็จ

 

เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข ที่เคารพ

 

 

ดิฉันได้เขียนความรู้สึกประทับใจในสิ่งดี ๆ ที่ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์อาจารย์จีระ และอาจารย์ยมไปแล้ว สิ่งที่ได้รับจากอาจารย์มีคุณค่ามากเป็นกำไรของชีวิต

  

จากการพูดคุยกับเพื่อน ๆ หลายท่าน ทุกคนมีความรู้สึกดี ๆ ที่ไม่แตกต่างกัน ซึ่งคิดว่าอาจารย์คงสัมผัสได้ แต่การถ่ายทอดความรู้สึกและความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์และการอ่านหนังสือ HR Champions ทั้งหมด ออกมาเป็นตัวหนังสือเป็นเรื่องยาก ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน

  

แต่ดิฉันเริ่มมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของความเป็นมนุษย์ แล้วว่า ทุกอย่างจะสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ถ้าหมั่นฝึกฝนและเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่อง เรียนรู้ตลอดชีวิต ดิฉันเริ่มใช้แนวทาง 6 ท. โดยเฉพาะ ท.ทบทวน และ ท. ลงมือทำ และจะพยายามทำให้ดีที่สุด

  

จากการอ่านหนังสือ HR Champions ซึ่งรวบรวมแนวคิดและประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของ ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สามารถจินตนาการตามได้ ความรู้ที่ได้รับมากมายคง เขียนได้ไม่หมด

  

แต่ที่เห็นว่าเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และทุกสถานการณ์ เช่น ทฤษฎี 4 L’s 8 K’s 2 R’s ทฤษฎี 3 วงกลม ทฤษฎีมูลค่าเพิ่ม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ ดังนี้ ประโยชน์ที่ได้รับสำหรับตนเอง ได้รับความรู้ใหม่ ๆ ได้เปิด โลกทรรศน์ให้กว้างขึ้น จุดประกายที่จะเรียนรู้

เพื่อพัฒนาตนเอง องค์กร และประเทศชาติ ได้เรียนรู้วิธีการคิดของอาจารย์ที่คิดไกล คิดกว้าง รู้ลึก รู้รอบ และนำความรู้มาบูรณาการได้ อย่างลงตัว มองเป้าหมายอย่าง ชัดเจน และมีวิธีการทำงานให้ถึงเป้าหมายอย่างเป็นระบบ ตามขั้นตอน

  ทั้งสองท่านมีความเชื่อมั่นว่า ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่มีค่าและสำคัญที่สุด ขององค์กร และ มีเป้าหมายเหมือนกันคือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ เชื่อมั่นว่าความรู้จะแก้ไขปัญหาและอุปสรรคได้ด้วยปัญญา เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ตั้งใจที่จะแบ่งปันความรู้ไปยังผู้อื่น แสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีความสุข อยู่ตลอดเวลา ทำงานด้วยใจรัก มีภาวะผู้นำสูง รู้ทันการเปลี่ยนแปลง มีเมตตา มีน้ำใจ ให้โอกาสผู้อื่น คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าตนเอง รู้จักคำว่าไม่รู้ เพื่อจะได้เรียนรู้รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และรู้จักวิธีการพัฒนา และดึงศักยภาพของคนมาใช้ สร้างคนดี-คนเก่ง  

ผู้บริหารระดับสูงจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม ฯลฯ ประโยชน์ที่จะเกิดกับองค์กร นำทฤษฎี 4 L’s ทฤษฎี 3 วงกลม ทฤษฎีมูลค่าเพิ่ม มาปรับใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรให้มากที่สุด ปรับวิธีการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ สร้างโอกาสในการเรียนรู้ สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในองค์ประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์

  

นำวิธีการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยกรมนุษย์ ของปูนซีเมนต์ มาประยุกต์ ตั้งแต่ระบบการคัดเลือกและสรรหาคนเข้าทำงานที่ปูนซีเมนต์ จะดูจากความรู้ความสามารถ โปร่งใส ใช้ระบบคุณธรรม ถ้าองค์กรได้คนดี จะพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้โดยง่าย

  สิ่งสำคัญ ที่สุดคือ การคัดเลือกผู้บริหารควรดูที่ความรู้ความสามารถมากกว่าความอาวุโส เช่น สถาบันทรัพยากรมนุษย์ ที่ ศ.ดร. จีระ ได้เป็นเป็นผู้อำนวยการ 4 สมัย เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน การเลือกผู้นำระดับหัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย มีผลกับความสำเร็จขององค์กร เน้นการทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสให้พนักงาน มีส่วนร่วมกำหนดเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยส่งเสริมให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมาถ่ายทอดต่อเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ   ผู้นำองค์กรที่เป็นผู้กำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศ นำทฤษฎี 4 L’s และ 8 K’s มาใช้จะต้องมีปรัชญาในการบริหารโดยเน้นคนสำคัญ จะต้องมีวิสัยทัศน์วางแผนคนให้สอดคล้องกับอนาคตของประเทศในอีก 10 ปี ข้างหน้าว่าประเทศจะพัฒนาไปในทิศทางใด ต้องการทรัพยากรมนุษย์อย่างไร ได้วางแผนผลิตพัฒนา และดูแลรักษาได้อย่างตรงประเด็น ใช้ได้ดีที่สุดในเรื่องระบบการศึกษาของชาติ การพัฒนา ฝีมือแรงงาน การสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กระจายอย่างทั่วถึง ปรับหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน  

 

ปัจจุบันเด็กเรียนด้วยวิธีการท่องจำตามครู ไม่มีการฝึกคิดวิเคราะห์หรือวางแผนการทำงาน กำหนดเป้าหมายชีวิต การเรียนตาม กระแสสังคมความนิยม เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งคิดอย่างมีเหตุมีผลน้อยลง หากไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ อาจจะพัฒนาไม่ทันประเทศอื่น หน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ทุกระดับควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นอันดับต้น ๆ เพราะองค์กรจะมีประสบความสำเร็จได้ด้วย คน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า  

 

สรุปหนังสือ HR Champions เป็นอาหารสมอง ที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะ ทฤษฎี 4L’s 8K’s 2R’s ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการคิดวิเคราะห์ ประยุกต์ในการทำงานได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือได้สร้างแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร และสังคม โดยมีอาจารย์พารน อาจารย์จีระเป็นแบบอย่างที่ดี น่าเสียดายที่สุดคือได้อ่านหนังสือ HR Champions ช้าไป ถ้าได้รู้จักก่อนปีใหม่ ก็จะเป็นของขวัญปีใหม่ ที่จะมอบให้ญาติ เพื่อนสนิท มิตรสหาย คงเป็นหนังสือนี้อย่างแน่นอน  

 

ศรีปัญญา วัชนาค

  081- 6449670   [email protected]
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ จากที่เรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์วันที่ 13 มกราคม 2550 และจากการที่อาจารย์ได้ให้หนังสือ “ทรัพยกรมนุษย์พันธุ์แท้” ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ผมได้สรุปแนวคิด ดังนี้ แนวคิดของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เน้นเรื่องการจัดระเบียบองค์กรให้เป็นระบบ เช่นมี Personnel Manual , Accounting manual , Authority manual เน้นเรื่องคนในระดับ ผู้บริหาร ระดับกลาง ระดับล่าง การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีม การพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ Contructionism ในแบบขององค์กรแห่งการเรียนรู้ Learning Organization และแนวคิดทฤษฎี 4 L’s คือ - Village that Learn หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้ - School that Learn โรงเรียนแห่งการเรียนรู้ - Industry that Learn อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้ - Nation that Learn ชาติแห่งการเรียนรู้ แนวคิดของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เน้น เรื่องการให้ความสำคัญ กับคน เน้นถึงความสำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นสำคัญ การจัดระบบบริหารโดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้า การเป็นผู้สนับสนุนหลักการร่วมมือระหว่างประเทศ แนวคิดทฤษฎี 4 L’s คือ - Learning Methodology เข้าใจวิธีการเรียนรู้ - Learning Envitonmenty สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ - Learning Opportunity สร้างโอกาสในการเรียนรู้ - Learning Community สร้างชุมชนการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง จากแนวคิดของท่านทั้งสอง สามารถนำไปพัฒนาตน ให้มีความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์จากที่รู้ไม่มากทำให้ได้รู้หลักและแนวคิดที่หลากหลาย และนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง รวมทั้งการนำไปปรับปรุงพฤติกรรม ทักษะ ความคิด ของตนให้กว้างขวางขึ้น สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ และพร้อมที่พัฒนาฝึกอบรมหาความรู้ ประสบการณ์ เพิ่มเติมตลอดเวลา การพัฒนาองค์กร ปัจจุบันการบริหารทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นปัญหามากที่สุด การใช้หลักการบริหารทรัพยากร HRM ทำให้เกิความเป็นธรรมในการจ้าง สภาพแวดล้อมที่ดี ให้พนักงานมีส่วนรวม การยอมรับและเชื่อมั่นในความสามารถของพนักงาน ผู้บริหารต้องใช้ลักธรรมภิบาล การใช้แรงจูงใจ เขาเกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร และเมื่อองค์กรมีคนที่มีคุณภาพที่ดี ก็ย่อมจะทำให้องค์กรนั้นประสบความสำเร็จ การพัฒนาประเทศ “คน” เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะคนเป็นผู้สร้างสรรค์สังคม วัฒนธรรมให้ยิ่งใหญ่ได้ในระดับประเทศและระดับโลก เป็นการพัฒนาระดับองค์กร ไปสู่ระดับประเทศ และไปสู่ระดับโลก ซึ่งทั้ง 2 ท่านกำลังเสริมสร้างพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในรูปแบบไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ คนของประเทศมีศักยภาพสูง พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าในยุค Globalization อย่างเท่าเทียมกัน
เรียน อ.ยม นาคสุข  ความรู้ที่ได้จากการเรียนวิชาการบริหารทรัพยากร ในวันที่ 14 มกราคม 2550ขอเสนอประเด็นที่ได้เรียนรู้ 3 ประเด็น ดังนี้ คือประเด็นที่ 1 ความรู้ที่ได้จากในชั้นเรียน 1.1 หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีควรจัดหรือส่งเสริมให้สังคมไทยอยู่บนพื้นฐานของหลักสำคัญอย่างน้อย 6 ประการ ดังนี้                    1. หลักนิติธรรม ได้แก่ การตรากฎหมาย กฎ ข้อบังคับต่างๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม และสังคมยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎหมาย กฎข้อบังคับเหล่านั้น โดยถือว่าเป็น การปกครองภายใต้กฎหมาย มิใช่ตามอำเภอใจหรืออำนาจของตัวบุคคล
                    2. หลักคุณธรรม ได้แก่ การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ยึดถือหลักนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นตัวอย่างของสังคม และสนับสนุนให้ประชาชนพัฒนาตนเอง ไปพร้อมกัน เพื่อให้คนไทยมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบอาชีพสุจริต จนเป็นนิสัยประจำชาติ
                    3. หลักความโปร่งใส ได้แก่ การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในชาติ โดยปรับปรุง กลไกการทำงานขององค์กรทุกวงการให้มีความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก และมีกระบวนการ ให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้
                    4. หลักความมีส่วนร่วม ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ และเสนอความเห็น ในการตัดสินปัญหาสำคัญของประเทศ ไม่ว่าด้วยการแจ้งความเห็น การไต่สวนสาธารณะ การประชาพิจารณ์ การแสดงประชามติ หรืออื่น ๆ
                    5. หลักความรับผิดชอบ ได้แก่ การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบ ต่อสังคม การใส่ใจปัญหาสาธารณะของบ้านเมือง และกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา ตลอดจนการเคารพ ในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และความกล้าที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตน
                     6. หลักความคุ้มค่า ได้แก่การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยัดใช้ของอย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์สินค้าและบริการ ที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน
1.2  ทฤษฎี 6 ท. คือ เทคนิคการสู่ความสำเร็จและก้าวหน้า- ท. ท้าทาย คือ กล้าที่จะทำงานที่ยาก ท้าทาย - ท. ท่าที คือ มีท่าทีที่ดี คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี พฤติกรรมดี บุคลิกดี- ท. เที่ยงธรรม คือ มีคุณธรรม ธรรมาภิบาล มีธรรมทุกเรื่อง - ท. ทองแท้ คือ ซื่อสัตย์ สุจริต เสมอต้นเสมอปลาย และมีความอดทน- ท. ทบทวน คือ ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา หมั่นทบทวนในสิ่งที่เรียนรู้ - ท. ทำ คือ ลงมือทำด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น ต่อเนื่อง                1.3 ทฤษฎีการพัฒนาธุรกิจ หมายถึง กิจการที่ก่อให้เกิดสินค้าและบริการ กิจกรรมของธุรกิจ ตามทฤษฎี OM (Operation Management) มี 3 กระบวนการ คือ Input Process และ Output  Input คือ กระบวนการนำเข้าทรัพยากรทางการบริหาร ได้แก่ คน วัตถุดิบ อุปกรณ์เครื่องมือ เป็นต้น Process คือ กระบวนการผลิต กระบวนการขาย กระบวนการบริการ กระบวนการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าOutput คือ จุดสุดท้ายของงานขาย/งานบริการ ในกระบวนการขาย หรือบริการ ผู้ขาย ผู้ปฏิบัติงานต้องมีแนวคิดที่สำคัญคือลูกค้าและนายถูกเสมอเพราะเขาคือผู้มีพระคุณต่อผู้ปฏิบัติงาน ประเด็นที่ 2 ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้างในการบริหารทรัพยากร ยกตัวอย่าง 3 ข้อ1. โครงสร้างของระบบราชการที่มีขนาดใหญ่ สายการบังคับบัญชาที่ยาว ก่อให้เกิดความล่าช้าในการบริหาร ซึ่งบางเรื่องที่เร่งด่วนอาจจะไม่ทันการณ์ หรือก่อให้เกิดความเสียหายได้2. ขาดการทำงานเป็นทีม ส่วนใหญ่จะเป็นต่างคนต่างทำ ก่อให้เกิดทำงานซ้ำซ้อนเพราะขาดการประสานงานกัน ทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย3. ระบบราชการยังยึดอยู่กับค่านิยมแบบเก่า คือ ระบบพวกพ้อง ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม อาทิเช่น การสรรหา การคัดเลือก การเลื่อนขั้น เป็นต้น   ประเด็นที่ 3 ข้อเสนอแนะ1.       ควรลดขนาดของโครงสร้าง และสายการบังคับบัญชาให้สั้น เน้นการกระจายอำนาจ2.       เน้นการทำงานเป็นทีม สร้างบรรยากาศในองค์การให้เอื้อต่อการทำงาน3.       ควรนำหลักธรรมภิบาลมาใช้ และควรปฏิบัติให้ได้จริงเหมือนกับทฤษฎี 6ท.
  • จ่าเอกสราวุฒิ นวมน้อย รหัสนักศึกษา49038010029 ม.สวนสุนันทา
    IP: xxx.246.159.1
    เขียนเมื่อ 
เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพอย่างสูงกระผมจ่าเอกสราวุฒิ  นวมน้อย นักศึกษาปริญญาโท(รปม.) สาขาการบริหารจัดการ รุ่นที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เรียนกับท่านอาจารย์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2550 และท่านอาจารย์แนะนำให้อ่านหนังสือ HR. CHAMPIONS  ของท่านอาจารย์แล้ว ขอยอมรับว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์/คุณค่า/ให้ความรู้และแนวคิดในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กับกระผมและผู้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างมาก จนเกิดแรงบันดาลใจในการที่จะนำไปขยายผลทั้งในด้านการเรียนรู้และการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ปรัชญาความคิดตลอดจนกลยุทธ์และเทคนิคการการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของท่านอาจารย์ทั้งสองนับว่ามีเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและประเทศชาติเป็นอย่างมาก ท่านอาจารย์ได้ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร , ความจำเป็นที่ต้องพัฒนาคน เพื่อเข้าสู่โลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว, ให้หลักความคิดและแนวทางในการพัฒนาคน ตลอดจนแนวคิดในเรื่องการเพิ่มผลผลิตขององค์กรและของประเทศ สิ่งหนึ่งที่ท่านอาจารย์ทั้งสองได้แสดงออกถึงความรักชาติ รักแผ่นดินไทย ก็คือ ความมุ่งมั่นที่จะสร้างคนไทยสังคมไทยให้เป็น Global Citizen เพื่อให้แข่งขันกับชาติอื่นๆในโลกได้ ท่านทั้งสองได้ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าขององค์ความรู้ที่สังคมไทยและคนไทยจำเป็นต้องพัฒนาด้วยวิธีการเรียนรู้มิใช่ถูกสอนให้รู้และเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต, การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นการลงทุน เพื่อทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มมิใช่เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า เพราะการแข่งขันในโลกสมัยใหม่ที่ต้องใช้ความรู้เป็นหลัก บางครั้งเราอาจจะต้องยอมจ่ายเพื่อซื้อความรู้จากสมองและประสบการณ์ของคนอื่น เพื่อนำมาพัฒนาคนของเราให้มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน (Competitive Advantage) แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ค่อยให้ความสนใจที่จะลงทุนในด้านคนเนื่องจากคิดว่าเรามีทรัพยากรธรรมชาติด้านอื่น ๆ มาก จึงไม่ค่อยให้ความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากนัก และเรื่องที่กระผมประทับใจคือ ความคิดของ ท่านอาจารย์ที่มุ่งจะพัฒนาประเทศ อย่างแน่วแน่ ต้องการจะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา หรือ มุ่งที่จะให้เป็น Global Citizen ที่ลงทุนกับการพัฒนาบุคคลภายในประเทศให้มีความรู้ความสามารถที่ทัดเทียมกับต่างชาติเพราะประเทศของเราทรัพยากรธรรมชาติ ย่อมมีทางที่จะหมดสิ้นแต่ ทรัพยากรบุคคลนั้นเราจะทำอย่างไรให้กลายเป็นเหมือนปัจจัยการผลิตอย่างหนึ่ง ไม่ใช่แค่เรื่อง แรงงาน แต่เป็นบุคคลที่สามารถพัฒนาตนเอง จนเป็นทรัพย์สินที่มีค่า หนังสือเล่มนี้ได้ให้แนวคิด และปรัชญามากมาย  รวมทั้ง  แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมประกอบทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น   และได้ชี้ให้เห็นถึงเหตุและผลของแนวคิด   พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
        1.  แนวคิด และ ปรัชญา เรื่อง  “ คุณค่ามนุษย์ “ จากคำกล่าวของอาจารย์พารณ ที่มีความเชื่อว่ามนุษย์เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กร และเป็นสมบัติที่มีคุณค่ายิ่ง       ตรงข้ามกับเครื่องจักร และอุปกรณ์   เพราะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ จะค่อยๆ เสื่อมค่าลง จากการใช้งานและสึกหรอได้เมื่อผ่านการใช้งานตามกาลเวลา   แต่คุณค่าของคนกลับเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
        ในแนวคิดเรื่องนี้ กระผมเห็นด้วยกับอาจารย์พารณ  เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ คุณค่าของคนจะมีคุณค่ามากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เมื่อมีการพัฒนาคนอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และยาวนานเพียงพอ  หรืออาจจะตลอดชีวิต ดังนั้นการที่ผู้นำประเทศ  หรือผู้นำองค์กรไม่มีแนวคิดในเรื่องนี้ แน่นอนย่อมจะไม่เห็นความสำคัญของทรัพยากรในส่วนนี้ และสุดท้ายก็ย่อมไม่มีการพัฒนาทรัพยากรส่วนนี้ และในทางเดียวกันเมื่อเกิดวิกฤตกับองค์กร สิ่งแรกที่ผู้นำองค์กรจะทำคือการตัดต้นทุนในส่วนนี้ออกให้เร็วที่สุด
         และจากแนวคิดนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างทัศนคติที่ดีในเรื่องของมนุษย์ ว่า  มนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุด และสามารถพัฒนาได้  สำหรับองค์กรสามารถปลูกฝังความคิดนี้ให้กับบุคลากรได้ทุกระดับ   สำหรับประเทศสามารถปลูกฝังความคิดนี้ให้ได้ตั้งแต่กับเด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่ทุกคน  ซึ่งโดยรวมจะทำให้ปัญหาสังคมลดลง เพราะทุกคนเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น และคุณภาพของคนในสังคมโดยรวมจะดีขึ้น
          2.  แนวคิดในเรื่อง “ การมองทรัพยากรมนุษย์เป็นการลงทุน ” คำกล่าวของท่านอาจารย์จีระ ที่ว่า  ทรัพยากรมนุษย์เป็นการลงทุนไม่ใช่ต้นทุน และก็ไม่ใช่เฉพาะทุนมนุษย์  ( HUMAN  CAPITAL)  เท่านั้น  แต่ต้องมีทุนทางปัญญา (INTELLECTUAL CAPITAL)  และทุนทางจริยธรรม (ETHICAL CAPITAL)   ด้วย  กล่าวคือ ทุนมนุษย์ คือ การลงทุนด้านคน เช่น การลงทุนเรื่องการศึกษาให้กับประชาชน หรือ คนในองค์กร ทุนทางปัญญาคือ ความสามารถในการคิดและวิเคราะห์เป็น และนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มอันได้แก่การนำข้อมูล (DATA) มาเพิ่มมูลค่าเป็นข่าวสาร (INFORMATION) จากนั้นเป็นความรู้(KNOWLEDGE)  และนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ( VALUE ADDED)  คือ นำไปสู่การวางแผน แก้ปัญหาทุนทางจริยธรรม   คือ  ทุนที่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต  ซึ่งคนเราเกิดมาอาจมีความรู้ความสามารถ แต่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ก็ไม่สามารถนำพาประเทศให้อยู่รอดได้  กลุ่มที่อ่อนที่สุดในข้อนี้ คือ นักการเมือง กับ ข้าราชการ
          ในแนวคิดเรื่องนี้ เห็นด้วยกับอาจารย์จีระเป็นอย่างยิ่ง   การที่มองทรัพยากรมนุษย์เป็นการลงทุนซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ขององค์กร หรือ ประเทศชาติ เพื่อส่งผลที่ดีในระยะยาวให้กับองค์กร หรือ ประเทศ   ในการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ในโลกได้ ซึ่งในที่นี้ไม่เพียงแต่นำเงินลงทุนมาพัฒนาคนให้ได้รับการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถเท่านั้น  แต่ต้องพัฒนาคนให้เกิดปัญญา และ จริยธรรม ด้วยควบคู่กันไปด้วย จึงจะสมบูรณ์และครบถ้วน
           และจากแนวคิดอันนี้  สามารถนำไปต่อยอดให้กับองค์กรได้  ในเรื่องของการวางแผนด้านกำลังคน
( MAN  POWER  PLANNING ) เพื่อรองรับการเจริญเติบโตขององค์กร
           3.  แนวคิด เรื่อง GLOBAL   CITIZEN แนวคิดนี้ เป็นแนวคิดในการที่จะสร้าง หรือพัฒนาให้คนไทยก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลกได้ นั้นต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการคือ
                     1. ความคล่องแคล่วในภาษาไทย และอังกฤษ
                     2. เทคโนโลยี
                     3. คุณธรรม
                   และที่สำคัญที่จะก้าวสู่การเป็นชาติที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงได้นั้นต้องเป็นชาติที่มีความสามารถในการเรียนรู้เสียก่อนคือพัฒนาคนให้เป็นผู้เรียนรู้ที่ดี     
( GOOD LEARNER)
  เพราะการเป็นผู้เรียนรู้ที่ดี เมื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็สามารถเรียนรู้ และรับมือได้   และจากแนวคิดนี้ อาจารย์พารณ ได้พัฒนาคนให้มีการเรียนรู้โดยใช้หลักการ 2 หลักการดังนี้
                     1.
LEARNING ORGANIZATION
(องค์กรแห่งการเรียนรู้ )  คือ ให้ทุกคนเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  และสามารถปรับตัวสู่ความเป็นเลิศได้
                     2.
CONSTRUCTIONISM
( ระบบการเรียนรู้ ) โดยให้ผู้เรียน”  เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
                         ให้คุณค่า กับ การเรียนรู้ไปด้วยกัน  คือ ครูเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้สนับสนุน  และกระตุ้นผู้เรียน
                         ให้คุณค่ากับการใช้ ความคิดสร้างสรรค์
                         ให้คุณค่ากับความจำเป็นที่ต้องเตรียมพร้อมเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ดี มีความรู้ความสามารถ        
               จากแนวคิดในเรื่องนี้ เกี่ยวกับการเป็นผู้เรียนรู้ที่ดี  โดยมีองค์กรเรียนรู้ และ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้วยตนเอง นั้น ในระดับจุลภาคเล็กที่สุด คือ ตัวเราเอง :ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับตัวเองให้เกิดประโยชน์คือ ทำตัวให้เป็นผู้เรียนรู้ที่ดี ต่อไปในระดับที่สูงขึ้น คือ ทำให้ทุกคนเป็นผู้เรียนรู้ที่ดี และท้ายที่สุดในระดับประเทศทำให้ประชาชนทั่วไปเป็นผู้เรียนรู้ที่ดีจากการอ่านหนังสือ HR. CHAMPIONS ( ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ) ถ้าผู้นำประเทศได้อ่านแล้วนำแนวความคิดด้านต่างๆ ไปปฏิบัติและกำหนดเป็นนโยบายของประเทศ จะทำให้      1. ประชาชนจะเป็นคนดี คนเก่ง ต้องมาจากพื้นฐานทางครอบครัว ปัญหาของครอบครัวในปัจจุบันคือการที่พ่อแม่ต่างก็ออกไปทำมาหากินเลี้ยงดูลูกด้วยการให้เงินอย่างเดียว ขาดความรักและความอบอุ่นในครอบครัว ขาดการอบรมดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเด็ก  ที่จะเป็นอนาคตของประเทศชาติ   โดยข้อเท็จจริงข้างต้นนี้ค่อนข้างจะตรงกับหลักการของอาจารย์พารณ ในเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์  นอกจากจะให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว  ทางด้านจิตใจก็จำเป็นต้องมีด้วย โดยการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี  เอาใจใส่ต่อครอบครัว
           2. ถ้าการศึกษาให้ความรู้ คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญแล้ว การพัฒนาบุคลากรเพื่อพัฒนาทางการศึกษา ได้แก่ ครู อาจารย์ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า เพราะบุคลากรเหล่านั้นเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่จะใช้ในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศชาติ ทางด้านการศึกษาต่อไป
           3. การสร้างความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ ซึ่งทรัพยากรมนุษย์ของชาติ โดยเฉพาะ คนที่มีความรู้  ความสามารถ และมีศักยภาพ ไม่เพียงแต่มีถ่ายโอนจากหน่วยงานหนึ่งไปหน่วยงานหนึ่ง จากองค์กรหนึ่งไปอีกองค์กรหนึ่ง จากภาครัฐสู่ภาคเอกชนแล้ว ยังมีทรัพยากรมนุษย์ที่ยังอยู่ในต่างประเทศ ทำงานที่ต่างประเทศ ด้วยเหตุผลหลากหลายทั้งในเรื่องของรายได้ที่สูงมากกว่า เบื่อระบบการเมืองและราชการของไทย ทำอย่างไรที่จะให้มันสมองที่มีคุณภาพเหล่านี้ไหลกลับมาพัฒนาประเทศไทยของเรา
          4. ทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ : การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแนวคิด  ปรัชญา และวิธีการพัฒนา ที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และยาวนาน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นกันในการขับเคลื่อน คือ เรื่องเงินทุนในภาครัฐ การที่ผู้บริหารองค์กรมีแนวคิด วิธีการพัฒนาที่ถูกต้องก็สามารถ สนับสนุนส่งเสริมในเรื่องนี้ แต่ก็จะมีปัญหาในทางปฏิบัติอย่างมาก  ถ้าจะให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายเงินทุนในส่วนนี้เพื่อการศึกษาของบุตรหลาน  ขณะที่ปัจจุบันนี้ ความอยู่รอดของปากท้องของประชาชนในระดับล่างยังเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการศึกษาของบุตรหลาน
           5. นโยบายทางด้านการเมืองการปกครอง : นโยบายประชานิยม และการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ด้านเดียว เน้นการกู้ยืมเงิน การสร้างหนี้ สร้างการใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็จะได้คะแนนนิยมจากประชาชน โดยเฉพาะระดับล่าง เพราะสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ ทางการเมืองได้อย่างรวดเร็ว   ในทางตรงกันข้ามในการพัฒนาคนเรื่องการศึกษา จะต้องใช้เวลาและเกิดผลลัพธ์ในระยะยาว ประกอบกับการให้ความรู้และการศึกษากับประชาชนมากขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อนโยบายประชานิยมของภาครัฐในระยะยาวได้
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อความหวังความอยู่รอดของคนไทยในอนาคต สร้างให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ ทั้งดี ทั้งเก่ง  และมีความสุข มีมุมมองเชิงรุกสู่อนาคต  ดังนั้นคำตอบสุดท้ายที่เราหวังไว้ก็คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน   เพื่อทำให้คนไทยและสังคมไทยก้าวทันโลกแห่งอนาคต จ่าเอกสราวุฒิ  นวมน้อย                   http:[email protected]
มยุเรศ   เชยปรีชา   รปม.3    รหัส  49038010003เรียน  ท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์และอาจารย์ยม  นาคสุข         ที่เคารพ              วันที่ 14 ม.ค.2550  นักศึกษา รปม.รุ่น 3 ได้เรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นครั้งที่สอง ซึ่งท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ ได้มอบหมายให้อาจารย์ ยม  นาคสุข  เข้ามาสอนในวันนี้  รู้สึกว่าเวลา 1 วันมันน้อยเกินไปสำหรับนักศึกษาที่ได้เรียนกับอาจารย์ยม  แต่อาจารย์ก็สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษาได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ท่านได้สรุปหัวข้อสำคัญๆและตรงประเด็น พร้อมทั้งให้แนวคิดและแนวทางในการแก้ไขปัญหาไว้หลายๆอย่าง โดยเน้นให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน อาจารย์มีความตั้งใจในการสอนมาก  นักศึกษา รปม.3 ทุกคนได้รับความรู้จาก อาจารย์มากและรู้สึกสนุกกับการเรียนในวิชานี้ และก็พยายามทำตัวให้เป็นคนมีบุญ จะได้เข้าใจมากขึ้น หลังจากจบการเรียนในวันนี้อาจารย์ได้ให้การบ้านนักศึกษา ในการตอบประเด็นที่เรียนไปแล้วในวันนี้ 3  ประเด็นคือ  ประเด็นที่ 1 วันนี้ เรียนรู้ ได้ประเด็นอะไร ที่ตนเองได้ และสนใจ อย่างน้อย    3 ประเด็นประเด็นที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์  ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง  3 ข้อประเด็นที่ 3 ข้อเสนอแนะให้รัฐบาล องค์การ ฯ ในการแก้ไขปัญหา ให้ภาครัฐ 3 ข้อ ข้อ 1 วันนี้ เรียนรู้ ได้ประเด็นอะไร ที่ตนเองได้ และสนใจ อย่างน้อย 3 ประเด็น ตอบ การเรียนรู้ที่ได้รับในชั้นเรียนและจะนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ด้านการทำงานที่สนใจ 3 ทฤษฎีคือ1.)  ทฤษฎี  PEST ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ด้าน คือ                    1.  Political         การเมือง                2.  Economy       เศรษฐกิจ                3.  Social           สังคม วัฒนธรรม4.  Technology   เทคโนโลยี 2.)  หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) / หลักในการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี  ประกอบด้วย 6 ประการหลักคือ1. หลักนิติธรรม 2. หลักคุณธรรม 3. หลักความโปร่งใส 4. หลักความมีส่วนร่วม 5. หลักความรับผิดชอบ 6. หลักความคุ้มค่า 3.)การสร้างอำนาจ 5 อย่าง คือ          1. การให้  2. การติเตียน 3. เป็นผู้รู้มากกว่า 4. อำนาจอ้างอิง5.  อำนาจทางนิติกรรม ------------------------------ ข้อ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง  3 ข้อตอบจากการอยู่รวมกันเป็นสังคม การมีปฏิสัมพันธ์ในทุกด้าน ทำให้ปัจจุบันการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐมักเกิดปัญหาขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งปัญหาที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างต่อเนื่องก็คือปัญหาคุณภาพของคน-สังคม-สิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอก        1.  ปัญหาคุณภาพของคน ขาดภาวะผู้นำ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ขาดโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน2.  ปัญหาสังคม วัฒนธรรม โดยการรับวัฒนธรรมจากต่างชาติ สังคมได้รับการดูแล ขาดศีลธรรม สังคมการขาดความสัมพันธ์และความไว้วางใจกันระหว่างผู้คนในสังคม เช่น การคอร์รัปชั่น ขาด "ธรรมาภิบาล" (good governance) ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีมาโดยตลอดอันยาวนานจนกระทั่งปะทุรุนแรงให้เห็นในเวลานี้  ------------------------------  ข้อ 3 ข้อเสนอแนะให้รัฐบาล องค์การ ฯ ในการแก้ไขปัญหา ให้ภาครัฐ 3 ข้อตอบ 1.    หน่วยงานราชการต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด กระบวนทัศน์ ในการแก้ไขวัฒนธรรมในองค์กรแบบเดิมในเชิงรุก โดยใช้ทฤษฎีการบริหารจัดองค์กรแนวใหม่และให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการและส่งเสริมข้าราชการผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนภารกิจด้านภาวะผู้นำที่ดีในองค์กร เพื่อการดำเนินงานเป้าหมายสูงสุด สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ยึดหลักประการสําคัญคือ การบริหารราชการเพื่อประโยชน์ สุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติ2.    รณรงค์เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลงานการดำเนินงานข้อมูลข่าวสารเพื่อความก้าวหน้าทันต่อเหตุการณ์3.    วางมาตรการการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อเป้าหมายขององค์กรที่ใสสะอาด (ต้องติดตาม)
 
 สรุป จากประเด็น ที่ 1  2  และ 3  ทำให้ทราบว่า  ทรัพยากรมนุษย์ เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญและมีค่ามากที่สุดในองค์กร ทำให้เกิดปัญหา และเป็นผู้แก้ไขปัญหา และการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องหาความรู้หลายหลากด้านนำมาพัฒนาและศึกษาเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในบริหารทรัพยากรมนุษย์ ทั้งจากการพัฒนาด้านการติดต่อสื่อสาร เทคโนโลยี ITสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของความสัมพันธ์เชื่อมต่อของยุคโลกาภิวัตน์ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มคน ทั้งชุมชน ภาคเอกชน และภาครัฐบาล ซึ่งต้องอาศัยการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความรู้ใหม่ และไอเดียใหม่ ๆ ทำให้เราอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในยุคโลกาภิวัตน์ถ้ากลุ่มคนทุกฝ่ายเรียนรู้ว่าตนเองเป็นทรัพยากรมนุษย์ทีมีค่า และมีความสำคัญที่สุด  ก็สามารถที่จะพัฒนาตนเอง องค์กรและประเทศชาติให้ก้าวหน้าได้       

เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข         

                ก่่อนอื่นต้องขอบพระคุณอาจารย์จีระเป็นอย่างสูงที่ได้นำสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิต คือได้รับความรู้และประสบการณ์ดี ๆ ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ปรมาอาจารย์ด้านทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ สิ่งสำคัญที่สุดช่วยสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ ทำให้รู้ว่ายังไม่สายหากจะเริ่มต้นการเรียนร้ อย่างจริงจัง เพราะการเรียนรู้สามารถทำได้ตลอดชีวิต ใช้เทคนิค 6 ท. เป็นแนวทาง ซึ่งใช้ได้ทันที อาจารย์จีระ ให้อ่านหนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้”
ครั้งแรกคิดว่าจะมีเวลาอ่านหรือ แต่เมื่อลงมืออ่านแล้วกลับวางไม่ลง เป็นหนังสือที่เขียนเล่าเรื่องได้ไม่เบื่อ มีทั้งบทสนทนา บทสัมภาษณ์ เข้าใจง่าย

 

เมื่ออ่านจบแล้ว ให้สรุปว่าได้อะไรบ้าง กับตนเอง องค์กรและประเทศชาติ รู้แต่ว่าได้รับประโยชน์มาก แต่อาจจับประเด็นได้ไม่หมด สิ่งแรกคือได้รู้จักท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มากยิ่งขึ้น ดูจากประวัติและผลงานของท่านทั้งสองแล้ว เป็นปูชนียบุคคลที่น่านับถือ และเอาเป็นแบบอย่างได้โดยเฉพาะแนวคิดและความเชื่อมั่นว่า คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด คน เป็นผู้สร้างสรรค์สังคมให้ยิ่งใหญ่ คน คือศูนย์กลางของการเรียนรู้ องค์กรจะดี เพราะมีคนเก่งและคนดี ท่านพารน เป็นวิศวกร แต่มุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาองค์กรด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง บริษัทปูนชีเมนต์ไทย เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับโลก การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุน (Investment) ไม่ใช่ต้นทุนผู้บริหารจะต้องขับพลังและอัจฉริยภาพของคนในทุกระดับในองค์กรให้ได้ เมื่อคนมีความจงรักภักดี ร่วมกับความมีวินัยของคนในองค์กรจึงทำให้องค์กรมั่นคงและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ท่านกำลังสร้างเด็กไทยสู่การเป็น Global Citizen ผ่านระบบการเรียนแบบ ทฤษฎี Constructionism ในบรรยากาศของ Learning Organization ได้เห็นแนวคิด วิธีการคิด วิธีการทำงานของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพราะมองว่าประเทศชาติจ ะพัฒนาได้ ทรัพยากรที่สำคัญคือสมองมนุษย์ ซึ่งต้องใช้เวลาสร้าง เหมือนปลูกต้นสักต้องใช้เวลา แต่หากโตเต็มที่ จะมีความแข็งแกร่ง แม้แต่ตัวปลวกยังกัดกินไม้สักไม่ได้ ท่านได้สร้างทฤษฎีแห่งการเรียนรู้ 4 L’s ที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรและประเทศชาติได้ หากนำมาประยุกต์ใช้ให้ตรงประเด็น นอกจากนี้ยังมีทฤษฎี 8K’s ทฤษฎี 3 วงกลม 2 R’s 2 I’sและอื่น ๆ สามารถนำความรู้และประสบการณ์การทำงานของอาจารย์ทั้งสองที่ถ่ายทอดไว้ในหนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” ไปใช้ได้

 

ประโยชน์กับตนเอง สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ต้องหาความเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชีวิต เห็นวิธีการใช้ชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานอย่างมีความสุข ผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องมีทัศนคติ มีความรู้หลาย ๆ ด้านอยู่ในตัวและนำมาบูรณาการได้ การคิดท่านมีวิสัยทัศน์ ที่กว้างและมองโลกในทางสร้างสรรค์ มองไกลถึงอนาคต มองเห็นการเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การเสียสละเพื่อส่วนรวม

 

ประโยชน์ที่ได้กับองค์กร นำทฤษฎีที่ท่านทั้งสองสร้างจากประสบการณ์การทำงานจริง เช่น 4 L’s 8K’s 3 วงกลม มาปรับใช้ ผู้นำองค์กรจะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก่อน มีการสื่อสารที่ดี การทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วม สร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบปูนซีเมนต์ไทย เพราะคนมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร องค์กรจะดี เพราะมีคนเก่งและคนดี ใช้แนวทางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ของปูนซีเมนต์ไทย และวิธีการทำงาน ของ ศ.ดร.จีระ มาใช้ให้คนในองค์มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายขององค์กรนั้น พัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง องค์การก็จะประสบความสำเร็จ

 

ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติิ ผู้นำหน่วยงานราชการ ทุกระดับ ตั้งแต่ กระทรวง กรม กอง รัฐมนตรี ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นนโยบายหลัก และเป็นวาระแห่งชาติ เป็นยุทธศาสตร์ ที่ต้องถือปฏิบัติ และมีการติดตามประเมินผลอย่างจริงจัง ทำเรื่องคนก่อนทำให้ต่อเนื่อง รับรองประเทศชาติจะพัฒนาได้ทันหรือล้ำหน้าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันได้ มีแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ เพราะประเทศจะพัฒนาได้ด้วยคนดีมีคุณภาพ

 

สรุป องค์กรหรือประเทศชาติจะพัฒนาได้ ทรัพยากรมนุษย์ ในประเทศนั้นจะต้องมีความรู้ มีคุณภาพ มีจริยธรรม ถึงเวลาแล้วที่ทุกคน จะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นอันดับแรกอย่างต่อเนื่อง พร้อม ๆ กับการพัฒนาทางด้านอื่น ๆ ผู้นำต้องมีความเชื่อมั่นและศรัทธาก่อนว่า คนเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของชาติ ทุกคนร่วมกันสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ เริ่มจากตนเอง ครอบครัว สังคม และก้าวไปสู่ประเทศแห่งการเรียนรู้ Nation Learning

วิไลวรรณ วิไลเลิศ

[email protected]

  • ปริญญา รื่นเสือ รปม.รุ่นที่ 3 รหัสประจำตัว 49038010006
    IP: xxx.9.169.43
    เขียนเมื่อ 

     กราบสวัสดีท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

 

ผมขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ได้กรุณาส่งอีเมล์ บทความการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงต้นปีให้พวกเรา รปม.รุ่นที่3 ได้อ่านกัน

     ผมได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ แล้ว ซึ่งเมื่ออ่านจบ    ผมรู้สึกได้ว่าผมมีความดีใจและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เรียน รปม.รุ่นที่ 3 ที่สถาบันราชภัฎสวนสุนันทา ซึ่งทำให้ผมได้พบกับอาจารย์จีระฯ และในบทส่งท้ายของอาจารย์จีระฯ ได้เขียนไว้ว่า จะหันมามุ่งมั่นสร้าง ชาวราชภัฎให้แข็งแกร่ง เติบใหญ่ทางภูมิปัญญา โดยไม่สนใจว่าชื่อของสถาบันราชภัฎ จะอยู่ในตารางการจัดอันดับการแข่งขันทางด้านการศึกษาระดับเอเชียหรือไม่

    ซึ่งเป็นข้อความที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ในการที่จะทำตามอุดมการณ์ ความเชื่อ และความศรัทธา ของท่านอาจารย์จีระฯ

เมื่อถามว่าได้อะไร(ผลกระทบต่อตนเอง) ...!

      ผมขอตอบว่าได้รับความเชื่อ ความศรัทธาจากที่อาจารย์มอบให้ ขณะที่ผมอ่านหนังสืออยู่นั้น ผมก็ได้คิดตามหลักการต่างๆที่อาจารย์ได้นำเสนอไปด้วย ทุกอย่างที่อาจารย์เขียนนั้นเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น อาทิ บทความที่ว่า ประเทศใดก็ตาม ถ้ามีทรัพยากรธรรมชาติมาก ประเทศเหล่านั้นในอดีตจะประมาท" เปรียบดังเช่น ช่วงวิกฤติการณ์ฟองสบู่แตก คนไทยเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายเสียส่วนมากเพราะคิดว่าไม่มีทางออก แต่อีกมุมหนึ่งถ้ามองไปจะพบว่าคนไทยบางกลุ่มเลือกที่จะใช้ภูมิปัญญาตนเอง ค่อยๆแก้ปัญหาทีละขั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพยากรที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด สู้กับปัญหาเพื่อความอยู่รอด และนี่เองคือสิ่งที่ประเทศที่ทรัพยากรธรรมชาติมีน้อย เขาได้เรียนรู้ที่จะนำมาใช้ก่อนเรา

 เมื่อถามว่าองค์กรได้อะไร(ผลกระทบต่อองค์กร)...!      ผมขอตอบว่า องค์กรคนที่มีความคิดและมีความศรัทธาในทรัพยากรมนุษย์เพิ่มขึ้นในองค์กร เพื่อที่จะนำแนวคิดต่างๆที่ได้รับการถ่ายทอดจากการเรียน

ไปประยุกต์ใช้และพัฒนาองค์กรให้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้

 เมื่อถามว่าประเทศชาติได้อะไร(มีผลต่อประเทศอย่างไร)...!    ก็จะได้กลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ที่มีแนวคิดในการช่วยกันพัฒนาจากองค์กรสู่ประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

แต่ที่สำคัญ ต้องขอขอบพระคุณในความเชื่อมั่นแห่งคุณค่าความเป็นทรัพยากรมนุษย์ของท่านอาจารย์จีระฯ ที่ได้เลือกที่จะมาพัฒนาคน ณ สถาบันราชภัฎ

เป้าหมายในหนังสือของ 2 ท่านนี้เหมือนกันอย่างไร    จากตอนที่ 11 บทบันทึก พารณ-จีระ ได้กล่าวว่า การเดินทางต่อเนื่องในสิ่งที่พวกเขาเชื่อและศรัทธา หมายถึงแม้ว่าปัจจุบันทั้ง 2 ท่าน จะเกษียณอายุการทำงานแล้ว แต่มิได้เกษียณอายุการทำตามความฝันและอุดมการณ์ ก็คือ ความตั้งใจที่จะเผยแพร่อุดมการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
เรียน ศ ดร.จีระ  หงส์ลดารมย์              บทเรียนของอาจารย์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2550 เรื่องHR นั้นเป็นบทเรียนครั้งแรกที่เวลาเรียนรู้สึกตื่นเต้น และต้อง  active อยู่ตลอดเวลา เป็นการใช้พลังงานมากที่สุดวันหนึ่งในการเรียนรู้ อาจารย์จะสอนบทเรียนควบคู่ไปกับประสบการณ์จริงของอาจารย์ มีการแลกเปลี่ยนกันทางความคิด  รู้สึกดีใจ และภูมิใจที่ได้เรียนกับอาจารย์  ความรู้สึกเรื่องการเรียนรู้ก็ยังตามมาในทุกๆวัน คือเราต้องหาความรู้ใหม่ ความคิดใหม่ๆ เพิ่มต่อยอดทุกวัน คนเราจะพัฒนาได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง สำหรับ HR เป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กร องค์กรจะดีหรือเจริญเติบโตได้ก็ต่อเมื่อคนในองค์กร เป็นคนเก่ง คนดีมีจริยธรรม และมีการร่วมมือร่วมใจปฏิบัติงานให้องค์กรของตนสู่ความเป็นเลิศ              ในส่วนงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทุกคนไปอ่านหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ นั้นจะเป็นประสบการณ์การทำงานด้าน HR ของบุคคลซึ่งเป็นนักคิดและนักปฏิบัติ 2 ท่านซึ่งมาจากต่างสายอาชีพ แต่กลับมีความคิดในเรื่อง คนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุด มีค่ามากกว่าทรัพย์สินอื่นใด เหมือนกัน คืออาจารย์จิระ หงส์ลดารมย์ และคุณพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา ซึ่งถือเป็น พันธุ์แท้ และเป็น  HR CHAMPIONS ซึ่งมีวิธีทำ 3 อย่างคือ                1.ต้องทำให้สำเร็จ               2.ต้องมีบารมี               3.ต้องยั่งยืนโดยในการทำสิ่งใดจะต้องเชื่อในสิ่งที่ทำ เชื่อว่าต้องทำได้และต้องสำเร็จซึ่งจะเป็นผลให้เกิด 2 ข้อตามมา ทั้ง 2 ท่านเป็นผู้มีความจริงใจ และหวังดีต่อส่วนรวม               ประโยชน์ที่ผู้อ่านได้รับ               1.ได้เห็นถึงความพยายามมุ่งมั่นของทั้ง 2 ท่าน และขอนำไปเป็นแบบอย่างแม้ว่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเพียงน้อยนิของท่าน ก็จะพยายามและอดทนให้ดีที่สุด เพราะคาดว่าจะเกิดผลดีและจะทำให้ตัวเองมีมูลค่าเพิ่มขึ้น              2.คนเราเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันกับยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และต้องเรียนรู้ตาม ทฤษฎี 4 L’ S  ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นคนดีมีจริยธรรม คนเก่ง มีความสามารถ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้ ในการเป็นคนเก่ง(เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งเรียน) คนดี (ประพฤติดี มีนำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม)               3. ในการทำงานต้องทำอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ ยึดหลักจริยธรรมในการดำเนินชีวิต ต้องทำงานเพื่องาน เพื่อความสุขจาการทำงาน(ไม่คิดว่างานคือเงิน) มีความมุ่งมั่น เชื่อว่าเราทำได้ ต้องเอาจริงเอาจัง ทำงานให้จบครบถ้วนเรียบร้อย              4. ต้องมีวิสัยทัศน์ มองไกล มองกว้างและลึก เมื่อมีวิสัยทัศน์ สมองก็จะคิดริเริ่ม สิ่งใหม่ๆ และทันเหตุการณ์                ประโยชน์ที่องค์กรได้รับและสามารถนำมาใช้ได้                                1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เริ่มจากการคัดเลือกคนเข้าทำงาน เลือกที่มีความสามารถ รับมาตามระบบคุณธรรม ซึ่งต่อมาจะถูกสอนให้ทำงานจริงจัง มีระเบียบวินัย และความจงรักภักดี                2.ทฤษฎี 3 วงกลม                   วงกลมที่ 1 context การใช้ระบบ IT มีการทำงานเป็นกระบวนการ PROCESS และจัดองค์กรที่เหมาะสม PROCESS IMPROVEMENT                       วงกลมที่ 2 ภาวะผู้นำ เพิ่มศักยภาพผู้นำ ธุรกิจจะเข็มแข็งได้ต้องบริหารผู้นำด้วย                    วงกลมที่ 3 เป็นหลักที่ดี คนเราจะสำเร็จในงานได้ต้องมองว่าทุกอย่างเป็นงานท้าทาย               3.การทำงานเป็นทีม ทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนรวมในการทำงาน ให้ทุกคนทำงานเสมือนหนึ่งว่าเป็นเจ้าของ ต้องสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน เวลามีปัญหาก็จะสามารถช่วยกันแก้ไขได้ ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ              4.การฝึกอบรม ทุกคนทุกระดับต้องได้รับการฝึกอบรมเท่าเทียมกัน ไม่มองว่าเป็นการลงทุน เพราะผลที่ได้จะเป็นกำไรขององค์กร หากผู้ไดรับการอบรมนำมาพัฒนาองค์กร ให้ก้าวหน้าได้ทั้งนี้ต้องรวมถึงการสร้างความพึงพอใจในการทำงาน ให้โอกาสในความก้าวหน้าสำหรับงานที่ท้าทาย              5.การบริหารคนแบบ Management by walking around เพื่อเยี่ยมเยียนดูแล ทุกข์สุขของลูกน้อง เพื่อให้เกิดความอบอุ่น              6.การพัฒนาศักยภาพคนภายในองค์กรตาม ทฤษฎี 8 k’ s              7.การสร้างมืออาชีพ  การเรียนรู้จากงาน คือ Coaching และ On the job training และ job rotation จากผู้มีประสบการณ์ และถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เป็นการพัฒนาให้คนมีความสามารถยิ่งขึ้น             8.การ Rotate สร้าง Multi skill เสริมประสบการณ์ เพื่อเพิ่มความสามารถการทำงานกับผู้ร่วมงานหลายๆ ฝ่าย ซึ่งเป็นการพัฒนาการเรียนรู้             9.ใช้ระบบ P D C A  ต้องมีการวางแผนและติดตามผล               10.การสร้างความจงรักภักดี ต้องให้องค์กร และพนักงานอยู่ในฐานะ WIN-WIN สร้างความผูกพันเพื่อให้เกิดความจงรักภักดี เข้าใจในจิตวิญญาณลูกน้อง ไม่ใช่มีแต่เงินเดือนและโบนัส  การจ้างงานแบบ long term employment ไม่จ้างแบบพันธสัญญา เพราะจะทำให้เกิดสมองไหล                       ประโยชน์ต่อประเทศ            1.ถ้ามี HRD และ  HRM ที่ดี องค์กรจะสามารถพัฒนาเพิ่มผลผลิตภายในประเทศได้ดี ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้า สามารถที่จะแข็งขันกับนานาประเทศได้            2.คุณพารณ และอาจารย์จิระ สร้างคุณภาพด้านการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เมื่อคนมีการพัฒนาด้านการศึกษา คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ก็จะพัฒนาตามไปด้วย ตามหลัก Constructionism การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเริ่มจากเด็กๆ เพราะเด็กเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดสำหรับประเทศ   เด็กจะเป็นอนาคตของประเทศ ถ้าขาดการศึกษา ก็จะทำให้ขาดทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะในทุกๆด้าน ถ้าเราขาดคนที่มีความสามารถทาง R&D จะทำให้ประเทศขาดแคลนบุคลากรที่จะมาส่งเสริมคนในชาติ ต้องใช้ชาวต่างประเทศ มาสอน จะทำให้ประเทศเสียดุลการค้า          3.ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการแข่งขัน มีการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีการพัฒนาคนและระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันเหตุการณ์ ระบบ INTERNET จะช่วยในเรื่องการสื่อสารหาข้อมูล และแลกเปลียนความคิดเห็นกัน                    สรุป จากการอ่านหนังสือทรัพยากรพันธุ์แท้ แม้มีเวลาเพียงไม่กี่วันที่อ่าน ผู้อ่านได้รับประโยชน์มากมายในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสามารถนำมาปรับ ประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัว และด้านการงานได้เพื่อให้ตัวเราเกิดคุณค่า และเป็นมูลค่าเพิ่มขององค์กร สามารถทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าได้ ส่งผลต่อความเจริญของประเทศ ขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆทีอาจารย์หยิบยื่นให้เราได้รู้จักเรียนรู้ในรูปแบบของอาจารย์ คือ ทฤษฎี 4 L’s และสัญญาว่าผู้อ่านจะสานฝันของอาจารย์ได้บ้างในองค์กรเล็กๆของผู้อ่าน                                                  ขอแสดงความเคารพรัก                                                    วรวรรณ  ส่องพลาย                                               รปม.3 รหัส 49038010035 [email protected]
เรียน ศ ดร.จีระ  หงส์ลดารมย์              บทเรียนของอาจารย์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2550 เรื่องHR นั้นเป็นบทเรียนครั้งแรกที่เวลาเรียนรู้สึกตื่นเต้น และต้อง  active อยู่ตลอดเวลา เป็นการใช้พลังงานมากที่สุดวันหนึ่งในการเรียนรู้ อาจารย์จะสอนบทเรียนควบคู่ไปกับประสบการณ์จริงของอาจารย์ มีการแลกเปลี่ยนกันทางความคิด  รู้สึกดีใจ และภูมิใจที่ได้เรียนกับอาจารย์  ความรู้สึกเรื่องการเรียนรู้ก็ยังตามมาในทุกๆวัน คือเราต้องหาความรู้ใหม่ ความคิดใหม่ๆ เพิ่มต่อยอดทุกวัน คนเราจะพัฒนาได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง สำหรับ HR เป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กร องค์กรจะดีหรือเจริญเติบโตได้ก็ต่อเมื่อคนในองค์กร เป็นคนเก่ง คนดีมีจริยธรรม และมีการร่วมมือร่วมใจปฏิบัติงานให้องค์กรของตนสู่ความเป็นเลิศ              ในส่วนงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทุกคนไปอ่านหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ นั้นจะเป็นประสบการณ์การทำงานด้าน HR ของบุคคลซึ่งเป็นนักคิดและนักปฏิบัติ 2 ท่านซึ่งมาจากต่างสายอาชีพ แต่กลับมีความคิดในเรื่อง คนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุด มีค่ามากกว่าทรัพย์สินอื่นใด เหมือนกัน คืออาจารย์จิระ หงส์ลดารมย์ และคุณพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา ซึ่งถือเป็น พันธุ์แท้ และเป็น  HR CHAMPIONS ซึ่งมีวิธีทำ 3 อย่างคือ                1.ต้องทำให้สำเร็จ               2.ต้องมีบารมี               3.ต้องยั่งยืนโดยในการทำสิ่งใดจะต้องเชื่อในสิ่งที่ทำ เชื่อว่าต้องทำได้และต้องสำเร็จซึ่งจะเป็นผลให้เกิด 2 ข้อตามมา ทั้ง 2 ท่านเป็นผู้มีความจริงใจ และหวังดีต่อส่วนรวม               ประโยชน์ที่ผู้อ่านได้รับ               1.ได้เห็นถึงความพยายามมุ่งมั่นของทั้ง 2 ท่าน และขอนำไปเป็นแบบอย่างแม้ว่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเพียงน้อยนิของท่าน ก็จะพยายามและอดทนให้ดีที่สุด เพราะคาดว่าจะเกิดผลดีและจะทำให้ตัวเองมีมูลค่าเพิ่มขึ้น              2.คนเราเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันกับยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และต้องเรียนรู้ตาม ทฤษฎี 4 L’ S  ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นคนดีมีจริยธรรม คนเก่ง มีความสามารถ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้ ในการเป็นคนเก่ง(เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งเรียน) คนดี (ประพฤติดี มีนำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม)               3. ในการทำงานต้องทำอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ ยึดหลักจริยธรรมในการดำเนินชีวิต ต้องทำงานเพื่องาน เพื่อความสุขจาการทำงาน(ไม่คิดว่างานคือเงิน) มีความมุ่งมั่น เชื่อว่าเราทำได้ ต้องเอาจริงเอาจัง ทำงานให้จบครบถ้วนเรียบร้อย              4. ต้องมีวิสัยทัศน์ มองไกล มองกว้างและลึก เมื่อมีวิสัยทัศน์ สมองก็จะคิดริเริ่ม สิ่งใหม่ๆ และทันเหตุการณ์                ประโยชน์ที่องค์กรได้รับและสามารถนำมาใช้ได้                                1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เริ่มจากการคัดเลือกคนเข้าทำงาน เลือกที่มีความสามารถ รับมาตามระบบคุณธรรม ซึ่งต่อมาจะถูกสอนให้ทำงานจริงจัง มีระเบียบวินัย และความจงรักภักดี                2.ทฤษฎี 3 วงกลม                   วงกลมที่ 1 context การใช้ระบบ IT มีการทำงานเป็นกระบวนการ PROCESS และจัดองค์กรที่เหมาะสม PROCESS IMPROVEMENT                       วงกลมที่ 2 ภาวะผู้นำ เพิ่มศักยภาพผู้นำ ธุรกิจจะเข็มแข็งได้ต้องบริหารผู้นำด้วย                    วงกลมที่ 3 เป็นหลักที่ดี คนเราจะสำเร็จในงานได้ต้องมองว่าทุกอย่างเป็นงานท้าทาย               3.การทำงานเป็นทีม ทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนรวมในการทำงาน ให้ทุกคนทำงานเสมือนหนึ่งว่าเป็นเจ้าของ ต้องสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน เวลามีปัญหาก็จะสามารถช่วยกันแก้ไขได้ ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ              4.การฝึกอบรม ทุกคนทุกระดับต้องได้รับการฝึกอบรมเท่าเทียมกัน ไม่มองว่าเป็นการลงทุน เพราะผลที่ได้จะเป็นกำไรขององค์กร หากผู้ไดรับการอบรมนำมาพัฒนาองค์กร ให้ก้าวหน้าได้ทั้งนี้ต้องรวมถึงการสร้างความพึงพอใจในการทำงาน ให้โอกาสในความก้าวหน้าสำหรับงานที่ท้าทาย              5.การบริหารคนแบบ Management by walking around เพื่อเยี่ยมเยียนดูแล ทุกข์สุขของลูกน้อง เพื่อให้เกิดความอบอุ่น              6.การพัฒนาศักยภาพคนภายในองค์กรตาม ทฤษฎี 8 k’ s              7.การสร้างมืออาชีพ  การเรียนรู้จากงาน คือ Coaching และ On the job training และ job rotation จากผู้มีประสบการณ์ และถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เป็นการพัฒนาให้คนมีความสามารถยิ่งขึ้น             8.การ Rotate สร้าง Multi skill เสริมประสบการณ์ เพื่อเพิ่มความสามารถการทำงานกับผู้ร่วมงานหลายๆ ฝ่าย ซึ่งเป็นการพัฒนาการเรียนรู้             9.ใช้ระบบ P D C A  ต้องมีการวางแผนและติดตามผล               10.การสร้างความจงรักภักดี ต้องให้องค์กร และพนักงานอยู่ในฐานะ WIN-WIN สร้างความผูกพันเพื่อให้เกิดความจงรักภักดี เข้าใจในจิตวิญญาณลูกน้อง ไม่ใช่มีแต่เงินเดือนและโบนัส  การจ้างงานแบบ long term employment ไม่จ้างแบบพันธสัญญา เพราะจะทำให้เกิดสมองไหล                       ประโยชน์ต่อประเทศ            1.ถ้ามี HRD และ  HRM ที่ดี องค์กรจะสามารถพัฒนาเพิ่มผลผลิตภายในประเทศได้ดี ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้า สามารถที่จะแข็งขันกับนานาประเทศได้            2.คุณพารณ และอาจารย์จิระ สร้างคุณภาพด้านการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เมื่อคนมีการพัฒนาด้านการศึกษา คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ก็จะพัฒนาตามไปด้วย ตามหลัก Constructionism การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเริ่มจากเด็กๆ เพราะเด็กเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดสำหรับประเทศ   เด็กจะเป็นอนาคตของประเทศ ถ้าขาดการศึกษา ก็จะทำให้ขาดทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะในทุกๆด้าน ถ้าเราขาดคนที่มีความสามารถทาง R&D จะทำให้ประเทศขาดแคลนบุคลากรที่จะมาส่งเสริมคนในชาติ ต้องใช้ชาวต่างประเทศ มาสอน จะทำให้ประเทศเสียดุลการค้า          3.ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการแข่งขัน มีการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีการพัฒนาคนและระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันเหตุการณ์ ระบบ INTERNET จะช่วยในเรื่องการสื่อสารหาข้อมูล และแลกเปลียนความคิดเห็นกัน                    สรุป จากการอ่านหนังสือทรัพยากรพันธุ์แท้ แม้มีเวลาเพียงไม่กี่วันที่อ่าน ผู้อ่านได้รับประโยชน์มากมายในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสามารถนำมาปรับ ประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัว และด้านการงานได้เพื่อให้ตัวเราเกิดคุณค่า และเป็นมูลค่าเพิ่มขององค์กร สามารถทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าได้ ส่งผลต่อความเจริญของประเทศ ขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆทีอาจารย์หยิบยื่นให้เราได้รู้จักเรียนรู้ในรูปแบบของอาจารย์ คือ ทฤษฎี 4 L’s และสัญญาว่าผู้อ่านจะสานฝันของอาจารย์ได้บ้างในองค์กรเล็กๆของผู้อ่าน                                                  ขอแสดงความเคารพรัก                                                    วรวรรณ  ส่องพลาย                                               รปม.3 รหัส 49038010035 [email protected]
  • ปริญญา รื่นเสือ รปม.รุ่นที่ 3 รหัสประจำตัว 49038010006
    IP: xxx.9.169.43
    เขียนเมื่อ 

    กราบสวัสดีท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ ยม  นาคสุข

     กระผมขออนุญาตส่งงานตามที่อาจารย์ ยมฯ ได้มอบหมายไว้ให้หลังจากที่ได้รับการศึกษาในวันที่ 14 ม.ค. 50 ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

      โดยรวมแล้วการที่ได้รับการศึกษาเรื่องภาพรวมการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ จากอาจารย์ยมฯ นี้มิได้ทราบเพียงแต่แนวคิดที่จะบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่แต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจารย์ท่านยังได้กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ไว้ด้วย ซึ่งทำให้ทราบว่าตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันและต่อไปในอนาคตนั้น ทรัพยากรที่จะเป็นส่วนขับเคลื่อนให้โลกหมุนไปอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาถึงขีดสุดได้มิใช่สิ่งใดแต่เป็นทรัพยากรมนุษย์นั่นเอง ส่วนประเด็นที่กระผมสนใจมีด้วยกันหลายประเด็น อาทิ

1.1)   เรื่องของปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อการ

บริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ซึ่งได้แก่ การเมือง

เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี โดยเมื่อ

เปรียบกับช่วงสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกขณะ

นั้น ได้ก่อให้เกิดผลกระทบทุกด้านดังที่กล่าวมาข้าง

ต้นและเป็นผลให้เกิดการปรับลดทรัพยากรมนุษย์และ

ตัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะเป็นการพัฒนาศักยภาพของ

บุคลากรในองค์กร

 

1.2)   เรื่องของกิจกรรมการวางแผนชีวิต ( LIFE

PLANNING ) ซึ่งถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดียิ่งเนื่อง

จาก ทำให้ผู้ที่ได้ทำกิจกรรมนี้เริ่มต้นที่จะวางแผนการ

ดำเนินชีวิตที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตน

เอง ต่อครอบครัว และต่อส่วนรวม พร้อมทั้งยังเตือน

สติไม่ให้ตั้งตนอยู่ในความประมาท และยังเป็นแรง

ผลักดันให้เกิดความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเอง

หลังจากที่ได้กำหนดเป้าหมายชีวิตไว้

1.3)   เรื่องของการปลูกฝังจริยธรรมเพื่อเพิ่ม

คุณภาพทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งบุคลากรในหน่วยงาน

สามารถที่จะนำไปปฏิบัติได้ทุกระดับชั้น เพราะเมื่อ

บุคลากรทุกคนมีจริยธรรมประจำตนแล้วองค์กรนั้นก็

สามารถเป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ

 

ประเด็นที่2)การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 3 ข้อจากที่เคยผ่านการปฏิบัติงานองค์กรภาครัฐ ทำให้พอที่จะทราบปัญหาที่เกิดภายในองค์กร อาทิ

 

2.1)   องค์กรภาครัฐจะมีแบบแผนในการดำเนินงานอย่างเป็นกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพของบุคลากรในองค์กรมาใช้ได้อย่างเต็มที่เพราะจะต้องดำเนินงานตามแบบแผนที่ได้กำหนดไว้

 

2.2)   เนื่องจากองค์กรภาครัฐจะได้รับการจัดสรรงบประมาณในการบริหารองค์กรมาอย่างจำกัด จึงทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรมีข้อจำกัดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านของตัวบุคคลมักไม่ได้มีการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรืออุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ก็มักจะไม่ทันสมัยเหมือนกับองค์กรภาคเอกชน 2.3)   บุคลากรภาครัฐมักจะไม่ยอมปรับตัวให้รับกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ตามสภาวะแวดล้อมที่เป็นอยู่ขณะนั้น เช่นการไม่ยอมรับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานนั้น รวดเร็วสะดวกและง่ายต่อการตรวจสอบหรือจัดเก็บข้อมูลได้ 

ประเด็นที่3) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาให้ภาครัฐ 3 ข้อ จากการที่ได้เสนอประเด็นของปัญหาในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐมาแล้วนั้น กระผมมีข้อเสนอว่า

 

3.1)   ควรให้มีการประเมิณผลของการปฏิบัติงานที่ได้ทำอยู่แบบเดิม แล้วหาจุดบกพร่องว่า ตรงไหนที่เป็นส่วนที่ทำให้งานล่าช้า หรือเกิดปัญหามากที่สุด แล้วผู้บริหารองค์กรนั้น ก็ให้บุคลากรที่เป็นผู้ปฏิบัติมาร่วมกันเสนอหนทางแก้ปัญหาซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับบุคลากรได้ใช้ความรู้ความสามารถในการจัดการกับปัญหาในองค์กรนั้นด้วย

3.2)   กรณีที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณนั้น ขอเสนอ

ให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณาตามความเหมาะสม แต่

ขอให้พิจารณาจากองค์ประกอบหลายๆด้าน เช่น

ความต้องการบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะทาง

ของหน่วยงานขณะนั้นเพื่อที่จะนำมาใช้ให้เกิด

ประโยชน์ต่อองค์กรอย่างสูงสุด

3.3)   กรณีบุคลากรมักไม่ยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งใหม่ๆนั้น ควรให้มีการนำบุคลากรตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงระดับผู้ปฏิบัติงานได้ไปดูงาน หรือมีโอกาสเห็นองค์กรรอบข้างว่ามีการพัฒนาไปมากน้อยเพียงใด เพื่อให้เกิดความตื่นตัวที่จะปรับตนให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมทั้ง ผู้บริหารควรมีการกระตุ้นโดยให้บุคลากรทุกระดับชั้นมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่จะนำพาให้องค์กรบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้

 

    สุดท้ายนี้กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม  นาคสุข ที่ได้ให้เกียรติมาบรรยายและแนะแนวทางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรและประเทศชาติต่อไป

 

เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ จากการที่ได้ศึกษากับอาจารย์เมื่อวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2550 รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ศึกษากับอาจารย์ ทำให้ได้รับความรู้ใหม่จากท่าน และทำให้ตัวเราต้องมีการกระตือรือร้นที่จะหาความรู้อยู่ตลอดเวลา และตามอาจารย์ได้ให้ศึกษาและสรุปเนื้อที่ได้จากการอ่านหนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้” ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่าง ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กับ คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา มีประโยชน์มาก สามารถที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาคนเอง พัฒนาองค์กร และพัฒนาชาติ เพราะจากบทสนทนาดังกล่าวว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ได้รวบรวมจากประสบการณ์ของท่าน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพัฒนาการปฏิบัติงาน การเรียนรู้โดยใช้ทฤษฎี 4 L’s ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา คือ Village that Learn หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้ School that Learn โรงเรียนแห่งการเรียนรู้ Industry that Learn อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้ Nation that Learn ชาติแห่งการเรียนรู้ และทฤษฎี 4 L’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ คือ Learning Methodology เข้าใจวิธีการเรียนรู้ Learning Envitonmenty สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ Learning Opportunity สร้างโอกาสในการเรียนรู้ Learning Community สร้างชุมชนการเรียนรู้ และการใช้ทฤษฎี 8 K's การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนในองค์กร การพัฒนาการศึกษาในรูปแบบใหม่ "Global Citizen" เพื่อก้าวสู่ระดับโลก คือ ความคล่องในการใช้ภาษา เทคโนโลยี คุณธรรม ทรัพยากรที่สำคัญไม่ใช่เงิน สิ่งของ แต่เป็นคน จึงทำให้ตัวเราต้องมีการพัฒนา เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ สามารถแก้ปัญหาได้ การทำให้งานให้มีคุณภาพและเกิดประสิทธิภาพ สามารถที่จะสอนคนรุ่นหลังได้ มีวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นการที่จะทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จนั้นก็ต้องยอมรับว่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญ การเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ การสร้างทัศนคติให้เกิดความผูกพัน ความพึงพอใจ การทำงานเป็น และความจงรักภักดีต่อองค์การ การใช้นำทฤษฎีวงกลม 3 วง วงกลมที่ 1 การใช้ระบบเทคโนโลยี วงกลมที่ 2 เพิ่มศักยภาพผู้นำ กลมที่ 3 เป็นหลักที่ดี มองว่าทุกอย่างเป็นงานท้าทาย และทฤษฎี 8K’s ทุนมนุษย์ มาใช้ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและเกิดความเชื่อมั่นในองค์กร การเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ องค์กรจะเติบโตประสบความสำเร็จอยู่ที่ คนในองค์กร ว่า เก่ง ดี การพัฒนาชาติ เมื่อสังคมมีการพัฒนาแข่งขันกันมากขึ้น การนำหลักการบริหาร HRM มาใช้เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและเกิดประโยชน์ เกิดความเชื่อมั่นทำให้มุมมองเกี่ยวกับหารบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่ค่ามากที่สุด แม้ว่ายังต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ ด้านก็ตาม เราควรจะพัฒนาประเทศด้วยการส่งเสริมด้านการศึกษา การวิจัย การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ประเทศพัฒนาล่าช้าส่วนหนึ่งมาจากการใช้ทรัพยากรไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นเมื่อผู้บริหารมีความเชื่อมั่นและศรัทธาเข้าถึงคำว่า “คน” เมื่อนั้นประเทศก็จะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นและประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข จากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์เมื่อวันที่ 13 - 14 มกราคม 2550 กระผมเองขอยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นชีวิตด้านการศึกษาของกระผมและชีวิตการทำงานกระผมซึ่งประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวยังไม่เคยรู้จักและสัมผัสแนวทางบริหารทรัพยากรมนุษย์ พันธุ์แท้ (HR Champion)แบบที่ท่าน ศ.ดร จีระ  หงส์ลดารมภ์ และท่าน พารณ อิศรเสนา  ณ อยุธยา ได้บรรยายไว้ในหนังสือของท่าน หลังที่ผมได้อ่านหนังสือของท่านทั้งสองจบแล้วผมก็มานึกย้อนถึงเมื่อวันที่ 13มกราคม 2550 ที่มีการเรียนการสอนวันแรกของท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ ในช่วงเบลคทานกาแฟท่านอาจารย์ ได้กล่าวถึงชีวิตการทำงานและการศึกษาและความมุ่งมั่นในการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณค่าเพื่อการพัฒนาองค์และประเทศไทยของเรา และท่านก็ได้เล่าชีวิตการทำงาน ของท่านในช่วงที่เป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับสูดสุดทั้งหน่วยต่างๆภายประเทศและนานาประเทศ และที่ท่านอาจารย์ภาคภูมิใจที่สุดคือการได้ทำงานร่วมท่าน พารณ อิศรเสรนา ณ อยุธยา ซึ่งท่านก็เป็นบุคคล คนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยงานของท่านคือ  บริษัท  ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)ที่สามารถทำกำไรเข้าประเทศชาติอย่างมหาศาลจากการที่ทำทรัพยากรมนุษย์ของท่านให้มีคุณค่าและรักองค์กร วันนั้นผมได้เปรียบท่านไว้เหมือนกล้วยสุกคาต้นไม่ได้สุกด้วยการบ่มแก็ส วันนั้นผมได้รับรอยยิ้มจากท่านอาจารย์ ผมมีความสูขมาก สิ่งที่ได้รับจากการอ่านหนังสือ HR Champion ของท่าน ศ.ดรจีระหงส์  หงส์ลดารมภ์ และท่าน พารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา ที่พอจะสรุปสาระได้ 3 ประเด็น  ได้แก่ 1. รู้ภาพรวมระบบและกระบวนการ HRM และ HRD ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ HRM และต้องพัฒนาตนเองก่อน 2. ได้รู้ทฤษฎี 6 ท. เทคนิคการสู่ความสำเร็จและก้าวหน้า - ท้าทาย ทำงานที่ยากท้าทาย - ท่าทีที่ดี ดิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี พฤติกรรมดี บุคลิกดี - เที่ยงธรรม มีคุณธรรม ธรรมาภิบาล มีธรรมทุกเรื่อง -  ซื่อสัตย์ สุจริต เสมอต้นเสมอปลาย - ทบทวน ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา - ทำ ลงมือทำทุกข้อด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น ต่อเนื่อง ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ถ้าตั้งใจจริง ทุกอย่างทำได้ 3.  ได้แนวทางการวิเคราะห์ตนเองเพื่อวางแผนและกำหนด เป้าหมายในชีวิตว่าจะทำอะไรดี ๆ ให้ตนเอง องค์กร และสังคมส่วนรวมได้ ประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ ที่มีปัญหาอยู่คือ ข้อ 1. ต้องมีการวางแผนพัฒนาข้าราชการ ให้มีความรู้และสามารถนำความรู้มาปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ 2. ต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม การพิจารณาความดีความชอบยกเลิกระบบอุปถัมภ์ ทำให้ผู้ที่ตั้งใจทำงานมีขวัญและกำลังใจ 3.ค่าตอบแทนควรต้องไม่ต่ำจนเกินไปเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน และควรจะนำเอา นำทฤษฎี 4 L’s มาประยุกต์ใช้. นำหลักบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม ถ้าสามารถปฎิบัติได้ตามหลักดังกล่าวจะทำให้ การทำงานของ ภาครัฐ ที่มีผลกระทบกับ สังคมและประชาชนลดน้อยลงแนวทางปรองและฉมานฉันท์ของคนในประเทศก็จะเกิดขึ้น    กระผมและเพื่อน รปม3 ทุกคนขอขอบพระคุณ ท่าน ศ.ดร จีระ หงสลดารมภ์ และท่านอาจารณ์ ยม  นาคสุข เป็นอย่างยิ่งที่ได้มาถ่ายทอด วิชาทรัพยากรมนุษย์ ที่ทำให้มนุษย์มีคุณภาพมากขึ้น ให้แก่พวกผม     ขอแสดงความนับถือ
นายพิพัฒน์  อรรถเอี่ยม รปม.รุ่น 3 รหัส 49038010026 พฤหัสบดี 18 ม.ค. 2550 Email:PiPAT4@ HOTMAIL.COM Mobile 081-6323439
เรียน  ท่าน ศ. ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์   อาจารย์ยม  นาคสุข ที่เคารพครับ  กระผมรู้สึกเป็นเกรียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้มา เป็นลูกศิษย์ของท่าน ศ. ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งส่วนตัวผมเองแล้วได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน แล้วจากทางสื่อต่างๆแต่ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสมาเรียนกับท่านและได้มาเป็นลูกศิษย์ของท่าน สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดคือบุคลิกของท่านเวลาที่ท่านสอนและมีสื่อการสอนทำให้เข้าใจง่ายแบบธรรมชาติมากที่สุดและการทำงานที่เป็นทีม  ซึ่งมีความจำเป็นมากในโลกปัจจุบันและในอนาคตซึ่ง สามารถนำไปเป็นตัวอย่าง กับการทำงานในโครงการต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน   กระผมขอตอบการบ้านของท่านอาจารย์ ดร. จีระ  การบ้านสั่งเมื่อวันที่ 13มกราคม 50 ดังนี้คือ จาก การอ่านหนังสือ HR Champions เขียนโดย ท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์  และท่าน พารณ อิศรเสนา  ณ อยุธยา เพียงแค่เริ่มต้นการอ่านก็ไม่ธรรมดาแล้วครับจะเห็นได้จากประวัติการศึกษาของท่านแต่ละคนไม่เห็นเกี่ยวข้องอะไรกับ เนื้อหาของหนังสือ HR Champion ที่ท่านทั้งสองเขียนขึ้นมาเลยแต่ทำไมท่านทั้งสองจึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงและเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติในบทความของท่าน ในหนังสือเล่ม นี้กระผมมีความประทับใจและโดนใจผมที่สุดคือคำว่า ความเชื่อเก่าๆ ที่ว่า คน  เป็นเพียงต้นทุน ในการผลิต คน ต่างหากคือผลกำไร  ที่แท้จริงขององค์กรหากได้รับการดูแลเอาใจใส่เพิ่มศักยภาพ  โดยการพัฒนาอย่างจริงจัง สม่ำเสมอและเป็นระบบ ใช่เลยครับถ้า  บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (มหาชน) จำกัด ขาดสิ่งนี้ก็คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และอีกประการหนึ่งที่ท่านอาจารย์ทั้งสองได้เขียนไว้คือ จักรยานนานไปก็เสื่อมแต่คนถ้าทะนุบำรุง  พัฒนายิ่งนานยิ่งเก่งกล้าแต่ในทำนองเดียวกันคนถ้าไม่ดูแลพัฒนาก็เสื่อมกว่าวัตถุด้วย  ดังนั้นจะเห็นว่าสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ซึ่งเป็นองค์การที่มีความยิ่งใหญ่ในด้านงานทรัพยากรบุคคล  ข้อมูลทั้งหมดล้วนน่าสนใจและสามารถนำไปประยุกต์ได้ทุกองค์กร   แสดงให้เห็นว่า การที่องค์การใดจะประสบความสำเร็จอย่างสูงจะต้องมีผู้นำซึ่งเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  มีความรู้ความสามารถในการวางระบบงาน ใช้คนเป็น  ต้องเป็นผู้ไม่หยุดนิ่งแต่ต้องสนใจใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ เสมอ  ต้องเป็นคนทันสมัยทันโลก  เป็นผู้มีภาวะผู้นำสูงกล้าตัดสินใจและทุ่มเทการทำงานอย่างสุดตัว  ประโยชน์ที่กระผมคาดว่าจะได้หลังการหนังสือของท่าน ศ.ดร จีระ  หงส์ลดารมภ์ และท่านพารณ  อิศรเสนาณ อยุธยา คือสามารถนำเอาทฤษฎี 4 L ’s ของท่านไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง ในส่วนที่ยังขาดอยู่  คือการใฝ่หาความรู้ใหม่ๆที่เกิดขึ้นในยุคโลกาภิวัฒน์ซึ่งมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาและจะเอาความรู้ที่เรียนมาไปปรับปรุงพัฒนาบุคลากรในองค์ของกระผมที่ผมเคยคิดว่า  คนเป็นเพียง ต้นทุนของการผลิต เท่านั้นและจะขอมุ่งมั่นขอ เป็นส่วนหนึ่งของกำไรที่ท่านอาจารย์ตั้งใจผลิตพวกกระผมเป็นทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับคือ บุคลากรและองค์กรต่างๆจะต้องถูกพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นซึ่งทุกคนจะต้องเข้าใจตนเองเข้าองค์กรเข้าใจสภาวะของประเทศชาติและเข้าใจสังคมโลกว่า ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไรควรจะร่วมมือกันพัฒนาไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเพื่อให้เกิดความสงบสุข และเป็นธรรมในสังคมทุกภาคส่วนหนังสือ HR Champion ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยธยา และท่าน ศ. ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มีบทพิสูจน์ความสำเร็จ คือ การที่ บริษัท  ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)  ที่ทำกำไรสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติจำนวนมากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมควรที่จะได้รับการยกย่องว่าเป็ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้   กระผมและเพื่อนๆ MPA 3 ต้องขอบพระคุณท่าน ศ.ดร จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ได้ถ่ายทอดวิชาให้พวกกระผมด้วยความรักโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นกันเองของท่าน  อาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์นับเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับพวกกระผมทุกคน ด้วยความเคารพ นายประเชิญ   คำมีรหัส  49038010028โทร 081-8397396E-mail .  pracoen_2504 @ hotmail.Com  
กราบสวัสดี ท่านอาจารย์ ยม นาคสุข

กระผมขออนุญาตส่งงานตามที่อาจารย์ ยมฯ ได้มอบหมายไว้ให้หลังจากที่ได้รับการศึกษาในวันที่ 14 ม.ค. 50 ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

ประเด็นที่1)จากการเรียนในวันนี้จงหาประเด็นที่ตนเองสนใจมา 3 ประเด็น

1.1 หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีประกอบด้วย 6 ประการ ดังนี้

  1. หลักนิติธรรม ได้แก่ การตรากฎหมาย กฎ ข้อบังคับต่างๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม
  2. หลักคุณธรรม ได้แก่ การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ยึดถือหลักนี้ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้คนไทยมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบอาชีพสุจริต จนเป็นนิสัยประจำชาติ
  3. หลักความโปร่งใส ได้แก่ การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในชาติ โดยการทำงานขององค์กรทุกวงการให้มีความโปร่งใส สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก และมีกระบวนการ ให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้
  4. หลักความมีส่วนร่วม ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเสนอความเห็น ในการตัดสินปัญหาสำคัญของประเทศ
  5. หลักความรับผิดชอบ ได้แก่ การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบ ต่อสังคม ตลอดจนการเคารพ ในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และความกล้าที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตน
  6. หลักความคุ้มค่า ได้แก่การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน

1.2 ทฤษฎี PEST ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ด้าน คือ

  1. Political การเมือง
  2. Economy เศรษฐกิจ
  3. Social สังคม วัฒนธรรม
  4. Technology เทคโนโลยี

1.3 สร้างอำนาจ 5 อย่าง คือ

1. การให้ 2. การติเตียน 3. เป็นผู้รู้มากกว่า 4. อำนาจอ้างอิง

 5. อำนาจทางนิติกรรม

ประเด็นที่2)การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 3 ข้อ

2.1) องค์กรภาครัฐมีแบบแผนในการทำงานที่ตายตัว ทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพของบุคลากรในองค์กรมาใช้ได้อย่างเต็มที่

2.2) เนื่องจากองค์กรภาครัฐมีการจัดสรรงบประมาณในการบริหารองค์กรมาอย่างจำกัด จึงทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรมีข้อจำกัด

2.3) บุคลากรภาครัฐมักจะไม่ยอมปรับตัวให้รับกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เพราะว่ายังเคยชินกับระบบงานแบบเดิมๆทำให้ไม่เกิดการพัฒนาในองค์กร

 

 

ประเด็นที่3) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาให้ภาครัฐ 3 ข้อ

จากการที่ได้เสนอประเด็นของปัญหาในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐมาแล้วนั้น กระผมขอเสนอแนวทางแก้ไขดังนี้

3.1) ควรจัดให้มีการประเมินผลการทำงานแล้วทำการหาจุดบกพร่องว่า ตรงไหนที่เป็นส่วนที่ทำให้งานล่าช้า หรือเกิดปัญหา จากนั้นให้ผู้บริหารองค์กรและ บุคลากรที่เป็นผู้ปฏิบัติงานมาร่วมกันประชุมเพื่อหาหนทางแก้ปัญหาซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับบุคลากรได้ใช้ความรู้ความสามารถในการจัดการกับปัญหาในองค์กรนั้นร่วมกัน

3.2) ควรจัดให้มีการทำแผนงบประมาณขององค์การในการจัดสรรคแก่ผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณาเพื่อที่จะนำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรอย่างแท้จริง

3.3) กรณีบุคลากรมักไม่ยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งใหม่ๆนั้น ควรมีการสร้างแรงจูงใจให้กับคนในองค์กร เพื่อให้เกิดความตื่นตัวที่จะปรับตนให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมทั้ง ผู้บริหารควรมีการกระตุ้นโดยให้บุคลากรทุกระดับชั้นมีส่วนร่วมในการดำเนินงานกิจกรรมที่จะนำพาให้องค์กรบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ เช่นการให้รางวัลหรือการเลื่อนตำแหน่งให้กับผู้ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของทุกคนในองค์กร

 

สุดท้ายนี้กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ยม นาคสุข ที่ได้ให้เกียรติมาบรรยายและให้แนวทางในการพัฒนาตนเองแก่นักศึกษาในครั้งนี้เพื่อใช้ความรู้ที่ได้นำไปปรับปรุงและพัฒนาตนเองต่อไป ขอขอบพระคุณครับ

 

ขอให้อาจารย์ยม....ช่วยวิจารณ์และให้คำแนะนำในการเขียนของลูกศิษย์ด้วยค่ะ   เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสอบ  ขอบคุณค่ะ....@#&
วรวรรณ ส่องพลาย รปม.3 รหัส 49038010035 เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 01:02 (139896) (แก้ไข)
เรียน ศ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม  นาคสุข             บทเรียนของอาจารย์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2550 เรื่องHR นั้นเป็นบทเรียนครั้งแรกที่เวลาเรียนรู้สึกตื่นเต้น และต้อง  active อยู่ตลอดเวลา เป็นการใช้พลังงานมากที่สุดวันหนึ่งในการเรียนรู้ อาจารย์จะสอนบทเรียนควบคู่ไปกับประสบการณ์จริงของอาจารย์ มีการแลกเปลี่ยนกันทางความคิด  รู้สึกดีใจ และภูมิใจที่ได้เรียนกับอาจารย์  ความรู้สึกเรื่องการเรียนรู้ก็ยังตามมาในทุกๆวัน คือเราต้องหาความรู้ใหม่ ความคิดใหม่ๆ เพิ่มต่อยอดทุกวัน คนเราจะพัฒนาได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง สำหรับ HR เป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กร องค์กรจะดีหรือเจริญเติบโตได้ก็ต่อเมื่อคนในองค์กร เป็นคนเก่ง คนดีมีจริยธรรม และมีการร่วมมือร่วมใจปฏิบัติงานให้องค์กรของตนสู่ความเป็นเลิศ              ในส่วนงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทุกคนไปอ่านหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ นั้นจะเป็นประสบการณ์การทำงานด้าน HR ของบุคคลซึ่งเป็นนักคิดและนักปฏิบัติ 2 ท่านซึ่งมาจากต่างสายอาชีพ แต่กลับมีความคิดในเรื่อง คนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุด มีค่ามากกว่าทรัพย์สินอื่นใด เหมือนกัน คืออาจารย์จิระ หงส์ลดารมภ์ และคุณพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา ซึ่งถือเป็น พันธุ์แท้ และเป็น  HR CHAMPIONS ซึ่งมีวิธีทำ 3 อย่างคือ                1.ต้องทำให้สำเร็จ               2.ต้องมีบารมี               3.ต้องยั่งยืนโดยในการทำสิ่งใดจะต้องเชื่อในสิ่งที่ทำ เชื่อว่าต้องทำได้และต้องสำเร็จซึ่งจะเป็นผลให้เกิด 2 ข้อตามมา ทั้ง 2 ท่านเป็นผู้มีความจริงใจ และหวังดีต่อส่วนรวม               ประโยชน์ที่ผู้อ่านได้รับ               1.ได้เห็นถึงความพยายามมุ่งมั่นของทั้ง 2 ท่าน และขอนำไปเป็นแบบอย่างแม้ว่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเพียงน้อยนิของท่าน ก็จะพยายามและอดทนให้ดีที่สุด เพราะคาดว่าจะเกิดผลดีและจะทำให้ตัวเองมีมูลค่าเพิ่มขึ้น              2.คนเราเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันกับยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และต้องเรียนรู้ตาม ทฤษฎี 4 L’ S  ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นคนดีมีจริยธรรม คนเก่ง มีความสามารถ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้ ในการเป็นคนเก่ง(เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งเรียน) คนดี (ประพฤติดี มีนำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม)               3. ในการทำงานต้องทำอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ ยึดหลักจริยธรรมในการดำเนินชีวิต ต้องทำงานเพื่องาน เพื่อความสุขจาการทำงาน(ไม่คิดว่างานคือเงิน) มีความมุ่งมั่น เชื่อว่าเราทำได้ ต้องเอาจริงเอาจัง ทำงานให้จบครบถ้วนเรียบร้อย              4. ต้องมีวิสัยทัศน์ มองไกล มองกว้างและลึก เมื่อมีวิสัยทัศน์ สมองก็จะคิดริเริ่ม สิ่งใหม่ๆ และทันเหตุการณ์                ประโยชน์ที่องค์กรได้รับและสามารถนำมาใช้ได้                                1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เริ่มจากการคัดเลือกคนเข้าทำงาน เลือกที่มีความสามารถ รับมาตามระบบคุณธรรม ซึ่งต่อมาจะถูกสอนให้ทำงานจริงจัง มีระเบียบวินัย และความจงรักภักดี                2.ทฤษฎี 3 วงกลม                   วงกลมที่ 1 context การใช้ระบบ IT มีการทำงานเป็นกระบวนการ PROCESS และจัดองค์กรที่เหมาะสม PROCESS IMPROVEMENT                       วงกลมที่ 2 ภาวะผู้นำ เพิ่มศักยภาพผู้นำ ธุรกิจจะเข็มแข็งได้ต้องบริหารผู้นำด้วย                    วงกลมที่ 3 เป็นหลักที่ดี คนเราจะสำเร็จในงานได้ต้องมองว่าทุกอย่างเป็นงานท้าทาย               3.การทำงานเป็นทีม ทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนรวมในการทำงาน ให้ทุกคนทำงานเสมือนหนึ่งว่าเป็นเจ้าของ ต้องสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน เวลามีปัญหาก็จะสามารถช่วยกันแก้ไขได้ ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ              4.การฝึกอบรม ทุกคนทุกระดับต้องได้รับการฝึกอบรมเท่าเทียมกัน ไม่มองว่าเป็นการลงทุน เพราะผลที่ได้จะเป็นกำไรขององค์กร หากผู้ไดรับการอบรมนำมาพัฒนาองค์กร ให้ก้าวหน้าได้ทั้งนี้ต้องรวมถึงการสร้างความพึงพอใจในการทำงาน ให้โอกาสในความก้าวหน้าสำหรับงานที่ท้าทาย              5.การบริหารคนแบบ Management by walking around เพื่อเยี่ยมเยียนดูแล ทุกข์สุขของลูกน้อง เพื่อให้เกิดความอบอุ่น              6.การพัฒนาศักยภาพคนภายในองค์กรตาม ทฤษฎี 8 k’ s              7.การสร้างมืออาชีพ  การเรียนรู้จากงาน คือ Coaching และ On the job training และ job rotation จากผู้มีประสบการณ์ และถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เป็นการพัฒนาให้คนมีความสามารถยิ่งขึ้น             8.การ Rotate สร้าง Multi skill เสริมประสบการณ์ เพื่อเพิ่มความสามารถการทำงานกับผู้ร่วมงานหลายๆ ฝ่าย ซึ่งเป็นการพัฒนาการเรียนรู้             9.ใช้ระบบ P D C A  ต้องมีการวางแผนและติดตามผล               10.การสร้างความจงรักภักดี ต้องให้องค์กร และพนักงานอยู่ในฐานะ WIN-WIN สร้างความผูกพันเพื่อให้เกิดความจงรักภักดี เข้าใจในจิตวิญญาณลูกน้อง ไม่ใช่มีแต่เงินเดือนและโบนัส  การจ้างงานแบบ long term employment ไม่จ้างแบบพันธสัญญา เพราะจะทำให้เกิดสมองไหล                       ประโยชน์ต่อประเทศ            1.ถ้ามี HRD และ  HRM ที่ดี องค์กรจะสามารถพัฒนาเพิ่มผลผลิตภายในประเทศได้ดี ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้า สามารถที่จะแข็งขันกับนานาประเทศได้            2.คุณพารณ และอาจารย์จิระ สร้างคุณภาพด้านการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เมื่อคนมีการพัฒนาด้านการศึกษา คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ก็จะพัฒนาตามไปด้วย ตามหลัก Constructionism การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเริ่มจากเด็กๆ เพราะเด็กเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดสำหรับประเทศ   เด็กจะเป็นอนาคตของประเทศ ถ้าขาดการศึกษา ก็จะทำให้ขาดทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะในทุกๆด้าน ถ้าเราขาดคนที่มีความสามารถทาง R&D จะทำให้ประเทศขาดแคลนบุคลากรที่จะมาส่งเสริมคนในชาติ ต้องใช้ชาวต่างประเทศ มาสอน จะทำให้ประเทศเสียดุลการค้า          3.ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการแข่งขัน มีการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีการพัฒนาคนและระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันเหตุการณ์ ระบบ INTERNET จะช่วยในเรื่องการสื่อสารหาข้อมูล และแลกเปลียนความคิดเห็นกัน                    สรุป จากการอ่านหนังสือทรัพยากรพันธุ์แท้ แม้มีเวลาเพียงไม่กี่วันที่อ่าน ผู้อ่านได้รับประโยชน์มากมายในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสามารถนำมาปรับ ประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัว และด้านการงานได้เพื่อให้ตัวเราเกิดคุณค่า และเป็นมูลค่าเพิ่มขององค์กร สามารถทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าได้ ส่งผลต่อความเจริญของประเทศ ขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆทีอาจารย์หยิบยื่นให้เราได้รู้จักเรียนรู้ในรูปแบบของอาจารย์ คือ ทฤษฎี 4 L’s และสัญญาว่าผู้อ่านจะสานฝันของอาจารย์ได้บ้างในองค์กรเล็กๆของผู้อ่าน                                                  ขอแสดงความเคารพรัก                                                    วรวรรณ  ส่องพลาย                                               รปม.3 รหัส 49038010035 [email protected]

kkkkkkkkkkkkk

กราบสวัสดีอาจารย์   ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์   ที่เคารพ

ขอส่งงาน เสนอ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

1.คุณได้อะไรจากการอ่านหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้

ตอบ หากอย่ากที่จะประสบความสำเร็จจะต้องทำตนเองให้เป็นคนใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชีวิต เห็นวิธีการใช้ชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานอย่างมีความสุข และมีทัศนคติที่กว้างไกล มีความรู้หลาย ๆ ด้านอยู่ในตัวและนำมาบูรณาการได้ และมองโลกในทางสร้างสรรค์ มองไกลถึงอนาคต ต้องคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และต้องมีความเชื่อมั่นในตนเอง ร่วมถึงการมีระเบียบวินัยในการทำงาน ทำให้ทราบว่าการเป็น “คนดี” คืออะไร การเป็น “คนเก่ง” คืออะไร
คนดี คือ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม , คนเก่ง คือ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด และเก่งเรียน และ เราต้องมีความเชื่อมั่น 3 ประการ คือ 1.ความเชื่อมั่นในคุณค่าของพนักงาน 2.ความรู้สึกว่าพนักงานคือคนในครอบครัวของเรา 3.ความรับผิดชอบที่จะทำให้ทรัพยากรบุคคลของบริษัทมีราคาและมีคุณค่าที่สอดคล้องกัน เป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอจะทำให้เราประสบผลสำเร็จได้ในที่สุด

2.องค์กรได้อะไรจากการอ่านหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้

ตอบ
องค์กรที่ดีและประสบผลสำเร็จ จะต้องมีการเพิ่มผลผลิตขององค์กรอยู่ตลอดเวลา และสร้างความจงรักภักดี ความเทียงธรรม ความมีวินัยของคนในองค์กรให้เกิดขึ้นจนกลายเป็นวัฒนธรรมภายในองค์การ การนำเอากิจกรรมต่างๆมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เช่น กิจกรรม 5ส ระบบความปลอดภัย ระบบข้อเสนอแนะ และ กิจกรรม QCC ในหนังสือยังให้ข้อคิดและกระตุ้นให้คนในองค์การมีความรักและทุ่มเทต่อองค์การอย่างเต็มที่ การมีผู้บริหารที่ดีภายองค์การนั้นก็จะทำให้องค์กรเดินหน้าไปสู่แนวทางที่ดีและมีความเจริญก้าวหน้า และทำให้ทราบว่าการบริหารถ้าทำให้บุคคลพึงพอใจในการทำงาน (Job Satisfaction)

จะทำให้ผลงานออกมาดีและงานมีประสิทธิภาพ ทำให้องค์กรได้ทราบว่า คน คือ ทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด The most valvable asset ที่สำคัญที่สุดและเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กรในอนาคต

3.ชาติได้อะไรจากการอ่านหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้

ตอบ ทำให้นานาประเทศได้ทราบถึงความสามารถของคนไทยได้ดีขึ้นว่าไม่เพียงแต่มีดีเพียงมีทรัพยากรทางธรรมชาติ แต่ยังมีคนมีคุณภาพอย่าง ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อยู่ในประเทศของเรานี้เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อมาช่วยในการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป และทำให้รัฐบาลตระหนักถึง การเพิ่มมูลค่าในระยะยาวของเศรษฐกิจ การกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ประชากรทุกคนคือทรัพยากรที่มีคุณค่าของชาติ การมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติรวมถึงการพัฒนาและปฏิรูปการบริหารให้มีประสิทธิภาพส่งผลให้ประเทศเกิดความเจริญทางด้านการทำธุรกิจและภาระการลงทุนและสร้างมรดกชิ้นสำคัญ คือ สร้างความตระหนักในการรับรู้ของทุกคนในสังคมให้หันมาสนใจในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในด้านการศึกษาเพิมมากขึ้นซึ่งเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ส่วนความเหมื่อนของท่านทั้งสองที่เหมื่อนกันคือ

1. เป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ในความรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

2. เป็นผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนามนุษย์มาอย่างยาวนาน

3. มีความคิดที่เหมือนกันในการที่จะสร้างให้คนและสังคมเป็นแหล่งแห่งการเรียน

สุดท้ายนี้กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม  นาคสุข ที่ได้ให้เกียรติมาบรรยายและแนะแนวทางในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเอง แก่องค์กรและประเทศชาติต่อไป

สวัสดีครับ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ บทสนทนาในหนังสือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ จุดประกายความคิดทางปัญญา เป็นแบบอย่างและแนวทางในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ทำให้หลังจากอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้ว จะเป็นประโยชน์และนำไปใช้กับตนเอง  องค์กร และประเทศชาติการที่ได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ สิ่งที่ได้รับคือ  การสร้างเครือข่ายมนุษย์ ให้ความสำคัญกับคนทุกระดับ และการไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ และยังได้นำความรู้ ประสบการณ์มาถ่ายทอดสื่อสารทางรูปแบบตัวอักษรให้กับคนอื่นๆ ที่อ่านให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และกล้าที่จะแสดงออก ซึ่งบทสนทนาทำให้ทราบเนื้อหาสาระสำคัญในหลากหลายด้าน เช่น   เรื่องของสองแชมป์ เป็นการกล่าวถึงความเชื่อและศรัทธาและความมุ่งมั่นในเรื่องคนที่ตรงกันของทั้งสองท่าน โดยเฉพาะเรื่องประวัติ ผลงานทำงานเรื่องเกี่ยวกับคน ตลอดจนแนวทางในการทำงาน  ****  รื่องคัมภีร์คนพันธุ์แท้ เพื่อให้ทราบแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่เรื่องปรัชญาของทรัพยากรมนุษย์ที่ว่าคน ถือเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กรการพัฒนามนุษย์ต้องเน้นการเรียนรู้ **** เรื่องของสองแชมป์ กล่าวถึงประวัติของคุณพารณฯ และ ศ.ดร.จิระฯ ซึ่งมีเส้นทางไม่เหมือนกันแต่มีเป้าหมายเหมือนกัน คนหนึ่งเป็นนักวิชาการ อีกคนหนึ่งเป็นนักปฏิบัติ ****เรื่องคัมภีร์คนพันธ์แท้ เป็นเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพราะคนถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กรมุ่งเน้นเรื่องการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานบริหารงานโดยเน้นคนเป็นสำคัญต้องมีวิสัยทัศน์ในการวางแผนมีการพัฒนาคนทุกระดับตั้งแต่ผู้นำจนถึงผู้ปฏิบัติงานสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการเรียนรู้คนต้องได้รับแรงจูงใจในการทำงานไม่เพียงแต่ค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียวและจะต้องมีสุขภาพทั้งกายและใจที่ดีมีคุณภาพชีวิตที่ดีต้องสร้างคนให้เข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องภาษาอังกฤษ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาผสมผสานในการทำงาน**** เรื่องจักรวาลแห่งการเรียนรู้ คือเป็นผู้เรียนรู้ที่ดีไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปก็สามารถเรียนรู้และรับมือกับมันได้ตามสภาวะการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเมื่อเรียนรู้แล้วก็สามารถที่จะนำไปปฏิบัติได้จริงเพราะการเรียนรู้ต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิต ***ประโยชน์และนำไปใช้กับตนเอง  นำมาใช้เป็นแนวทางสร้างสรรค์ด้านความคิดเห็นของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ต่อการปฏิบัติงานในชีวิตจริงแบ่งเป็น 2 ด้าน คือด้านผลสำเร็จของงาน และด้านพฤติกรรมของคน คนที่จะทำงานสำเร็จได้จะต้องเป็นคนที่มีทักษะ ความรู้ และทัศนคติหลายๆอย่างอยู่ในตัว ต้องรู้ว่า ต้องทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่อใคร และทำแล้วได้อะไร ประโยชน์และนำไปใช้กับองค์กร  องค์กร มีความสำคัญต่อการบริหารงานในองค์กร ด้วยเหตุว่าคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะบริหารและพัฒนาให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยหากองค์กรใดมีคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะในการทำงานที่ดี ก็ย่อมทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีศักยภาพในการแข่งขันและพัฒนา ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กรในระยะยาว  ส่วนของผู้บริหารจึงต้องอาศัยเครื่องมือทางการบริหารต่างๆ ที่มีอยู่หลากหลาย เพื่อธำรงรักษาคนที่มีประสิทธิภาพเหล่านั้นให้อยู่กับองค์กรนานที่สุด รวมทั้งการปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้นำ ผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่ายิ่งต้องมองลงมาข้างล่าง เพื่อดูแลคนที่อยู่ข้างล่าง ต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี มีการบริหารงานที่โปร่งใส มีคุณธรรม มีความเชื่อมั่นในความสามารถของลูกน้อง ให้โอกาสในการร่วมงาน และให้อิสระในการทำงาน ประโยชน์และนำไปใช้กับประเทศ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของประเทศผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ ผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกลมองจากที่สูงลงมาสู่ที่ต่ำเพื่อจะได้มองเห็นภาพรวมของประเทศและจะได้รู้ปัญหา เข้าถึงปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่จะพัฒนาประเทศชาติและสังคมให้ประสบความสำเร็จ อยู่ได้อย่างยั่งยืนนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างเป็นส่วนประกอบแต่ที่สำคัญที่สุดคือ "คน" ที่มีคุณค่าและมีคุณภาพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและแข่งขันในระดับสากล เช่น  บริษัทปูนซีเมนต์ไทย  ผู้บริหารให้ความสำคัญกับคนทุกระดับ โดยผู้บริหารมีนโยบาย1.    สร้างคนให้มีคุณธรรม2.    ให้มีความชอบธรรม3.    ให้มองการพัฒนาคนเป็นการลงทุนระยะยาว 4   ปลูกฝังส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความชำนาญให้สมกับคำว่าคนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กรจริง     โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  นายกิตติ เพลินจิตต์    รหัส 49038020004     [email protected]    084-655-5553
 เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์  ที่เคารพ จากที่อาจารย์สอนเมื่อวันที่ 13  มกราคม  2550  ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขอโทษ ศ.ดร.จีระ ฯ  เนื่องจากวันนั้นดิฉันไม่ได้เข้าเรียนเพราะว่าติดภารกิจวันเด็กของเทศบาลฯ  ซึ่งดิฉันรู้สึกเสียดายมาก  เพราะเพื่อนๆ บอกว่า ศ.ดร.จีระ ฯ  สอนดีมาก  และได้ยินหลายๆ คนพูดว่าอาจารย์คือมือหนึ่งของประเทศในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์  และเพื่อนๆ ก็ได้บอกอีกว่าอาจารย์ได้สั่งให้อ่านหนังสือเรื่อง  ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้  และสรุปประเด็นสำคัญหลักๆ มา 3 หัวข้อคือ  การอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ประโยชน์อะไรกับตัวเอง   ได้ประโยชน์อะไรกับองค์กรและได้ประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ  จากการที่ได้กลับไปอ่านทบทวนหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้  ทำให้ได้สามารถได้รับความรู้  และแนวคิดในการพัฒนา คน  โดยคุณพารณ  อิศรเสนา    อยุธยา  ได้กล่าวว่า  คน  เป็นเพียง  ต้นทุน การผลิต  คน  ต่างหาก  คือ กำไร  ที่แท้จริงขององค์กร  หากได้รับการดูแลเอาใจใส่เพิ่มศักยภาพ  โดยการพัฒนาอย่างจริงจัง  สม่ำเสมอและเป็นระบบ  คือท่านให้ความสนใจแก่คน  ตั้งแต่เดินเขาเดินเข้ามาทำงานกับบริษัทของเรา  เขาจะได้รับการฝึกอบรม  เอาใจใส่ดูแลจนกระทั้งวันที่เขาเกษียณอายุออกไป  และอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจที่คุณพารณ ฯ  ได้กล่าวไว้คือ  องค์กรจะดีเพราะเพราะมีคนเก่งและดี   องค์กรจะแย่เพราะมีคนไม่เก่งและไม่ดี  เช่น คนเก่งอย่างเดียวแต่ไม่ดีก็สามารถทำให้องค์กรเสียหายได้  เพราะคนเก่งอาจจะเข้ามาโกงกินบริษัท  แต่ถ้าคนเก่งและดีด้วยองค์กรก็จะประสบความสำเร็จ  และอีกเรื่องหนึ่งที่คุณพารณ ฯ  ได้ริเริ่มนำวิธีในการบริหารองค์กร  คือ  การทำกิจกรรม 5 ส.  และการทำกิจกรรม QCC  มาปรับใช้กับองค์กรด้วย  ทางด้าน ศ.ดร. จีระ  ก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์  โดยการทุ่มเทกำลังและความสามารถในการก่อตั้งสถาบันทรัพยากรมนุษย์  เพื่อใช้เป็นที่ศึกษาและวิจัยด้านการทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะ  และเป็นผู้สร้างกระแสให้เห็นว่าคนมีความสำคัญเท่าๆ กับเงินและวัตถุ  และทั้งสองท่านยังได้เสนอแนวคิดทฤษฎี 4 L’s  ที่แตกต่างกันบนเป้าหมายเดี่ยวกัน  และยังมีอีกหลายทฤษฎีน่าสนใจ เช่น ทฤษฎี  3 วงกลม  และทฤษฎี  8 K’s   ซึ่งแต่ละทฤษฎีนั้นมีประโยชน์ต่อการพัฒนาคนและองค์กรเพื่อให้องค์กรนั้นประสบผลสำเร็จ   ซึ่งนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์คือประโยชน์ต่อตนเองจากที่ได้อ่านหนังสือ ทรัพยากำรมนุษย์พันธุ์แท้  ทำให้ตนเองได้อะไรหลายๆอย่างจากหนังสือเล่มนี้  เพราะสามารถนำมาปรับใช้ได้จริงกับองค์กร  โดยจะเน้นให้คนรู้จักพัฒนาตนเองเพื่อก้าวให้ทันต่อเทคโนโลยี่ที่ทันสมัย  และก็ได้รู้ถึงการที่จะก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับสูง  คุณจะต้องทำอย่างไรจึงจะพัฒนาคนและองค์กรให้ประสบความสำเร็จ   ประโยชน์ต่อองค์กรองค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  เพราะทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กร  โดยองค์กรควรจะมีการจัดการฝึกอบรมพนักงาน  และมีสวัสดิการที่ดีเพื่อให้พนักงานมีขวัญและกำลังใจในการที่จะปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นประโยชน์ต่อประเทศชาติการที่ประเทศชาติและสังคมจะพัฒนาได้จะต้องอาศัย  คน  ที่มีคุณภาพ  ดังนั้นคนจะมีคุณภาพได้จะต้องได้รับส่งเสริมและพัฒนา  โดยรัฐบาลควรจะกำหนดนโยบายด้านแรงงานที่เอื้อประโยชน์ต่อคนชั้นแรงงาน  เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนเหล่านั้นตั้งใจทำงาน  และอีกด้านหนึ่งคือด้านการศึกษา  โดยควรจะมีการปฎิรูปการศึกษา  เพื่อให้ทันกับยุคโลกาภิวัฒน์  เพราะเยาวชนคือสมบัติที่มีค่าต่อประเทศชาติสรุปคือ  ประโยชน์ทั้งหมดทั้งมวลจะเกิดประโยนช์ขึ้นไม่ได้ถ้าตัวเรา และองค์กร  และประเทศชาติไม่ให้ความสนใจและสนับสนุนและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจัง------------------------------------------ อรณา   ยี่เข่งหอมรปม.รุ่น 3  รหัสประจำตัว  49038020002[email protected]
  • ยม "MPA ที่สวนสุนันทาฯ วันอาทิตย์ที่ 14 ม.ค. 2549 : ส่ง Blog แล้ว 41 คน"
    IP: xxx.9.160.9
    เขียนเมื่อ 

สวัสดี ครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MPA สวนสุนันทาฯ 

  

ผมติดตามอ่าน ข้อมความที่ น.ศ. ส่งมา  บางท่านขอให้ผมวิจารณ์ และให้คำแนะนำ เพื่อประโยชน์ในการเขียนสอบ   ผมแนะนำอย่างนี้ ครับ  ให้คิด ว่าคำแนะนำที่ให้ จะนำไปใช้พัฒนาการเขียนของ นักศึกษา ในอนาคต เช่นเขียนรายงาน เขียนบทความ เขียนโครงการ ใช้ประกอบอาชีพการงาน จะดูมีพลังมากกว่าแค่ ศึกษาไว้เตรียมสอบ  น๊ะครับ  จะทำอะไรก็ตาม ให้คิดการณ์ใหญ่ การณ์ไกล เพื่อเรื่องใหญ่ๆ  เพื่อสังคม เพื่อชาติ มันจะทำให้มีพลัง  จำได้ไม๊ครับ  ผมให้พวกเราคิดความหมายของคำว่า ลูก  ว่าหมายถึงอะไร ในความเข้าใจของพวกเรา  ความเข้าใจ มีผลต่อการนำไปสู่ยุทธศาสตร์การปฏิบัติ 

  

คนที่คิดว่า ลูก คือ ผลงานปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ หรือคือสายเลือดของเรา มันก็ถูก  แต่ถ้าเราตีความหมายว่า ลูก หมายถึง มรดกที่เราสร้างไว้ให้แผ่นดิน ให้ชาติบ้านเมือง  วิธีการปฏิบัติ ยุทธศาสตร์การจัดการ จะไปอีกแบบหนึ่งที่เหนือชั้นกว่า OK ไม๊ครับ  สิ่งที่ผมพูด เล็ก ๆ น้อย เหล่านี้ เป็นยุทธศาสตร์นอกกรอบ ข้ามศาสตร์ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่อยากให้นักศึกษาคิด สรุปด้วยก็จะดี

  กลับมาถึงเรื่องการเขียนงานของนักศึกษา ขณะนี้เท่าที่ตรวจหน้าจอตอนนี้ นักศึกษาส่งมาแล้ว จำนวน 41 คน  คนที่ส่งมา Top Ten ผมทำสีน้ำเงินไว้  ถือว่า เป็นคนที่มาแรงด้วยความเร็ว พยากรณ์ได้ว่า เป็นผู้มีไฟแรง ตื่นตัว จำนวน 41 คน มีรายชื่อดังนี้   
  1. ร้อยตรีหญิง ผลึกพร อนันตพงษ์ รหัสนักศึกษา 49038010018 เมื่อ อ. 14 ม.ค. 2550 @ 23:15 (137632)
  2. ศรีปัญญา วัชนาค รปม. รุ่นุ 3 รหัสนักศึกษา 49038010022 เมื่อ จ. 15 ม.ค. 2550 @ 13:43 (138044)
  3. วิไลวรรณ วิไลเลิศ รปม.รุ่น 3 รหัส 49038020016 เมื่อ จ. 15 ม.ค. 2550 @ 21:16 (138320)  
  4. นันทพร สิงห์ตุ่ย MPA รุ่น 3 ม.สวนสุนันทา เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 08:09 (138536)
  5. นุชรี อรรถีโภค รปม.3 รหัส 49038010001 เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 08:30 (138547)
  6. วรวรรณ ส่องพลาย รปม.3 เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 09:25 (138569)
  7. นันทพร สิงห์ตุ่ย เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 16:00 (138827)
  8. สมธนิษฐ์ มงคลชาติ เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 16:31 (138846)
  9. นันทพร สิงห์ตุ่ย รหัส 49038010002 MPA รุ่น 3 ม.สวนสุนันทา เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 17:04 (138878)
  10. นางสาวละอองแก้ว จันทร์เทพ เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 17:41 (138913)
  11. นายจิรพัฒน์ ศรีจั่น รปม.03 รหัส 49038020013 เมื่อ 16/01/2007 เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 18:20 (138939)
  12. กัลย์สุดา พันธเสน รหัส 49038020003 เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 19:57 (138988)
  13. นุชรี อรรถีโภค รปม.3 รหัส 49038010001 เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 20:06 (138995)
  14. สุภาภรณ์ สุขเกษม MPA.3 มรภ.สวนสุนันทา รหัส 49038010007 เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 01:23 (139215)
  15. พรกมล สมวงศ์ รปม.3 รหัส 49038010014 ม.สวนสุนันทา เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 08:25 (139321)
  16. เปรมหทัย พึ่งบุญ ณ อยุธยา เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 09:00 (139347)
  17. นายจิรพัฒน์ ศรีจั่น รปม.03 รหัส 49038020013 เมื่อ 17/01/2007 เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 09:32 (139358)
  18. สมธนิษฐ์ มงคลชาติ เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 09:36 (139362)
  19. เปรมหทัย พึ่งบุญ ณ อยุธยา เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 09:54 (139380)
  20. ส.ท.ต่อตระกูล ศรีลาภา ( 49038010005 ).......( *_* )...... เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 11:10 (139427)
  21. นางสาวละอองแก้ว จันทร์เทพ รหัส 49038010008 MPA. รุ่น 3 เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 13:43 (139545
  22. นางสาวอชิรญา ผูกมี เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 13:50 (139550)
  23. นางสาวอชิรญา ผูกมี รหัสประจำตัว 49038020007 เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 13:58 (139556)
  24. ส.ท.ต่อตระกูล ศรีลาภา ( 49038010005 ).......( *_* )...... เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 14:14 (139562)
  25. พรกมล สมวงศ์ รปม.3 รหัส 49038010014 ม.สวนสุนันทา เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 15:07 (139588)
  26. พ.ท.ธีรชัย ไชยมะโน เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 15:27 (139598)
  27. ปราณีต น่วมเปรม เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 16:44 (139627)
  28. ศรีปัญญา วัชนาค เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 17:58 (139666)
  29. นางเสาวรส แสนสุข เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 18:19 (139678)
  30. นายภานุพงษ์ พิศรูป เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 18:50 (139699)
  31. นายกิตติ เพลินจิตต์ 49038020004 เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 21:34 (139778)
  32. จ่าเอกสราวุฒิ นวมน้อย รหัสนักศึกษา49038010029 ม.สวนสุนันทา เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 21:39 (139786)
  33. นางมยุเรศ เชยปรีชา เมื่อ พ. 17 ม.ค. 2550 @ 23:23 (139847)
  34. ปริญญา รื่นเสือ รปม.รุ่นที่ 3 รหัสประจำตัว 49038010006 เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 00:29 (139883)
  35. ปริญญา รื่นเสือ รปม.รุ่นที่ 3 รหัสประจำตัว 49038010006 เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 01:23 (139904)
  36. นายมงคล กิจสมโภชน์ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 07:38 (139956)
  37. นายประเชิญ คำมี เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 09:27 (140009)
  38. กิตติศักดิ์ ดวงแก้ว เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 10:38 (140057)
  39. สมธนิษฐ์ มงคลชาติ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 11:29 (140087)
  40. วรวรรณ ส่องพลาย รปม.3 รหัส 4903010035 (แก้ไข) เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 11:35 (140090)
  41. กิตติศักดิ์ ดวงแก้ว เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 11:44 (140100)
 

ส่วนรายละเอียดที่ผมจะแนะนำ comment การเขียนของนักศึกษา ผมจะเขียนใน blog ถัดไป ครับ

 

 

ยม 081-9370144  

[email protected] 

 http://gotoknow.org/portal/yom-nark

 

ชี้ให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำคัญเป็นที่หนึ่งถึงถูกต้องว่าเป็นไทยเป็นเลิศได้ใช่เป็นรองเป็นขุมทองที่มองข้ามมานานวันเป็นแรงขับเป็นแรงเคลื่อนความเป็นชาติเป็นอำนาจให้โอกาสของผู้นำให้ฝึกฝนจนริเริ่มคิดสร้างสรรค์ทรัพยากรที่สำคัญก็คือคน กิตติพงษ์ รั้งท้วม 49038020006 รปม.3 มรภ.สวนสุนันทา เรียนท่านอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์        หลังจากที่ผมศึกษาหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้ว รู้สึกชื่นชมอาจารย์มากที่อาจารย์จัดทำหนังสือชุดนี้ขึ้นมา เพราะหนังสือชุดนี้มีคุณค่าทางปัญญาอย่างยิ่ง ใครได้อ่านแล้วสามารถมองเห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้น, เห็นคุณค่าของความเป็นคนเพราะคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณประโยชน์เหนือสิ่งอื่นใด หนังสือชุดนี้มีหลักทฤษฎีในการบริหารคนที่หลากหลาย ให้แง่คิด, ให้ความรู้,  ให้คุณธรรม

หากความรู้ที่ได้รับการศึกษาในครั้งนี้ได้ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์แล้วมาประยุกต์ใช้ในองค์กรของตนเอง จะสามารถเพิ่มศักยภาพของคนในการทำงานได้มาก

แต่ทั้งนี้ ก็ต้องนำมาปรับใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

เหตุผลที่ต้องค่อยเป็นค่อยไปก็เพราะคนในองค์กร  ไม่มีโอกาสที่จะได้ศึกษาความรู้จากหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แบบผม

ที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงการทำงานในองค์กรนั้น ต้องสร้าง acceptability และต้องมี capability ด้วย ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่ใช้เวลาในการสั่งสมประสบการณ์ไม่ใช่ว่าใครมีความรู้แล้วก็ไปปรับเปลี่ยนอะไรได้ในทันที เราต้องเข้าใจและคำนึงถึงวัฒนธรรมในองค์กรด้วย

เราพัฒนาคน คนพัฒนาองค์กร ชาติต้องสร้างโอกาสให้คนเกิดการพัฒนาความรู้ด้วย หากผู้นำประเทศเห็นความสำคัญและจริงใจที่จะสนับสนุนส่วนนี้ให้เป็นรูปธรรมได้ อนาคตของประเทศเราจะมีทรัพยากรมนุษย์ที่เก่งจำนวนมาก มีความสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ อนาคตของประเทศเราก็สดใส

ความรู้คือสิ่งที่ต้องค้นหาและต้องศึกษาอย่างสม่ำเสมอ ยุคโลกไร้พรมแดนมีสิ่งที่ไม่คาดฝันตลอดเวลา คนจะเป็นทรัพยากรที่มีค่าได้ ต้องไม่ละเลยการฝนสมองตัวเอง ควรหมั่นศึกษา ใช้ความคิด และนำไปปฏิบัติให้เกิดผล จึงจะประสบความสำเร็จ

สวัสดี

ชี้ให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ

 

ให้สำคัญเป็นที่หนึ่งถึงถูกต้อง

 

ว่าเป็นไทยเป็นเลิศได้ใช่เป็นรอง

 

เป็นขุมทองที่มองข้ามมานานวัน

 

เป็นแรงขับเป็นแรงเคลื่อนความเป็นชาติ

 

เป็นอำนาจให้โอกาสของผู้นำ

 

ให้ฝึกฝนจนริเริ่มคิดสร้างสรรค์

 

ทรัพยากรที่สำคัญก็คือคน

  

กิตติพงษ์ รั้งท้วม

 

49038020006

 

รปม.3 มรภ.สวนสุนันทา

  

เรียนท่านอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์

 

        หลังจากที่ผมศึกษาหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้ว รู้สึกชื่นชมอาจารย์มากที่อาจารย์จัดทำหนังสือชุดนี้ขึ้นมา เพราะหนังสือชุดนี้มีคุณค่าทางปัญญาอย่างยิ่ง ใครได้อ่านแล้วสามารถมองเห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้น, เห็นคุณค่าของความเป็นคนเพราะคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณประโยชน์เหนือสิ่งอื่นใด หนังสือชุดนี้มีหลักทฤษฎีในการบริหารคนที่หลากหลาย ให้แง่คิด, ให้ความรู้,  ให้คุณธรรม

 

หากความรู้ที่ได้รับการศึกษาในครั้งนี้ได้ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์แล้วมาประยุกต์ใช้ในองค์กรของตนเอง จะสามารถเพิ่มศักยภาพของคนในการทำงานได้มาก

แต่ทั้งนี้ ก็ต้องนำมาปรับใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

เหตุผลที่ต้องค่อยเป็นค่อยไปก็เพราะคนในองค์กร  ไม่มีโอกาสที่จะได้ศึกษาความรู้จากหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แบบผม

ที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงการทำงานในองค์กรนั้น ต้องสร้าง acceptability และต้องมี capability ด้วย ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่ใช้เวลาในการสั่งสมประสบการณ์ไม่ใช่ว่าใครมีความรู้แล้วก็ไปปรับเปลี่ยนอะไรได้ในทันที เราต้องเข้าใจและคำนึงถึงวัฒนธรรมในองค์กรด้วย

 

เราพัฒนาคน คนพัฒนาองค์กร ชาติต้องสร้างโอกาสให้คนเกิดการพัฒนาความรู้ด้วย หากผู้นำประเทศเห็นความสำคัญและจริงใจที่จะสนับสนุนส่วนนี้ให้เป็นรูปธรรมได้ อนาคตของประเทศเราจะมีทรัพยากรมนุษย์ที่เก่งจำนวนมาก มีความสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ อนาคตของประเทศเราก็สดใส

ความรู้คือสิ่งที่ต้องค้นหาและต้องศึกษาอย่างสม่ำเสมอ ยุคโลกไร้พรมแดนมีสิ่งที่ไม่คาดฝันตลอดเวลา คนจะเป็นทรัพยากรที่มีค่าได้ ต้องไม่ละเลยการฝนสมองตัวเอง ควรหมั่นศึกษา ใช้ความคิด และนำไปปฏิบัติให้เกิดผล จึงจะประสบความสำเร็จ

 

สวัสดี
จากที่เข้าเรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์กับท่านอาจารย์ยม  นาคสุขเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2550  ได้ประเด็๋นที่สนใจดังนี้ทฤษฎี 6 ท ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต         1. มีงานอะไรที่ยาก งานที่ท้าทาย ต้องกล้าที่จะทำ ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงตนเอง        2. มีท่าทีที่ดี ท่าทีที่่ดีมาจากความคิดที่ดี ความคิดที่ดีจะส่งให้พฤติกรรมดี มีบุคลิกภาพดี จนถึงมีอนาคตที่ดี         3. มีความเที่ยงธรรม โดยใช้หลักธรรมาภิบาล คือ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า        4. ความเป็นทองแท้ พูดอะไรต้องทำอย่างนั้น ไม่เป็นทองปลอม ต้องเสมอต้นเสมอปลาย        5. หมั่นทบทวน เช่น วันแรกทบทวน 8 ชม. วันที่สองทบทวน 16 ชม. วันที่สามทบทวน 24 ชม. และทบทวนทุกวันจะจำได้ตลอดชีวิต        6. ทั้ง 5 ข้อจะไม่เกิดถ้าไม่ได้ทำ        ถ้าเรานำทฤษฏีนี้มาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องการปฏิบัติงานจะนำไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินชีวิตการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐที่มีปัญหา เกิดจากสาเหตุดังนี้        1. การบริหารงานโดยไม่ใช้หลักธรรมาภิบาล ใช้หลักการเมืองนำการปกครองจึงนำประเทศชาติไปสู่ความล่มสลาย        2. ความไม่เป็นทองแท้ บริหารงานแบบมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนตน พรรคพวก มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ        3. เมื่อเจอกับปัญหาที่ยาก ท้าทาย รัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงประเด็นของปัญหาที่่ี่จะพบวิธีแก้ไขอันจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาของรัฐบาล มีดังนี้        1. ต้องบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาล ใช้หลักคุณธรรมมาปกครองบ้านเมือง        2. ต้องเป็นทองแท้ คือบริหารงานแบบมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน        3. เมื่อเจอปัญหาที่ยากและท้าทาย ต้องกล้าที่จะเผชิญและต่อสู้จนนำพาประเทศชาติไปสู่ความสำเร็จ นักศึกษา รปม.ุร่น 3ณัฐพร  บุญยะรหัส 49038020009   เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์ ที่เคารพจากที่เข้าเรียนกับท่านอาจารย์จีระ  หงส์ลดารมย์  ในวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2550  ทำให้ได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาของวิชาที่นำมาถ่ายทอดให้แก่นักศึกษา  วิธีการเรียนการสอนที่แปลกใหม่ ที่ไม่มีอาจารย์ท่านใดสอน การจัดโต๊ะเรียนแบบกลุ่มที่เน้นให้นักศึกษาเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีการสอนแล้วเปิดประเด็นให้นักศึกษาสอบถาม  ทำให้มีการตื่นตัวตลอดเวลา การจัดบรรยากาศที่ดีในห้องเรียน       ที่สำคัญท่านอาจารย์ยังได้ฝากให้อ่านวิเคราะห์หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้  ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้ของท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์ จากการที่ได้อ่านแล้วพบว่า  ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์ เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมากในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์มาก โดยท่านพารณฯ ได้นำประสบการณ์จากการทำงานที่บริษัทปูนซีเมนต์ไทยนำมาถ่ายทอดความรู้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์  ประโยชน์ที่ได้กับตนเองคือนำวิธีการของท่านพารณฯ และ.ดร.จีระ มาใช้เป็นหลักในสถาบันครอบครัวและในองค์กรที่ปฏิบัติงานอยู่ เช่นนำทฤษฎี 4 L’s ของสองแชมป์ที่แตกต่างกันบนเป้าหมายเดียวกันอันนำไปสู่ความเป็นเลิศ,ทฤษฎี 2 R, ทฤษฎี 8 K’s และกลยุทธ์แบบ WIN WINหลักการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ทั้งของท่านพารณฯ และท่านอาจารย์จีระ  ยังสามารถนำมาเป็นหลักในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของประเทศได้  เช่น กรณีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเน้น เรื่องการศึกษาเป็นอันดับแรก จะทำให้ประเทศของเราพัฒนาทัดเทียมกับนานาอารยประเทศได้        เป้าหมายในการเรียนวิชานี้  เพื่อจะนำเป็นหลักในการบริหารทรัพยากรมนุษย์  ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร สังคมและประเทศชาติต่อไปนักศึกษา รปม.ุร่น 3ณัฐพร  บุญยะรหัส 49038020009

เรียน อ.ยม  นาคสุข ขออนุญาติ ส่งงานวันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม 2550

    -  ประเด็นที่ 1 วันนี้เรียนรู้ประเด็นอะไรที่ตนเองสนใจ

        1. เรื่อง Good Governence เรื่อง หลักการบริหารที่ดี ประกอบด้วย

  -  หลักนิติธรรม การใช้กฏหมาย , กฏเกณฑ์ต่างๆ เกิดความเป็นธรรม

 -  หลักคุณธรรม คือ การยึดหมั่นความถูกต้องดีงาม , ความสุจริต

  -  หลักความโปร่งใส  กล่าวคือมีการทำงานที่ตรงไปตรงมา มีข้อมูลข้อท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้

  -  หลักการมีส่วนร่วม  คือการเปิดโอกาสแก่ประชาชนหรือบุคลากรในองค์การมีส่วนในการออกความคิดเห็นและมอบโอกาสด้านการเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ

  -  หลักความรับผิดชอบ  การเคารพในสิทธิ , การยอมรับการกระทำต่างๆที่เกิดขึ้นจากตนเองและส่วนรวม

  -  หลักความคุ้มค่า   คือ การใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

1.2  รูปแบบของการเรียนรู้ 

  -  EDUCATION   เป็นการเรียนรู้ที่เน้นไปทางอนาคต 

  -  TRAINING  เป็นการเรียนรู้เรื่องงานปัจจุบันที่เน้นตัวผู้เรียน

  -  DEVELOPMENT  เป็นการเรียนรู้งานที่หลากหลาย

  -  LEARNING  เป็นการบูรณาการความรู้ทั้งหมด  ( Focus All  Longlife Learning)

1.3 แนวทางการสร้างอำนาจ  5  ประการ  1. การให้ 2. การติเตียน 3.เป็นผู้รู้มากกว่า 4. อำนาจอ้างอิง 5. อำนาจทางนิติกรรม

2. การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 3 ข้อ

    2.1  บุคลากรของรัฐไม่ใช้ศักภาพของตนเองอย่างเต็มความสามารถ  เนื่องจากประกอบด้วยหลายๆ ประเด็นดังนี้ 

   2.1.1 การทำงานภาครัฐมีความมั่นคงกว่าภาคเอกชนหากเข้าทำงานแล้วก็ยากที่จะได้ออก การแต่งตั้งหรือโยกย้ายตำแหน่งส่วนใหญ่ก็ตามอาวุฒิโสจึงไม่เกิดแรงจูงใจในการทำงาน

   2.1.2 ถึงทำงานดีแค่ในหากในองค์การยังมีระบบอุปถัมภ์ ก็เท่านั้น

   2.1.3  ข้าราชการขาดการ training ที่ดี ถูกปลูกถ่ายการทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม

   2.1.4   และอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน

2. ยึดติดกับรูปแบบหรือแบบแผนเก่า

 เนื่องจากการทำงาน ระบบราชการแทบทั้งหมดมีระบบการทำงานที่แน่นอน แบบแผนขององค์การ มีความชับซ้อนและล้าช้า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย และการที่จะเปลียนแปลงก็ไม่สามารถทำได้ด้วยบุคลากรระดับล่างเนื่องจากการตัดสินใจอยู่ที่ผู้บริหารระดับบนทั้งหมด  การทำงานจึงเป็นแบบ TOP - DOWN  ขาดการทำงานแบบ BOTTON - UP  ทำให้บุคลากรขาดทักษะ ในการปฏิบัติหรือสร้างรูปแบบการทำงานใหม่ เนื่องจากไม่สามารถนำมาใช้ได้ หรือเกรงกลัวการถูกตำหนิ

3. ขาดการปฏิสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์การ

เนื่องจากการทำงานในระบบราชการนั้นบุคลากรจะขึ้นตรงกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งและมีผู้บังคับบัญชาเพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้น และองค์การราชการเป็นองค์การที่มีขนาดใหญ่ และจำเป็นต้องมีการติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลาเพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการสาธารณะ หากงานเกิดปัญหาหรือเป็นงานที่ต้องทำร่วมกันก็จะติดขัด เนื่องจากไม่มีการพูดคุยหรือขาดการปฎิสัมพันธ์ที่ดีในองค์การ

3. ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา

  3.1  การแก้ไขเรื่องการใช้ศักยภาพบุคลากรของรัฐ

  3.1.1 สร้างและส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน   เช่น คำชื่มชมของหัวหน้างาน

การตอบแทนผลการทำงานเช่นการมอบประกาศนียบัตรชื่นชมการทำงานที่ดี มอบรางวัลการอุทิศตัวแก่การทำงาน ยกย่องบุคลากรคนนั้นให้แก่ผู้ร่วมงานฟังและให้ประพฤติปฎิบัติเป็นตัวอย่าง  อาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การชื่มชมก็ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เป็นปัจจัยให้เกิดแรงจูงใจในการทำงานงานเช่นกันแต่ควรชื่นชมให้พองาม  และ การลดการตำหนิที่รุนแรง ควรเปลี่ยนมาให้กำลังใจแทน

  3.1.2. เปิดโอกาสทางความคิดเห็น และโอกาสในการตัดสินใจ 

    เนื่องจากระบบราชการตีกรอบแนวคิด และผู้บริหารไม่เห็นความสำคํญของบุคลากรในปกครอง  จึงทำให้บุคลากรที่มีความสามารถไม่ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่และไม่เกิดความกระตือรือร้นในการทำงานเพราะต้องคอยแต่ทำตามคำสั่งเพียงอย่างเดียวเป็นเหตุให้ระบบทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยงานราชการไม่เกิดการพัฒนา

3.2 การแก้ไขการยึดติดกับรูปแบบดั้งเดิมรูปแบบเก่า

3.2.1 ส่งเสริมและสนับสนุน ให้องค์กรมีการจัดการทรัพยากรมนุษย์ จัดการฝึกอบรม และดูงานให้เกิดการพัฒนาแนวคิดและนำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรให้เกิดประโยชน์

3.2.2  เปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่คอยแต่ฟังคำสั่งจากข้างบน เพียงอย่างเดียว เป็นให้อำนาจในการตัดสินใจบางเรื่องที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการทำงานให้แก่บุคลากรระดับกลางและล่าง

3.2.3   สร้างองค์การเป็นแบบระดมความรู้ความสามารถ ไม่มีคนเก่งเพียงหนึ่งหรือสองคนในองค์กร แต่บุคลากรทุกคนเป็นคนมีความสามารถ

และสร้างประโยชน์แก่องค์การได้ทุกคน

3.3 การแก้ไขปัญหาการขาดปฎิสัมพันธ์ในองค์การ

3.3.1 จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในองค์การ 

   -   หากจะให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีในองค์การต้องสร้างกิจกรรมที่บุคลากรได้มีการทำงานร่วมกันได้แลกเปลียนทัศนคติที่มี พูดคุยกันในเรื่องที่กว้างขึ้น   ร่วมกันสร้างกรอบแนวทางการทำงาน

                                ขอบพระคุณครับ

             ด้วยความเคารพอย่างหาที่เปรียบมิได้

                    นายธนู   พุกชาญค้า    MPA / 3

.

 

เรียน      ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์                  จากบทเรียนและการสอนของอาจารย์ที่สอนในห้องเรียนแล้ว    อีกสิ่งหนึ่งที่อาจารย์ได้ให้แก่นักศึกษาก็คือการเก็บเกี่ยวความรู้ที่ได้อ่านหนังสือ  ทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้  แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน  และในอนาคต   เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วม  และส่วนตนให้ได้มากที่สุด   และสิ่งที่ได้รับจากการหนังสือเล่มนี้   หากสรุปผิดพลาด   หรือก่อให้เกิดความเสียหายต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้   แต่ถ้าการนำเสนอต่อไปนี้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน   ความดีทั้งหมดขอยกให้กับท่าน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์    จะได้นำไปพัฒนาระบบ  เปลี่ยนแปลง  เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ต่อไป                หลังจากอ่านหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้  แล้วได้บทสรุปออกมาของ อาจารย์พารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา   และ  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  ซึ่งท่านทั้ง 2  ได้กล่าวถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  โดยเฉพาะเรื่องของคน  ซึ่งรวบรวมประสบการณ์  วิธีการคิด   การทำงาน  รวมถึงทักษะต่าง ๆ   ที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์จากการทำงาน   และนำมาพัฒนาทรัพย์กรมนุษย์ เช่น  คน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์กรที่สำคัญที่สุดขององค์กร หรือเรื่องคัมภีร์คนพันธุ์แท้  จักวาลแห่งการเรียนรู้  คือไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป  แต่มีอย่างหนึ่งที่สามารถเรียนรู้  และรับมือได้ตามสถานะการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา   แต่ก็มีสูตรเพิ่มผลผลิตซึ่งเป็นแนวคิดในการเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและเป็นการต่อยอด  และเป็นการพัฒนาความรู้ให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น  เมื่ออ่านแล้วได้ประโยชน์ต่อตัวเอง  ต่อองค์กรและต่อประเทศชาติ  ดังนี้                1.  ประโยชน์ต่อตัวเอง   ได้มองเห็นภาพรวมที่กล่าวถึงการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทปูนซิเมนฯ  เช่น   มีการวางแผนงานก่อนการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนก่อนลงมือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งลงไป  การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน  การพัฒนาคนในการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานของพนักงาน  โดยให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจนก่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุดของบริษัท   ซึ่งสามารถนำมาปรับกระบวนการต่าง ๆ เข้ามาสู่ระบบราชการที่ตนเองได้ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน  ซึ่งมุมมองหลากหลายเหล่านี้  นับว่าเป็นแนวการสอนให้เราเดินทางไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นใจเพราะอดีตจะสอนให้คนเดินทางไปข้างหน้าอย่างมีอนาคต                2.  ประโยชน์ต่อองค์กร  จากแนวความคิด  ซึ่งถือว่ามนุษย์เป็นสินทรัพย์ที่สำคัญขององค์กร และสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีการสร้างทีมงานที่ดี  เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน   ซึ่งการพัฒนาคน  และการรักษาไว้ซึ่งความดี  ซึ่งเป็นหลักการในการนำพาให้องค์กรเดินหน้าอย่างมีคุณภาพ  โดยการสร้างทีมงาน  การสร้างทีมผู้นำ  ความริเริ่มสร้าง การมีคุณธรรม  จริยธรรม โดยนำมาเป็นแบบอย่างหรือปรับใช้ภายในภาครัฐต่อไป                3.  ประโยชน์ต่อประเทศชาติ   เมื่อประเทศชาติพัฒนาก้าวเข้าสู่ระดับสากล  เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศแล้วสิ่งที่ทำให้ประเทศชาติก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่งคือ  คนในชาติต้องมีความรู้รักสามัคคี  มีความจงรักภักดี  มีระเบียบวินัย  การบริหารแบบมีส่วนร่วม  การทำงานเป็นทีม  การพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ ๆ  Contructionism  การสร้างเด็กไทยก้าวสู่ระดับโลก  ในองค์กรแห่งการเรียนรู้  School that Learn  โรงเรียนแห่งการเรียนรู้ Industry That Learn  อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้  Nation that Learn  และชาติแห่งการเรียนรู้  พร้อมทั้งเปิดใจยอมรับเรื่องทุกเรื่องเป็นต้น  

                ดังนั้นทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด   เพราะความสามารถของคนที่มีความมุ่งมั่นไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง  ไม่ว่าจะเกิดปัญหา  อุปสรรค  หรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นไปและประสบความสำเร็จสูงสุด  ส่วนหนึ่งมาจากการเรียนรู้มาจากประสบการณ์ที่สะสมมา  พร้อมพัฒนาใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา  และสร้างบรรยากาศในการทำงาน  สอนให้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  มองไปข้างหน้า   มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ  และมีหลักธรรมาภิบาลเข้ามาเป็นองค์ประกอบในการช่วยตัดสินแก้ไขปัญหาที่สำคัญ ๆ   ได้อย่างไม่ลังเล  ดังนั้นหนังสือ HR   Champions  เปรียบเสมือนคลังสมอง  โดยเฉพาะทฤษฎี 4 L’s   8K’s   และ 2 R’s   ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย

            พรยุพา  คัมภีรญาณนนท์  

รหัสนักศึกษา  49038010034  รปม.3    

Pornyupa_tew @ yahoo.co.th
สวัสดีค่ะ ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ดิฉันรักษิณา อิ้วสวัสดิ์ MPA รุ่นที่ 3 ค่ะ เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้เข้ามาในเว็บไซด์ของอาจารย์ค่ะ ที่ไม่ธรรมดาก็คือ การเข้ามาใน Blog เพื่อส่งงานของอาจารย์ อาจเป็นเพราะไม่เคยส่งงานที่เป็น blog เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก เป็นวิธีการเรียนรู้อีกแบบหนึ่งที่ทันสมัย คือนักศึกษาสามารถเข้ามาแชร์ความรู้ที่ได้จากการเรียน นอกเหนือจากในตำราเหมือนที่เคยเรียนกันมา เป็นการพัฒนาตนเอง เหมือนกับหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ที่พูดถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นการลงทุนไม่ใช่ต้นทุนขององค์กร จากการอ่านหนังสือที่อาจารย์ได้ถ่ายทอดไว้ สามารถนำไปใช้ได้คือ ประโยชน์กับตัวเอง ประโยคที่ว่า คนเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดในองค์กรเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสูงสุด นั่นก็คือต้องมีการดูแลเอาใจใส่ ต้องเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอดเวลา การส่งไปอบรม การฝึกทักษะ ทำให้รู้สึกว่า องค์กรดูแลเอาใจใส่ที่จะพัฒนาและให้ความสำคัญกับพนักงาน มากกว่าที่จะเห็นความสำคัญในเรื่องของเงิน หรือผลกำไรของบริษัท เหมือนกับที่คุณพารณได้แสดงออกกับพนักงานผู้น้อยอยู่ตลอดเวลา การซักถามปัญหา การเชิญทานข้าว การไปเยี่ยมครอบครัวของพนักงานว่ามีการกินอยู่กันอย่างไร ซึ่งน้อยมากที่ผู้บริหารจะทำกัน นอกจากทักทายปกติกันในองค์กร และยังได้ทราบถึงวิสัยทัศน์ท่านในการพัฒนาบุคลากรของบริษัทปูนซีเมนต์ ทั้งนี้สามารถนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาตัวเองได้อีกด้วย ประโยชน์ที่ได้กับองค์กร บริษัทปูนซีเมนต์ไทยเป็นองค์กรที่เห็นความสำคัญของบุคลากรตนเอง เน้นการทำงานเป็นทีม มีการสร้างความผูกพันต่อองค์กร การสร้างแรงจูงใจ และเชื่อมั่นในคุณค่าของคน คนนับวันมีแต่จะเพิ่มคุณค่า แต่เครื่องจักรที่ใช้งานมีแต่จะเสื่อมค่า เสื่อมราคาลงทุกวัน ซึ่งงานทั้งหลายนั้นสำเร็จได้ด้วยคน หากบุคลากรไม่มีความสามารถหรือความจงรักภักดี โอกาสที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จทำได้ยาก สามารถนำแบบอย่างของบริษัทปูนฯ ไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนเองได้ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ การจะพัฒนาประเทศชาติจะต้องพัฒนาที่คน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยขององค์กรก่อน ประเทศชาติไม่ได้ต้องการคนเก่งเพียงอย่างเดียวแต่ต้องการคนที่มีคุณภาพอีกด้วย เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่สามารถนำประเทศชาติไปสู่ความเจริญได้ การลงทุนในเรื่องของคนผลตอบแทนอาจจะไม่เห็นได้ในทันที แต่เป็นการสะสมทีละเล็กละน้อย ถ้าบุคลากรในประเทศนั้นได้รับการศึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ย่อมจะได้เปรียบกว่าประเทศที่ไม่เน้นความสำคัญของคน หากเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเป้าหมายหลัก ก็เหมือนประเทศได้รับการพัฒนาไปสู่ความเจริญเช่นกัน สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นความรู้ที่ได้รับจากหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้ เป็นการนำร่องก่อนค่ะ และดีใจที่ได้รู้จักคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา แม้จะรู้จักจากตัวอักษรที่ถ่ายทอดให้อ่าน จากหนังสือเล่มนี้ เป็นปูชนียบุคคลที่น่านับถือและเอาเป็นแบบอย่างค่ะ และขอขอบพระคุณท่านอาจารย์จีระที่ถ่ายทอดความรู้ให้พวกเรา โดยเฉพาะที่อาจารย์มุ่งมั่นสร้าง ชาวราชภัฎ ให้แข็งแกร่ง แม้ว่าชื่อของสถาบันจะไม่อยู่ในอันดับการแข่งขันทางด้านการศึกษาระดับเอเชีย โดยเฉพาะคำว่า ไม่ใช่การต่อยอด แต่เป็น การพลิกพิระมิด รู้สึกภูมิใจที่เป็นศิษย์ชาวราชภัฎค่ะ
เรียน  อาจารย์ ยม   นาคสุข และสวัสดี เพื่อน MPA 3 และชาว Blog ทุกท่าน            

     สำหรับการบ้านอาจารย์ยม  ดิฉันขอแสดงความคิดเห็น ดังนี้   จากบทเรียนของอาจารย์ยมซึ่งท่านเป็นศิษย์ของ ศ.ดร. จีระ ในข้อมูลการสอนของท่านตลอดจนการแสดงความคิดเห็นของท่านผ่าน Blog  

 โดยมีประเด็น 3  ประเด็นคือประเด็นที่ 1  วันนี้  เรียนได้ประเด็นอะไร ที่น่าสนใจ  (ตอบมา  3  ข้อ) 1.หลักบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี Good  Govemance) ด้แก่  หลักนิติธรรม  หลักคุณธรรม  หลักความโปร่งใส   หลักการมีส่วนร่วม  หลักความรับผิดชอบ  และหลักความคุ้มค่า   2 การสร้างอำนาจ 5 อย่าง คือ                         1.      อำนาจสร้างได้โดยการให้  ได้แก่  การให้โอกาส ให้อภัย ให้ความรู้ ให้ความรัก ให้ความเป็นกันเอง ให้เกียรติ ฯลฯ          2.      อำนาจสร้างได้โดยการติเตียน แต่ต้องทำให้ถูกเวลา ถูกสถานที่ และถูกบุคล การติเตียนลูกน้องต้องทำไม่เกิน 3 ครั้ง          3.      อำนาจสร้างได้โดยเป็นผู้รู้มากกว่า เช่นลูกน้องทำงานผิดพลาด ต้องแนะนำในทางที่ถูกทันที เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าเรารู้มากกว่าเขาและควรรู้มากกว่าเขาในหลายๆเรื่อง         4.      อำนาจอ้างอิง  เช่น การที่เราจัดกิจกรรมงานหนึ่งขึ้นมา เราจะต้องเชิญผู้ผู้ว่าราชการของจัดหวัดนั้นมาเป็นประธาน  เพื่อให้ผู้ร่วมงานสนใจและอยากเข้าร่วมงาน                    5.      อำนาจทางนิติกรรม คือการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆในสายผู้บริหาร ต้องติดประกาศให้ผู้ร่วมงานทราบโดยทั่วกัน3. ความแตกต่างระหว่าง HRD , HRM  คือ  HRD  เป็นส่วนหนึ่งของ  HRMประเด็นที่ 2  การบริหารทรัพยากรของภาครัฐมีปัญญาอะไรบ้าน (ตอบมา 3 ข้อ)1       ระบบการศึกษาของไทยยังไม่มีประสิทธิภาพดี2       ปัจจุบันเยาวชนในประเทศไทยของจริยธรรมในการดำเนินชีวิตที่ดี3       รัฐบาลไม่มีความเข้มแข็งและเด็ดขาดในการบริการจัดการประเทศให้ดีขึ้นประเด็นที่  3  ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาภาครัฐ  (ตอบมา 3 ข้อ)       1.  ควรจะมีการจัดทำนโยบายการปฎิรูปการศึกษา  ให้ทันกับยุคสมัย  โดยการนำเทคโนโลยี่ไปปรับใช้ในการเรียนการสอน  และควรจะให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  ได้ลองทำและปฎิบัติงานจริงด้วยตนเอง   ไม่ควรจำกัดการเรียนรู้ให้อยู่แต่ในห้องเรียน      2.  ควรจะมีการปลูกฝังจิตสำนึกและจริยธรรมอันดีตั้งแต่เด็กยังไม่ได้เข้ารับการศึกษาโดยเริ่มจากคนในครอบครัวสั่งสอนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก เช่น วันหยุดเปลี่ยนจากการพาเด็กไปห้างให้พาเด็กเหล่านั้นไปทำบุญที่วัด  เด็กจะได้มีจิตใจที่โอบอ้อมอารี  ไม่โตขึ้นไปสร้างปัญหาให้กับคนในสังคม  เพราะว่าไม้อ่อนยังดัดง่ายอยู่      3.  ผู้นำประเทศยุดนี้ควรจะมีความเข้มแข็งและเด็ดขาด และโอบอ้อมอารีมีจิตใจดีอยู่ในคนเดียวกัน เพราะประเทศไทยในยุคปัจจุบันกำลังประสบกับปัญหาความแตกแยกของประชาชนในสังคมและปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ  ผู้นำยุคนี้จะต้องกล้าคิดกล้าตัดสินใจ  แต่ไม่ใช่เผด็จการ  คือประเทศมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นจะต้องรีบคิดและรีบแก้ไขและสั่งการลงมาว่าควรทำอย่างไร  และก็ต้องคิดด้วยว่าถ้าสั่งไปแล้วจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากน้อยแค่ไหน

                                                     

------------------------------------อรณา   ยี่เข่งหอม    รปม.รุ่น 3  รหัสประจำตัว  49038020002[email protected]

เรียน  อาจารย์ ยม  นาคสุข

จากที่ได้เรียนในวันที่ 14 มกราคม 2550  อาจารย์ได้มอบหมายงานให้ส่งงานทาง Blog  ดังนี้

ประเด็นที่ 1  วันนี้ เรียนรู้ ได้ประเด็นอะไร ที่ตนเองสนใจ  3  ประเด็น           1.  การสร้างอำนาจ  5  อย่าง

               1.  อำนาจสร้างได้ด้วยการให้

               2.  อำนาจสร้างได้ด้วยการติเตียน  สอนสั่ง

               3.  อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า

               4.  อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง

               5.  อำนาจสร้างได้โดยทางนิติกรรม

           2.  ได้เรียนรู้การประเมินตัวเอง  และการวางแผนชีวิต  ประเมินว่าจะทำอย่างไรกับเวลาที่เหลืออยู่

               1.  การวางแผนในการดำเนินชีวิตให้รัดกุมขึ้น

               2.  การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า

               3.  ชีวิตต้องไม่ประมาท

               ดำเนินชีวิตโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง  สมดุล  และมีเหตุมีผล

           3.  Human  Resource  Management  HRM  การจัดการทรัพยากรมนุษย์ 

               กระบวนการ  HRM

               INPUT  สรรหา  คัดเลือก  บรรจุแต่งตั้ง

               PROCESS  พัฒนา  บำรุงรักษา  ให้ออกจากงาน

               OUTPUT  ประสิทธิภาพ  ความจงรักภักดีประเด็นที่ 2  การบริหารทรัพยากรมนุษย์  ของรัฐ  ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง  3  ข้อ

           1.  เรื่องคน  ขาดคุณธรรม  จริยธรรม

           2.  ระบบบริหารจัดการภาครัฐ  ขาดการวางแผน  และติดตามประเมินผล

           3.  การศึกษาที่ล้าหลัง

ประเด็นที่ 3  ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาให้ภาครัฐ  3  ข้อ

           1.  เรื่องทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการส่งเสริมคุณธรรม  จริยธรรม  ทั้งภาครัฐและเอกชน

           2.  ต้องควบคุมและติดตามอย่างต่อเนื่อง

           3.  หลักสูตรของการศึกษา  ต้องปรับปรุงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก  และมีเป้าหมายที่ชัดเจน

นลินธร  สื่อเศรษฐสิทธิ์  รหัส 49038020015  รปม. รุ่น 3 

 

สวัสดีค่ะอาจารย์ยม นาคสุข  ดิฉันรักษิณา อิ้วสวัสดิ์ ดิฉันประทับใจในการสอนของอาจารย์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารเกี่ยวกับการวางแผนชีวิต หรือการเล่าเรื่องที่อาจารย์ปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะการให้คำแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาเมื่อมีปัญหาแม้ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เสียดายค่ะที่อาจารย์มาสอนแค่ครั้งเดียว สำหรับงานที่นำเสนออาจารย์มีดังนี้คือ ประเด็นที่ 1 จากการเรียนที่ดิฉันสนใจคือ
  1. การสร้างอำนาจ 5 อย่าง ประกอบไปด้วย อำนาจสร้างได้ด้วยการให้, อำนาจสร้างได้วยการติ ซึ่งจะต้องให้ถูกเวลา สถานที่ และบุคคล, อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า คือ ติแล้วต้องสอนด้วยความรู้ที่เราทราบหรือมีมากกว่า, อำนาจสร้างด้วยการอ้างอิง, อำนาจทางนิติกรรม
ซึ่งอำนาจทั้ง 5 ต้องสร้าง ต้องรักษาและใช้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จะทำให้เกิดความศรัทธาและบารมีต่อมา
  1. หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี ซึ่งเป็นหลักบริหารที่ภาครัฐใช้อยู่ ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า
    3. รื่องกิจกรรมการวางแผนชีวิต  ทำให้รู้จักการวางแผนการดำเนินชีวิตที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งยังเตือนสติไม่ให้ตั้งตนอยู่ในความประมาท  ประเด็นที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐมีปัญหาอะไรบ้าง 1. เนื่องจากภาครัฐยังยึดติดการบริหารในรูปแบบเดิม เป็น   ระบบอุปถัมภ์ ยึดติดอยู่กับตำแหน่ง มีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก มีระเบียบและกฎเกณฑ์มากเกินไป2.    ไม่ได้ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาตนเองให้ทันกับเทคโนโลยี คือมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยแต่บุคลากรใช้ไม่เป็น หรือ ขาดแคลนบุคลากรในสายวิชาชีพ เช่น แพทย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ วิศวกร ฯลฯ3.    ไม่ทำงานกันเป็นทีม เกี่ยงกันทำงาน หรือถ้าทำก็มีลักษณะแย่งกันทำงานแบบเอาหน้า ความคิดเห็นไม่สอดคล้องกันประเด็นที่ 3 ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาในภาครัฐ1.    ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ไม่กุมอำนาจไว้ที่ผู้บังคับบัญชาเพียงผู้เดียว มีการกระจายอำนาจให้รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่2.    มีการพัฒนาบุคลากรส่งไปอบรม พัฒนาทักษะ ให้เหมาะสมกับตำแหน่ง และให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย3.     เปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีสร้างทีมงาน มีการติดตามงานและประเมินผล และใช้หลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการแก้ปัญหาสรุปก็คือ รัฐบาลจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่าโดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นการสร้างรากฐานเป็นอันดับแรกเพราะ คน คือ ทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดและปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กรในอนาคต สุดท้ายนี้ดิฉันขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ยม  นาคสุข ที่ได้ให้เกียรติมาบรรยายและแนะแนวทางทั้งในเรื่องปฏิบัติงาน และการพัฒนาตนเอง และจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงตนเองต่อไปในอนาคต ขอขอบพระคุณค่ะ
  • ยม "MPA ที่สวนสุนันทาฯ ตามที่ขอมา คำแนะนำในการเขียน Blog"
    IP: xxx.9.160.9
    เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MPA สวนสุนันทาฯ ทุกท่าน  

โดยรวม นักศึกษาตั้งใจเขียนข้อความลง blog ได้ดี  แต่ถ้าปรารถนาจะปรับปรุงให้ดีขึ้น หรือหาความรู้จากคำแนะนำของผม ไว้พัฒนาการเขียนของตนเองในอนาคต ผมจะแชร์ความรู้ให้ดังนี้ ครับ

  

จากการอ่านบทความจาก 41 ท่าน อย่างคร่าว ๆ 1 รอบ พบว่า นักศึกษาบางท่านอาจจะเป็นเป็นกังวล  เพราะเป็นการเขียนครั้งแรกในชีวิต 

บางท่าน อาจจะไม่ได้เลือกหัวข้อที่จะเขียน  ในสิ่งที่ตัวเองมีพื้นความรู้ อาจจะเขียนตาม ๆ กัน หลายท่านอาจจะไม่ได้วางแผนการเขียน คือต้องการเขียนแบบรวดเดียวให้จบ หมดภาระกันไป  ทำให้บทความบางท่านขาดสาระสำคัญ ขาดการเชื่อมโยงความคิดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ยังกระโดดไปกระโดดมา เขียนซ้ำความหมายแต่ใช้คำต่างกัน  

และเนื่องจากยังมีประสบการณ์น้อยในเรื่องการเขียน Blog จึงทำให้ข้อความของแต่ละย่อหน้ายาวเกินไป  มีหลายท่านที่ไม่มีการขีดเส้นใต้หรือเน้นสีสรรข้อความที่ต้องการจะเน้น  ใช้ประโยคยาว ไม่กระชับ บางประโยคยังกำกวม  

บางท่านอาจจะรีบ จึงอาจจะไม่ได้ตรวจบทความ ทั้งสามกระบวนการ คือการเปิดประเด็น การเดินเรื่อง และการสรุป ว่าดำเนินได้ดีหรือไม่ สำนวนจึงไม่ได้แก้ให้กระชับ   การเขียนคำสรุป  เสนอแนะจึงควรต้องปรับปรุง   แต่ก็มีหลายท่านครับ เขียนมาได้น่าสนใจ  เช่น

วรวรรณ  ส่องพลาย ศรีปัญญา วัชนาค  นันทพร สิงห์ตุ่ย  สุภาภรณ์ สุขเกษม  พรกมล สมวงศ์  เปรมหทัย พึ่งบุญ ณ อยุธยา  สมธนิษฐ์ มงคลชาติ  วอชิรญา ผูกมี  ส.ท.ต่อตระกูล ศรีลาภา  พรกมล สมวงศ์ พ.ท.ธีรชัย ไชยมะโน ปราณีต น่วมเปรม  นางเสาวรส แสนสุข  จ่าเอกสราวุฒิ นวมน้อย   มยุเรศ เชยปรีชา  วิไลวรรณ วิไลเลิศ  ปริญญา รื่นเสือ  นายพิพัฒน์ อรรถเอี่ยม  นายประเชิญ คำมี  กิตติศักดิ์ ดวงแก้ว  อรณา ยี่เข่งหอม และอีกหลายท่าน ที่ไม่อาจไม่ได้ใส่ชื่อ ในนี้ เนื่องจาก ยังอ่านไม่หมด

   

อย่างไรก็ตาม หากนักศึกษาต้องการพัฒนาฝีมือการเขียนให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ผมแนะนำ แชร์ประสบการณ์เรื่องการเขียน ข้อความลงใน blog ดังนี้ 

  

การเขียนข้อความลงใน blog คล้าย ๆ กับเราเขียนบทความ  สั้น ๆ  เป็นความเรียงที่มีลักษณะพิเศษ เป็นความเรียงที่เขียนขึ้นโดยมีพื้นฐานข้อเท็จจริง ที่เราเรียนรู้ มีมูลเหตุมาจากเรื่องราวในห้องเรียน ประสบการณ์  ความรู้ ศาสตร์อื่น ๆ ที่ผู้เขียนสามารถสอดแทรกข้อเสนอแนะเชิงวิจารณ์ หรือเชิงสร้างสรรค์ไว้ตอนท้ายได้  

  คนที่จะเขียนบทความ ข้อความลงบล็อก ได้ดี มักมีคุณสมบัติดังนี้
  1. ต้องมีความตั้งใจ และกล้าที่จะเขียน
  2. ต้องเต็มใจ และยินดีที่จะทำงานหนัก
  3. ต้องรู้และปฏิบัติตามแนวทางบางอย่าง
  ประโยชน์ของการเขียน blog
  1. ช่วยบุคคลอื่นที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน หรือเพื่อนร่วมอาชีพ ให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น หรือให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  2. ช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับหน่วยงาน สถาบัน หรือบริษัทที่ตนสังกัดอยู่
  3. ยกระดับฐานะทางอาชีพ และ
  4. สร้างความก้าวหน้าให้แก่ตนเอง
  5. เพิ่มพูนความรู้ของตนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (ในกรณีที่เขียนบทความที่ต้องมีการค้นคว้าเพิ่มเติมมากๆ)
  6. สามารถบูรณาการเพิ่มรายได้ ได้จากการเขียนด้วย
  จุดมุ่งหมายในการเขียน

  1. เพื่ออธิบายหรือให้ความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
  2. เพื่อพรรณา ทำให้ผู้อ่้าน อ่านได้เข้าใจ เป็นประโยชน์ หรือให้ผู้อ่านเห็นภาพของสิ่งของ สถานที่หรือความเป็นอยู่
  3.  เพื่อ ชักชวน ให้ผู้อ่านคล้อยตามความคิดของผู้อื่น
  4. เพื่ออธิบายในข้อปัญหาต่างๆ และชักนำให้ผู้อ่านเห็นด้วยและปฏิบัติตาม

ลักษณะของ การเขียนข้อความ ลงใน blog ที่ดี
  1. น่าสนใจ มีเนื้อหา สาระ ยกตัวอย่างสอดคล้องกับเหตุการณ์ใหม่กำลังเป็นที่น่าสนใจของคนทั่วไป
  2. มีหลักฐานอ้างอิง พิสูจน์ได้
  3. มีขนาดกะทัดรัด สั้นกระชับ ใช้ภาษาง่ายๆถูกต้องตามหลัดภาษา
  4. ผู้เขียนเข้าใจปัญหาที่มาของเรื่องอย่างละเอียดชัดเจนโดยตลอด
  5. มีวิธีการเขียนน่าสนใจ น่าติดตาม ไม่หนักเชิงวิชาการหรือเบาจนไร้สาระจนเกินไป  กล่าวชมผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้กำลังใจ เอ่ยถึงบุคคลสำคัญ เพื่อน ๆ เป็นต้น
 9 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ ในการเขียนบทความลง Blog 
  1. อย่าเป็นกังวล คนทุกคนเขียนบทความกันได้ทั้งนั้นหากจะไม่ไปกังวลกับมันมากเกินไปนัก
  2. ลือกหัวข้อที่จะเขียน บทความที่ดีก็คือ บทความที่สามารถอธิบายบางสิ่งบางอย่างที่ให้ประโยชน์ในแง่ใดแง่หนึ่งแก่ผู้อ่าน เช่น ให้ความรู้รอบตัว ให้ความรู้ที่นำไปใช้งานได้ ให้แนวความคิดที่น่าสนใจ เป็นต้น
  3. วางแผนก่อน จุดนี้สำคัญมากสำหรับนักเขียนมือใหม่ การเขียนบทความนั้นไม่ยากนัก แต่มักจะมายากเอาตรงที่ไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนอย่างไร เพราะใจมัวแต่กังวล                                           ในแต่ละหัวข้อย่อยอาจจะมีใจความสำคัญที่ต้องการใส่ลงไป อาจเขียนออกมาเป็นท่อนๆ ก็ได้ คือ นึกจุดสำคัญหรือประโยคสำคัญอะไรได้ก็จับใส่ลงไปก่อน                                                จากนั้นจึงค่อยมาจัดเรียงลำดับหัวข้อย่อยเหล่านั้น (ลำดับแผ่นกระดาษ) และประโยคสำคัญเหล่านั้นตามลำดับความต่อเนื่องที่ควรจะเป็น เช่น หัวข้อไหนควรอยู่ก่อนจึงจะอ่านเข้าใจง่าย                                           ข้อสำคัญคือ ไม่ควรเอาส่วนปลีกย่อยขึ้นก่อน เพราะผู้อ่านจะเบื่อเร็ว ควรจะเอาหัวข้อที่กล่าวรวมๆ ขึ้นมาก่อน แล้วเก็บหัวข้อที่เน้นรายละเอียดเอาไว้ทีหลัง อย่าลืมว่าเนื้อเรื่องต้องเรียงลำดับต่อเนื่องกัน เพื่อให้ผู้อ่านลำดับความคิดและติดตามเรื่องได้ง่ายขึ้น               ถึงขั้นนี้ก็เหลือเพียงแต่ใส่รายละเอียดลงไปในแต่ละหัวข้อ และเพิ่มคำนำในตอนต้นเรื่องสักหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว
  4. ไม่ต้องเขียนรวดเดียวจบ ถ้าไม่ใช่นักเขียนอาชีพจริงๆ แล้ว ยากที่จะเขียนให้จบรวดเดียวได้ ควรเขียนเพียงครั้งละ 1 หรือ 2 หัวข้อที่สำคัญก็พอ            อาจเขียนแต่ละหัวข้อแยกกระดาษกันคนละแผ่นเลยก็ได้ แล้วขยายแนวความคิดของแต่ละหัวข้อย่อยลงไปบนกระดาษ ไม่จำเป็นต้องเขียนเรียงตามลำดับหัวข้อ หัวข้อไหนที่ยากหรือยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนอย่างไรก็เก็บไว้ก่อน
  5. เชื่อมโยงความคิดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน หลังจากเขียนเนื้อความของหัวข้อสำคัญๆไปแล้ว ให้จัดเรียงกระดาษตามลำดับหัวข้อที่ได้วางแผนมาก่อน ลองอ่านทานดูว่ายังขาดข้อความอะไรมาเชื่อมโยง                                   แต่ละหัวข้อเข้าด้วยกันหรือไม่ ถ้ายังขาดอยู่ก็อาจเพิ่มข้อความหรือเพิ่มหัวข้อเข้ามาอีก ให้ข้อความของแต่ละหัวข้อสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ไปกันคนละเรื่อง ในการนี้อาจจะต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงประโยคในตอนต้นหรือตอนท้ายของแต่ละหัวข้อไปบ้าง
  6. ไม่ควรให้ข้อความของแต่ละย่อหน้ายาวเกินไป ถ้ายาวมากไป สายตาผู้อ่านจะล้าเร็ว ยิ่งถ้ายาวมากๆ กว่าผู้อ่านจะกลั้นลมหายใจอ่านจนจบได้ก็แทบหน้ามืดตาลาย โดยทั่วไปอาจถือเป็นเกณฑ์หยาบๆ ได้ว่าแต่ละย่อหน้าไม่ควรยาวเกินกว่า 5 บรรทัด                    ถ้าเขียนบทความเสร็จแล้วพบว่ามีท่อนใดที่ยาวเกินไปลองอ่านทานดูซิว่ามีช่วงใดที่พอจะตัดตอนให้ขึ้นย่อหน้าใหม่ได้หรือไม่
  7. ขีดเส้นใต้หรือข้อความที่ต้องการจะเน้น แต่ไม่ควรเน้นมากเกินกว่าที่จำเป็นจริงๆ มิฉะนั้นผู้อ่านจะรำคาญ
  8. ใช้ประโยคกระชับ ไม่กำกวม พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ประโยคยาวๆ ที่ดูยืดยาด และประโยคซ้อนประโยคที่อาจทำให้เข้าใจความหมายผิดไป ตัวอย่างเช่น “....นักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกว่าไม่อยากเรียนหนังสือที่ยุ่งยากซับซ้อนจนทำให้เขาต้องตกชั้น....” ประโยคนี้ผู้อ่านอาจตีความหมายได้ 2 อย่างคือ นักเรียนส่วนใหญ่ตกชั้นเพราะรู้สึกไม่อยากเรียนหนังสือที่ยุ่งยากซับซ้อน หรือ นักเรียนรู้สึกว่าไม่อยากเรียนหนังสือที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งอาจทำให้เขาตกชั้น ดังนั้น เมื่อพบว่ามีประโยคกำกวมเช่นนี้ ก็จะต้องทำให้ชัดเจนขึ้น 
  9. ตรวจชื่อบทความและข้อความนำเรื่อง ถ้ายังตั้งชื่อบทความและเขียนข้อความในช่วงต้นๆเรื่องยังไม่เรียบร้อยดี ก็ให้ย้อนกลับไปใหม่ ผู้เขียนบางท่านอาจเขียนส่วนนี้ก่อน แต่บางท่านก็สะดวกที่จะเขียนทีหลังสุด
  10. แก้สำนวน ในขั้นนี้ต้องทำใจเป็นผู้อ่านให้ได้ ลองอ่านทบทวนบทความของท่านให้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ดูว่าเนื้อหาพุ่งเข้าหาเป้าหมายตรงจุดหรือไม่ มีสำนวนที่อ่านแล้วกำกวมหรือไม่       มีศัพท์บางคำหรืออักษรย่อบางตัวที่ผู้อ่านจะไม่เข้าใจบ้างหรือไม่ ซักตัวเองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแก้ไขได้บทความที่คิดว่าคลุมเครือน้อยที่สุด ถ้าไม่แน่ใจตัวเอง ลองขอให้เพื่อนสักคนหนึ่งซึ่งรู้เรื่องนั้นน้อยกว่ามาลองอ่านดู ดูซิว่าเขาสามารถเข้าใจได้ตลอดทั้งเรื่องหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ลองหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น
  11. เขียนคำสรุป เสนอแนะ ไม่จำเป็นต้องขึ้นหัวข้อย่อยอีกอันว่าสรุปหรอก เมื่อใดที่เนื้อหาหมดแล้วก็นั่นแหละที่สิ้นสุดบทความแล้ว อันที่จริงข้อความที่คุณคิดจะสรุปนั้นควรจะใส่ในข้อความนำตอนต้นเรื่องไปหมดแล้ว

หวังว่าข้อมูลที่ให้ไป จะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาทุกคน

โชคดีครับ

ยม

081-9370144  

[email protected] 

 http://gotoknow.org/portal/yom-nark

 
     สวัสดีค่ะ  ท่านอาจารย์จีระ  หงส์ลดารมภ์  จากการอ่านหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้  ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้ตนเอง  และมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรและประเทศต่อไป  เนื่องจากความรู้ที่ได้จากการศึกษาประสบการณ์การทำงานของ  คุณพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา  และท่านอาจารย์จีระ  หงส์ลดารมภ์  (ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้)  ที่ท่านททั้งสองต่างมุ่งมั่นเรื่องการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  เพราะเห็นว่าทรัพยากรมนุษย์ไม่เพียงแต่เป็นทรัพย์สินของประเทศและองค์กร  แต่เป็นคุณภาพความเป็นเลิศที่จะทำให้ลูกค้าพึงพอใจ  ย่อมต้องขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์  การเตรียมทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ  และการพยายามใช้ศักยภาพของคนเหล่านั้นให้มากที่สุด  ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงจากระบบการการผลิตจากภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรม  และภาคบริการ  จึงต้องมุ่งเน้นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในเชิงการแข่งขัน  มีคุณภาพและเป็นสากลมากขึ้น  โดยจะต้องมองเรื่องทรัพยากรมนุษย์เป็นยุทธศาสตร์มากขึ้น  แทนที่จะเป็นงานบริหารบุคคลแบบเดิม  ซึ่งจะต้องดำเนินการในเชิงกลยุทธ์  ดังนี้        1.  องค์กรและผู้นำจะต้องมีปรัชญาในการบริหาร  โดยเน้นคนเป็น  สำคัญ  หรือหาวิธีปลูกฝังปรัชญานี้ให้เกิดขึ้น      2.  จะต้องมีวิสัยทัศน์   วางแผนคนให้สอดคล้องกับอนาคตของธุรกิจอีก 10 ปี  หรือยาวกว่านั้นว่าจะเป็นอย่างไร  จะมีแนวโน้มอย่างไร  จะเตรียมบุคลากรอย่างไร  จะดูแลหรือสร้างทรัพยากรมนุษย์  และเก็บรักษาอย่างไร      3.  การลงทุนในการสร้างศักยภาพของคน  น่าจะสร้างองค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  คือ  ให้การพัฒนาคนทุกระดับอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน  ทั้งในด้านวิธีการการบริหารจัดการ  การสร้างค่านิยม  งบประมาณและเวลาที่เพียงพอโดยให้ความรู้ที่ทันสมัย  รวมทั้งต้องมีการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยกับการเรียนรู้      4.  การเพิ่มผลิตผลที่มีคุณภาพให้องค์กร  คนจะต้องได้รับแรงจูงใจให้มีอิสรภาพในการทำงาน  ให้ความพอใจระบบเศรษฐกิจเสรี   ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นค่าตอบแทนอย่างเดียวเท่านั้น      5.  ต้องตอบคำถามว่าจะมีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการทำงานหรือไม่      6.  เรื่องของคุณภาพชีวิต  จะต้องให้คนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี  มีครอบครัวที่อบอุ่น  มีคุณภาพชีวิตที่ดี  การทำงานและการดำรงชีวิตจะต้องไปด้วยกัน      7.  ต้องสร้างบุคลากรให้เข้าไปสู่สังคมโลกาภิวัฒน์ให้ได้ด้วยการสร้างความรู้เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ภาษาอังกฤษ  การวิเคราะห์วิจัย  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ       ทั้งนี้  ความสำเร็จของทรัพยากรมนุษย์น่าจะวัดได้จากผลลัพธ์  ว่าธุรกิจขยายตัวได้ดีอย่างยั่งยืน  มีมูลค่าเพิ่มขึ้น  พนักงานมีความสามรถบนพื้นฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมประเทศชาติได้ประโยชน์จริง ๆ จากภาคธุรกิจ  ดังตัวอย่างความสำเร็จของเครือซิเมนต์ไทย  ที่สามารถขยายกิจการเพิ่มขึ้นหลายสิบบริษัท  โดยที่แทบจะไม่ได้จ้างพนักงานระดับสูงจากภายนอกเลย       การศึกษาการบริหารทรัพยากรมนุษย์จากประสบการณ์การทำงานของคุณพารณ   อิศรเสนา ณ อยุธยา  และท่านอาจารย์จีระ  หงส์ลดารมภ์  (ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้)  ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับประเทศหรือภาครัฐ  และในระดับองค์กรหรือภาคเอกชนให้ประสบผลสำเร็จนั้น   องค์กรจะต้องมุ่งมั่น  ซึ่งปัจจัยที่จะไปสู่ความสำเร็จมีความสลับซับซ้อน  และบางครั้งอาจจะต้องปรึกษาผู้รู้ข้างนอกหรือแสวงหาความคิดใหม่ ๆ แปลก ๆ ตลอดเวลา 
     สวัสดีค่ะ  ท่านอาจารย์จีระ  หงส์ลดารมภ์  และท่านอาจารย์ยม  นาคสุข  จากการเรียนเมื่อวันที่  14  มกราคม  2550  วิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์  มีประเด็นสำคัญในการเรียนมากมาย  ซึ่งสรุปได้ดังนี้      ประเด็นที่น่าสนใจ  มี  3  ประเด็น  คือ     1.  แนวความคิดเกี่ยวกับ  HRM  ซึ่งในยุคดั้งเดิม  การบริหารทรัพยากรมนุษย์นั้นจะเปรียบคนเป็นเครื่องจักร  ในยุคต่อมาคนเป็นทรัพยากร  และในยุคใหม่คนเป็นทรัพย์สินขององค์กร  เพราะคนมีทุนด้านปัญญา  ความรู้  ความสุข      2.  ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ  หมายถึง  การพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความเป็นเลิศ  สามารถรองรับกับการพัฒนาประเทศในยุคโลกาภิวัตน์  โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและประโยชน์สุขของประชาชน  และปัญหาขององค์กร  มี  2  เรื่อง  คือ  เรื่องระบบ  และเรื่องคน ( HRM )  การแก้ไขปัญหาจึงต้องทำ  2  เรื่องดังกล่าวให้สมดุลกัน    3.  กระบวนการ  HRM  คือ  สรรหา  พัฒนา  บำรุงรักษา  และให้ออกจาก  กล่าวคือ           สรรหา  คือ  การคัดเลือกและบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้าทำงาน  ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทนด้วย          พัฒนา  คือ  การฝึกอบรม  หรือเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน         บำรุงรักษา  คือ  การสร้างขวัญและกำลังใจ  และการให้สวัสดิการ           ให้ออกจาก  คือ  ประสิทธิภาพ  และความจงรักภักดีต่อองค์กร     ปัญหาของรัฐ   ปัจจุบันระบบราชการหรือข้าราชการประสบปัญหา  โดยมีสาเหตุ  ดังนี้           1.  ขาดความพร้อม  ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน    2.  ขาดความรู้  ในการทำงานตามระบบการบริหารจัดการแนวใหม่    3.  มีวัฒนธรรมองค์กรแบบเดิม  ไม่บูรณาการ    4.  การพัฒนาข้าราชการ  ไม่สนองความเปลี่ยนแปลง     ข้อเสนอแนะ  การแก้ไขและป้องกันปัญหาของรัฐนั้นต้องใช้หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี  โดยยึดหลักดังนี้    1.  หลักนิติธรรม   คือ  การใช้กฎระเบียบ  กฎหมาย    2.  หลักคุณธรรม  คือ  ความถูกต้องเป็นธรรม    3.  ความโปร่งใส  คือ  ตรวจสอบได้    4.  การมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กร  เช่น  การกำหนดจริยธรรมในองค์กรร่วมกัน    5.  ความรับผิดชอบร่วมกัน    6.  ความคุ้มค่า  หรือการได้รับผลตอบรับที่ดีต่อองค์กรและได้ประโยชน์ต่อส่วนรวม
     สวัสดีค่ะ  ท่านอาจารย์จีระ  หงส์ลดารมภ์  และท่านอาจารย์ยม  นาคสุข  จากการเรียนเมื่อวันที่  14  มกราคม  2550  วิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์  มีประเด็นสำคัญในการเรียนมากมาย  ซึ่งสรุปได้ดังนี้      ประเด็นที่น่าสนใจ  มี  3  ประเด็น  คือ     1.  แนวความคิดเกี่ยวกับ  HRM  ซึ่งในยุคดั้งเดิม  การบริหารทรัพยากรมนุษย์นั้นจะเปรียบคนเป็นเครื่องจักร  ในยุคต่อมาคนเป็นทรัพยากร  และในยุคใหม่คนเป็นทรัพย์สินขององค์กร  เพราะคนมีทุนด้านปัญญา  ความรู้  ความสุข      2.  ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ  หมายถึง  การพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความเป็นเลิศ  สามารถรองรับกับการพัฒนาประเทศในยุคโลกาภิวัตน์  โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและประโยชน์สุขของประชาชน  และปัญหาขององค์กร  มี  2  เรื่อง  คือ  เรื่องระบบ  และเรื่องคน ( HRM )  การแก้ไขปัญหาจึงต้องทำ  2  เรื่องดังกล่าวให้สมดุลกัน    3.  กระบวนการ  HRM  คือ  สรรหา  พัฒนา  บำรุงรักษา  และให้ออกจาก  กล่าวคือ           สรรหา  คือ  การคัดเลือกและบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้าทำงาน  ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทนด้วย          พัฒนา  คือ  การฝึกอบรม  หรือเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน         บำรุงรักษา  คือ  การสร้างขวัญและกำลังใจ  และการให้สวัสดิการ           ให้ออกจาก  คือ  ประสิทธิภาพ  และความจงรักภักดีต่อองค์กร     ปัญหาของรัฐ   ปัจจุบันระบบราชการหรือข้าราชการประสบปัญหา  โดยมีสาเหตุ  ดังนี้           1.  ขาดความพร้อม  ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน    2.  ขาดความรู้  ในการทำงานตามระบบการบริหารจัดการแนวใหม่    3.  มีวัฒนธรรมองค์กรแบบเดิม  ไม่บูรณาการ    4.  การพัฒนาข้าราชการ  ไม่สนองความเปลี่ยนแปลง     ข้อเสนอแนะ  การแก้ไขและป้องกันปัญหาของรัฐนั้นต้องใช้หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี  โดยยึดหลักดังนี้    1.  หลักนิติธรรม   คือ  การใช้กฎระเบียบ  กฎหมาย    2.  หลักคุณธรรม  คือ  ความถูกต้องเป็นธรรม    3.  ความโปร่งใส  คือ  ตรวจสอบได้    4.  การมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กร  เช่น  การกำหนดจริยธรรมในองค์กรร่วมกัน    5.  ความรับผิดชอบร่วมกัน    6.  ความคุ้มค่า  หรือการได้รับผลตอบรับที่ดีต่อองค์กรและได้ประโยชน์ต่อส่วนรวม

รายงานอาจารย์ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมณ์ 

        สวัสดี อาจารย์ จีระ หงส์ดารมณ์  สวัสดีอาจารย์ยม  นาคสุข  กระผมนายพิพัฒน์  อรรถเอี่ยม  นักศึกษา MPA มหาวิทยาลัยราชัฏสวนสุนันทา รหัส 49038010026  นับว่ากระผมและเพื่อนนักศึกษาทุกคน โชคดีมากที่มีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์ทั้งสองท่าน  ซึ่งเป็นการปฏิวัติการเรียนในรูปแบบใหม่  โดยนำเอาทฤษฎี 4Ls มาใช้ซึ่งกระผมและเพื่อนบางคนไม่เคยสัมผัสมาก่อน  ตอนแรกรู้สึกแปลก ๆ แต่พอปรับตัวเข้าได้ก็รู้สึกดี  ทำให้มีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้ฝึกสมองให้สามารถคิดได้เร็วยิ่งขึ้น  ส่วนอาจารย์ยมนั้นสไตล์การสอนก็ได้ลอกเรียนแบบมาจากรอาจารย์ จีระเลย นั้นแสดงถึงความศรัทธาที่มีต่ออาจารย์ อันเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนไทยอยู่แล้ว  คือมีความกตัญญูรู้คุณต่ออาจารย์  ผู้ที่ปฏิบัติเช่นนี้ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆสิ่งทุกๆ อย่าง  ผมขอถือโอกาสนี้อวยพรวันครู  แด่อาจารย์ทั้งสองท่าน  เลยครับ ขอความเป็นมหามงคลอันสูงสุด  จงสำเร็จแด่ อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์  อาจารย์ยม  นาคสุข และครอบครัววงษ์ตระกูลทุกท่านด้วยเทอญ  ขอความเป็นมหามงคลอันสูงสุด  จงสำเร็จแด่ อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์  อาจารย์ยม  นาคสุข และครอบครัววงษ์ตระกูลทุกท่านด้วยเทอญ   ขอความเป็นมหามงคลอันสูงสุด  จงสำเร็จแด่ อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์  อาจารย์ยม  นาคสุข และครอบครัววงษ์ตระกูลทุกท่านด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมธามิ        จากบทเรียนที่ได้เรียนในวันที่ 14 มกราคม 2550 นั้น อาจารย์ยม นาคสุข ได้รับมอบหมายให้มาสอนนักศึกษา MPA มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์พันธ์ใหม่ ซึ่งผมสนใจในวิชานี้มาก  เนื่องจากทำธุรกิจส่วนตัวรับเหมาก่อสร้าง  ซึ่งต้องใช้คนในการดำเนินธุรกิจเป็นส่วนใหญ่คือต้องใช้แรงงาน  ปัจจุบันแรงงานก่อสร้างขาดการฝึกอบรม  ขาดการเอาใจใส่จากภาครัฐ  ทำกันแบบพอผ่าน คุณภาพของงานออกมาไม่ดี  ทำให้งานล่าช้า  เกิดความเสียหาย  แรงงานมีการเปลี่ยนที่ทำงานบ่อย  การอบรมก็ได้แต่สอนเรื่องการทำงานอย่างเดียว  ไม่มีโอกาสได้อบรมเป็นกลุ่มใหญ่  สอนกันตัวต่อตัวเหมือนเด็กหัดใหม่  พอเปลี่ยนคนใหม่ก็กลับมาสอนกันใหม่ เป็นอย่างนี้ตลอดประกอบกับผมขาดความรู้  ประสบการณ์ที่จะไปอบรมเขาเหล่านั้นได้  เมื่อมีโอกาสได้มาเรียนวิชานี้ก็จะเอาความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอด  อบรม ให้กับแรงงานเหล่านี้เพื่อให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพเท่าที่กระผมจะทำได้ต่อไป        สิ่งที่ได้เรียนรู้มาและประเด็นที่สนใจดังนี้ประเดนที่ 1 สิ่งที่ได้เรียนรู้และสนใจใน 3 เรื่อง1.  ทุกอย่างในโลกล้วนมีการเปลี่ยนแปลง  ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปดังนี้   สัตว์ในโลกที่ไม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของโลกได้สูญพันธ์ไปแล้ว  เช่นไดโนเสาร์ , สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ เช่นการเมือง  เศรษฐกิจ  สังคม  เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว , ความต้องการ  ของลูกค้า  เปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนลูกค้าจะเปลี่ยนไปซื้อรายอื่น2.  การสร้างอำนาจ 5 อย่าง จะต้องสร้าง  รักษา ใช้ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง  จะทำให้เกิดศรัทธาและบารมี , อำนาจสร้างด้วยการให้ , อำนาจสร้างด้วยการติ , อำนาจสร้างด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า , อำนาจสร้างด้วยการต่อรอง , อำนาจสร้างด้วยทางนิติกรรม3.  หลักธรรมมาภิบาล 6 ข้อ Good  Covernance  นิติธรรม , คุณธรรม ,ความโปร่งใส , มีส่วนร่วม , ความรับผิดชอบ  , ความคุ้มค่า

ประเดนที่ 2 ปัญหาการบริหารทรัพยากรมนุษย์  ภาครัฐ 3 เรื่อง

1.  ปัญหาด้านกระบวนการวางแผน  นโยบาย  โครงสร้าง  และการกำหนดวิธีการบริหารจัดการบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรู้ความสามารถที่มีอยู่2.  ปัญหาด้านการกำหนดผลประโยชน์  ผลตอบแทนบนพื้นฐานของความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน3.  ปัญหาด้านการกำหนดทิศทางในการพัฒนาที่ชัดเจน  เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน ( ความชัดเจนในการปฏิบัติงาน )สรุปข้อเสนอแนะ 1.  วางแผนการปฏิบัติงาน  จัดโครงสร้างและจัดบุคลากรให้ปฏิบัติหน้าที่ตามความรู้ความสามารถที่มี2.    กำหนดค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ  และหน้าที่การงานที่ปฏิบัติ3.    กำหนดทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนและแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานได้ทราบโดยทั่วกัน ประเทศไทยไนฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของบริบทโลกดังกล่าวได้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างรวดเร็วมาเป็นลำดับ  ได้กำหนดแนวทางหลักในการบริหารกิจการบ้านเมืองโดยมุ่งไปที่การบริหารราชการที่เกิดประโยชน์สุขของประชาชน  เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ  มีประสิทธิ์ภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐตอบสนองความต้องการของประชาชน  ประชาชนได้รับความสะดวก  ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐจะต้องไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็นและต้องมีการปรับปรุงภารกิจของสวนราชการให้ทันต่อสถานการณ์รวมทั้งมีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
เรียน ศ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์         จากวิธีการบรรยาย เรื่อง HR และการกระตุ้นให้ทุกคนในชั้นเรียนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาของอาจารย์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2550 รวมทั้งการได้อ่านหนังสือเรื่อง HR.CHAMPIONS ทำให้รู้สึกว่าชีวิตคนเรา ไม่อาจจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ จะต้องศึกษาหาความรู้้ใหม่ ที่มีอยู้ให้ค้นหาในหลาย ๆ แหล่งความรู้ เพื่อที่จะได้ทำชีวิตให้ อยู่ในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงและไม่หยุดนิ่งได้อย่างมีความสุข  และจากการบ้านของท่านอาจารย์ที่ให้ไว้ นั้น สรุปได้ดังนี้ประโยชน์กับตนเอง เกิดการเรียนรู้ว่า ตัวเราก็เป็น คน ๆ หนึ่ง ที่สามารถจะเรียนรู้และพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่มทั้งต่อตนเอง องค์กรและประเทศชาติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน HR.CHAMPIONS ทั้ง 2 ท่าน เป็นตัวอย่างที่ดีในการที่จะนำมาเป็นแบบอย่าง ว่า การเรียนรู้นั้นสามารถทำได้ตลอดชีวิต ประโยชน์ที่ได้กับองค์กร  สิ่งที่สามารถนำมาปรับใช้กับองค์กร ได้มีอยู่หลายทฤษฎีที่ท่านทั้งสองได้สร้างจากประสบการณ์การทำงาน ได้แก่ ทฤษฏี 4 L’s 8K’s  3 วงกลม โดยเฉพาะ Global Citizen ถ้าองค์กรใดมีคนที่มีคุณสมบัติ ครบทั้ง 3 ประการ ได้แก่ 1) ความแคล่วคล่องในภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 2) เทคโนโลยี และ 3) คุณธรรม จะทำให้องค์กรนั้นเป็นองค์กรที่มีความสง่างามและสามารถแข่งกับองค์กรอื่น ๆ ได้อย่างสมความภาคภูมิประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ  ถ้าหากผู้นำของประเทศ เป็นผู้ที่มีแนวคิดเฉกเช่นเดียวกัน HR.CHAMPIONS  ทั้งสองท่าน สังคมและประเทศชาติจะไม่อ่อนแออย่างเช่นในปััจจุบัน เนื่องจากเราจะมีคนที่เป็น คนเก่ง คนดี จาก 1 องค์กร เป็นหลาย ๆ องค์กร จนขยายไปทั่วประเทศ ก็จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้  ดังนั้นถ้าผู้นำของประเทศได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และได้กำหนดเป็นยุทธ์ศาสตร์ชาติ และกำหนดให้มีการปฏิบัติจริง รวมทั้งมีการติดตามประเมินผลอย่างจริงจัง ประเทศชาติจะพัฒนาได้ทันหรือก้าวนำหน้าประเทศอื่นอย่างน้อยในอาเซียนก็ยังดี สรุป  องค์กรหรือประเทศชาติ ถ้ามีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในประเทศนั้นอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย รับรองได้ว่าคำว่า ธรรมาภิบาล จะไม่เป็นเพียงตัวอักษรเท่านั้น                      ขอแสดงความเคารพ
เรียนอาจารย์ยม  นาคสุข   ตามที่อาจารย์ได้ให้สรุปประเด็นที่ได้เรียนเมื่อวันที่อาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2550 นั้นมีดังนี้ประเด็นที่ 1 วันนี้ เรียนรู้ ได้ประเด็นอะไร ที่ตนเองได้ และสนใจ อย่างน้อย 3 ประเด็นประเด็น 1  เรื่องปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่     ทฤษฎี PEST ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1) Political การเมือง 2) Economy เศรษฐกิจ 3) Social สังคม วัฒนธรรม และ 4)Technology เทคโนโลยีประเด็น 2  เรื่องหลักธรรมาภิบาล มี 6 ประการ คือ 1) หลักนิติธรรม 2) หลักคุณธรรม  3) หลักความโปร่งใส 4)หลักความมีส่วนร่วม 5) หลักความรับผิดชอบ  6)หลักความคุ้มค่า ประเด็น 3  เรื่องสร้างอำนาจ 5 อย่าง คือ 1) อำนาจที่ได้จากการให้ 2) อำนาจที่ได้จากการติติงสั่งสอน 3). อำนาจที่ได้จาการเป็นผู้รู้มากกว่า 4) อำนาจที่ได้จากการอ้างอิง  5) อำนาจทางนิติกรรมประเด็นที่2)การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 3 ข้อ1) การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นระบบอุถัมป์ ทำให้ระบบราชการอ่อนแอ2) การอบรมหรือพัฒนาไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น IT3) ภาครัฐยังมีบุคลากรที่เรียกว่า “dead wood” จึงทำให้มีปัญหาในการพัฒนา    ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ประเด็นที่3) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาให้ภาครัฐ 3 ข้อ จากประเด็นปัญหาที่ 2 จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขดังนี้1) ควรจะนำหลักธรรมาภิบาล เป็นหลักเกณฑ์ในการสรรหาบุคลากร โดยกำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจน2) ควรจัดให้มีการอบรมหรือพัฒนาคน ในขณะที่มีปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน เพื่อจะได้สอดรับการเปลี่ยนแปลง3) ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการพิจารณา ความดีความชอบ หรือการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบ 360 องศา เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงาน ท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ยม นาคสุข ที่ได้สละเวลาและให้เกียรติมาบรรยายในหัวข้อการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งเกร็ดความต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์และสามารถไปปฏิบัติได้

ต้องฝึกฝนต้องร่ำเรียนเพียรศึกษา

 

คือวิชาคู่ความคิดใช้สร้างสรรค์

 

จะติดตัวเป็นนิสัยไปทุกวัน

 

ให้บากบั่นให้ต่อสู้สร้างสังคม

 

กล้าท้าทายท่าทางดีมีเที่ยงธรรม

 

มุ่งมั่นทำหมั่นทบทวนเป็นทองแท้

 

คือสมบัติของผู้นำไม่ผันแปร

 

จำแน่วแน่ดังคำสอนอาจารย์ยม

 

กิตติพงษ์ รั้งท้วม

 

49038020006 

 

รปม.3 มรภ.สวนสุนันทา

   เรียนอาจารย์ ยม นาคสุขที่เคารพ                  จากที่เราพบกันวันที่ 14 ม.ค.50 นั้น อาจารย์ยมได้ฝากไว้เรียนรู้ได้ประเด็นอะไรที่สนใจ, อะไรเป็นปัญหาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของภาครัฐ และข้อเสนอแนะ ประเด็นที่สนใจผมพบว่า1.ต้องพัฒนาตนเองก่อนที่จะพัฒนาผู้อื่น หมายถึง เราต้องหมั่นฝึกตนให้เป็นคนรอบรู้ เพื่อให้เป็น capability และ acceptability ถึงจะให้ความรู้ผู้อื่นได้2.หลักธรรมาภิบาล หมายถึง การทำงานงานที่ดีต้องมีจรรยาบรรณ มีจริยธรรมและความโปร่งใส3.ปัจจัยภายนอกที่กระทบ หมายถึง เราต้องมีการวางแผนในการทำงานตลอดเวลาควรที่จะมีแผน 1 2 3...ไว้ในใจเสมอ เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของภาคการเมือง, ระบบเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน, สภาพสังคมที่หลงลืมวัฒนธรรมความเป็นไทย การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ของรัฐที่มีปัญหา1.บุคลากร/ทรัพยากรมนุษย์  หมายถึง เรายังยึดติดอยู่กับระบบอุปถัมป์ ที่ญาติพี่น้องต้องมาก่อน คนมีความสามารถสอดแทรกเข้าไปในองค์กรภาครัฐได้น้อย จึงเป็นปัญหาของการทำงานที่ล่าช้า2.ระบบงาน หมายถึง การทำงานของภาครับที่มีสายการบังคับบัญชาที่ยาว กว่าจะผ่านการพิจารณาในแต่ละเรื่องก็ล้าสมัยไปแล้ว 3.ขาดจริยธรรม หมายถึง ยังมีคอรัปชั่นอยู่ในสังคมที่เป็นปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ ข้อเสนอแนะ1.ผู้นำต้องเปิดใจให้กว้าง หมายถึง ต้องพึงระลึกเสมอว่าลูกน้องเปรียบเหมือนญาติของเรา ให้ความรัก ให้ความรู้ ให้อภัย แล้วเขาจะปฏิบัติกับเราดังเช่นเราปฏิบัติกับเขา2.รัฐต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับยุคโลกาภิวัฒน์ หมายถึง โลกปัจจุบันเทคโนโลยีไปไกลมากแต่คนไทยน้อยคนที่จะมีความรู้เท่าทันกับโลกาภิวัฒน์ รัฐต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้3.เน้นหลักธรรมาภิบาล มีคุณธรรม หมายถึง งานทุกอย่างต้องมีอุปสรรค หากเราไตร่ตรองให้ดีปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ด้วยสติ มีจริยธรรม ดังนั้น การบริหารทรัพยากรมนุษย์ต้องพัฒนาให้คนได้รักที่จะเรียนรู้ควบคู่กับรักดีมีคุณธรรม 

 

สวัสดีค่ะอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ ดิฉันเป็นนักศึกษา รปม. รุ่น 3 ค่ะ ดิฉันได้เรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์กับอาจารย์แล้วรู้สึกว่าได้รับประโยชน์อย่างมากและเมื่อได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้วก็รู้สึกว่าได้รับแนวความคิดที่เป็นประโยชน์อีกมากมายค่ะ หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ทำให้เห็นความสำคัญในด้านทรัพยากรมนุษย์ว่าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุดในองค์กร ซึ่งจากการศึกษาแนวคิดของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เกี่ยวกับการบริหารบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ทำให้เข้าใจว่าในการบริหารองค์กรให้ประสบความสำเร็จจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องทรัพยากรมนุษย์โดยเน้นความมีส่วนร่วมของพนักงานให้เกิดความผูกพันกับบริษัท และจะต้องมีการวางระบบเรื่องการพัฒนาบุคลากร ภายใต้แนวคิด การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุนของบริษัท ที่ไม่ใช่ต้นทุน แต่คนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสูงสุดที่ต้องมีการเอาใจใส่ดูแลหมั่นพัฒนาให้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา โดยกำหนดบทบาทของผู้บริหารไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ที่ต้องขับพลังและอัจฉริยภาพของบุคลากรในทุกระดับองค์กร โดยมีหลักการในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร ดังนี้         1 เรื่องของ คนเก่ง-คนดี ที่เชื่อว่าคนที่สามารถพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จจะต้องทั้งเก่ง ทั้งดี ซึ่งจะมีหลัก เก่ง 4 ดี 4 เก่ง 4 ได้แก่ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด และเก่งเรียน สำหรับ ดี 4 คือ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม         2 ความเชื่อในเรื่องคุณค่าของคน ซึ่งต้องมีการพัฒนาคนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด         3 การดูแลทุกข์สุขของคนอย่างใกล้ชิด โดยมีความเชื่อว่า คนไม่ได้ต้องการผลตอบแทนที่เป็นเงินทองอย่างเดียว แต่ยังต้องการผลตอบแทนทางใจด้วย         4 การทำงานเป็นทีม         ในการพัฒนาประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคนไทยให้เป็นทั้งคนเก่ง คนดี และมีความสุข ซึ่งจะต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องช่วยกันทำ นับแต่นี้จำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพของคนในทุกๆด้าน ซึ่งต้องการผู้ทรงคุณภาพที่สามารถเรียนรู้กระบวนการชี้นำตัวเองและผู้อื่นให้เป็นมนุษย์ที่พัฒนาแล้ว เป็นมนุษย์ที่เรียนรู้วิธีการที่จะเป็นทั้งคนเก่ง คนดี มีความสุข ด้วยตนเองด้วย        กล่าวโดยสรุปก็คือศึกษาหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ทำให้สามารถนำประโยชน์ที่ได้จากประสบการณ์การทำงานและแนวคิดของคุณพารณ และอาจารย์จีระไปใช้ในชีวิตประจำวัน และนำไปปรับใช้กับองค์กรโดยจะให้ความสำคัญในเรื่องทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น ซึ่งการพัฒนาตนเองและองค์กรก็นำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติในที่สุด                 
        สวัสดีค่ะอาจารย์ยม นาคสุข ดิฉันเป็นนักศึกษา รปม. รุ่น 3 ค่ะ จากการเรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2550 ทำให้ได้ประเด็นจากการเรียน ดังนี้        1. เข้าใจว่าชีวิตมีคุณค่า เราควรใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด และควรวางแผนชีวิต        2. เข้าใจการสร้างอำนาจ 5 อย่าง คือ                2.1 อำนาจสร้างด้วยการให้                2.2 อำนาจสร้างด้วยการติ                2.3 อำนาจสร้างด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า                2.4 อำนาจด้วยการอ้างอิง                2.5 อำนาจนิติกรรม        3. เข้าใจกระบวนการ HRM คือ input process และ output                Input ได้แก่ การสรรหา การคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง และการกำหนดค่าตอบแทน                Process ได้แก่ การพัฒนาหรือการฝึกอบรม การบำรุงรักษาหรือการสร้างขวัญและกำลังใจ การให้สวัสดิการ                Output ได้แก่ ประสิทธิภาพ ความจงรักภักดีต่อองค์กร                สำหรับปัญหาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของภาครัฐ ได้แก่1.    ปัญด้านการศึกษา2.    ปัญหาด้านคุณธรรมและจริยธรรม3.    ปัญหาการไม่ให้ความสำคัญด้านทรัพยากรมนุษย์สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว  คือ ภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาด้านการศึกษาซึ่งจะต้องส่งเสริมให้มีการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน และมีมาตรฐาน โดยการกำหนดแผนระยะยาวด้านการศึกษา นอกจากนี้ ภาครัฐต้องให้ความสำคัญเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม โดยการส่งเสริมให้สถาบันที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัวและโรงเรียนมีส่วนฟส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเยาวชน  
เจริญพร    ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมย์   และอาจารย์ยม                  อาตมาขอประมวลและอ้างถึงหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้เป็นผลผลิตจากความสำเร็จในการทำงาน   และนำประสบการณ์จากการทำงานด้าน HR ของบุคคลซึ่งเป็นนักคิดและนักปฏิบัติ 2 ท่าน คือ อาจารย์พารน  อิศรเสนา    อยุธยา  และ  .ดร.จีระ   หงส์ลดารมภ์  มาถ่ายทอดเพื่อเป็นองค์ความรู้สำหรับผู้ที่มีปัญญาพร้อมที่จะเรียนรู้  และนำไปปรับใช้ตามสภาพแวดล้อม  และจากการอ่านงานที่เพื่อนนักศึกษาเขียนมา   ก็รู้ว่าทุกคนเกิดความประทับใจ   ในตัวอาจารย์จีระ  และอาจารย์ยม   ที่เป็นผู้กระตุ้นให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์    นับว่าเป็นโอกาสที่ดีทีทำให้เริ่มมีการตื่นตัวที่จะเรียนรู้อย่างจริงจังกันเสียที    เพราะที่ผ่านมาคนส่วนมากชอบสบาย  ไม่ค่อยรับผิดชอบ  สุกเอาเผากิน   คิดถึงแต่ตนเองจะได้อะไร  ไม่คิดว่าตัวเองจะให้อะไรกับใคร   ไม่คิดถึงผู้อื่นทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ  ตามมามากมายปัจจุบันสังคมไทยนับถือวัตถุมากกว่าคุณธรรมจริยธรรม                                    หนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้  มีความรู้มากมายซึ่งแต่ละคนจะเก็บเกี่ยวได้ไม่เท่ากัน  ขึ้นอยู่กับปัญญาของแต่ละคนเชื่อว่า   หากใช้วิจารณญาณและอ่านด้วยสติ ดี ๆ  แล้ว  ก็จะได้ประโยชน์จากตัวหนังสือเหล่านั้นมากมาย    ได้เห็นว่า  ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต   ถึงแม้จะมีวิถีชีวิต  วิถีการทำงานที่ ต่างกัน   แต่หากมีเป้าหมายเหมือนกัน  คือ  วิธีการคิดที่เหมือนกัน  วิธีการทำงานที่เป็นระบบมีขั้นตอนชัดเจนคือมุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์   มีความศรัทธาและเชื่อมั่นว่า  คนเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด   ที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้     อาจารย์พารน  เป็นวิศวกร   อาจารย์จีระ  เป็นนักเศรษฐศาสตร์   แต่เห็นคุณค่าของคนเหมือนกัน    มีวิธีการคิดที่กว้างไกล   คาดการณ์อนาคตว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น   หากไม่สร้างคนไว้รองรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง   จะพัฒนาประเทศไม่ทัน     และสิ่งที่ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์กรจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด  ปัจจัยที่สำคัญอันดับหนึ่งคือ  ผู้บริหาร   ยกตัวอย่างเช่น  บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย   สถาบันทรัพยากรมนุษย์   เป็นต้น                      องค์ความรู้ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือ ที่เห็นว่ามีประโยชน์ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้แก่    วิธีการคิด    การหาความรู้ใหม่ ความคิดใหม่   เพิ่มต่อยอดทุกวัน   คนเราจะพัฒนาได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง     ทฤษฎี  4 L’s   8 K’s   2  R’s   3  วงกลม  เป็นต้น  ประโยชน์ที่ได้กับตนเอง    ได้แนวความคิด   คิดดี   ทำดี   พฤติกรรมดีผลงานออกมาดี     สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา  การปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันกับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก   และต้องเรียนรู้ตาม ทฤษฎี 4 L’ S    ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นคนดีมีจริยธรรม คนเก่ง มีความสามารถ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้   การเป็นคนเก่ง   จะต้อง  เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด  เก่งเรียน    การเป็นคนดี    จะต้องประพฤติดี    มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม      การทำงานต้องทำอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ ยึดหลักจริยธรรมในการดำเนินชีวิต ต้องทำงานเพื่องาน เพื่อความสุขจาการทำงาน     มีความมุ่งมั่น เชื่อว่าเราทำได้ ต้องเอาจริงเอาจัง ทำงานให้จบครบถ้วนเรียบร้อย     ประโยชน์ที่องค์กร   ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์     จากการคัดเลือกคนเข้าทำงานต้องโปร่งใส   เลือกที่มีความสามารถและเป็นคนดี     พัฒนาและสร้างภาวะผู้นำ เพิ่มศักยภาพผู้นำ สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ทำงานเป็นทีม ทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนรวมในการทำงาน ให้ทุกคนทำงานเสมือนหนึ่งว่าเป็นเจ้าของ ต้องสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน     การพัฒนาศักยภาพคนภายในองค์กรตาม ทฤษฎี 8 k’ s การสร้างมืออาชีพ การเรียนรู้จากงาน คือ Coaching และ On the job training     และ job rotation   จากผู้มีประสบการณ์ และถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เป็นการพัฒนาให้คนมีความสามารถยิ่งขึ้น    ใช้ระบบ P D C A ต้องมีการวางแผนและติดตามผล       การสร้างความจงรักภักดี ต้องให้องค์กร และพนักงานอยู่ในฐานะ WIN-WIN    ประโยชน์ต่อประเทศ 1.    วางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยางอย่างมีเป้าหมายชัดเจน   นำ ทฤษฎี   4L’s  มาใช้กับระบบการศึกษาของประเทศทุกระดับ      สร้างคุณภาพด้านการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เมื่อคนมีการพัฒนาด้านการศึกษา คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ก็จะพัฒนาตามไปด้วย ตามหลัก Constructionism   การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเริ่มจากเด็กๆ เพราะเด็กเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดสำหรับประเทศ เด็กจะเป็นอนาคตของประเทศ ถ้าขาดการศึกษา ก็จะทำให้ขาดทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะในทุกๆด้าน ถ้าเราขาดคนที่มีความสามารถทาง R&D จะทำให้ประเทศขาดแคลนบุคลากรที่จะมาส่งเสริมคนในชาติ ต้องใช้ชาวต่างประเทศ มาสอน จะทำให้ประเทศเสียดุลการค้า             สรุป   ในปัจจุบันเป็นยุคของการแข่งขัน เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ใครมีข้อมูลข่าวสารมากเท่าใด เท่ากับว่าได้เปรียบผู้อื่น(ทางข่าวสาร)มากเท่านั้น ดังนั้น หนังสือทุกตัวมีคุณค่ามากน้อยแต่ไหนขึ้นอยู่กับ  สติปัญญาของแต่ละคน   ที่สำคัญจะได้นำไปใช้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด   ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องอ่านหนังสือให้มาก     เพื่อสร้างความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง  ครอบครัว   องค์กร  สังคม  และประเทศชาติ  อนึ่ง สำหรับหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้    เปรียบเสมือนผู้ชี้ทางให้มนุษย์ได้เรียนรู้ทางออกของปัญหา ถึงแม้มิได้มีลมหายใจเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป แต่จากลายตัวหนังสือที่ได้อ่านในเล่มแล้ว จะเรียกว่าเป็นศาสดาทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ก็ว่าได้  พระมหาอรุณ   เฮียงฮม  081-2988-060 [email protected]
เจริญพร  .ดร.จีระ   หงส์ลดารมภ์   และอาจารย์ยม  นาคสุข           ผลที่ได้รับจากการเรียนและติดตามผลการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องในวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์ เมื่อวันที่ 13 -  14  มกราคม  2550  กับ  ศาสตราจารย์ดร.จีระ   ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก  ทั้งเทคนิควิธีการถ่ายทอด  การดึงนักศึกษาให้มีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทางที่ดี   อาจารย์ยม  ได้ให้การบ้านส่งทาง Blog  เป็นวิธีการกระตุ้นให้เกิดความใฝ่รู้วิธีหนึ่ง ขอสรุปความรู้ ที่ได้รับและมีประโยชน์  จำนวน  3  เรื่อง   ดังนี้1.  ความรู้ที่ได้รับและนำไปใช้ประโยชน์ได้  3  เรื่อง ได้แก่         1.1   ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จำนวน  4  ด้าน   -   Political        การเมือง                       -   Economy      เศรษฐกิจ                       -   Social           สังคม                       -   Tecnology     เทคโนโลยี         1.2  ได้แนวคิดหลักในการออกแบบระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์                   คนที่มีคุณธรรม  ใน    งานที่เหมาะสม                   กับ     ความรู้ / ทักษะ / สมรรถนะที่ต้องการ                    และ     ค่าตอบแทนที่เหมาะสม 1.3              ได้ความรู้เรื่องกรอบมาตรฐานความสำเร็จด้าน  HR  5  ด้าน-         ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์-         ประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรมนุษย์-         ประสิทธิผลในการบริหารทรัพยากรมนุษย์-         ความพร้อมรับผิดด้านการบริหาร-         คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน                 2.   ปัญหาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ  ที่พบจำนวน  3  ข้อ2.1           ข้าราชการทำงานไม่เต็มศักยภาพ  ขาดขวัญกำลังใจ2.2           ขั้นตอนการสั่งการเป็นระบบ  Top  Down  ขาดการมีส่วนร่วม2.3           ไม่มีการประเมินผลและตรวจสอบการทำงานตามนโยบายที่ประกาศไว้ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบทำสำเร็จหรือไม่มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร  มีแต่เดินหน้าไม่มองหลัง      3.   ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา          3.1   สร้างระบบและแรงจูงใจให้ข้าราชการมีขวัญกำลังใจ  และทำงานให้เต็มศักยภาพ โดยใช้ ทฤษฎีทุน  8  ประเภทมาปรับใช้          3.2  สร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม   เน้นการมีส่วนร่วม  เพื่อประสิทธิภาพ  มีความสุขกับการทำงาน  โดยนำกรอบมาตรฐานในการบริหารทรัพยากรมนุษย์  5  มิติ 3.3           นำเทคโนโลยีมาใช้ในการประเมินผลและติดตามงานสรุป   ปัญหาภายในองค์กร  เกิดจาก  2  เรื่อง คือ  ระบบงานและคนไม่มีคุณภาพ    หากองค์กรทุกแห่งหันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  เป็นสิ่งแรก  เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะแก้ไขได้ พระมหาอรุณ  เฮียงฮม     081 2988060  [email protected]  
เรียน ท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม นาคสุข ดิฉัน กัลย์สุดา พันธเสน รปม. รุ่น 3 รู้สึกยินดีและโชคดีมากที่ได้มีโอกาสเรียนกับท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ และอาจารย์ยม ท่านอาจารย์ทั้งสองท่านมีวิธีการสอนที่ น่าติดตามและน่าสนใจมาก ท่านสอนให้รู้ให้คิด ให้ทำ และท่านยังเปิดโอกาสให้สอบถามแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ของท่านอาจารย์ ดิฉันได้อ่านหนังสือของท่านอาจารย์แล้วได้ความรู้ เรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดผลสำเร็จในองค์กรไม่ใช่เพียงแค่เราคิดว่าจะทำนั้น มันคงไม่สำเร็จถ้าเราไม่ทำแต่อย่างไรก็ตามถ้าเราทำคนเดียวโดยผู้อื่นไม่ให้ความร่วมมือเราก็ไม่สามารถทำให้องค์กรสำเร็จได้ เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วเราสามารถได้รู้และได้ทราบถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไม่ใช้เน้นที่ตัวพนักงานระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้นแต่ต้องรวมถึงการพัฒนาทุกระดับชั้น และต่อเนื่อง และทำอย่างไรจะให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกิดผลในองค์กรอย่างจริงจัง ในหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้เป็นบทสนทนาว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของนักคิดและนักปฏิบัติแห่งยุคหลายท่านทำให้เราได้รู้ถึงการบริหารการจัดการการพัฒนาขององค์กรใหญ่ 2 แห่ง คือ ปูนซิเมนต์ไทย (มหาชน) จำกัด และสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้อมูลในหนังสือน่าสนใจมากแสดงให้เห็นว่าการที่องค์กรจะประสบผลสำเร็จได้ต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรู้ ความสามารถในการวางระบบการงาน การใช้คนให้เป็น การหาความรู้อยู่ตลอด นำแนวคิดใหม่ ๆ มาปรับปรุง ต้องเป็นคนทันสมัยทันโลก เป็นผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ การอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ทำให้รู้ถึงความสามารถของ ท่านพารณ อิศรเสนา และท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นนักวิชาการที่มีบทบาทดีเด่นในด้านทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ประโยชน์ที่ผู้อ่านได้รับ ได้รับรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ การนำทฤษฎี 4 L’s ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นคนดีมีจริยธรรมคนเก่ง มีความสามารถ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้ ในการเป็นคนเก่ง(เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งเรียน) คนดี (ประพฤติดี มีนำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม) 8 K’s 2 R’s ทฤษฎีวงกลมการนำทฤษฎีเหล่านี้มาใช้สามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นประโยชน์ได้จุดประกายเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองและองค์กรและยังสามารถเอาคำกล่าวของท่านภารณมาประยุกต์ใช้ได้อีกที่ว่า กี่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสมดุลจึงให้มีการฝึกอบรมใน 3 ทักษะ ดังนี้ 1. ทักษะในเชิงปฏิบัติ (Functional Skill) ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับงานของแต่ละคน 2. ทักษะในเชิงแนวคิด (Conceptual Skill) ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาทฤษฎีและการเพิ่มพูนความสามารถของแต่ละคนในการสร้างแนวทางความคิดที่เป็นตรรกะ (Logical) และ 3. ทักษะเกี่ยวกับบุคลิกภาพและการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Personal Skill) เราสามารถใช้ทักษะในเชิงปฏิบัติการและเชิงแนวคิดจะทำให้พนักงานเป็นคนเก่งในขณะที่ทักษะส่วนบุคคลจะเน้นพัฒนาให้เป็น คนดี คือ มีทัศนคติการสร้างเสริมความสามารถในการสร้างทีมงาน และก็ยังรวมไปถึงศีลธรรมจรรยาในการใช้ชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันอีกด้วย ประโยชน์ต่อประเทศคือ ท่านพารณ และอาจารย์จีระ สร้างคุณภาพด้านการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เมื่อคนมีการพัฒนาด้านการศึกษา คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ก็จะพัฒนาตามไปด้วย ตามหลัก Constructionism การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเริ่มจากเด็กๆ เพราะเด็กเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดสำหรับประเทศ ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้า สามารถที่จะแข็งขันกับนานาประเทศได้ เด็กจะเป็นอนาคตของประเทศ ถ้าขาดการศึกษา ก็จะทำให้ขาดทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะในทุกๆด้าน ถ้าเราขาดคนที่มีความสามารถทาง R&D จะทำให้ประเทศขาดแคลนบุคลากรที่จะมาส่งเสริมคนในชาติ ต้องใช้ชาวต่างประเทศ มาสอน จะทำให้ประเทศเสียดุลการค้าปัจจุบันประเทศมีการแข่งขันกันมากและมีการเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดดังนั้นจะต้องมีการพัฒนาคนและระบบอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้นำประเทศเข้าใจปรัชญาของศาสตร์ด้าน HR ย่อมสามารถนำพาประเทศไปสู่ชันชนะของทุกๆ ด้าน สรุป เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2550 ดิฉันไม่ได้เข้าเรียนเพราะต้องเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กที่องค์กรจัดขึ้นจึงไม่รู้ว่าอาจารย์สอนอะไรบ้างแต่ได้รู้จากคำบอกเล่าของเพื่อนในห้องเรียนว่าอาจารย์สอนดีมากและได้รู้ว่าอาจารย์ให้วิเคราะห์หนังสือ โดยการอ่านหนังสือของท่านอาจารย์ พอได้อ่านแล้วได้รับความรู้อย่างมากอ่านหนังสือทรัพยากรพันธุ์แท้ ซึ่งความรู้ที่ได้จากการอ่านไม่ใช้แค่ให้เราวิเคราะห์เท่านั้นเราสามารถนำมาปรับ ประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัว และด้านการงานได้เพื่อให้ตัวเราเกิดคุณค่า และเป็นใช้กับขององค์กร สามารถนำทฤษฎีต่าง ๆ มาใช้ทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าได้ [email protected]
เจริญพร  .ดร.จีระ   หงส์ลดารมภ์   และอาจารย์ยม  นาคสุข           ผลที่ได้รับจากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์ เมื่อวันที่ 13 -  14  มกราคม  2550  กับ  ศาสตราจารย์ดร.จีระ   ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก  ทั้งเทคนิควิธีการถ่ายทอด  การดึงนักศึกษาให้มีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทางที่ดี   อาจารย์ยม  ได้ให้การบ้านส่งทาง Blog  เป็นวิธีการกระตุ้นให้เกิดความใฝ่รู้วิธีหนึ่ง ขอสรุปความรู้ ที่ได้รับและมีประโยชน์  จำนวน  3  เรื่อง   ดังนี้1.  ความรู้ที่ได้รับและนำไปใช้ประโยชน์ได้  3  เรื่อง ได้แก่         1.1   ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จำนวน  4  ด้าน   -   Political        การเมือง                       -   Economy      เศรษฐกิจ                       -   Social           สังคม                       -   Tecnology     เทคโนโลยี         1.2  ได้แนวคิดหลักในการออกแบบระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์                   คนที่มีคุณธรรม  ใน    งานที่เหมาะสม                   กับ     ความรู้ / ทักษะ / สมรรถนะที่ต้องการ                    และ     ค่าตอบแทนที่เหมาะสม 1.3                ได้ความรู้เรื่องกรอบมาตรฐานความสำเร็จด้าน  HR  5  ด้าน-          ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์-          ประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรมนุษย์-          ประสิทธิผลในการบริหารทรัพยากรมนุษย์-          ความพร้อมรับผิดด้านการบริหาร-          คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน                 2.   ปัญหาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ  ที่พบจำนวน  3  ข้อ2.1             ข้าราชการทำงานไม่เต็มศักยภาพ  ขาดขวัญกำลังใจ2.2             ขั้นตอนการสั่งการเป็นระบบ  Top  Down  ขาดการมีส่วนร่วม2.3             ไม่มีการประเมินผลและตรวจสอบการทำงานตามนโยบายที่ประกาศไว้ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบทำสำเร็จหรือไม่มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร  มีแต่เดินหน้าไม่มองหลัง      3.   ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา          3.1   สร้างระบบและแรงจูงใจให้ข้าราชการมีขวัญกำลังใจ  และทำงานให้เต็มศักยภาพ โดยใช้ ทฤษฎีทุน  8  ประเภทมาปรับใช้          3.2  สร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม   เน้นการมีส่วนร่วม  เพื่อประสิทธิภาพ  มีความสุขกับการทำงาน  โดยนำกรอบมาตรฐานในการบริหารทรัพยากรมนุษย์  5  มิติ 3.3             นำเทคโนโลยีมาใช้ในการประเมินผลและติดตามงานสรุป   ปัญหาภายในองค์กร  เกิดจาก  2  เรื่อง คือ  ระบบงานและคนไม่มีคุณภาพ    หากองค์กรทุกแห่งหันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  เป็นสิ่งแรก  เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะแก้ไขได้ พระมหาอรุณ  เฮียงฮม     081 2988060  [email protected]  
เรียน อาจารย์ ยม นาคสุข จากการเรียนวันที่ 14 มกราคม 2550 ตอนท้ายชั่วโมง มีกิจกรรมกลุ่ม แลกแปลี่ยนความคิดเห็นของการอภิปราย ได้มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็น แต่ประเด็นหลักๆ ที่สนใจมี 3 ประเด็น คือ 1. หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี good governance ประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ่มค่า 2. หลักการสร้างอำนาจให้ตัวเอง 5 อย่าง 1) อำนาจสร้างได้ด้วยการให้ 2) อำนาจสร้างได้ด้วยการติเตือน สอนสั่ง 3) อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า 4) อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง 5) อำนาจสร้างได้ด้วยนิติกรรม 3. วิสัยทัศน์ใหม่ของการพัฒนาระบบราชการไทย พัฒนาระบบราชการไทยให้มีความเป็นเลิศสามารถรองรับกับการพัฒนา ประเทศไทย ในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยยึดหลักธรรมมาภิบาล และประโยชน์สูงของประชาชน จากสภาพปัญหาและข้อเท็จจริงของรัฐซึงมีประเด่นดังนี้ 1) ราชการคือผู้นำนโยบายไปสู่ประชาชน 2) ปัจจุบันข้าราชการประสบ ปัญหา - ขาดความพร้อมในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน - ขาดความรู้ ความเข้าใจในการทำงานตามระบบบริหารจัดการแนวใหม่ - มีวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิม ไม่บูรณาการยังขาดเอกภาพที่ชัดเจน - การพัฒนาราชการยังไม่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง แนวทางแก่ไขและเป้าประเด็นหลักของการพัฒนาระบบราชการไทย 1 พัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนที่ดีขึ้น 2 ปรับบทบาท ภารกิจ และขนาดให้มีความเหมาะสม 3 ยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทำงานให้อยู่ในระดับสูงและเทียบเท่าเกณฑ์สากล 4 ต้องสนองต่อการบริหารปกครองในระบบประชาธิปไตย รุ้ง โลนุช รหัส 49038010033
เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ จากการเรียนวันที่ 13มกราคม 2550 กระผมได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้วว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์และมีคุณค่าเล่มหนึ่งมากทีเดียว ซึ่งจะเป็นประสบการณ์การเรียนรู้แนวคิดถ่ายทอดลงหนังสือ HR. CHAMPIONS ผู้ได้รับความรู้และแนวคิดใหม่ๆเป็นวิธีการเรียนรู้ ที่ถือว่าดีสุดยอดเลยทีเดียว เหมือนเป็นการจุดประกายทางปัญญาอย่างดีเยี่ยมที่ไม่อาจซื้อได้ด้วยเงิน ถ้าทุกคนที่ได้อ่านเรื่องราวและวิธีคิดของ “สองปราชญ์ทรัพยากรมนุษย์” ระหว่างผู้ชายวัยเกษียณที่ชื่อ “ พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา” วิศวกรนักบริหารกับผู้ชายที่เกษียณตัวเองก่อนกำหนด ชื่อ “ จีระ หงส์ลดารมภ์” นักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งทั้งสองต่างดูเหมือนเป็น “นายของตัวเอง” มีอิสระในการใช้ชีวิตทั้งคู่ แต่การณ์กลับเป็นว่าตารางชีวิต ของทั้งสองแน่นเอี๊ยดไปด้วยกิจกรรม ที่มีเนื้อหางานแทบไม่ต่างไปจากเส้นทางชีวิตในอดีต นั้นคือ การเดินทางต่อเนื่องในสิ่งที่พวกเขาเชื่อและศรัทธา “แปลกไหมที่ทั้งสองแม้ต่างมีทางเดินของตัวเอง แต่กลับมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การมุ่งมั่นในเรื่องทรัพยากรมนุษย์” ดังเหมือนที่ว่า “จุดเปลี่ยน”ในชีวิตอาจไม่มีความหมายมากไปกว่าการเป็น “บันไดขั้นแรก”ถ้าหากทั้งจีระและพารณไม่ได้มุ่งมันเอาจริงเอาจัง ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยจิตวิญญาณ สมกับที่ว่าเป็น “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้”อย่างแท้จริง จากแนวคิดทฤษฎีและความประทับใจ คิดว่าน่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากท่านมาถ่ายทอด ให้แก่ผู้ที่สนใจเพราะแนวคิดหากนำไปคิดวิเคราะห์ต่อก็จะสามารถนำมาปรับใช้กับองค์กรได้มากทีเดียว จากแนวคิด“(Concept ) Change is fast and unpredictable” คือในโลกเราจะต้องเตรียมตัวพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาแล้ว การที่เราพัฒนาระบบของเราไม่ได้แปลว่าทำแค่ครั้งเดียวเหมือนกับองค์กรหนึ่งที่ได้ปรับตัวแล้ว ก็จะต้องมีการปรับอีก คือ องค์กรจะต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ในโลกมักจะเลือกหัวข้อที่สำคัญและมีคุณค่าต่อความเป็นจริง ในโลกจึงนึกถึง ทฤษฏี 2R’S คือ มักจะค้นพบแนวความคิดจากการศึกษาและวิเคราะห์จากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น( Reality)และเกี่ยวข้องกับสัมพันธ์ตรงประเด็น (Relevanee) กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัว มันไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่าจะบอกว่า ถ้าตะลุยเรียนรู้ร่วมกันจนถึงขณะนี้คุณก็คือ “คนพันธุ์แท้” คนหนึ่งที่พร้อมจะรับมรดกความคิดของสองปราชญ์ทรัพยากรมนุษย์ทั้งสองท่านนี้ เพื่อสร้างชาติไทยให้แกร่งพร้อมยืนหยัดอยู่บนโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมีชัยชนะ!! รุ้ง โลนุช รหัส 49038010033
เรียน อาจารย์ ยม นาคสุข จากการเข้าเรียนเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจารย์ ได้ให้เกียรติมาบรรยายให้นักศึกษารปม.3 ซึ่งเนื้อหาที่ได้รับสามารถนำไปใช้ได้จริงในองค์กร และบางประเด็นก็มีส่วนช่วยในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้เป็นอย่างดีประเด็นที่อาจารย์ให้สรุปจากการบรรยาย มีดังนี้ ประเด็นที่1) วันนี้เรียนรู้ประเด็นอะไรที่ตนเองสนใจ  1. เรื่อง Good Governance เรื่อง หลักการบริหารที่ดี ประกอบด้วย    หลักนิติธรรม การใช้กฎหมาย, กฎเกณฑ์ต่างๆ เกิดความเป็นธรรม -    หลักคุณธรรม คือ การยึดหมั่นความถูกต้องดีงาม, ความสุจริต  -   หลักความโปร่งใส กล่าวคือมีการทำงานที่ตรงไปตรงมา มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้  -   หลักการมีส่วนร่วม คือการเปิดโอกาสแก่ประชาชนหรือบุคลากรในองค์การมีส่วนในการออกความคิดเห็นและมอบโอกาสด้านการเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ  -  หลักความรับผิดชอบ การเคารพในสิทธิของตนเองและส่วนรวม, การยอมรับการกระทำต่างๆที่เกิดขึ้นจากตนเองและส่วนรวมเช่นกัน  -  หลักความคุ้มค่า   คือ การใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งผลกระทบต่อส่วนรวมให้น้อยที่สุด1.2 รูปแบบของการเรียนรู้    -  EDUCATION   เป็นการเรียนรู้ที่เน้นไปทางอนาคต   -  TRAINING เป็นการเรียนรู้เรื่องงานปัจจุบันที่เน้นตัวผู้เรียน   -  DEVELOPMENT เป็นการเรียนรู้งานที่หลากหลาย   -  LEARNING เป็นการบูรณการความรู้ทั้งหมด  (Focus All Long life Learning)1.3 แนวทางการสร้างอำนาจ  5  ประการ    1.  อำนาจสร้างได้ด้วยการให้  2.  อำนาจสร้างได้ด้วยการติเตียน  สอนสั่ง  3.  อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า  4.  อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง  5.  อำนาจสร้างได้โดยทางนิติกรรมประเด็นที่2)การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 4 ข้อ2.1) องค์กรภาครัฐมีแบบแผนในการทำงานที่ตายตัว ซับซ้อนจึงเกินความล่าช้า และทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพของบุคลากรในองค์กรมาใช้ได้อย่างเต็มที่2.2) เนื่องจากองค์กรภาครัฐมีการจัดสรรงบประมาณในการบริหารองค์กรมาอย่างจำกัด จึงทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรมีข้อจำกัด2.3) บุคลากรภาครัฐมักจะยึดติดกับระบบเก่าๆและไม่ยอมปรับตัวให้รับกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เพราะว่ายังเคยชินกับระบบงานแบบเดิมๆทำให้องค์กร พัฒนาได้อย่างยากลำบาก 2.4) ขาดการปฏิสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์การเนื่องจากการทำงานในระบบราชการนั้นบุคลากรจะขึ้นตรงกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งและมีผู้บังคับบัญชาเพียงไม่กี่คนและระบบราชการเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนซึ่งการติดต่อสื่อสารกันภายในหน่วยงานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญประเด็นที่3) ข้อเสนอแนะในการปัญหา  อันเนื่องจากการวิเคราะห์ถึงปัญหาในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ3.1  พัฒนากระบวนการการบริหารงานให้มีความกระชับ  เปลี่ยนแปลงระบบและลดขั้นตอน พิธีการในการเสนองานให้มีช่องทางที่สั้นลง ซึ่งจะมีผลในเรื่องการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรในระดับต่างๆ ได้ติดต่อสื่อสารกันง่ายขึ้น 3.2     ปลูกฝังทัศนคติ จิตสำนึก และจริยธรรม รวมไปถึงการอบรมพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งควรเริ่มตั้งแต่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และในขณะที่เข้าทำงานแล้ว ก็ควรที่มีการให้การอบรมไม่เฉพาะแต่ให้เก่งในงานเท่านั้น ควรสอดแทรกเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมอยู่ตลอดเวลา3.3     สนับสนุนความคิด และเปิดโอกาสให้บุคลากรเข้ามามีส่วนหนึ่งในการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะก็ตาม แม้ว่าบุคลากรเหล่านั้นจะไม่ได้อยู่ในระดับสูง3.4     จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อนำมาพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ ความทันสมัย ทั้งในด้านเทคโนโลยี การศึกษา และแผนงานในองค์กรนายนัฐพงษ์  นิลศิริรหัส 49038010015รปม. 3โทร. 086-562-3494

 

เจริญพร ศ. ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ อาตมาพระนักศึก MPA ม.ราชภัฏสวนสุนันทาซึ่งในเทอมนี้ได้มีโอกาสได้ศึกษาในรายวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งอาจารย์จีระ เป็นผู้บรรยายเองและได้ เรียนรู้ถึงแนวความคิดในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หลังจากการบรรยายในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2550 ที่ผ่านซึ่งมีหลายประเด่นที่น่าสนใจโดยเฉพาะหลักแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ท่านได้ตรัสถึงปรัชญาของการบริหารของพระองค์ท่าน ซึ่งท่านได้ให้แนวคิดในการทำงานคือ 1) ทำอะไร 2) ทำอย่างไร 3) ทำเพื่อใคร 4) ทำแล้วได้อะไร และยังได้เรียนรู้แนวความคิดของอาจารย์ในทฤษฎี 4 L’s ได้แก่ การเข้าใจวิธีการเรียนรู้ (Learning Methodology) การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ (Learning Environment) การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ (Learning Opportunity) การสร้างชุมชนการเรียนรู้ (Learning Community) และยังมี ทฤษฏี 2 R’s คือ Reality ความเป็นจริง และ Relevance คือ ตรงประเด็น ซึ่งเป็นประเด่นที่น่าสนใจอย่างยิ่งหลังจากนั้นอาตมาได้ไปอ่านหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ของอาจารย์และท่านพารณถึงเข้าใจถึงแนวความคิดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มากยิ่งขึ้นจากประสบการณ์ทั้ง 2 ท่านที่ได้ทำงานเกี่ยวกับ คน มาตลอดเกือบทั้งชีวิตโดยเฉพาะทฤษฎี 4 L’s ของท่านพารณและอาจารย์จีระ ซึ่งเป็นความแตกต่างที่เหมือนกัน กล่าวคือท่านทั้งสองมีความคิดเกี่ยวกับคนให้คนมุ้งเน้นสู่การเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและสร้างสังคมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามเมื่อรู้แล้วแต่ไม่ได้ใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะฉะนั้นเราชาว MPA ทุกท่านต้องนำแนวความคิดนี้มาช่วยกันสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดจนพัฒนาให้เป็นประเทศแห่งการเรียนรู้ให้ได้ เจริญพร พระธวัชชัย ละครคิด
 เรียน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์               จากการที่เรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์ในวันที่ 13 มกราคม 2550  และจากการที่อาจารย์ได้ให้หนังสือ ทรัพยกรมนุษย์พันธุ์แท้ ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างคุณพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา กับ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  ได้สรุป ดังนี้แนวคิดทฤษฎี  4  L’s   ของคุณพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา-       Village that Learn              หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้ -       School that Learn                 โรงเรียนแห่งการเรียนรู้-       Industry  that Learn      อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้ -       Nation that Learn                  ชาติแห่งการเรียนรู้         แนวคิดทฤษฎี  4  L’sของ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  - Learning Methodology       เข้าใจวิธีการเรียนรู้  - Learning Envitonmenty     สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ - Learning Opportunity        สร้างโอกาสในการเรียนรู้ - Learning Community         สร้างชุมชนการเรียนรู้   สามารถนำไปการพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพ การฝึกอบรม การหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ให้วิสัยทัศน์ที่ดีขึ้น การบริหารองค์กรด้วยการนำกิจกรรม 5 ส ระบบข้อเสนอแนะ ระบบความปลอดภัย และการทำกิจกรรม QCC เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในแนวความคิด การทำงาน ให้เกิดความรักในองค์กร  การพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ Instructionism เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ต้องลงมือทำด้วยตนเอง โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เชื่อมโยงกับสถาบันการเรียนรู้ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การเรียนรู้จากทั่วโลก   ทฤษฎี 3 วงกลม  วงกลมที่ 1 context การใช้ระบบ การใช้เทคโนโลยีในการทำงานเป็นกระบวนการ PROCESS และจัดองค์กรที่เหมาะสม PROCESS IMPROVEMENT   วงกลมที่ 2 ภาวะผู้นำ เพิ่มศักยภาพผู้นำ ธุรกิจจะเข็มแข็งได้ต้องบริหารผู้นำ   วงกลมที่ 3 เป็นหลักที่ดี คนเราจะสำเร็จในงานได้ต้องมองว่าทุกอย่างเป็นงานท้าทาย               การเป็น ผู้เรียนที่ดี หรือ “Good Learner”  สามารถแก้ปัญหา วางแผน การสร้างวิสัยทัศน์ โดยนึกถึงเป้าหมายของการทำงานเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับประเทศผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มีการบริหารงานทีโปร่งใส มีคุณธรรม มีความเชื่อในความสามารถของพนักงาน ให้โอกาสและอิสระในการทำงาน แก้ปัญา และเสนอแนะสร้างความเชื่อความศรัทธาและปัจจัยต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก คุณภาพคน ต้องเป็น เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งเรียน และ คนดี ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ต้องบริหารงานจริงจังให้พนักงานเกิดความเชื่อถือและยอมรับทัศนคติของฝ่ายจัดการผู้นำองค์กรที่เป็นผู้กำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศ นำทฤษฎี 4 L’s และ 8 K’s มาใช้ การบริหารแบบเน้นคน จะต้องมีวิสัยทัศน์วางแผนคนให้สอดคล้องกับอนาคตของประเทศว่าประเทศจะพัฒนาไปในทิศทางใด  ต้องมีการจัดฝึกอบรม เป็นการลงทุนระยะยาว หรือ Long Term Investment  ไม่จำเป็นต้องเห็นผลตอบแทนในทันที แต่จะเป็นการสะสมทักษะ เมื่อเขาเห็นบริษัทดูแลเอาใจใส่ เขาก็จะมีจิตใจที่จะทำงานเพื่อบริษัท ให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันการปลูกฝังให้พนักงานพัฒนาตนเอง แม้การฝึกอบรมจะเป็นหน้าที่ขององค์การ ผู้บริหาร และตัวพนักงานเอง ซึ่งตัวพนักงานก็ต้องมีหน้าที่เอาใจใส่ต่อการพัฒนาตนเองหาความรู้ หาประสบการณ์ จากการพัฒนานั้นให้มากที่สุดดังนั้นทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและก็เป็นสิ่งที่มีปัญหามากที่สุดของประเทศ  เพื่อให้สังคมพัฒนาสู่ระดับสากลในยุคโลกาภิวัฒน์ เราจะต้องยอมรับในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้มากขึ้น การจะให้สังคมประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยปัจจัยหลายเรื่องมาเป็นส่วนประกอบ กระตุ้นให้เกิดการลงทุนทางด้านเศรษฐกิจ การมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและคุณภาพ จะเป็นกำลังสำคัญส่งผลให้ประเทศชาติประสบผลสำเร็จ                                      

มยุเรศ   เชยปรีชา   รปม.3   

 รหัส  49038010003 เรียนท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์และอาจารย์ ยม  นาคสุข

             วันที่ 13 ม.ค.2550  นักศึกษา รปม.รุ่น 3 ได้เรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ กับท่านอาจารย์ จีระ  ในช่วงเช้ารู้สึกเครียดและมึนมากกับการสอนของอาจารย์ จีระ ที่ดูเหมือนจะกดดัน ทำให้ทุกคนตื่นเต้นและตื่นตัว จนไม่กล้าหลับ แต่ที่จริงแล้วท่านเป็นคนใจดี  รักลูกศิษย์ มีความตั้งใจที่จะสอนและฝึกให้ลูกศิษย์ของท่านเป็นคนเก่ง ได้รับความรู้  รู้ในสิ่งที่ตรงประเด็น และเรียนรู้จากประสบการณ์ของท่าน  ซึ่งเห็นตัวอย่างบุคคลที่ได้รับความรักจากท่านคืออาจารย์ยม  นาคสุข ลูกศิษย์ปริญญาเอกของท่านที่ทั้งเก่งและมีความสามารถเป็นเลิศ  ในวันนี้ท่านอารมย์ดี ที่เห็นลูกศิษย์ รปม.เข้าใจในเรื่องที่ท่านอยากให้รู้  และที่ท่านรู้ว่าเข้าใจ

ก็เพราะการโต้ตอบคำถามของอาจารย์ได้ดี  อาจารย์สอน ให้คิดเป็น ให้มีความคิดตลอดเวลา คิดจากข้อมูลที่อาจารย์สอน  และสอนให้ควรคิดสร้างสรรค์ต่อยอดแนวคิดของอาจารย์อาจารย์ได้ใช้ ทฤษฎี 4L’s  มาปฏิบัติในการเรียนการสอน ในวันนี้เพื่อ  ให้นักศึกษา เห็นภาพจริง เป็นแบบอย่าง และให้นักศึกษาลองเอาไปปฏิบัติในที่ทำงาน  เช่น
  • Learning Methodology  เข้าใจวิธีการเรียนรู้        
       ใช้วิธีการเรียนแบบเป็นทีม โดยจัดโต๊ะเป็น กลุ่มละ 8 คน และกระตุ้นที่ให้นักศึกษาใช้ความคิดตลอดเวลา ซึ่งรู้สึกตื่นเต้นมาก
  • Learning Environment    สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้       
       โดยการปรับเปลี่ยนห้องเรียนเป็นรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สดชื่น และรู้สึกไม่เครียดเวลาเรียน
  • Learning Opportunity   สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้       
      โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนแสดงความคิดเห็น มีการถามตอบกับอาจารย์และเพื่อนในห้องเรียน  ให้ปรึกษากันในกลุ่มเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
  • Learning Community   สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้         
       ได้นำหนังสือที่ดี ๆ มาจัดให้เป็นห้องสมุด และอนุญาตให้นักศึกษายืมอ่าน และได้บอกว่า เมื่อนักศึกษาเรียนกับอาจารย์แล้วควรนำไปต่อยอด ในการสร้างคนอื่น ๆ ให้เป็นสังคมการเรียนรู้ตามด้วย  และจากการเรียนในวันนั้นจบลงท่านอาจารย์ได้มีการบ้านให้นักศึกษา รปม. รุ่น 3 ทุกคนทำคือ อ่านหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ และให้แสดงความคิดเห็นตอบใน Blog ว่าหลังจากอ่านแล้ว นักศึกษาคิดว่าจะเป็นประโยชน์และนำไปใช้กับตนเอง  องค์กร และประเทศชาติอย่างไร    จากการได้อ่านหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้แล้วสิ่งแรกคือได้รู้จักท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มากยิ่งขึ้น  ท่านพารน เป็นวิศวกร แต่มุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาองค์กรด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง บริษัทปูนชีเมนต์ไทย เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับโลกท่านกำลังสร้างเด็กไทยสู่การเป็น Global Citizenผ่านระบบการเรียนแบบ ทฤษฎี Constructionism ในขณะที่ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพราะมองว่าประเทศชาติจ ะพัฒนาได้ ทรัพยากรที่สำคัญคือสมองมนุษย์ ซึ่งต้องใช้เวลาสร้าง เหมือนปลูกต้นสักต้องใช้เวลา แต่หากโตเต็มที่ จะมีความแข็งแกร่ง แม้แต่ตัวปลวกยังกัดกินไม้สักไม่ได้ ท่านได้สร้างทฤษฎีแห่งการเรียนรู้ 4 L’s ที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรและประเทศชาติได้ หากนำมาประยุกต์ใช้ให้ตรงประเด็น นอกจากนี้ยังมีทฤษฎี 8K’s ทฤษฎี 3 วงกลม 2 R’s 2 I’sและอื่น ๆ สามารถนำความรู้และประสบการณ์การทำงานของอาจารย์ทั้งสองที่ถ่ายทอดไว้ในหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ไปใช้ได้ประโยชน์กับตนเอง คือ ทำให้มีแรงกระตุ้นในการหาความรู้เพิ่มเติม รู้สึกมีแรงจูงใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ตามอย่างทฤษฏี 3 ต ของ อ.จีระ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชีวิต และนำความรู้หลาย ๆ ด้านมาบูรณาการ ในการใช้ชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้  การมีทัศนคติ  มีวิสัยทัศน์ ที่กว้างและมองโลกในทางสร้างสรรค์  ก็อาจจะนำไปสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง  ประโยชน์ที่ได้กับองค์กร คือ  สามารถนำทฤษฎีที่ได้เรียนรู้จาก ท่านทั้งสองที่สร้างจากประสบการณ์การทำงานจริง เช่น 4 L’s 8K’s 3 วงกลม มาปรับใช้ ในองค์กร  เพราะผู้นำองค์กรจะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก่อน มีการสื่อสารที่ดี มีการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วม สร้างวัฒนธรรม ทำให้องค์กรมีความมั่นคงและประสบความสำเร็จได้ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ผู้นำหน่วยงานราชการ ทุกระดับ ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นนโยบายหลัก และเป็นวาระแห่งชาติ เป็นยุทธศาสตร์ ที่ต้องถือปฏิบัติ และมีการติดตาม  ประเมินผล อย่างจริงจัง ต้องพัฒนาคนก่อน และทำให้ต่อเนื่อง สังคมและประเทศชาติ ก็จะพัฒนาได้ทันหรือล้ำหน้าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันได้   สรุป  คนมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร องค์กรจะดี เพราะมีคนเก่งและคนดี ใช้แนวคิดการบริหาร ทรัพยากรมนุษย์ ของท่านพารณ และวิธีการทำงาน ของ ศ.ดร.จีระ มาปรับใช้ในองค์กร เช่นให้คนในองค์มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายขององค์กร  พัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง องค์กรก็จะประสบความสำเร็จและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน และควรมีแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ เพราะประเทศจะพัฒนาได้ด้วยคนดีมีคุณภาพ        
เรียน ศ. ดร. จีระ หงส์ลดาลมภ์ จากการเรียนวันที่ 13 มกราคม 2550 ผมได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้แล้วว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์ ได้รับความรู้และแนวคิดใหม่ๆ เป็นวิธีการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ดีมาก ซึ่งถ้าผู้สนใจได้อ่านแล้วจะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถนำหลักการและทฤษฎีไปปรับใช้กับตนเองและองค์กรได้ จากแนวคิดและทฤษฎี ผมคิดว่าน่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของท่านทั้ง 2 มาถ่ายทอดไห้กับชุมชนและผู้ที่สนใจ แนะนำไปคิดวิเคราะห์ต่อ ก็จะสามารถมาปรับใช้กับเพื่อให้เกิดประโยชน์เพื่อสร้างชุมชนให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ดัง ทฤษฎี 4 L’s คือ การเข้าใจวิธีการเรียนรู้ (Learning Methodology) การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ (Learning Environment) การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ (Learning Opportunity) การสร้างชุมชนการเรียนรู้ (Learning Community) ประเวช ลักขไทย รหัส 49038020010
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และท่านอาจารย์ยม  นาคสุขการบ้านวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2550 ผู้ส่ง นางสาวสกัลวลี   กลิ่นนุช  รหัสประจำตัว 49038020008นักศึกษา MPA รุ่น 3   มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา------------------------------------------                     เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2550 ได้เรียนกับอาจารย์จีระ  รู้สึกแปลกๆกับการสอนของอาจารย์รู้สึกค่อนข้างเครียด ไม่กล้าหลับทั้งๆที่ง่วง และก็ค่อยๆเริ่มเข้าใจในที่สุด อาจารย์สอนแบบทุกคนต้องมีส่วนร่วมมีการทำงานเป็นทีม สอนให้มีความคิดตลอดเวลา สอนให้คิดเป็น ทำให้สมองต้องได้ใช้งานตลอด  คิดจากข้อมูลที่อาจารย์สอน มาเป็นความรู้และ สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อรู้ปัญหาและแก้ไขได้ ทำให้รู้สึกว่าต้องพัฒนาตนเอง และจากการเรียนในวันนั้นจบลงท่านอาจารย์ได้มีการบ้านให้นักศึกษา รปม. รุ่น 3 ทุกคนทำคือ อ่านหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ และให้แสดงความคิดเห็นตอบใน Blog ว่าหลังจากอ่านแล้ว นักศึกษาคิดว่าจะเป็นประโยชน์และนำไปใช้กับตนเอง  องค์กร และประเทศชาติอย่างไร        ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ บทสนทนาว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ได้รวบรวมจากประสบการณ์ที่ได้กลั่นกรองสะสมมาอย่างมากมาย เท่าที่อ่านถือว่าเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้วิธีคิด วิธีการทำงาน ในการพัฒนาทักษะสำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเป็นความโชคดีสำหรับผู้เรียนที่มีหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ให้ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จากผู้รู้ 2 ท่านคือคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และอาจารย์จีระ หงส์ลดาลดารมภ์ บุคคลที่ควรเป็นแบบอย่าง สำหรับแฟนพันธุ์แท้ทุกคน        เรื่องของสองแชมป์ เป็นการกล่าวถึงความเชื่อและศรัทธาและความมุ่งมั่นในเรื่องคนที่ตรงกันของทั้งสองท่าน โดยเฉพาะเรื่องประวัติ ผลงานทำงานเรื่องเกี่ยวกับคน ตลอดจนแนวทางในการทำงานของผู้รู้ทั้งสองท่าน        เรื่องคัมภีร์คนพันธุ์แท้ เพื่อให้ทราบแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่เรื่องปรัชญาของทรัพยากรมนุษย์ที่ว่า คน ถือเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กรการพัฒนามนุษย์ต้องเน้นการเรียนรู้        เรื่องจักรวาลแห่งการเรียนรู้ โดยการพัฒนาจากที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นช่วงของการขยายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่ภาคประชาชน ประชาชนเรียนรู้และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต        เรื่องสูตรเพิ่มผลผลิต แสดงมุมมองของภาพรวมด้านการแข่งขันระดับประเทศ โดยมีการประสานความร่วมมือขององค์กรทั้งสี่ คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคนักวิชาการ ภาคแรงงาน        เรื่อง คือ นิยาม ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่มุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ประโยชน์กับตนเอง คือ ทำให้มีแรงกระตุ้นในการหาความรู้เพิ่มเติม รู้สึกมีแรงจูงใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ตามอย่างทฤษฏี 3 ต ของ อ.จีระ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชีวิต และนำความรู้หลาย ๆ ด้านมาบูรณาการ ในการใช้ชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้  การมีทัศนคติ  มีวิสัยทัศน์ ที่กว้างและมองโลกในทางสร้างสรรค์  ก็อาจจะนำไปสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง  ประโยชน์ที่ได้กับองค์กร คือ  สามารถนำทฤษฎีที่ได้เรียนรู้จาก ท่านทั้งสองที่สร้างจากประสบการณ์การทำงานจริง เช่น 4 L’s 8K’s 3 วงกลม มาปรับใช้ ในองค์กร  เพราะผู้นำองค์กรจะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก่อน มีการสื่อสารที่ดี มีการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วม สร้างวัฒนธรรม ทำให้องค์กรมีความมั่นคงและประสบความสำเร็จได้ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ  ผู้นำหน่วยงานราชการ ทุกระดับ ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นนโยบายหลัก และเป็นวาระแห่งชาติ เป็นยุทธศาสตร์ ที่ต้องถือปฏิบัติ และมีการติดตาม  ประเมินผล อย่างจริงจัง ต้องพัฒนาคนก่อน และทำให้ต่อเนื่อง สังคมและประเทศชาติ ก็จะพัฒนาได้ทันหรือล้ำหน้าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกันได้          บทสรุป เมื่อใดก็ตามที่ผู้บริหารมีความเชื่อและศรัทธาเข้าถึงปรัชญาของคำว่า คน  คนคือ หัวใจของงานบริหารบุคคล ผู้บริหารจะได้รับการยอมรับและบรรลุวัตถุประสงค์ของการบริหารทรัพยากรมนุษย์และความสำเร็จขององค์กรและประเทศชาติตามเป็นลำดับ------------------------------------------------------
  • จ่าเอกสราวุฒิ นวมน้อย รหัสนักศึกษา49038010029 ม.สวนสุนันทา
    IP: xxx.246.159.1
    เขียนเมื่อ 
เรียน อาจารย์ยม  นาคสุข ที่เคารพอย่างสูง กระผมจ่าเอกสราวุฒิ  นวมน้อย นักศึกษาปริญญาโท(รปม.) สาขาการบริหารจัดการ รุ่นที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2550กระผมมีโอกาสได้รับฟังความรู้จากท่านอาจารย์ในหัวข้อเรื่อง ภาพรวมการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่  ซึ่งประเด็นที่ได้รับ คือ 1. ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาพรวมของระบบราชการและเอกชน 2. ความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงใน ด้านโครงสร้างระบบและวัฒนธรรมขององค์การในศตวรรษที่ 20 และ 21  ซึ่งในศตวรรษที่ 21 นี้เน้นเรื่องภาวะผู้นำ( leadership) ของผู้บริหาร การกระจายข้อมูลข่าวสาร  การกระจายอำนาจ (Empowerment)  การลดขั้นตอนการทำงาน เพื่อสะดวกรวดเร็วและเพิ่มให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด  3. แนวทางการบริหารองค์การในศตวรรษที่ 21 มีการดำเนินงานอย่างมีทิศทางที่ชัดเจนด้วยการใช้เครื่องมือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ทันสมัยต่างๆ  เช่น   3.1 การกำหนดสมรรถนะหรือคุณสมบัติเชิงพฤติกรรม (Competency) ของบุคลากรที่องค์การต้องการ โดยมีสมรรถนะหลัก (Core Competency) เป็นคุณสมบัติหลัก ทุกคนในองค์การต้องมีเพื่อให้การดำเนินงานขององค์การประสบความสำเร็จ 3.2  การบริหารผลการทำงาน (Performance Management) โดยใช้เครื่องมือสมัยใหม่ เช่น Balanced Scorecard และการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ KPI เพื่อให้ทุกคนในองค์การทำงานในทิศทางเดียวกัน  มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนและเชื่อมโยงต่อกลยุทธ์ขององค์การ 3.3  การใช้หลักการ 7 Habits เพื่อพัฒนาตนเอง 3.4  การสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้       ประเด็นแรก  จากการเรียนเรื่อง ภาพรวมการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่  เรื่องที่ข้าพเจ้าให้ความสนใจคือ   หลักการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์แนวใหม่  ได้แก่  การยึดหลักระบบคุณธรรม การใช้หลักความโปร่งใส ทำอะไรต้องตรวจสอบได้  การยึดหลักมุ่งผลสัมฤทธิ์  การยึดหลักสมรรถนะ  หลักความรับผิดชอบ ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน  การยึดหลักสรรหาระบบเปิด  การยึดหลักการบริหารจัดการแนวใหม่   ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์  4 ด้าน  คือ การเมือง (Political) เศรษฐกิจ (Economy)  สังคม วัฒนธรรม (Social)  เทคโนโลยี (Technology)  ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกเนื่องจากในภาวะนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้การดำเนินนโยบายของรัฐบาล  และกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ชุมชน องค์กร ดังนั้นหากเรารู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้เราปรับตัว และเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืนในยุคแห่งโลกาภิวัตน์ เรื่องวิธีการสร้างอำนาจ 5 ประการ คือ 1. อำนาจสร้างได้ด้วยการให้ 2. อำนาจสร้างได้ด้วยการติ 3. อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า 4. อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง 5. อำนาจสร้างทางนิติกรรม ( อำนาจต้องสร้าง ต้องรักษา ต้องใช้ อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ )  สำหรับปัญหาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของภาครัฐ   ตามความเห็นของข้าพเจ้า คือ ปัญหาระบบอุปถัมภ์ (Patronage System) การบริหารที่ไม่ได้ยึดหลักผู้มีความรู้ความสามารถของบุคลากรเป็นหลัก แต่มุ่งเน้นการให้ประโยชน์แก่พรรคพวกเพื่อนพ้อง ทำให้ผู้มีความรู้ความสามารถไม่ประสงค์ประกอบเลือกอาชีพรับราชการ และผู้ที่เป็นข้าราชการขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน 2. ปัญหาการคอรัปชั่น ระบบอุปถัมภ์ทำให้ข้าราชการขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่มุ่งแต่หวังผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนที่ตนจะได้รับ การปฏิบัติงานขาดความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีผลงานที่ดี ทำให้ประเทศไม่เจริญก้าวหน้าช้า 3. ปัญหาระบบการฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะเกิดขึ้นไม่ได้   ถ้าภาครัฐยังใช้ระบบการบริหารราชการแผ่นดินรูปแบบเดิมๆ  โดยมีขั้นตอนมากเกินจำเป็น และมีกฎระเบียบและกฎเกณฑ์มากมาย  การแก้ไขปัญหาล่าช้า   ทำให้มาตรฐานการบริการของภาครัฐที่มีต่อประชาชนขาดมาตรฐานที่ดี  ใช้การฝึกอบรมแบบให้ความรู้ทั่วไปไม่พอเพียง และไม่สอดคล้องต่อเป้าหมายและพันธกิจขององค์การ ประเด็นที่  3  ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาในภาครัฐ         1. ผู้บริหารประเทศควรเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับความก้าวหน้า  ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วต้องมีการเตรียมพร้อมให้ประชาชนได้เรียนรู้วัฒนธรรมสากล มีความรู้ความเข้าใจทางการเมืองการปกครอง ส่งเสริมให้ประชาชนมีความคิดเชิงสร้างสรรค์ คิดเชิงระบบ และคิดเชิงรุก สร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญ
         2. ผู้บริหารประเทศจะต้องเป็นผู้นำที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ควรมาจากระบบอุปถัมภ์และควรจะมีความรับผิดและชอบต่อสิ่งที่ได้กระทำ โดยยึดหลักธรรมมาภิบาล และให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ
3. กำหนดและปรับเปลี่ยนระบบนโยบายด้านการศึกษาทั้งระบบการเรียนการสอนและผลตอบแทนของครูให้เหมาะสมกับสภาวะเป็นจริงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน  เพื่อต้องการให้ผู้สอนได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ในความเป็นครูที่ดี เพราะครูซึ่งเป็นบุคลากรที่มีหน้าที่สร้างและพัฒนาคน ให้มีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม การกระทำของครูส่งผลให้ผู้เรียนมีความประพฤติและการปฏิบัติตนเป็นคนดี ทั้งในชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมและประเทศชาติ                              ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหวังที่จะให้ประชาชนและประเทศชาติในอนาคตสามารถดำรงอยู่ได้ การสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นทั้งคนเก่ง  ทั้งคนดีและมีความสุขมีมุมมองเชิงรุกสู่อนาคต  สามารถแข่งขัน  และร่วมมือ  อีกทั้งสามารถบำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปจ่าเอกสราวุฒิ  นวมน้อย http:[email protected]
 

สวัสดีค่ะ อาจารย์จีระ และอาจารย์ ยม

         ก่อนอื่นขอขอบพระคุณที่อาจารย์จีระได้กรุณาส่งบทความได้พวกเรา MPA.3 ได้อ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้  ดิฉันขอเรียนให้อาจารย์ทราบว่าสนุกกับการเรียนและการส่งการบ้านในรูปแบบใหม่ ของท่านอาจารย์ทั้งสองเป็นอย่างมาก และได้อ่านการบ้านของเพื่อนๆเห็นแนวการเขียนวิเคราะห์ของเพื่อนแล้วรู้สึกทึ่งในความคิดของเพื่อนๆ เป็นอย่างมาก การสอนของอาจารย์ทำให้พวกเรากล้าที่จะคิดและพูดมากขึ้นกว่าเดิม  ทุกคนFocus อยู่ที่อาจารย์ และตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาว่าอาจารย์จะให้ทำอะไร  ถามอะไร เราจะตอบได้ไหม ซึ่งต้องคอยคิดตามอยู่ตลอดเวลา การบ้านที่อาจารย์สั่งไว้ ทำให้ดิฉันรู้จักบริหารเวลาได้ดีกว่าเดิม ดิฉันขอส่งการบ้านที่อาจารย์จีระ ฝากเอาไว้ คือ สรุป สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ซึ่งเป็นหนังสือที่มีคุณค่ากับผู้อ่านทุกท่าน ดิฉันคิดว่าทุกท่านที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ต้องได้รับความรู้อย่างมากมายและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้เป็นหนังสือเชิงสัมภาษณ์ประวัติการทำงานของมือหนึ่งในการบริหารทรัพยากรของไทย คืออาจารย์พารณ และอาจารย์จีระ(ขอเรียกคุณพารณว่าอาจารย์นะคะเพราะถึงแม้ท่านจะไม่เคยรู้จักและสอนดิฉัน แต่ท่านก็สอนผ่านหนังสือทรัพยากรพันธ์แท้ไงค่ะ )  ซึ่งเป็นชีวิตการทำงานที่น่าทึ่ง และน่านิยมชมชอบ เพราะท่านทั้งสองประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างสูงสุด เพราะการพัฒนาตน การเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆของอาจารย์พารณอย่างการนำระบบ 5 ส.และTQC (Totai Quality Control) จากญี่ปุ่นมาใช้เป็นคนแรกจนได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน และ การคิดค้นทฤษฎี 4 L’s ของทั้งสองท่าน  ดิฉันคิดว่า บริษัทปูนซีเมนต์ไทย เป็นหนึ่งในหลายๆบริษัทในฝันของคนที่อยู่ในวัยทำงาน หและหนึ่งในนั้นก็คือดิฉัน แต่ก็แค่ใฝ่ฝันเพราะ ปูนเป็นแหล่งรวมของคนมีกึ๋นจริงเพราะมีผู้บริหารที่เก่งอย่างอาจารย์พารณนี่เอง  ซึ่ง ดิฉันสรุปได้คือ         ประโยชน์ต่อตนเองและคาดว่าต้องนำไปใช้คือ การพัฒนาตนเองให้เก่งกล้า เพื่อไม่ให้เสื่อมค่าเหมือนจักรยานที่ขาดการบำรุง ดังที่อาจารย์พารณกล่าว  และความรู้ในเรื่อง บันไดแห่งความเป็นเลิศ 4 ขั้น ที่อาจารย์จีระสอนให้ขึ้นคือ 1. ลองทำอะไรที่เริ่มจาก Good ideas  Action  สู่ผลสำเร็จ ก็คือ  Plan Do Check Act   2. อย่าทำอะไรโดยไม่มี Priority  ลำดับความสำคัญเริ่มก่อนและมุ่งมั่น 3. ทำโดยให้มี participation ของทุกคน ทุกระดับ คือการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ปกติคนไทยในอดีตไม่ค่อยคุ้นกับการทำงานเป็นทีม ส่วนมากจะ one man show มากกว่า จริงๆเหมาะสมกับบางโอกาสเท่านั้น 4. ทุกโครงการต้องมีผู้เป็นเจ้าของ คือ มี Ownership   โดยทั่วไปการขึ้นบันไดเราจะต้องก้าวที่ละหนึ่งขั้น ดังนั้นการที่เราจะประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นย่อมทำตามวิธีและขั้นตอนของมัน เราอาจก้าวกระโดดได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้เมื่อแข่งกับคนอื่นย่อมไม่มีประสิทธิภาพ อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือแรงจูงใจในการมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า และ คุณค่า (Value) ให้กับตนเอง ไม่หยุดอยู่กับที่และเป็นความรู้ที่สด เพื่อนำไปช่วยพัฒนาประเทศ  เราไม่ต้องรอให้ใครมาพัฒนาเรา        ประโยชน์ที่ได้ต่อองค์กร   จะได้เรื่องของการทำงานเป็นทีมเพื่อให้พนักงานทุกคนได้แสดงศักยภาพของตนเองออกมา เพื่อฝึกฝนทักษะที่เขามีอยู่ ซึ่งในอดีตเขาอาจจะไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือวิสัยทัศน์ออกมาก็ได้ เนื่องจากแต่ก่อนไม่อยู่ในส่วนที่ต้องรับผิดชอบเขาจึงไม่แสดงความเห็นอะไรแต่ถ้าเขามีส่วนร่วมเขาก็จะรับผิดชอบและทำจนสุดความสาม   การสร้างวัฒนธรรมในองค์กรเพื่อความเป็นอยู่ที่สงบ อยู่ภายใต้ข้อตกลงขององค์กร ไม่ทะเละเบาะแว้งกัน  และได้แนวทางการฝึกอบรมพัฒนาพนักงานและการสร้างความจงรักภักดีต่อองค์กร ในส่วนของประโยชน์ที่ประเทศชาติได้รับจากหนังสือทรัพยากรฯ  คือได้รู้จุดด้อยในด้านการบริหารและพัฒนาประเทศ ดิฉันเชื่อว่าถ้าผู้นำประเทศ(ไม่เจาะจงว่าใคร) ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะได้แนวคิดหลายๆด้านซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศ เช่น แนวคิดการปรับองค์กร อาจนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารข้าราชการในแต่ละกรม กอง การจัดเกรดข้าราชการ เพื่อให้ได้ข้าราชการที่ทำงานดี  ให้รู้ว่าข้าราชการคนไหนต้องเก็บ หรือต้องปล่อย เพราะระบบข้าราชการไทยมีจุดด้อยอย่างหนึ่งคือเมื่อบรรจุแต่งตั้งแล้วไม่สามารถที่จะให้ออกได้นอกจากจะมีโทษทางวินัยร้ายแรง แม้จะทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพก็ตาม แต่ถ้ามีการแบ่งเกรด และให้ค่าตอบแทนตามเกรด จะมีแรงจูงใจในการทำงานและทำให้มีการปรับปรุงตัวให้ดีกว่าเดิม  เราต้องค่อยๆปรับเปลี่ยนทีละนิดทีละหน่อย เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมและกระทำตามของข้าราชการ  หรือแนวคิดในการพัฒนาบุคลากรที่อยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ให้เป็นทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้อย่างอาจารย์พารณ และอาจารย์จีระ  เช่น บุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ  ทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพราะหน่วยงานทั้งสี่นี้มีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ทั้งสิ้น รัฐสามารถพัฒนาให้บุคลากรเหล่านี้เป็น มืออาชีพเพื่อบริหารทรัพยากรมนุษย์อื่นๆให้มีคุณภาพต่อไป    สรุป ทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ถ้าภาครัฐยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญ ประเทศจะเจริญได้อย่างไร   เช่นเดียวกันถ้าภาครัฐทำแต่เพียงผู้เดียวก็คงใช้เวลานานที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้นคนไทยทุกคนมีหน้าที่ช่วยเหลือให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ประสบความสำเร็จในเวลาอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อประเทศไทยจะได้ก้าวขึ้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว
สวัสดีค่ะ   อาจารย์ยม   นาคสุข         

           ได้เรียนกับอาจารย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2550 อาจารย์ได้อธิบายเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์   ที่จะสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การจัดสภาพแวดล้อมการทำงาน ที่เกิดขึ้นในองค์กรได้จริงหลังจากที่ฟังอาจารย์แล้ว พอที่จะสรุปได้ว่าตนเองได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการฟังในครั้งนี้ คือ

ประเด็นที่ 1  ได้อะไรจากการเรียนวันนี้1.     การสร้างอำนาจ 5 อย่างในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ -        อำนาจสร้างด้วยการให้  คือ การให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย ให้ทาน และให้ความรัก-        อำนาจสร้างด้วยการติ เตือน สอน สั่ง แต่ต้องถูกต้องตามเวลาสถานที่และบุคคล-        อำนาจสร้างด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า เมื่อมีโอกาสก็ต้องแสดงให้เต็มที่-        อำนาจสร้างด้วยการอ้างอิง  คือ การอ้างอิงถึงคำสั่ง อ้างอิงถึงงานที่เกี่ยวข้อง และบุคคล-        อำนาจสร้างด้วยนิติกรรม การประกาศ อำนาจต้อง สร้าง รักษา และใช้ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทำเป็นประจำ จะทำให้เกิดความศรัทธาและบารมีก็จะตามมา2.     การใช้ทฤษฎี 6ท เข้ามาใช้-        ท้าทาย เมื่อมีง่ายส่วนที่ยากก็พร้อมที่จะทำ-        ท่าที    คิดดี พฤติกรรมดี และนิสัยดี-        เที่ยงธรรม  ต้องมีธรรมะ คุณความดี ธรรมาภิบาล-        ทองแท้   มีความซื่อสัตย์ รักษาคำพูด-        ทบทวน    ต้องมั่นปรับปรุง หาความรู้ตลอดเวลา-        ทำ    ต้องทำด้วยความอดทน เต็มใจ และมุ่งมั่น3.     การใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหาร-        หลักนิติธรรม  การใช้กฎหมายต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นธรรม-        หลักคุณธรรม  ความสุจริต ยึดถือความถูกต้อง-        หลักความโปร่งใส   มีความซื่อสัตย์ สามารถตรวจสอบได้-        หลักการมีส่วนร่วม    ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น -        หลักความรับผิดชอบ   ให้ทุกคนยอมรับในการมีส่วนร่วมในกระทำ เคารพในสิทธิของตนเองและผู้เอง-        หลักความคุ้มค่า   การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ได้ผลตอบรับกลับมาดี4.     ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อม-        การเมือง  Political-        เศรษฐกิจ   Economy-        สังคม     Social-        เทคโนโลยี    Technologyประเด็นที่ 2   ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาครัฐ

1.     การพัฒนาทรัพยากร

มนุษย์ยังไม่เป็นระบบ  ยังติดกับระบบเดิม ๆ ที่เคยใช้ แม้ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในระบบ

แล้วก็ตามการซับซ้อนของเอกสาร

2.     ระบบอุปถัมภ์  เป็นการบริหารที่ไม่ได้ยึดเอาความรู้ความสามารถของคนเป็นหลัก แต่เน้นการเอื้ออำนวยผลประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ทำให้พวกที่มีความรู้ความสามารถไม่อยากเข้ามาทำงาน 3.     การคอรัปชั่น  ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำคัญ เพราะเมื่อเกิดมีระบบอุปถัมภ์ก็ทำให้คนขาดความรับผิดชอบ มุ่งแต่ที่จะทำงานหวังผลประโยชน์ ให้กับตนเอง โดยไม่มีสนใจถึงความเสียหายที่จะตามมา ประเด็นที่ 3   ข้อเสอนแนะ1.ต้องสร้างทัศนคติที่ดี ในการใช้เทคโนโลยีของบุคลากร เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในปัจจุบัน รวมทั้งการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานบางอย่างให้กระชับขึ้น  ไม่เรื่องมากเกี่ยวกับการซับซ้อนของเอกสาร2. แก้ไขระบบอุปถัมภ์  ผู้บริหารควรนำหลักธรรมาภิบาลเข้ามาใช้ใน

การบริหาร เพื่อให้เกิดความมีคุณธรรม ความโปร่งใส ทำให้เกิดการยอมรับของบุคคลทั่วไป อยากที่จะเข้ามาทำงานด้วย ด้วยความเชื่อมั่น  และศรัทธา

3.     ผู้นำต้องเปิดใจให้กว้าง  ต้องรักลูก+น้อง เปรียบเสมือนว่าเขาญาติของเราคนหนึ่ง ที่เราจะต้องให้ความรัก ความรู้  และให้อภัย  ท้ายสุดเขาก็จะปฏิบัติตอบเราเหมือนเช่นที่เราปฏิบัติกับเขา       

 

สวัสดีค่ะ  อาจารย์ยม   นาคสุข                 

จากที่อาจารย์ได้บรรยายเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เมื่อวันที่ 14  มกราคม 2550  และได้ให้สรุปว่าเราได้อะไรจากการเรียนในวันนี้บ้าง ซึ่งดิฉันจะขอตอบอาจารย์ดังนี้

                ประเด็นที่ 1

1.อำนาจ  5  อย่าง     

    1.1  อำนาจจากการให้  เมื่อเรารู้จักให้จะทำให้เรามีอำนาจขึ้นได้โดยบางครั้งอำนาจอาจไม่รู้ตัว  

       1.2  อำนาจจากการติ  คือการติในเรื่องต่างๆ    

     1.3  อำนาจจากการรู้กว่า  คือการที่เรามีความรู้มากกว่า 

        1.4  อำนาจจากการอ้างอิง  คืออำนาจที่อ้างถึงบุคคลที่มีอำนาจในการใช้กับบุคคลอื่น      

   1.5  อำนาจจากนิติกรรม  คืออำนาจที่ได้มาจากการแต่งตั้งเมื่อเรานำอำนาจจากการที่เราได้เรียนจากท่าน  อาจารย์ยม  นาคสุข  มาประยุกต์ใช้จะทำให้เรามีแนวคิดในการทำงานได้จริง

2.  การเรียนรู้การวางแผนชีวิตจากการที่ได้เรียนรู้แบบข้อมูลการวางแผนชีวิตทำให้ได้คิดว่า ตอนนี้อายุ 30 ปี แล้ว ซึ่งได้กำหนดวันตายไว้ 70 ปี เวลาที่เหลืออยู่อีก 40 ปี ข้างหน้าเราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีคุณค่ามีสมดุลและมีเหตุผลให้มากที่สุดเท่าที่เวลาของชีวิตที่เหลืออยู่เราจะทำได้ 

3. กระบวนการ  HRM         ภาพรวมการบริหารทรัพยากรมนุษย์-        การเปลี่ยนแปลง + ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อ HRM-        การบริหาร HRM  บริบทการเปลี่ยนแปลงของประเทศ-        ความหมาย HRM  ภาพรวมกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภ่ครัฐและเอกชน-        หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวใหม่ ก.พ.ร.-        แนวงโน้มการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในปัจจุบันและอนาคตยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์-        การจัดการเชิงยุทธศาสตร์  กระบวนการ-        ยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์  ขั้นตอนการจัดทำ

ประเด็นที่ 2

1.    ระบบการอุปถัมภ์  เป็นการให้ผลประโยชน์กับพวกพ้องมากกว่าให้ส่วนรวม

2.    อำนาจการตัดสินอยู่ที่ผู้นำเพียงคนเดียว

3.    การพัฒนาระบบทรัพยากรมนุษย์ยังไม่เป็นระบบ

4.    การไม่ใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน

   ประเด็นที่   3

1.     ผู้บริหารต้องเปิดใจให้กว้างรักลูกน้อง

2.     ผู้บริหารต้องนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารเพื่อความโปร่งใส3.     มีระบบการคัดเลือกผู้นำที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม 

จากที่อาจารย์ยมได้ถามหนูว่าการมีลูกคืออะไรนั้น หนูยังไม่ได้ตอบแต่หนูขอตอบอาจารย์ว่า การมีลูกสำหรับหนู คือ การไม่คาดหวังซึ่งจะให้ทุกอย่างที่แม่คนหนึ่งจะให้ได้โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนค่ะ 

เรียน  อาจารย์ยม  นาคสุข       ตามที่ผมได้ฟังที่อาจารย์บรรยายเรื่องภาพรวมของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในวันที่ 14 มกราคม 2550  มีประโยชน์มากสามารถนำไปใช้ในชีวิตการทำงานได้เป็นอย่างดี  และที่อาจารย์ให้สรุปเป็นประเด็นว่าวันนี้จากที่ฟังแล้วรับอะไรไปบ้าง ซึ่งผมขอสรุป ดังนี้ 

ประเด็นที่ 1 ได้ประโยชน์จากเรียน

 

1.     แนวความคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์  เริ่มตั้งแต่

ยุคดั้งเดิม  เปรียบคนเป็นเครื่องจักร 

ยุคต่อมา เปรียบคนเป็นทรัพยากร   

ยุคใหม่  เปรียบคนเป็นทรัพย์สินขององค์การ

 

2.     การสร้างอำนาจ 5 อย่างในการบริหารทรัพยากรมนุษย์

-การให้         

-การติ ตักเตือน

-การเป็นผู้รู้มากกว่า

-การอ้างอิง 

-นิติกรรม

(อำนาจเริ่มต้น และตามด้วยบารมี)

 

3.     การใช้ทฤษฎี 3 คิง ของญี่ปุ่น  คือ

-คนที่มีคุณภาพ 

-องค์กรที่มีคุณภา

-ผลผลิตที่มีคุณภาพ

 

4.     การกำหนดยุทธศาสตร์ในองค์กร สามารถขจัดปัญหาได้

 

5.  การวางแผนการดำเนินชีวิตจากแบบข้อมูลการวางแผนชีวิตของอาจารย์ ทำให้คิดได้ว่า ชีวิตข้างหน้าของเราที่เหลืออยู่นั้น เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีคุณค่า และไม่ประมาท

ประเด็นที่ 2  ปัญหาภาครัฐ

1.    มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กร  แต่ไม่ฝึกคนให้เก่งที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ขาดความรู้ความเข้าใจในระบบ

 

2.    การบริหารราชการในระบบเดิมๆ  มีขั้นตอนซับซ้อนมากเกินความจำเป็น  มีกฎระเบียบที่มากมาย  ทำให้มาตรฐานการบริการของ    ที่มีต่อประชาชนขาดการเอาใจใส่ที่ดี 

 

3.    การมีระบบอุปถัมภ์ มีการแทรกแซงการทำงานมุ่งหวังกำไรมากกว่า  หวังพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้า เห็นกว่าประโยชน์ส่วนมากกว่าส่วนรวม

 4.    การคอรัปชั่น ความไม่โปร่งใส  ปัญหาสำคัญ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ถ้ายังมีระบบ อุปถัมภ์พวกพ้อง  

ประเด็นที่ 3 แนวทางพัฒนา

1.    ภาครัฐต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องการบริหารองค์กร การนำเทคโนโลยีมาใช้ในเหมาะสมกับงานและคน ส่งเสริมการฝึกอบรม หารความรู้ ประสบการณ์ อยู่ตลอดเวลา

 

2.    ส่งเสริมให้มีการศึกษาอย่างมีมาตรฐาน และเท่าเทียมกันทุกที่

 

3.    การนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่ดี ให้มีนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนรวม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า

 

      4.  ผู้นำควรเปิดใจให้กว้างมี

           ความรักให้กับลูกน้อง               
  • ยม "การเขียนหลัง ๆ มานี้ เห็นได้ชัดว่ามีการเรียนรู้และพัฒนาดีขึ้นมาก คนแรก ๆ จะเป็นครูให้ได้ดี"
    IP: xxx.9.159.7
    เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ / นักศึกษา MPA 3 สวนสุนันทาฯ

  

ผมได้ทยอยอ่าน บทความของ น.ศ. และทำตามที่ น.ศ.ได้โทรมาขอให้ช่วยวิจารณ์ หรือ Comment สิ่งที่เขียน เพื่อจะได้พัฒนาตนเอง ต่อไป 

  

ตรงนี้ ผมแนะให้มองในจุดดีของแต่ละคน ว่าบทความของแต่ละคนมีอะไรดี  เหมือนการมองผู้คน ทั่วไป มองให้เห็นความดี  สิ่งไม่ดีเห็นได้แต่อย่าเอามาเครียด  เอาสิ่งที่ดี ๆ ของแต่ละคนมาต่อเนื่อง เป็นเนื้อหาในเรื่องเดียวกัน คือ เรื่องการพัฒนาตนเอง ด้านการเขียน นำไปสู่ด้านการคิด การพูด และการกระทำ

  ผม Comment เท่าที่อ่านมาได้ดังนี้ ครับ ใครยังไม่มีในนี้ และต้องการให้ ช่วย comment  แนะนำเพิ่มเติม ก็แจ้งชื่อมาได้ จะทยอยทำให้ รายละเอียดโดยย่อมีดังนี้ 
  • กิตติพงษ์ รั้งท้วม เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 14:06 (140195)  มีบทกลอน สอดแทรก ได้น่าสนใจ
  • ณัฐพร บุญยะ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 14:22 (140204)  ดำเนินเรื่องได้กระชับ
  • นายธนู พุกชาญค้า MPA.3 รหัส 49038010010 เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 14:40 (140217)   สรุปตอนท้าย และปิดประเด็นได้ดี
  • พรยุพา คัมภีรญาณนนท์ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 15:23 (140244)  เขียนได้ครบถ้วนกระบวนการ เปิดประเด็นได้สวยดำเนินเรื่องได้ดี ปิดประเด็นได้ OK
  • รักษิณา อิ้วสวัสดิ์ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 15:27 (140246) เขียนได้ดี แต่ตัวอักษรเล็กมาก
  • อรณา ยี่เข่งหอม เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 15:43 (140258)  สั้น กระชับดี มีสีสัน
  • นลินธร สื่อเศรษฐสิทธิ์ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 16:36 (140287) ตัวอย่างของความกระชับในประเด็น ถ้ามีเสนอแนะได้จะดีมาก
  • รักษิณา อิ้วสวัสดิ์ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 16:38 (140288) เปิดประเด็นได้อบอุ่น ดำเนินเรื่องได้ดี และปิดประเด็นครบถ้วน หากมีเสนอแนะให้กระชับจะยิ่งดีมาก
  • ธิติกา ชมะโชติ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 16:46 (140296) จับประเด็นได้หลากหลาย น่าสนใจ
  • ธิติกา ชมะโชติ เมื่อ พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 16:55 (140305) จับประเด็นได้ดี กระชับ เขียนครบทุกขั้นตอน
  • นายพิพัฒน์ อรรถเอี่ยม เมื่อ พฤ.