มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รุ่นที่ 3
สวัสดีลูกศิษย์กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และชาว Blog ทุกท่าน
ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม นี้ เป็นวันแรกครับ ที่ผมได้รับเชิญให้ไปสอนในรายวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ให้กับคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 สำหรับการมาสอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สำหรับผมครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนและทุกองค์กรควรจะให้ความสนใจอย่างยิ่งครับ เพราะคนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ครับ
และ ก็อย่างเช่นทุก ๆ กลุ่มที่ผ่านมาที่ผมอยากจะให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนได้ถูกนำมาประมวลสรุป และถ่ายทอดไปสู่คนอื่น ๆ ในสังคมด้วย ก็ขอให้ใช้ Blog นี้เป็นสื่อกลางของพวกเรา
สำหรับผู้ที่สนใจที่จะเข้าไปดูข้อมูลของรุ่นก่อนนี้ก็ คลิ๊กไปที่ Blog:MPA ม.ราชภัฏสวนสุนันทา/HR ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
1) ทำอะไร
2) ทำอย่างไร
3) ทำเพื่อใคร
4) ทำแล้วได้อะไร
1) คิด Macro ทำ Micro
2) ทำเป็นขั้นเป็นตอน
3) ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
4) ทำอะไรให้นึกถึงภูมิสังคมของที่นั้นๆ
5) การสื่อความ การประสานงาน และการบูรณาการ (Communication, Coordination, Integration)
6) ทำอะไรต้องมีผู้เป็นเจ้าของ
ตอนท้ายชั่วโมง ผมได้ให้นักศึกษาแต่ละคน สรุปประเด็นคนละ 1 เรื่องจากการสอนของผมในวันนั้น ซึ่งน่าสนใจทีเดียวครับ ซึ่งผมก็ขอสรุปมาให้เป็นตัวอย่างดังนี้ครับ
โดยก่อนกลับบ้านผมก็ได้ฝากการบ้านให้นักศึกษาอ่านหนังสือเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ และแสดงความคิดเห็นตอบมาใน Blog ว่าหลังจากอ่านแล้ว นักศึกษาคิดว่าจะเป็นประโยชน์และนำไปใช้กับตนเอง องค์กร และประเทศชาติอย่างไรครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ นักศึกษา MPA สวนสุนันทาฯ และท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ ผมได้รับเกียรติ จาก ศ.ดร.จีระ ให้เข้าไปสอน นักศึกษา MPA ที่สวนสุนันทา ขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ ที่ให้เปิดโอกาสให้ผมได้มีส่วนร่วมกันการเรียน การสอนครั้งนี้ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรู้จักนักศึกษาทุกคน ในวิชา “การบริหารทรัพยากรมนุษย์” ผมได้พูดถึง “ภาพรวมการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่” โดยเน้นให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน มีกรอบแนวทางสอน สรุปได้ดังนี้ ส่วนที่ 1 ยุคโลกาภิวัตน์ กับ HRM, HRM processesl การเปลี่ยนแปลง + ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อ HRM l การบริหาร HRM บริบทการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยl ความหมาย HRM ภาพรวมกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ภาครัฐและเอกชนl แนวโน้มการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบันและอนาคตl หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวใหม่ หลักธรรมาภิบาล หลักเน้นคุณภาพ ผลงานฯ ส่วนที่ 2 ยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์l การจัดการเชิงยุทธศาสตร์ กระบวนการl ยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ขั้นตอนการจัดทำ ส่วนที่ 3 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ Human Resource Developmentl ความหมายของ HRDl การฝึกอบรม เทคนิคการฝึกอบรมการหาความจำเป็นในการฝึกอบรมl แนวทางการพัฒนาตนเองl การบริหารจัดการจริยธรรมในทรัพยากรมนุษย์l การจูงใจ MOTIVATION ส่วนที่ 4 กิจกรรมกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นl แบ่งกลุ่ม อภิปราย l ประเด็นที่ 1 วันนี้ เรียนรู้ ได้ประเด็นอะไร ที่ตนเองได้ และสนใจ อย่างน้อย 3 ประเด็นl ประเด็นที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 3 ข้อl ประเด็นที่ 3 ข้อเสนอแนะให้รัฐบาล องค์การ ฯ ในการแก้ไขปัญหา ให้ภาครัฐ 3 ข้อl ตอบ ข้อซักถาม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal">l กำหนดส่ง blog (รายงานเดี่ยว ใน 3 ประเด็นที่กล่าวมา) ส่งได้ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 15 ม.ค.-19 ม.ค. 2550</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ได้แนะนำให้นักศึกษาอ่านหนังสือประกอบ ชื่อ Good to Great และแนะนำให้รู้จักค้นคว้า หาความรู้จากเว็ป google.com </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">การอภิปรายกลุ่ม ในส่วนที่ 4 ทั้ง 3 ประเด็น เพื่อต้องการให้นักศึกษา ฝึกจับประเด็นในสิ่งที่เรียน ในภาพรวมของ HR ฝึกให้ คิด วิเคราะห์และเสนอแนะอย่างเป็นระบบ ว่าเรียนแล้วได้อะไรไปบ้าง และต้องการศึกษาศักยภาพของนักศึกษาแต่ละคนว่า ใครมีศักยภาพในการเรียนรู้ ได้มากน้อยอย่างไร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ขอให้นักศึกษา ตั้งใจตามทฤฎี 6 ท. ที่ให้ไว้ กำหนดกรอบแนวความคิดใหม่ ว่า “ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราจะหาหนทางแห่งความสำเร็จ” “ไม่พูด อ้างว่า ไม่มีเวลา พูดได้ว่าจะทบทวนแผนงานใหม่ และทำให้ดีขึ้น” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">หากนักศึกษา สงสัยประการใด สอบถามมาได้ ขอให้นักศึกษาทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียน ครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">สวัสดี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ยม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">081-9370144 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">[email protected]</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">[email protected]</p>
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ นักศึกษา MPA สวนสุนันทาฯ และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ส่วนที่ 2 ยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์
ส่วนที่ 3 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ Human Resource Development
ส่วนที่ 4 กิจกรรมกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
กำหนดส่ง blog (รายงานเดี่ยว ใน 3 ประเด็นที่กล่าวมา) ส่งได้ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 15 ม.ค.-19 ม.ค. 2550
ผมแนะนำให้นักศึกษาอ่านหนังสือประกอบ ชื่อ Good to Great และรู้จักค้นคว้า หาความรู้จากเว็ป google.com ทุกวัน
การอภิปรายกลุ่ม ในส่วนที่ 4 ทั้ง 3 ประเด็น เพื่อต้องการให้นักศึกษา ฝึกจับประเด็นในสิ่งที่เรียน ในภาพรวมของ HR ฝึกให้ คิด วิเคราะห์และเสนอแนะอย่างเป็นระบบ ว่าเรียนแล้วได้อะไรไปบ้าง และต้องการศึกษาศักยภาพของนักศึกษาแต่ละคนว่า ใครมีศักยภาพในการเรียนรู้ ได้มากน้อยอย่างไร
ขอให้นักศึกษา ตั้งใจตามทฤฎี 6 ท. ที่ให้ไว้ กำหนดกรอบแนวความคิดใหม่ ว่า "ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราจะหาหนทางแห่งความสำเร็จ"
"ไม่พูด อ้างว่า ไม่มีเวลา พูดได้ว่าจะทบทวนแผนงานใหม่ และทำให้ดีขึ้น"
หากนักศึกษา สงสัยประการใด เกี่ยวการส่ง blog สอบถามมาได้ที่ผม ขอให้นักศึกษาทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียน ครับ
สวัสดี
ยม
081-9370144
[email protected]
[email protected]
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ นักศึกษา MPA สวนสุนันทาฯ และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ส่วนที่ 2 ยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์
ส่วนที่ 3 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ Human Resource Development
ส่วนที่ 4 กิจกรรมกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
กำหนดส่ง blog (รายงานเดี่ยว ใน 3 ประเด็นที่กล่าวมา) ส่งได้ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ 15 ม.ค.-19 ม.ค. 2550
ผมแนะนำให้นักศึกษาเพิ่มเติมจากที่ผมแชร์ไอเดีย เกี่ยวกับ HRM และ การเป็นผู้นำ จากหนังสือ Good to Great หรือที่ http://gotoknow.org/blog/HRM-YOM5/57899 และแนะนำให้รู้จักค้นคว้า หาความรู้จากฺBlog ของอาจารย์ในส่วนที่เป็นของมหาวิทยาลัยอื่น ที่อาจารย์ไปสอน และแนะนำให้นักศึกษาค้นหาความรู้จาก www.google.com ทุกวัน
การอภิปรายกลุ่ม ในส่วนที่ 4 ทั้ง 3 ประเด็น เพื่อต้องการให้นักศึกษา ฝึกจับประเด็นในสิ่งที่เรียน ในภาพรวมของ HR ฝึกให้ คิด วิเคราะห์และเสนอแนะอย่างเป็นระบบ ว่าเรียนแล้วได้อะไรไปบ้าง และต้องการศึกษาศักยภาพของนักศึกษาแต่ละคนว่า ใครมีศักยภาพในการเรียนรู้ ได้มากน้อยอย่างไร
ขอให้นักศึกษา ตั้งใจตามทฤฎี 6 ท. ที่ให้ไว้ กำหนดกรอบแนวความคิดใหม่ ว่า
"ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราจะหาหนทางแห่งความสำเร็จ"
"ไม่พูด อ้างว่า ไม่มีเวลา พูดได้ว่าจะทบทวนแผนงานใหม่ และทำให้ดีขึ้น"
หากนักศึกษา สงสัยประการใด เกี่ยวการส่ง blog สอบถามมาได้ที่ผม ขอให้นักศึกษาทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียน ครับ
นักศึกษาที่ถ่ายภาพไว้ ช่วยกรุณาส่งภาพมาให้ที่ Email address ผมด้วยจักขอบใจเป็นอย่างยิ่ง
สวัสดี
ยม
081-9370144
[email protected]
[email protected]
การบ้าน เสนอ อาจารย์ ยม นาคสุข
เรียนเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2550 ประเด็นที่ 1 วันนี้เรียนรู้ ได้ประเด็นอะไรที่ตนเองสนใจตอบ การสร้างอำนาจในการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่มี 5 ข้อได้แก่- อำนาจสร้างได้ด้วยการให้ เช่น ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย ให้ทาน และให้ความรัก- อำนาจสร้างได้ด้วยการติ เช่น ติเพื่อปรังปรุงข้อบกพร่องให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องดูเวลาสถานที่บุคคลให้เหมาะสม- อำนาจสร้างได้ด้วยการเป็นผู้รู้มากกว่า เช่น เมื่อมีโอกาสต้องโชว์ ก็พร้อมที่จะกล้าแสดงออก- อำนาจสร้างด้วยการอ้างอิง เช่น อ้างถึงคำสั่ง หรืออ้างถึงงานที่เกี่ยวข้อง- อำนาจสร้างด้วยทางนิติกรรม เช่น ประกาศ คำสั่ง แต่งตั้ง และมติในที่ประชุมที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ประเด็นที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 3 ข้อตอบ - คน และระบบ- พัฒนาเทคโนโลยี แต่ไม่พัฒนาคน- อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่คนๆเดียว- อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ผู้บริหารประเทศ ประเด็นที่ 3 ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาให้ภาครัฐ 3 ข้อตอบ - ผู้บริหารต้องเปิดใจและเปิดโอกาสให้ลูกน้องรวมทั้งข้าราชการมีส่วนร่วม- ฝึกคนเพื่อรองรับเทคโนโลยี และสภาพแวดล้อม ฝึกอบรมคนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และพัฒนาคนให้ก้าวทันกับเทคโนโลยี- ใช้หลักธรรมาภิบาล เช่น มีคุณธรรมไม่เห็นแก่พวกพ้อง หรือเงินสินน้ำใจ มีความซื่อสัตย์ รักองค์กรของตัวเอง และไม่มีความคิดอิจฉาริษยาเมื่อเห็นผู้อื่นมีความเจริญก้าวหน้า
หลักบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี (Good Governance)- หลักนิติธรรม- หลักคุณธรรม- หลักความโปร่งใส- หลักการมีส่วนร่วม- หลักความรับผิดชอบ- หลักความคุ้มค่าเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข
เป้าหมายที่ดิฉันมาเรียนปริญญาโท ที่นี่นอกจากจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในเวลา 2 ปีแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดจะต้องได้รับความร้ใหม่เพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาองค์กร พัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม ได้ร้เครือข่ายแลกเปลี่ยนองค์ความร้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน วิชาที่คาดหวังสูงเป็นพิเศษในหลาย ๆ วิชาคือ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากตรงกับงานที่รับผิดชอบมากที่สุด
จากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์กับ ศ.ดร.จีระ และ อจ.ยม เมื่อวันที่ 13-14 ม.ค. 50 ดิฉันได้รับความร้ใหม่ ๆ มากมายหลายเรื่อง เช่น เรื่องวิธีการคิด 4 แนวคือทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่อใคร ทำแล้วได้อะไร Framework and Concept ตามทฤษฎี4L's การสร้างอำนาจ 5 ประการ ทฤษฎี 6 ท ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับองค์คือ P E S T และที่ชอบมากทีสุดคือ ทฤษฎี 2 R ได้แก่ Realityมองความจริง และ Relevance ตรงประเด็น เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมเราจะไม่มองความจริงและแก้ไขไม่ตรงประเด็นมีการประชุมคณะกรรมการมากมายหลายคณะเพื่อแก้ไขปัญหาจะมีการพูดกันมากมายแต่จะมีกี่คนที่ศึกษาหาข้อมูล ทำการบ้าน และร้ความจริงแต่ไหน ตรงประเด็นหรือไม่ ชอบมีข้อสังเกต แต่ไม่มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไข ควรนำ 2R ไปใช้ ชอบมากที่ อาจารย์พูดว่าสิ่งสำคัญและยากที่สุดคือการนำความร้ที่ได้รับไปใช้กับความจริงตามสภาพแวดล้อม
สรุปสิ่งที่ได้รับจากอาจารย์นอกจากความร้ทางวิชาการแล้ว ยังได้ประสบการณ์ดี ๆ มากมาย ที่สำคัญคือทัศนคติที่ดีในการคิด วิเคราะห์ การมองปัญหา ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทันทีกับตนเองโดยต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปรับพฤติกรรมตนเองก่อน ดังนี้
1. ต้องติดตามข่าวสารต่าง ๆ ให้ สด ใหม่ ทันสมัย อย่เสมอ
2. นำศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาบูรณาการ พุทธศาสตร์ ฆเข้าได้กับทุกเรื่อง และมองทุกเรื่อง 2 ด้านเสมอ ทั้งด้านบวก ด้านลบ
3. การคิดให้คิดทางบวก คิดอย่างสร้างสรรค์ มองปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้มองภาพใหญ่ คิดถึงส่วนรวมมากกว่าตนเอง
4. งานทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยทีม
5. การทำงานทุกอย่างต้องมีเป้าหมายชัดเจน และดำเนินการตามขั้นตอน
ไม่ใช่การบ้านที่อาจารย์มอบหมายนะคะ แต่เป็นความร้สึกดี ๆ ที่ประทับใจขอความกรุณา อจ. ยม ส่งแบบสอบถามเรื่องการวัดทัศนคติในการทำงาน ซึ่งจะให้เป็นวิทยาทานกับลูกศิษย์ และหากไม่รบกวนเกินไปถ้ามีเรื่องคุณภาพชีวิตกับการทำงานก็ขอความกรุณาด้วยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
ก่อนจบขอบอกอีกครั้งว่าการได้เรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์กับอาจารย์ สิ่งที่ได้รับเกินความคาดหวังมากค่ะ สวัสดีค่ะ
สวัสดี ศ.ดร.จีระ นักศึกษา และท่านผู้อ่านทุกท่าน
นักศึกษาคนแรก ที่ส่งความคิดเห็นในสิ่งที่ผมขอไว้ คือ ร้อยตรีหญิง ผลึกพร อนันตพงษ์ ผมขอชื่นชม ให้เป็นนักศึกษาตัวอย่าง ในเรื่องของความรวดเร็ว เดี๋ยวนี้ ความเร็ว เป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างความสำเร็จ
อย่าลืมว่า การเขียน การพูด มี สาม steps คือ หนึ่ง เปิดประเด็น สอง ดำเนินเรื่อง สามสรุป แสดงความเห็น เสนอแนะ
เมื่อเปิดประเด็นใน Blog ขอให้กล่าวถีง อาจารย์ผมด้วยทุกครั้ง คือ ศ.ดร.จีระ เพราะไม่มีท่าน ก็ไม่มีผมใน Blog นี้ ต้องขอย้ำ กับนักศึกษา
การดำเนินเรื่อง ต้องตรงประเด็นที่ขอไว้ คือ ได้เรียนรู้อะไร 3 ประเด็น การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ในบ้านเรา มีปัญหาอะไร 3 ประเด็น ข้อเสนอแนะในการแก้ไข ป้องกันปัญหาดังกล่าว อย่างน้อย 3 ประเด็น
ตอนสรุป ควรต้องเสนอแนะ สั้น ๆ ว่ามีความเห็นอย่างไร สรุปได้อย่างไร
ขอให้นักศึกษา ใช้แนวทาง 6 ท. ที่ให้ไว้ มาใช้ จะทำให้ทำได้ดียิ่งขึ้น
ขอให้นักศึกษา และผู้อ่านทุกท่านโชคดี
สวัสดี
ยม
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข
เป้าหมายที่ดิฉันมาเรียนปริญญาโท ที่นี่นอกจากจะต้องสำเร็จการศึกษาภายในเวลา 2 ปีแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดจะต้องได้รับความร้ใหม่เพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาองค์กร พัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม ได้ร้เครือข่ายแลกเปลี่ยนองค์ความร้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน วิชาที่คาดหวังสูงเป็นพิเศษในหลาย ๆ วิชาคือ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากตรงกับงานที่รับผิดชอบมากที่สุด
จากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์กับ ศ.ดร.จีระ และ อจ.ยม เมื่อวันที่ 13-14 ม.ค. 50 ดิฉันได้รับความร้ใหม่ ๆ มากมายหลายเรื่อง เช่น เรื่องวิธีการคิด 4 แนวคือทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่อใคร ทำแล้วได้อะไร Framework and Concept ตามทฤษฎี4L's การสร้างอำนาจ 5 ประการ ทฤษฎี 6 ท ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับองค์คือ P E S T และที่ชอบมากทีสุดคือ ทฤษฎี 2 R ได้แก่ Realityมองความจริง และ Relevance ตรงประเด็น เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมเราจะไม่มองความจริงและแก้ไขไม่ตรงประเด็นมีการประชุมคณะกรรมการมากมายหลายคณะเพื่อแก้ไขปัญหาจะมีการพูดกันมากมายแต่จะมีกี่คนที่ศึกษาหาข้อมูล ทำการบ้าน และร้ความจริงแต่ไหน ตรงประเด็นหรือไม่ ชอบมีข้อสังเกต แต่ไม่มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไข ควรนำ 2R ไปใช้ ชอบมากที่ อาจารย์พูดว่าสิ่งสำคัญและยากที่สุดคือการนำความร้ที่ได้รับไปใช้กับความจริงตามสภาพแวดล้อม
สรุปสิ่งที่ได้รับจากอาจารย์นอกจากความร้ทางวิชาการแล้ว ยังได้ประสบการณ์ดี ๆ มากมาย ที่สำคัญคือทัศนคติที่ดีในการคิด วิเคราะห์ การมองปัญหา ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทันทีกับตนเองโดยต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปรับพฤติกรรมตนเองก่อน ดังนี้
1. ต้องติดตามข่าวสารต่าง ๆ ให้ สด ใหม่ ทันสมัย อย่เสมอ
2. นำศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาบูรณาการ พุทธศาสตร์ เข้าได้กับทุกเรื่อง และมองทุกเรื่อง 2 ด้านเสมอ ทั้งด้านบวก ด้านลบ
3. การคิดให้คิดทางบวก คิดอย่างสร้างสรรค์ มองปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้มองภาพใหญ่ คิดถึงส่วนรวมมากกว่าตนเอง
4. งานทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยทีม
5. การทำงานทุกอย่างต้องมีเป้าหมายชัดเจน และดำเนินการตามขั้นตอน
ไม่ใช่การบ้านที่อาจารย์มอบหมายนะคะ แต่เป็นความร้สึกดี ๆ ที่ประทับใจขอความกรุณา อจ. ยม ส่งแบบสอบถามเรื่องการวัดทัศนคติในการทำงาน ซึ่งจะให้เป็นวิทยาทานกับลูกศิษย์ และหากไม่รบกวนเกินไปถ้ามีเรื่องคุณภาพชีวิตกับการทำงานก็ขอความกรุณาด้วยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
ก่อนจบขอบอกอีกครั้งว่าการได้เรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์กับอาจารย์ สิ่งที่ได้รับเกินความคาดหวังมากค่ะ สวัสดีค่ะ
ศรีปัญญา
081 - 644 9670
[email protected]
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข จากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์เมื่อวันที่ 13 - 14 มกราคม 2550 ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ดีมากมาย อาจารย์ยม ได้มอบหมายงานให้ส่งทาง Blog ทำให้กลับมาทบทวนว่าแต่ละวันเรียนแล้วได้อะไรบ้าง เป็นวิธีการที่ดีมาก ความจริงได้รับความรู้หลายเรื่อง แต่จะสรุปจำนวน 3 ประเด็น ๆ ละ 3 ข้อ ดังนี้ ประเด็นที่ 1 สิ่งที่ได้เรียนรู้ ได้ประโยชน์ และสนใจมาก 3 เรื่อง ได้แก่ 1. รู้ภาพรวมระบบและกระบวนการ HRM และ HRD ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ HRM และต้องพัฒนาตนเองก่อน 2. ได้รู้ทฤษฎี 6 ท. เทคนิคการสู่ความสำเร็จและก้าวหน้า - ท้าทาย ทำงานที่ยากท้าทาย - ท่าทีที่ดี ดิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี พฤติกรรมดี บุคลิกดี - เที่ยงธรรม มีคุณธรรม ธรรมาภิบาล มีธรรมทุกเรื่อง - ทองแท้ ซื่อสัตย์ สุจริต เสมอต้นเสมอปลาย - ทบทวน ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา - ทำ ลงมือทำทุกข้อด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น ต่อเนื่อง ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ถ้าตั้งใจจริง ทุกอย่างทำได้ 3. ได้แนวทางการวิเคราะห์ตนเองเพื่อวางแผนและกำหนด เป้าหมายในชีวิตว่าจะทำอะไรดี ๆ ให้ตนเอง องค์กร และสังคมส่วนรวมได้ ประเด็นที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ มีปัญหาอะไร 3 ข้อ 1. ไม่มีการวางแผนพัฒนาข้าราชการ ให้มีความรู้และสามารถนำความรู้มาปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ 2. ไม่มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม การพิจารณาความดีความชอบยังใช้ระบบอุปถัมภ์ ทำให้ผู้ที่ตั้งใจทำงานหมดขวัญและกำลังใจ 3. ค่าตอบแทนต่ำไม่สร้างแรงจูงใจในการทำงาน ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา 1. หน่วยงานภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนา ขรก. และมีแผนพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนี่อง และลงทุนเรื่องพัฒนาคน เทคโนโลยี ให้ งปม.อย่างเพียงพอ เปลี่ยนวิธีการพัฒนา จากเดิมที่มีแต่การอบรม เมื่อกลับไปก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นวิธีการทดลองจาก Case Study และลงมือทำเป็นทีม นำทฤษฎี 4 L’s มาประยุกต์ใช้ได้ 2. นำหลักบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า มาใช้และมีการติดตามประเมินผลจริง ๆ เช่น นำระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานมาใช้ตามหลักการข้างต้น 3. การทำงานของภาครัฐที่มีผลกระทบกับสังคมและประชาชน ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้รู้ถึงข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ต่อเนื่องและทั่วถึงทุกภาคส่วน เช่น กรณีมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เป้นต้น ข้อเสนอแนะเป้นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่อาจจะเป็นประโยชน์บ้าง เป้นการแก้ไขปัญหาโดยนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ อาจารย์กรุณาให้คำแนะนำด้วย ขอบคุณค่ะ วิไลวรรณ วิไลเลิศ 081 3099367 [email protected]
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์ยม นาคสุข
จากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์เมื่อวันที่ 13 - 14 มกราคม 2550 ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ดีมากมาย อาจารย์ยม ได้มอบหมายงานให้ส่งทาง Blog ทำให้กลับมาทบทวนว่าแต่ละวันเรียนแล้วได้อะไรบ้าง เป็นวิธีการที่ดีมาก ความจริงได้รับความรู้หลายเรื่อง แต่จะสรุปจำนวน 3 ประเด็น ๆ ละ 3 ข้อ ดังนี้
ประเด็นที่ 1 สิ่งที่ได้เรียนรู้ ได้ประโยชน์ และสนใจมาก 3 เรื่อง ได้แก่
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประเด็นที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ มีปัญหาอะไร 3 ข้อ </p><ol>
</ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา </p><ol>
</ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> ข้อเสนอแนะเป้นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่อาจจะเป็นประโยชน์บ้าง เป้นการแก้ไขปัญหาโดยนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ อาจารย์กรุณาให้คำแนะนำด้วย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอบคุณค่ะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วิไลวรรณ วิไลเลิศ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p>081 3099367 </p><p> </p><p>[email protected] </p><p> </p><p> </p><p>ผมจัดข้อความตัวอักษรให้ใหม่(ยม)</p>
เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ จากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2550 ได้กล่าวถึงประวัติ และวิธีการทำงานตลอดจนแนวความคิดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่เครือซีเมนต์ไทยและดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทั้งสองท่านมีความคิดที่เหมือนกันคือ คนเป็นสมบัติที่มีค่าสูงสุดขององค์กร ในบริษัทปูนซีเมนต์ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ได้นำแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ของการเพิ่มผลผลิตกับคุณภาพของคนที่จะทำให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จ และได้กล่าวถึงทฤษฎีของการเรียนรู้ไว้ 4 L’s คือVillage that learn หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้School that learn โรงเรียนแห่งการเรียนรู้ Industry that learn อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้ และ Nation that learn ชาติแห่งการเรียนรู้ ในขณะที่ ดร.จีระ มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านทางสหภาพแรงงาน ลูกจ้าง ซึ่ง ดร. จีระได้ให้ทฤษฎี 4 L’s ที่แตกต่างคือ Learning Methodology เข้าใจวิธีการเรียนรู้ Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ Learning Opportunity สร้างโอกาสในการเรียนรู้ และ Learning community สร้างชุมชนการเรียนรู้ ซึ่งเมื่อใดที่ผู้บริหารในองค์กรเข้าถึงปรัชญาของทรัพยากรมนุษย์ที่ว่าคนถือเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดขององค์กร ย่อมหมายความว่า ผู้นำขององค์กรนั้นได้มีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องของคน และพร้อมจะกำหนดนโยบายด้านการพัฒนาบุคลากรอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ได้เขียนในเชิงสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้ร่วมงานที่เคยร่วมงานหรือรู้จักกับบุคคลทั้งสองท่าน ซึ่งอาจจะทำให้ข้อเขียนมีลักษณะชื่นชม และ ยกย่องให้เกียรติกับบุคคลทั้งสอง อีกทั้งบุคคลทั้งสองเขียนในเชิงเล่าประสบการณ์ของตัวเองในองค์กรที่เคยทำงานมาซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่คือ บริษัทปูนซีเมนต์ และสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงอาจจะไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับองค์กรขนาดเล็กหรือบริษัทนิติบุคคลที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน การนำแนวคิดเรื่องคนมีค่าที่สุดในองค์กรมาใช้ในการพัฒนาและปรับรูปแบบขององค์กรอย่างมีลักษณะไม่กว้างขวางและเด่นชัด เนื่องจากแต่ละองค์กรมีวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีระบบการบริหารที่แตกต่าง และมีนโยบายที่แตกต่าง บางองค์กรยังคิดว่าผลกำไรหรือนโยบายการผลิตคือ หัวใจสำคัญมากกว่าบุคคลในองค์กรซึ่งเป็นเพียงผู้ใช้แรงงาน อีกทั้งการพัฒนาบุคคลเป็นการพัฒนาในเชิงนามธรรม ถึงแม้สร้างระบบเพื่อรองรับการพัฒนาบุคคลแต่ถ้าบุคคลนั้นยังคงไม่เห็นคุณค่าของตัวเองก็จะเกิดความสูญเปล่า ในขณะที่การพัฒนาระบบการผลิต การพัฒนาคุณภาพของผลผลิตในองค์กรสามารถมีดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนกว่า ทำให้แนวความคิดในการพัฒนาบุคคลในแต่ละองค์กรยังไม่เกิดขึ้นในทุกองค์กร
สวัสดี ครับ ศ.ดร.จีระ และ นักศึกษา MPA สวนสุนันทาฯ ทุกคน ขอแสดงความชื่นชม ศิษย์ ที่จัดว่าเร็วที่สุด 3 อันดับ ซึ่งส่ง blog มาเป็นสามคนแรก นับว่าเป็นความดี ส่วนดี ที่น่าเอาอย่าง ได้แก่ <ol>
</ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สำหรับ ร้อยตรีหญิง ผลึกพร อนันตพงษ์ ส่งมาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งสอง paper น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าจะถามทั้งสามคนนี้ว่า ความสำเร็จในงานนี้ ที่สามารถทำได้เร็ว เนี่ย ทำได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยของความสำเร็จ ให้ตอบตัวเอง และขอให้ใช้และพัฒนาปัจจัยเหล่านั้น ขยายผลไปสู่ความสำเร็จในงานอื่น ๆ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อเร็ว แล้ว ให้พัฒนา “ดี มีคุณภาพ ยิ่ง ๆ ขึ้น” และถ้ามาควบคู่กันได้คือ “เร็วกว่า” “ดีกว่า” ก็จะยิ่งน่าภาคภูมิใจ เพราะเข้าข่ายคนทำงานดีมีประสิทธิภาพ</p> ส่วนนักศึกษาที่เหลือ อย่าให้ช้า ทิ้งห่างเพื่อน มากเกินไป การทำความดี อาจต้องมีการ “ฝึก”“ฝืน”“ข่มใจ” บ้าง เพราะเราเป็นนักศึกษา เป็นนักพัฒนา อย่าลืมว่า แต่ละคนเหลือเวลาที่เหลือของชีวิตไม่เท่ากัน ตามที่ผมให้แผนที่ชีวิตไว้ ขอให้ดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ สมดุล มีเหตุมีผล บนพื้นฐานของความรอบรู้ ความมีคุณธรรม ขอให้นักศึกษาโชคดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ยม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p class="content">081-9370144 </p>
[email protected]
http://gotoknow.org/portal/yom-nark
</span>
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม นาคสุข
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนวิชาบริหารทรัพยากรมนุษย์ กับอาจารย์ ศ.ดร.จีระ และอาจารย์ยม นอกจากได้ความรู้มากมายแล้ว ยังมีโอกาสอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ ซึ่งมีเนื้อหาและสาระที่ดีมาก และเกิดประโยชน์อย่างมาก หากนำไปประยุกต์ใช้ เริ่มตั้งแต่ วิธีการคิด
-คิดไกลมองเป้าหมายระยะยาวอย่างชัดเจนว่าการพัฒนา ทรัพยากมนุษย์ต้องใช้เวลาแต่จะเกิดผลดีกับประเทศชาติอย่างยั่งยืน
-คิดถึงงานและเป้าหมายและผลที่จะได้รับก่อนคิดถึงเรื่องเงิน
-การทำงานคิดถึงคุณภาพของงานมากกว่าเรื่องทุน
-เกิดมาเพื่อจะเรียนและเรียนรู้อย่างสนุกเพื่อนำมาใช้ประโยชน์
-เป็นคนที่ไม่รู้จักคำว่าไม่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้และแสวงหาความรู้ ตลอดเวลามองตนเองน้อยลงมองคนอื่นรอบข้างมากขึ้น
- คนเก่งต้องยึดมั่นในศีลธรรม คุณธรรม
ฯลฯ
ทฤษฎีการเรียนรู้ 4L’s ของท่านพารน
Village that learn - หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้
School that learn - โรงเรียนแห่งการเรียนร
ู้ Industry that learn - อุตสาหกรรมแห่งการเรียนรู้
Nation that learn - ชาติแห่งการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้4L’sจากประสบการณ์การทำงานจริง ศ.ดร.จีระ
Learning Methodology - เข้าใจวิธีการเรียนรู้
LearningEnvironment-สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
Learning Opportunity - สร้างโอกาสในการเรียนรู้
Learning Community - สร้างชุมชนในการเรียนรู้
หากสามารถนำแนวการคิด และทฤษฏี 4 L’s ของอาจารย์ทั้งสองท่านไปปรับใช้โดยเริ่มต้นกับตนเอง
และครอบครัวก่อน ค่อยขยายไปในชุมชน องค์กร เชื่อว่าจะเกิดผลดีต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว จะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย
์ในประเทศได้อย่างยั่งยืนทำให้มีขีดความสามารถในการ
แข่งขันกับโลกภายนอกได้หากจะให้ได้ผลดีกับเยาวชน
ซึ่งเป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดของประเทศ ต้องนำไปใช้กับการศึกษาของประเทศไทยทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่หลักสูตรวิธีการเรียนการสอนเริ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาล เน้นให้มีการคิดหาข้อมูลความจริง หัดคิดวิเคราะห์ วางเป้าหมายและแผนการทำงาน สร้างโอกาสการศึกษาให้เท่าเทียมกัน ถือเป้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เรื่องใหญ่และสำคัญที่สุด ปัจจุบันหน่วยงานทุกแห่งจะสร้าง KM ไปสู่ LO แต่จะมีใครกี่คนที่จะทำให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงหากไม่เริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็ก เป้นการแก้ที่ปลายเหตุไม่ตรงประเด็น และไม่นึกถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง หากจะพํัฒนาทรัพยากรมนุษย์จริงจะต้องเริ่มให้ตรงประเด็น การเรียนรู้จะต้องรู้ภาษาอย่างน้อย ภาษาไทยให้ถูกต้องเพราะเป็นรากฐาน ภาษาอังกฤษ เพื่อการเรียนรู้ให้ทันโลก รู้เทคโนโลยี และทีสำคัญจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ด้วย เป้าหมายคือคุณภาพของคนคู่กับคุณธรรม สวัสดีค่ะ ศรีปัญญา [email protected]
[email protected]
สวัสดีค่ะ อาจารย์ยม นาคสุข จากวันอาทิตย์ที่ 14 ม.ค.50 อาจารย์ได้ให้เกียรติแก่นักศึกษา MPA ที่สวนสุนันทา ต้องขอขอบคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความรู้ในเรื่องภาพรวมของการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ ความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ที่สนใจมีอยู่ 3 ประเด็น ประเด็นแรก ได้ทราบแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ - ยุคดั้งเดิม บุคคลเสมือนเครื่องจักร คือทำงานโดยใช้แรงงานเพียงอย่างเดียวทำงานตามสั่ง - ยุคต่อมา เริ่มมองว่าบุคคลเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งของประเทศได้รับการศึกษามากขึ้นสามารถทำงานได้โดยที่รู้หน้าที่ของตัวเอง - ยุคใหม่ แสดงให้เห็นว่าบุคคลเป็นทรัพย์สินขององค์การ คือเมื่อมีบุคลากรที่มีคุณภาพก็ต้องรู้จักที่จะรักษาเอาไว้ ประเด็นที่สอง คือ รู้จักต้นทุนของมนุษย์ว่าเริ่มมีต้นทุนตั้งแต่ปฏิสนธิอยู่ในครรภ์มารดาด้วยการเอาใจใส่ดูแลเขา เพราะถือว่าลูกคือสมบัติของประเทศ ประเด็นที่สาม คือ การบริหารทรัพยากรมนุษย์แล้วไม่เกิดจริยธรรม คือความล้มเหลว การบริหารทรัพยากรมนุษย์มีปัญหาอะไรบ้าง 1. ปัญหาในเรื่องระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นปัญหาที่กำเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในองค์กรภาครัฐ 2. เทคโนโลยี มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการพัฒนาแต่ไม่ได้พัฒนาคนที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้ เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในระบบเทคโนโลยี 3. อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับผู้นำเพียงคนเดียวทั้งๆที่มีการกระจายอำนาจไปแล้วแต่ไม่ได้มอบอำนาจในการตัดสินใจให้ด้วย แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. ผู้บริหารควรจะเปิดใจที่จะเปิดใจให้กว้างเป็นผู้บริหารสมัยใหม่
นำกระบวนการ HRM มาใช้ในการแก้ไขปัญหา คือ INPUT PROCESS OUTPUT 2. พัฒนาคนให้เข้าใจถึงระบบการทำงานของเทคโนโลยีก่อนที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามา ใช้การฝึกอบรมเข้ามาช่วย 3. ใช้การสร้างอำนาจ 5 อย่าง ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์เข้ามาช่วย คือ - อำนาจสร้างได้ด้วยการให้ คือการให้โอกาสให้ความรู้ ให้อภัย
ให้ความเป็นกันเอง ฯลฯ - อำนาจสร้างได้ด้วยการติ คือติให้ถูกเวลาสถานที่ติที่ก่อให้เกิดประโยชน์ อย่าติดต่อหน้าคนเยอะเพราะผู้ได้รับการติจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง - อำนาจสร้างได้โดยการเป็นผู้รู้มากกว่า เมื่อมีโอกาสต้องถาม
รู้มากกว่าที่จะแสดงออก เพราะการถามไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนโง่แต่เพื่อความรู้มากกว่า - อำนาจสร้างด้วยการอ้างอิง อย่างเช่นอ้างถึงคำสั่ง หรือผู้บังคับบัญชา อ้างถึงผู้ที่เชื่อถือได้ - อำนาจสร้างได้ทางนิติกรรม คือได้รับการแต่งตั้งเลือกสรรมาแล้วว่าเหมาะสม
วรวรรณ ส่องพลาย รปม.3 รหัส 49038010035
เรียนอาจารย์จีระ และอาจารย์ยม
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2550 ได้เริ่มเรียนกับอาจารย์จีระ เริ่มแรกรู้สึกแปลกๆที่เรียนรูปแบบของอาจารย์รู้สึกค่อนข้างเครียดและค่อยเริ่มเข้าที่เข้าทางช่วงบ่าย อาจารย์สอนแบบทุกคนต้องมีส่วนร่วมเหมือนกับการทำงานเป็นทีม ให้มีความคิดตลอดเวลา การคิดเป็น คิดจากข้อมูลที่อาจารย์สอน มาเป็นความรู้และ สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อรู้ปัญหาและแก้ไขได้ ตื่นตัวทุกวินาที ต้องตั้งใจฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เริ่มเข้าใจอาจารย์ว่าอาจารย์ใช้วิธีการสอนเหมือนกับการให้นักศึกษารู้จักพัฒนาตนเอง ไม่เรียนแบบเดิมๆ แล้วก็ผ่านไป ส่วนเรียนกับอาจารย์ยมเมื่อวันที่ 14 ม.ค.2550 ก็ได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น อาจารย์มีความตั้งใจในการสอนมาก พยายามเน้นในสิ่งที่ดี ที่ควรปฎิบัติ และให้แนวทางไว้หลายๆอย่าง คล้ายๆอาจารย์จีระ เช่น รัฐประศาสนสตร์ต้องเรียนข้ามศาสตร์อื่นๆด้วย ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กร รู้สึกได้เลยว่าอาจารย์ทั้งสองรู้สึกเข้าใจในส่วนลึกของคนซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่บางคนมองอย่างไม่มีความหมาย ถ้าทุกคนเข้าใจแบบที่อาจารย์สอน คงมีอะไรที่ดีเกิดขึ้นอีกมากมายในโลกนี้
ในส่วนที่ได้รับความรู้จากอาจารย์ทั้งสองแค่ 2 วันได้รับความรู้สึกดีๆ ความรู้ดีๆ ทีมีคุณค่าต่อตัวผู้รับมากมาย สามารถจะนำมาใชัในหน่วยงานได้ และหวังจะได้รับความร่วมมือร่วมใจกันของพนักงานทุกๆคน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ยม และสามารถนำไปปฎิบัติได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 1. หลักธรรมมาภิบาล เป็นหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ดี Good Governance ทั้ง 6 ข้อ เป็นสิ่งที่ดีถ้าปลูกฝัง บ่มเพาะเข้าไปในจิตสำนึกของทุกคนในองค์กรหรือบุคคลทั่วไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 2. การสร้างอำนาจ 5 อย่างซึ่งต้องสร้างและต้องรักษา ต้องใช้อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องซึ่งจะทำให้เกิดบารมีได้ เหมือนท่านพารณท่ใช้ปฏิบัติกับพนักงานในเครือซีเมนต์ไทย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 3.การใช้ชีวิตของคน ต้องมีการวางแผนไม่ว่าจะทำเรื่องใด เพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต</p> การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ของรัฐ ปัญหาที่พบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 73.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 73.5pt" class="MsoNormal">1. ระบบการศึกษา ไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข การศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กๆไม่ได้รับทุกคนอย่างถูกต้องและยุติธรรม เนื่องจากสภาพแวดล้อมและสถานะภาพของผู้ปกครอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 73.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 73.5pt" class="MsoNormal">2. ข้าราชการปฏิบัติงานตามแบบเดิมๆ แม้จะมีการปฎิรูประบบราชการแล้ว ซึ่งอาจจะมาจากข้าราชการอายุมาก หรือพวกที่เข้ามาแบบมีเส้นสาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 73.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 73.5pt" class="MsoNormal">3. นโยบายขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากการปรับเปลี่ยนรัฐบาล</p> แนวทางแก้ไขปัญหา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 71.25pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 71.25pt" class="MsoNormal">1. กระทรวงศึกษาธิการควรกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและเป็นจริงเป็นจังที่จะทำระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเกิดขึ้นกับเด็กๆทุกคนไม่มีข้อยกเว้น เป็นภาคบังคับหรือเป็นกฎหมายที่พ่อแม่ต้องให้ลูกให้เรียนหนังสือทุกคน เพราะการเรียนรู้ถ้าไม่เริ่มต้นตั้งแต่เด็ก ที่จะโตไปในวันหน้า คนจะมีคุณภาพได้อย่างไร อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 71.25pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 71.25pt" class="MsoNormal">2. รัฐบาลเมื่อมีการปฎิรูประบบราชการ ต้องมีการตรวจสอบและวัดผลงานใหม่ เอาประเภทใครดีใครอยู่ การรับคนเข้ามาทำงานต้องมีการสอบคัดเลือกจริงจัง จะได้คนดี ซึ่งสามารถที่จะทำงาน และพัฒนาปรับปรุงระบบราชการก็จะดีขึ้น และเมื่อมีคนดี มีจริยธรรม ระบบราชการจะโปร่งใส ตรวจสอบได้ จะไม่มีเรื่องคอรัปชั่นกิดขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 71.25pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 71.25pt" class="MsoNormal">3. นโยบายรัฐบาล ต้องทำอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลชุดใด หากรัฐบาลเปลี่ยนแปลง น่าจะนำนโยบายเดิมมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและจะเพิ่มเติมสิ่งใหม่ก็เพิ่มเติมไป</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สรุปถ้าทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือผู้ปฎิบัติ ข้าราชการ เอกชน ถ้าเรียนรู้ว่าตนเองเป็นทรัพยากรมนุษย์ทีมีค่าต่อตนเองและผู้อื่น เป็นคนดี มีจริยธรรม ก็สามารถที่จะพัฒนาตนเองและองค์กรให้ก้าวหน้าได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วรวรรณ ส่องพลาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">081-6564286</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">[email protected]</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>
สวัสดี ศ.ดร.จีระ นักศึกษา และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขณะนี้ มีนักศึกษา เขียนแชร์ความรู้มา 6 ท่านแล้ว ขอชื่นชม ว่าท่านมีความตั้งใจสูงติดอันดับ ท๊อป 6 ได้แก่
<ol>
</ol> <p>โดยรวมเห็นความตั้งใจเขียนได้ดี โดยเฉพาะนักศึกษาวรวรรณ ส่องพลาย เขียนเรียบเรียงได้ดี คือเปิดประเด็น ดำเนินเรื่อง และสรุป เสนอแนะ ได้ดี ครบถ้วนกระบวนการที่แนะนำไว้ อย่างไรก็ตาม ตอนเสนอแนะ มีหลักการว่าควรต้องให้โดดเด่น เหมือนหัวมังกร ตอนที่เสนอแนะ กับตอนสรุป จะต่างกัน สรุปเหมือนหางมังกร แต่ตอนเสนอแนะ ควรให้เป็นหัวมังกรอีกครั้ง เพื่อเชิญชวนให้ผู้อ่านได้ติดตามต่อไป ครับ</p> <p>อย่าลืมว่า การเขียน การพูด มี สาม steps คือ หนึ่ง เปิดประเด็น สอง ดำเนินเรื่อง สามสรุป แสดงความเห็น เสนอแนะ และถ้าจะให้ดี ควรคิดสร้างสรรค์ต่อยอดแนวคิดของอาจารย์</p> <p>เมื่อเปิดประเด็นใน Blog อย่าลืมที่จะกล่าวถีง อาจารย์ผม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ด้วยทุกครั้ง เพราะไม่มีท่าน ก็ไม่มีผมใน Blog นี้ ต้องขอย้ำ กับนักศึกษา อาจารย์เป็นผู้กระตุ้นให้ผมเขียนและทำ Blog เป็น และหากนักศึกษาเห็นผม เก่งและดี นั่นคือ เป็นเพราะอาจารย์ สอนมา และทุกวันนี้ ผมก็ยังเรียนรู้กับ อาจารย์อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ การเรียนในห้องเรียนจบแล้ว แต่การเรียนของผม เรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะชีวิตคือการศึกษา รักความก้าวหน้า ต้องหมั่นศึกษาตลอดชีวิต และการศึกษาไม่กำหนดรูปแบบ และวิธีการ แต่เน้น องค์ความรู้และบูรณาการ เพื่อหวังนำไปพัฒนาตนเองและสังคมประเทศชาติ </p> <p>การดำเนินเรื่อง หรือเขียน Blog ผมขอย้ำ เราต้องฝึก ต้องตรงประเด็น สิ่งที่ผมขอให้นักศึกษาร่วมแชร์ความรู้ ตามที่ขอไว้ คือ ได้เรียนรู้อะไร 3 ประเด็น การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ในบ้านเรา มีปัญหาอะไร 3 ประเด็น ข้อเสนอแนะในการแก้ไข ป้องกันปัญหาดังกล่าว อย่างน้อย 3 ประเด็น </p> ตอนสรุป ควรต้องเสนอแนะ สั้น ๆ ว่ามีความเห็นอย่างไร สรุปได้อย่างไร มีอะไรที่จะต่อยอดได้หรือไม่ <p>ขอให้นักศึกษา ใช้แนวทาง 6 ท. ที่ให้ไว้ มาใช้ จะทำให้ทำได้ดียิ่งขึ้น</p><ul>
</ul> <p>ขอให้นักศึกษา และผู้อ่านทุกท่านโชคดี</p> <p>สวัสดี </p> ยม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> <p class="content">081-9370144 </p>
[email protected]
http://gotoknow.org/portal/yom-nark
</span></span></span></span>
เรียน อาจารย์ยม นาคสุข การเรียนในวิชาการบริหารทรัพยากร ในวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2550 ช่วงท้ายชั่วโมงอาจารย์ได้สั่ง paper ไว้ 3 ประเด็น ซึ่งขอตอบคำถามดังนี้ประเด็นที่ 1 วันนี้ เรียนรู้ ได้ประเด็นอะไร ที่ตนเองได้ และสนใจ อย่างน้อย 3 ประเด็น ตอบ การเรียนรู้ที่ได้รับในชั้นเรียนและจะนำความรู้ไปใช้ประโยช์ด้านการทำงานที่สนใจ 3 ทฤษฎีคือ1.) ทฤษฎี PEST ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ด้าน คือ 1. Political การเมือง 2. Economy เศรษฐกิจ 3. Social สังคม วัฒนธรรม4. Technology เทคโนโลยีทฤษฎี PEST ต้องหาความรู้หลายหลากด้านนำมาพัฒนาศึกษาเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในบริหารทรัพยากรมนุษย์ ทั้งจากการพัฒนาด้านการติดต่อสื่อสาร เทคโนโลยี ITสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของความสัมพันธ์เชื่อมต่อของยุคโลกาภิวัตน์ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มคน ทั้งชุมชน ภาคเอกชน และภาครัฐบาล ต้องอาศัยการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความรู้ใหม่ และไอเดียใหม่ ๆ ทำให้เราอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในยุคโลกาภิวัตน์ 2.) หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) / หลักในการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ประกอบด้วย 6 ประการหลักคือ1. หลักนิติธรรม คือ การตรากฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับและกติกาต่างๆให้ ทันสมัยและเป็นธรรม ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและสมาชิก โดยมีการยินยอมพร้อมใจและถือปฏิบัติรวมกันอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม กล่าวโดยสรุป คือ การปกครองภายใต้ กฎหมายมิใช่ กระทํากันตามอําเภอใจหรืออํานาจของบุคคล2. หลักคุณธรรม คือ การยึดถือและเชื่อมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยการรณรงค์ เพื่อสร้างค่านิยมที่ดีงามให้ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรหรือสมาชิกของสังคมถือปฏิบัติ ได้แก่ ความซื่อสัตย์ สุจริตความเสียสละ ความอดทน ขยันหมั่นเพียร ความมีระเบียบวินัย3. หลักความโปร่งใส คือ การทําให้ สังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ โดยการปรับปรุงระบบและกลไกการทํางานขององค์กรให้มีความโปร่งใส ตลอดจนมีระบบหรือกระบวนการตรวจสอบและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้การทํางานของภาครัฐและภาคเอกชนปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น4. หลักความมีส่วนร่วม คือ การทําให้ สังคมไทยเป็นสังคมที่ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ และร่วมเสนอความเห็นในการตัดสินใจสําคัญๆของสังคม 5. หลักความรับผิดชอบ ผู้บริหารตลอดจนข้าราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจํา ต้องตั้งใจปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่อย่างดียิ่ง โดยมุ่งให้บริการแก่ผู้มารับบริการ เพื่ออํานวยความสะดวกต่างๆ มีความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในหน้าที่การงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขทันที่6. หลักความคุ้มค่า ผู้บริหาร ต้องตระหนักว่ามีทรัพยากรค่อนข้างจํากัด ดังนั้นในการบริหารจัดการจําเป็นจะต้องยึดหลักความประหยัดและความคุ้มคา ซึ่งจําเป็นจะต้องตั้งจุดมุ่งหมายไปที่ผู้รับบริการหรือประชาชน 3.) ทฤษฎีการพัฒนาธุรกิจ หมายถึง กิจการที่ก่อให้เกิดสินค้าและบริการ กิจกรรมของธุรกิจ ตามทฤษฎี OM (Operation Management) มี 3 กระบวนการ คือ INPUT , PROCESS , OUTPUTINPUT คือ กระบวนการนำเข้าทรัพยากรทางการบริหาร ได้แก่ คน วัตถุดิบ อุปกรณ์เครื่องมือ เงินงบประมาณ และระบบการจัดการ ที่จะนำสินค้า/บริการเข้ามาสู่ห้างร้าน สถานประกอบการ PROCESS คือ กระบวนการผลิต กระบวนการขาย กระบวนการบริการ กระบวนการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าOUTPUT คือ ที่ถือว่าเป็นจุดสุดท้ายของงานขาย/งานบริการ ในกระบวนการขาย หรือบริการ ผู้ขาย ผู้ปฏิบัติงานต้องมีแนวคิดที่สำคัญคือ “ลูกค้าและนายถูกเสมอ” เพราะเขาคือผู้มีพระคุณต่อผู้ปฏิบัติงาน——————————ประเด็นที่ 2 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ท่านคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง 3 ข้อจากการอยู่รวมกันเป็นสังคม การมีปฏิสัมพันธ์ในทุกด้าน ทำให้ปัจจุบันการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐมักเกิดปัญหาขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งปัญหาที่น่าสนใจและติดตามอย่างต่อเนื่องก็คือคน-สังคม-สิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอก 1. ปัญหาคุณภาพของคน ขาดภาวะผู้นำ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ขาดโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน2. ปัญหาสังคม วัฒนธรรม โดยการรับวัฒนธรรมจากต่างชาติ สังคมได้รับการดูแล ขาดศีลธรรม สังคมการขาดความสัมพันธ์และความไว้วางใจกันระหว่างผู้คนในสังคม เช่น การคอร์รัปชั่น ขาด “ธรรมาภิบาล” (good governance) ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีมาโดยตลอดอันยาวนานจนกระทั่งปะทุรุนแรงให้เห็นในเวลานี้ 3. ปัญหาสภาพแสดล้อม ถูกครอบงำจากต่างชาติด้วยระบบ เช่น เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจาการปฏิรูประบบราชการ ปรับเปลี่ยนระบบราชการเป็นงานใหญ่ เป็นงานที่มีหลายด้านหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับบทบาทภารกิจภาครัฐ การจัดโครงสร้างส่วนราชการ ตลอดจนการปรับปรุงระบบข้าราชการ จึงจําเป็นต้องมีการพัฒนาระบบราชการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาพื้นฐานและจุดอ่อนของระบบราชการที่สั่งสมกันมานาน และการเร่งพัฒนาขีดสมรรถนะและเสริมสร้างความเข็มแข็ง อันจะช่วยให้ ระบบราชการสามารถปรับตัวได้ ——————————-ประเด็นที่ 3 ข้อเสนอแนะให้รัฐบาล องค์การ ฯ ในการแก้ไขปัญหา ให้ภาครัฐ 3 ข้อ1. หน่วยงานราชการต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด กระบวนทัศน์ ในการแก้ไขวัฒนธรรมในองค์กรแบบเดิมในเชิงรุก โดยใช้ทฤษฎีการบริหารจัดองค์กรแนวใหม่และให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการและส่งเสริมข้าราชการผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนภารกิจ ด้านภาวะผู้นำที่ดีในองค์กร เพื่อการดำเนินงานเป้าหมายสูงสุด สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ยึดหลักประการสําคัญคือ การบริหารราชการเพื่อประโยชน สุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติ2. ผู้บริหารในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับเปลียนพฤติกรรมและทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง 3. วางมาตรการการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อเป้าหมายขององค์กรที่ใสสะอาด (ต้องติดตาม)· การเขียนสรุป paper ทั้ง 3 ประเด็นนี้ ผู้เรียนจะนำไปใช้ในด้านการทำงาน ในชีวิตประจำวันและปรับใช้ในสถานการณ์จริงที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะด้านการเรียน ซึ่งถือว่าการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ ถ้ามีการวางแผนที่ดีเส้นทางการดำเนินชีวิตของตนเอง ในอนาคตจะประสบแต่ความสำเร็จส่ง Paper วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2550ผู้ส่ง นางสาวนันทพร สิงห์ตุ่ย รหัส 49038010002 MPA รุ่น 3 ม. สวนสุนันทา08-1901-2543 [email protected]
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ หนังสือเล่มนี้ชื่อ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” เมื่ออ่านแล้วทำให้ข้าพเจ้าฯ รู้จักคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ที่มีความเชื่อ ความศรัทธา ความมุ่งมั่นมาโดยตลอดทั้งชีวิต รวมทั้งได้ทุ่มเทความคิดและเวลาอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หนังสือเล่านี้ยังได้แนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรมนุษย์ ว่าหมายถึงอะไร มีวิธีการใดบ้าง เมื่ออ่านจบแล้ว จึงจัดทำบันทึกไว้เพื่อนำมาปรับใช้ภายในองค์กร เพราะองค์กรที่ข้าพเจ้าฯ อยู่ ข้าพเจ้าฯ อยู่ในฐานะผู้บริหาร มีบ้างอย่างได้ข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ในการบริหารงานแบบประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้กับคนไทยที่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม จึงขออนุญาตรวบรวมแนวความคิดของคุณพารณฯ มาบันทึกไว้เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาและนำไปปฏิบัติ เผื่อว่าจะประสบความสำเร็จดังเช่น บริษัทปูนซิเมนต์ไทยบ้าง การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรมนุษย์ คือ การบริหารจัดการและพัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถ สามารถแข่งขันได้ เพราะคนคือผลกำไรที่แท้จริงขององค์กร ไม่ใช่เป็นแค่ต้นทุนการผลิต หากได้รับการดูแลเอาใจใส่จะทำให้เพิ่มศักยภาพ ซึ่งเมื่อได้พัฒนาอย่างจริงจัง สม่ำเสมอและเป็นระบบแล้ว เชื่อว่าองค์กรจะต้องมีคนเก่งและคนดี นำองค์กรสู่ความเป็นเลิศได้แนวทางปฏิบัติที่ควรนำไปใช้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีดังนี้1.ทำงานทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ เข้มงวดเรื่องต้นทุน ตรงต่อกำหนดเวลา ให้ความเป็นธรรมต่อสังคมในภาวะที่ต้องแข่งขันกันทางธุรกิจ ลดความเสียหายหรือผิดพลาดให้น้อยที่สุด 2.การให้ทุนการศึกษา ภายใต้แนวคิดว่า การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุน (Investment)ไม่ใช่ต้นทุน(Cost)ขององค์กร คนเป็นทรัพยากรที่ต้องเอาใจใส่ดูแลหมั่นพัฒนา หมั่นเพิ่มพูนความรู้ความสามารถตลอดเวลา โดยผู้บริหารต้องผลักดันให้เกิดอัจฉริยะในทุกระดับ ต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ฝึกสอนและเป็นพี่เลี้ยง ต้องพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดเวลา เพื่อให้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถของเขาออกมาได้เต็มที่ ด้วยการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องหรือการจัดให้มืทุนการศึกษาให้แก่พนักงานทุกระดับ รวมไปถึงการจ้างผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำจากต่างประเทศมาพัฒนาผู้บริหาร หรือการส่งผู้บริหารไปเข้า Advanced Management Program ติดต่อกันหลายปี โดยเน้นการพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ภายใต้ความคิด Constructionism เพื่อสร้างความพร้อมให้กับเด็กไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองของโลก หรือ Global Citizen คือ จะต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานในสามเรื่องนี้ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และเทคโนโลยี3.การลงทุนเพื่อพัฒนามันสมอง หรือการสร้าง Knowledge เพื่อสะท้อนบุคลิกให้เกิดการใฝ่รู้หรือ Learner เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิตและยกระดับขีดความสามารถขององค์กร สามารถแข่งขันกับกิจการอื่นได้4.การนำเอาระบบ TQM มาใช้เป็นนโยบายหลักขององค์กร เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาคน พร้อมกับการวางแผนการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ จัดให้มีการศึกษาดูงาน การส่งไปฝึกอบรมทั้งในและต่างประเทศ การฝึกปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ การหมุนเวียนการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความรู้หลากหลาย5. การนำกิจกรรม 5 ส. มาปรับใช้ในการบริหารองค์กร การนำระบบข้อเสนอแนะ ระบบความปลอดภัยและการทำกิจกรรม QCC มากำหนดเป็นนโยบายเพื่อเพิ่มผลผลิตอย่างรวดเร็ว6.การนำเอาวิธีการบริหารงานของบริษัทต่างประเทศมาปรับใช้ เริ่มตั้งแต่การจัดโครงสร้าง ระเบียบการบริหารองค์กร การทำงานอย่างมีระบบ เป็นต้น7.การเพิ่มผลผลิตจะประสบความสำเร็จได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการมีความจงรักภักดีและการมีวินัยของคนในองค์กร และคนในองค์กรต้องมีความเข้าใจตรงในเป้าหมายเดียวกันและร่วมใจเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว8.การบริหารงานที่ดีก็คือ การที่ดึงเอาความสามารถของคนแต่ละคนมารวมกัน โดยมีทุนแห่งความสุขและความสมดุล (Happiness Capital)ที่มากกว่าผู้อื่น9.แนวคิดที่ว่าคนที่สามารถพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องเป็นทั้งคนเก่งและคนดี คือ เก่ง 4 ดี 4 ได้แก่ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด และเก่งเรียน ส่วน ดี 4 ได้แก่ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้คู่คุณธรรมและการใช้วิธีประเมินบุคคลที่เรียกว่า Capability สำหรับคนเก่ง และใช้ Acceptability สำหรับคนดี เพื่อดูว่าพนักงานยังขาดความสามารถในด้านใด 10.การนำเอาระบบพี่เลี้ยงมาใช้ในองค์กร เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์แบบพี่น้อง เกิดความอบอุ่นใจแก่พนักงานใหม่ ช่วยเป็นเพื่อนคู่คิดในการทำงาน11.ภายในองค์กรเกิดระบบการควบคุมกันเองทางสังคม (Social Force) เพราะคนภายในองค์กรคิดดีทำดี จะเตือนเมื่อเห็นว่ามีการทำงานออกนอกลู่นอกทางกันเอง12. เมื่อองค์กรได้พัฒนาบุคลากรแล้ว ต้องรู้จักทนุถนอมและรักษา เพราะคนไม่ต้องการผลตอบแทนเป็นเงินเพียงอย่างเดียว ยังต้องการผลตอบแทนทางใจด้วย และองค์กรจะไม่มีการเอาพนักงานออกโดยไม่มีเหตุผลอย่างเด็ดขาด เว้นแต่เกิดจากความสมัครใจ 13.การทำงานเป็นทีม โดยการให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งในด้านความคิด และร่วมกันทำเพื่อให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าขององค์กร เกิดความรักและผูกพันต่อองค์กร14.การนำเอาหลักการบริหารงานแบบญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ ทำให้การทำงานของคนไทยมีพฤติกรรมที่ดี คือมีวินัยในการทำงาน มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร มีการอุทิศเวลา มีความกระตือรือร้นที่จะใฝ่เรียนใฝ่รู้ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้มากขึ้น15.การสร้างบรรยากาศในองค์กรให้เหมือนครอบครัว เพื่อให้พนักงานมีความสุข เช่น การให้ความดูแลความเป็นอยู่ การฝึกอบรมอาชีพให้แก่แม่บ้าน เป็นต้น16.ทฤษฎี 4 L’s ของอาจารย์จีระ ได้แก่ การเข้าใจวิธีการเรียนรู้ (Learning Methodology) การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ (Learning Environment) การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ (Learning Opportunity) การสร้างชุมชนการเรียนรู้ (Learning Community)สำคัญของมนุษย์ที่ถือว่าเป็นทรัพยากรมีความสำคัญพอๆ กับเงินหรือวัตถุที่มีค่า เป็นประโยชน์ในการวางแผนทางด้านเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างศักยภาพในการแข่งขันกับองค์กรต่างประเทศ ทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว ดังนั้นองค์กรและรัฐบาลจึงต้องลงทุนในเรื่องคนตลอดเวลาและต่อเนื่อง โดยเฉพาะรัฐบาลที่ต้องหันมาลงทุนพัฒนาการศึกษาตั้งวัยเด็กเรื่อยมา พัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนาฝีมือแรงงานให้มีทันกับความเจริของโลกเราด้วย สุดท้ายนี้หากอาจารย์มีหนังสือดีๆ แบบนี้อีก ลูกศิษย์คนนี้ยินดีอ่านทุกเล่มค่ะ สมธนิษฐ์ มงคลชาติรหัส 49038010030 สวนสุนันทา รปม. รุ่น 3085-0442331
สวัสดีค่ะ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">บทสนทนาในหนังสือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ จุดประกายความคิดทางปัญญา เป็นแบบอย่างและแนวทางในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ทำให้หลังจากอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้ว จะเป็นประโยชน์และนำไปใช้กับตนเอง องค์กร และประเทศชาติ</p>หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ บทสรุปที่กล่าวถึงผู้รู้ 2 ท่านคือ อาจารย์พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และศ.ดร. จีระ หงส์ลดาลดารมภ์ บุคคลที่ควรเป็นแบบอย่าง สำหรับแฟนพันธุ์แท้ทุกคน การสนทนาดังกล่าวว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ได้รวบรวมจากประสบการณ์ที่ได้กลั่นกรองสะสมมาอย่างมากมาย เท่าที่อ่านถือว่าเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้วิธีคิด วิธีการทำงาน ในการพัฒนาทักษะกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเป็นความโชคดีสำหรับผู้เรียนที่ได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ และสิ่งที่ทั้งสองท่านมีเหมือนกันก็คือ การสร้างเครือข่ายมนุษย์ ให้ความสำคัญกับคนทุกระดับ และการไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ และยังได้นำความรู้ ประสบการณ์มาถ่ายทอดสื่อสารทางรูปแบบตัวอักษรให้กับคนอื่นๆ ที่อ่านให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และกล้าที่จะแสดงออก ซึ่งบทสนทนาทำให้ทราบเนื้อหาสาระสำคัญในหลากหลายด้าน เช่น
เรื่องของสองแชมป์ เป็นการกล่าวถึงความเชื่อและศรัทธาและความมุ่งมั่นในเรื่องคนที่ตรงกันของทั้งสองท่าน โดยเฉพาะเรื่องประวัติ ผลงานทำงานเรื่องเกี่ยวกับคน ตลอดจนแนวทางในการทำงานของผู้รู้ทั้งสองท่าน ***
เรื่องคัมภีร์คนพันธุ์แท้ เพื่อให้ทราบแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่เรื่องปรัชญาของทรัพยากรมนุษย์ที่ว่า “คน ถือเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กร” การพัฒนามนุษย์ต้องเน้นการเรียนรู้ ***
เรื่องจักรวาลแห่งการเรียนรู้ โดยการพัฒนาจากที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นช่วงของการขยายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่ภาคประชาชน ประชาชนเรียนรู้และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ***
เรื่องสูตรเพิ่มผลผลิต แสดงมุมมองของภาพรวมด้านการแข่งขันระดับประเทศ โดยมีการประสานความร่วมมือขององค์กรทั้งสี่ คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคนักวิชาการ ภาคแรงงาน ***ประโยชน์และนำไปใช้กับตนเองนำมาใช้เป็นแนวทางสร้างสรรค์ด้านความคิดเห็นของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ต่อการปฏิบัติงานในชีวิตจริงแบ่งเป็น 2 ด้าน คือด้านผลสำเร็จของงาน และด้านพฤติกรรมของคน ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อมูลเรื่องของคน ที่มีต่อความคิดเห็น พบว่า วุฒิการศึกษา หน่วยงาน ตำแหน่ง ที่แตกต่างกันทำให้มีความคิดเห็นต่อเกณฑ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่แตกต่างกัน คนที่จะทำงานสำเร็จได้จะต้องเป็นคนที่มีทักษะ ความรู้ และทัศนคติหลายๆอย่างอยู่ในตัว จากวันนี้ไปผู้เรียนต้องอ่านหนังสือให้หลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องที่เคยเรียนเพียงเรื่องเดียว เพราะการที่รู้มากจากการอ่านหนังสือจะทำให้เกิดความคิดที่แตกต่างออกไปจากความคิดเดิม คิดแบบเดิมหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยน เมื่อมีความรู้มากศึกษามาก ก็จะทำให้กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นโดยไม่อายใคร เพราะเรามีความรู้ทำให้มั่นใจมากขึ้น ประโยชน์และนำไปใช้กับองค์กรปัจจุบันเป็นที่ทราบและยอมรับกันทั่วไปว่าคนในองค์กร มีความสำคัญต่อการบริหารงานในองค์กร ด้วยเหตุว่าคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะบริหารและพัฒนาให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยหากองค์กรใดมีคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะในการทำงานที่ดี ก็ย่อมทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีศักยภาพในการแข่งขันและพัฒนา ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กรในระยะยาว ส่วนของผู้บริหารจึงต้องอาศัยเครื่องมือทางการบริหารต่างๆ ที่มีอยู่หลากหลาย เพื่อธำรงรักษาคนที่มีประสิทธิภาพเหล่านั้นให้อยู่กับองค์กรนานที่สุดเท่าที่องค์การต้องการ ยกตัวอย่าง ทฤษฎีวงกลมที่ 3 เรื่องสร้าง Motivation (แรงจูงใจ) มองว่างานที่ทำเป็นสิ่งที่ท้าทายหรือต้องมีแรงบันดาลใจ ไม่อย่างนั้นจะเบื่อหน่ายกับงานไม่มีความตื่นเต้น ทำให้องค์กรขาดคนที่มีความสามารถในการทำงาน ฉะนั้นด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้คนมี Imaginative ซึ่งผู้นำจะต้องรับบทบาททั้งในการสร้างความสามารถ (Capability) ของคนในองค์กรให้เป็นที่ยอมรับ (Acceptability) รวมทั้งการปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้นำ ผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่ายิ่งต้องมองลงมาข้างล่าง เพื่อดูแลคนที่อยู่ข้างล่าง ต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี มีการบริหารงานที่โปร่งใส มีคุณธรรม มีความเชื่อมั่นในความสามารถของลูกน้อง ให้โอกาสในการร่วมงาน และให้อิสระในการทำงาน ต้องรู้งานทุกขั้นตอน รู้ปัญหา-อุปสรรคต่างๆ ทำงาน และคิดว่าการนำ “ team work “ มาปฏิบัติในองค์กร เช่น การยกตัวอย่างบริษัทปูนซีเมนต์ไทย โดยอาศัย 4 ปัจจัย คือ1. สร้างคุณภาพคนให้มีความชอบธรรม 2. ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญและลงมากระทำด้วยตนเอง 3. เปลี่ยนทัศนคติของฝ่ายจัดการให้มองการพัฒนาคนเป็นการลงทุนระยะยาว 4. ปลูกฝังให้พนักงานพัฒนาตนเองฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า “ คน ” เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุดในองค์กรจริงๆ อย่างที่ไม่มีเหตุผลกลใดมาลบล้างความคิดนี้ได้ ประโยชน์และนำไปใช้กับประเทศเมื่อสังคมพัฒนาสู่ระดับสากลในยุคโลกาภิวัฒน์ ได้เรียนรู้พฤติกรรมของคนองค์กรและการพัฒนาประเทศและเมื่ออ่าน“หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” ทำให้ได้เปิดมุมมอง และเปิดใจยอมรับในเรื่องของ HR มากขึ้น และตอนนี้เห็นด้วยกับท่านว่าคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดของประเทศ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่จะพัฒนาประเทศชาติและสังคมให้ประสบความสำเร็จ อยู่ได้อย่างยั่งยืนนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างเป็นส่วนประกอบแต่ที่สำคัญที่สุดคือ “คน” ที่มีคุณค่าและมีคุณภาพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและแข่งขันในระดับสากล เช่น การแข่งขันด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศด้วยการส่งเสริมการศึกษา การส่งเสริมการวิจัย การติดต่อสื่อสารในยุคอินเตอร์เน็ต (IT) หนังสือเล่มนี้ทำให้ได้เข้าใจอะไรที่เป็นสาเหตุของการพัฒนาประเทศที่มีความล่าช้า นั้นคือเราขาดตัวแปรที่มีความสำคัญในการที่จะพัฒนาประเทศของเรา ตัวแปรที่ว่าก็คือทรัพยากรมนุษย์นั้นเอง ที่ว่าเราขาดไม่ได้หมายถึงเราไม่มี แต่เรายังใช้ทรัพยากรไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สรุป เมื่อใดก็ตามที่ผู้บริหารมีความเชื่อและศรัทธาเข้าถึงปรัชญาของคำว่า “คน” ที่กล่าวว่า คนคือ หัวใจของงาน ผู้บริหารจะได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จ โดยให้บริหารงานควบคู่คุณธรรมเสมอ ———————————-การบ้านวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2550 ผู้ส่ง นางสาวนันทพร สิงห์ตุ่ย รหัสประจำตัว 49038010002 นักศึกษา MPA รุ่น 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา08-1901-2543[email protected]——————————————————