เรียน  .ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์             หนังสือเล่มนี้ชื่อ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ เมื่ออ่านแล้วทำให้ข้าพเจ้าฯ รู้จักคุณพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา  ที่มีความเชื่อ  ความศรัทธา  ความมุ่งมั่นมาโดยตลอดทั้งชีวิต  รวมทั้งได้ทุ่มเทความคิดและเวลาอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์   หนังสือเล่านี้ยังได้แนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรมนุษย์  ว่าหมายถึงอะไร   มีวิธีการใดบ้าง  เมื่ออ่านจบแล้ว   จึงจัดทำบันทึกไว้เพื่อนำมาปรับใช้ภายในองค์กร  เพราะองค์กรที่ข้าพเจ้าฯ  อยู่  ข้าพเจ้าฯ อยู่ในฐานะผู้บริหาร  มีบ้างอย่างได้ข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ในการบริหารงานแบบประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้กับคนไทยที่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม  จึงขออนุญาตรวบรวมแนวความคิดของคุณพารณฯ มาบันทึกไว้เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาและนำไปปฏิบัติ  เผื่อว่าจะประสบความสำเร็จดังเช่น  บริษัทปูนซิเมนต์ไทยบ้าง  การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรมนุษย์   คือ การบริหารจัดการและพัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถ    สามารถแข่งขันได้   เพราะคนคือผลกำไรที่แท้จริงขององค์กร  ไม่ใช่เป็นแค่ต้นทุนการผลิต  หากได้รับการดูแลเอาใจใส่จะทำให้เพิ่มศักยภาพ  ซึ่งเมื่อได้พัฒนาอย่างจริงจัง  สม่ำเสมอและเป็นระบบแล้ว   เชื่อว่าองค์กรจะต้องมีคนเก่งและคนดี   นำองค์กรสู่ความเป็นเลิศได้แนวทางปฏิบัติที่ควรนำไปใช้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  มีดังนี้1.ทำงานทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ  เข้มงวดเรื่องต้นทุน   ตรงต่อกำหนดเวลา   ให้ความเป็นธรรมต่อสังคมในภาวะที่ต้องแข่งขันกันทางธุรกิจ   ลดความเสียหายหรือผิดพลาดให้น้อยที่สุด 2.การให้ทุนการศึกษา ภายใต้แนวคิดว่า การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุน (Investment)ไม่ใช่ต้นทุน(Cost)ขององค์กร   คนเป็นทรัพยากรที่ต้องเอาใจใส่ดูแลหมั่นพัฒนา  หมั่นเพิ่มพูนความรู้ความสามารถตลอดเวลา  โดยผู้บริหารต้องผลักดันให้เกิดอัจฉริยะในทุกระดับ   ต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ฝึกสอนและเป็นพี่เลี้ยง  ต้องพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดเวลา  เพื่อให้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถของเขาออกมาได้เต็มที่   ด้วยการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม    และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องหรือการจัดให้มืทุนการศึกษาให้แก่พนักงานทุกระดับ   รวมไปถึงการจ้างผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำจากต่างประเทศมาพัฒนาผู้บริหาร   หรือการส่งผู้บริหารไปเข้า Advanced  Management  Program ติดต่อกันหลายปี   โดยเน้นการพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ภายใต้ความคิด Constructionism เพื่อสร้างความพร้อมให้กับเด็กไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองของโลก หรือ Global  Citizen  คือ จะต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานในสามเรื่องนี้ได้แก่  ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  และเทคโนโลยี3.การลงทุนเพื่อพัฒนามันสมอง หรือการสร้าง Knowledge เพื่อสะท้อนบุคลิกให้เกิดการใฝ่รู้หรือ Learner  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิตและยกระดับขีดความสามารถขององค์กร  สามารถแข่งขันกับกิจการอื่นได้4.การนำเอาระบบ TQM มาใช้เป็นนโยบายหลักขององค์กร เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาคน  พร้อมกับการวางแผนการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ได้แก่  จัดให้มีการศึกษาดูงาน   การส่งไปฝึกอบรมทั้งในและต่างประเทศ  การฝึกปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดการเรียนรู้  การหมุนเวียนการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความรู้หลากหลาย5. การนำกิจกรรม 5 .  มาปรับใช้ในการบริหารองค์กร  การนำระบบข้อเสนอแนะ  ระบบความปลอดภัยและการทำกิจกรรม QCC มากำหนดเป็นนโยบายเพื่อเพิ่มผลผลิตอย่างรวดเร็ว6.การนำเอาวิธีการบริหารงานของบริษัทต่างประเทศมาปรับใช้  เริ่มตั้งแต่การจัดโครงสร้าง  ระเบียบการบริหารองค์กร  การทำงานอย่างมีระบบ  เป็นต้น7.การเพิ่มผลผลิตจะประสบความสำเร็จได้นั้น   ส่วนหนึ่งมาจากการมีความจงรักภักดีและการมีวินัยของคนในองค์กร   และคนในองค์กรต้องมีความเข้าใจตรงในเป้าหมายเดียวกันและร่วมใจเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว8.การบริหารงานที่ดีก็คือ  การที่ดึงเอาความสามารถของคนแต่ละคนมารวมกัน  โดยมีทุนแห่งความสุขและความสมดุล (Happiness  Capital)ที่มากกว่าผู้อื่น9.แนวคิดที่ว่าคนที่สามารถพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องเป็นทั้งคนเก่งและคนดี  คือ เก่ง 4 ดี 4 ได้แก่ เก่งงาน  เก่งคน  เก่งคิด  และเก่งเรียน  ส่วน ดี 4 ได้แก่ ประพฤติดี  มีน้ำใจ  ใฝ่ความรู้คู่คุณธรรมและการใช้วิธีประเมินบุคคลที่เรียกว่า  Capability  สำหรับคนเก่ง  และใช้ Acceptability  สำหรับคนดี  เพื่อดูว่าพนักงานยังขาดความสามารถในด้านใด  10.การนำเอาระบบพี่เลี้ยงมาใช้ในองค์กร  เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์แบบพี่น้อง  เกิดความอบอุ่นใจแก่พนักงานใหม่  ช่วยเป็นเพื่อนคู่คิดในการทำงาน11.ภายในองค์กรเกิดระบบการควบคุมกันเองทางสังคม (Social  Force) เพราะคนภายในองค์กรคิดดีทำดี  จะเตือนเมื่อเห็นว่ามีการทำงานออกนอกลู่นอกทางกันเอง12. เมื่อองค์กรได้พัฒนาบุคลากรแล้ว  ต้องรู้จักทนุถนอมและรักษา  เพราะคนไม่ต้องการผลตอบแทนเป็นเงินเพียงอย่างเดียว  ยังต้องการผลตอบแทนทางใจด้วย  และองค์กรจะไม่มีการเอาพนักงานออกโดยไม่มีเหตุผลอย่างเด็ดขาด เว้นแต่เกิดจากความสมัครใจ    13.การทำงานเป็นทีม  โดยการให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งในด้านความคิด  และร่วมกันทำเพื่อให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าขององค์กร  เกิดความรักและผูกพันต่อองค์กร14.การนำเอาหลักการบริหารงานแบบญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้   ทำให้การทำงานของคนไทยมีพฤติกรรมที่ดี คือมีวินัยในการทำงาน  มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร  มีการอุทิศเวลา  มีความกระตือรือร้นที่จะใฝ่เรียนใฝ่รู้  มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้มากขึ้น15.การสร้างบรรยากาศในองค์กรให้เหมือนครอบครัว   เพื่อให้พนักงานมีความสุข  เช่น  การให้ความดูแลความเป็นอยู่  การฝึกอบรมอาชีพให้แก่แม่บ้าน  เป็นต้น16.ทฤษฎี 4 L’s ของอาจารย์จีระ ได้แก่  การเข้าใจวิธีการเรียนรู้ (Learning  Methodology)   การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ (Learning  Environment) การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ (Learning  Opportunity)  การสร้างชุมชนการเรียนรู้ (Learning  Community)สำคัญของมนุษย์ที่ถือว่าเป็นทรัพยากรมีความสำคัญพอๆ กับเงินหรือวัตถุที่มีค่า   เป็นประโยชน์ในการวางแผนทางด้านเศรษฐกิจ   เป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างศักยภาพในการแข่งขันกับองค์กรต่างประเทศ  ทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว   ดังนั้นองค์กรและรัฐบาลจึงต้องลงทุนในเรื่องคนตลอดเวลาและต่อเนื่อง   โดยเฉพาะรัฐบาลที่ต้องหันมาลงทุนพัฒนาการศึกษาตั้งวัยเด็กเรื่อยมา   พัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  พัฒนาฝีมือแรงงานให้มีทันกับความเจริของโลกเราด้วย            สุดท้ายนี้หากอาจารย์มีหนังสือดีๆ แบบนี้อีก  ลูกศิษย์คนนี้ยินดีอ่านทุกเล่มค่ะ  สมธนิษฐ์  มงคลชาติรหัส 49038010030  สวนสุนันทา  รปม. รุ่น 3085-0442331