GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

รับรู้.. กับ.. เรียนรู้...

เรียนรู้จักตนเอง ทบทวนตนเอง แก้ไขตนเอง หรือเป็นการเรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

         จริงๆแล้วผมเคยได้ยินคำว่า รับรู้ กับ เรียนรู้ มานานแล้วครับ แต่ว่าไม่ได้ใส่ใจ ก็อย่างว่าครับ ตอนนั้นนิสัยการเรียนรู้ไม่มี  เพราะเคยชินกับการรับรู้มาโดยตลอด นับตั้งแต่เกิดออกมา แล้วก็เรียนหนังสือ ก็ได้แต่รับรู้ ..พอได้ยินครั้งแรกๆ ก็เลยไม่มีปัญญาที่จะแยกแยะ 2 คำนี้ ..มาสะดุดฉุกคิดครั้งแรกเมื่อครั้งที่ได้พบกับ ท่านครูบาสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์ ก็ได้แต่ฉุกคิดครับ ยังไม่ลึกซึ้ง...

     ครั้งนี้ อ.วรภัทร์  ภู่เจริญ (อีกแล้วครับท่าน) ได้ชำแหละ 2 คำนี้ ..ให้ผมได้เกิดความกระจ่าง..จนถึงกับคำว่า ..อ๋อ..มันเป็นจังซี่ ..มันเป็นอย่างไรหรือ  อาจารย์ได้ชวนคิดให้เข้าใจถึงกระบวนการเรียนรู้ 3 ขั้นตอน ดังนี้ครับ...

     1. การรับรู้  --> ที่เห็นอยู่ทั่วไปก็คือผู้เรียน นั่งฟังการบรรยาย ผู้สอนก็พูดไป เปิดแผ่นใส เปิด slide ไป แล้วก็หันมาถามผู้เรียนที่นั่งฟังบ้าง คุยบ้าง หลับบ้าง ว่าเข้าใจไหม มีอะไรสงสัยหรือเปล่า แล้วผู้เรียนก็ตอบ เข้า ครับ ค่ะ หรือไม่ก็นั่งเงียบ  ซึ่งทำให้ผู้สอนเข้าใจเอาไว้ก่อนว่า  ผู้เรียนเข้าใจแล้ว ซึ่งหากดูแล้วก็หมือน กับ ยึดผู้สอนเป็นศูนย์กลาง หรือไม่ก็เปรียบผู้เรียนเป็นภาชนะรองรับน้ำ ที่อาจมีทั้งขวด ถัง กะลัมัง หม้อ ล้ผู้สอนก็สาดน้ำไปยังภาชนะเหล่านั้น  น้ำจะเข้าไปในขวดเท่าไหร่ ก็ตามแต่ หรือภาชนะนั้นจะล้มไปแต่แรกก็ตาม ...ในขั้นตอนรับรู้นี้ เรียกอีกอย่างเป็นขั้นตอน การปริยัตฺ ความรู้ที่ได้มาเพียงแค่ เข้าสมอง ..  

      2. เรียนรู้ --> เป็นการผสมผสานกันทั้งรับรู้ แล้วนำมาลงมือปฏิบัติ ให้เห็นจริง แต่การปฏิบัตินั้นต้องเป็นการลงมือทำเพื่อเรียนรู้หรือหาคำตอบจริงๆ ปราศจาก อคติ เรียนรู้หรือปฏิบัติร่วมกัน (Team learning) เพื่อให้บรรลุซึ่งเป้าหมายร่วมกัน (Share vision) .ในขั้นตอนนี้ เรียกว่า ปฏิบัติ ซึ่งทำให้เกิด  ความเข้าใจ     

     3. ทำซ้ำๆ ทบทวนสิ่งที่ทำ บ่อยพัฒนาต่อยอด (PDCA) --> ทำให้รู้ลึกรู้จริง ซึ่งเรียกว่า ปฏิเวช ก็คือเกิดปัญญา หรือ การเข้าถึง นั่นเอง             

       ซึ่งทั้ง  3 ขั้นตอนว่า นั้น อาจารย์บอกว่าเป็นการเรียนรู้ ทางโลก (สมมุติ) แต่ถ้าจะเรียนรู้ให้ลึกซึ้ง แล้วละก็ต้องเรียน ทางธรรม (วิมุติ) ด้วยครับ การเรียนทางธรรม ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ต้องไปสมัครเรียน เป็นนักธรรม ตรี โท เอก นะครับ แต่  เป็นการเรียนรู้จักตนเอง ทบทวนตนเอง แก้ไขตนเอง หรือเป็นการเรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข..และเป็นความสุขที่ใจ ..ครับ..    

       เพราะฉะนั้นการทำ LO หรือการเรียนรู้ เป้าหมายสุดท้ายน่าจะอยู่ที่ ความสุขของคนในองค์กร ใช่หรือเปล่าครับ..        

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): lo
หมายเลขบันทึก: 72244
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

  • การดำเนินชีวิตที่พอเพียง ได้รับความสุขเกิดขึ้นที่ใจด้วยค่ะ

ถูกต้องแล้วคร๊าบ..คุณอ้อ..

ลองเชื่อมโยงเรื่องของการทำ LO กับการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงดูนะครับ

  • การทำ LO เพื่อให้เป็นองค์กรมีชีวิต และคนในองค์กรมีความสุข มีความสุขแบบไหน ก็มีความสุขแบบพอเพียง ถ้างั้นก็นำเอา หลักการของเศรษฐกิจอย่างพอเพียง มาเป็นแนวทางในการทำ LO ก็จะสามารถที่เชื่อมโยงกันได้ เป้าหมายสุดท้ายเหมือนกันเลย
  • ฉะนั้นเราก็ทำ LO อย่างพอเพียงซะเลยไงครับ..
  • ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องเดียวกัน..เหนื่อยครั้งเดียวครับ..
คุณอ้อ..ครับ พอดีพึ่งทราบว่าคุณอ้อ อยู่ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันที่ 24 หากได้พบ อ.วรภัทร์   ก็คงได้ความชัดเจนในเรื่องนี้นะครับ ..

รับรู้ เป็นความรุ้ที่ได้เพียง "ข้อมูล" เมื่อไม่ "ลับ"ให้คมอยู่เสมอ เราก็จะ "ลืม" ไม่เป็นความรู้ที่ยั่งยืน

เรียนรู้ จะต้องมีการลงมือทำ หรือ "เลียน" แล้วจึง รู้ ไม่ต้องจำ แต่จะถาวรยืนนาน

อีก 2 อย่างที่สำคัญ คือ การถ่ายทอด หากไม่แล้ว คนรุ่นหลังต้องมาเริ่มกันใหม่ และ การทำเป็นแบบอย่าง

ในปัจจุบัน เรามีการถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นหลังมากขึ้น และมากมาย แต่ขาด การทำเป็นแบบอย่าง  และนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยทีเดียว ดังคำกล่าวที่ว่า

"ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน"

ขอบคุณ..คุณอุทัย ครับ 

....ที่ช่วยต่อเติมขยายผล ให้เห็นชัดขึ้น ซึ่งเป็นคำจัดความตามหลัก วิชาการ เพียงแต่สิ่งที่ผมสะท้อนออกมานั้นไม่ได้ยึดหลักวิชาการ  แต่ยึดตามแนวปฏิบัติที่เห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน

...."ตัวอย่าที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน" เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ หากทำได้ตามคำนี้ แต่ที่เห็นอยู่ปัจจุบัน เห็นแต่ว่าตัวอย่างที่เหมือนจะดี ..ที่ทำให้คนรุ่นหลังได้ดูกันซะมากกว่า..ครับ 

....ปัจจุบัน คนรู้มีเยอะครับ แต่คนที่ทำตามที่รู้ มีน้อย คนมีความรู้ก็เยอะ แต่คนที่ใช้ความรู้เป็นมีน้อย ฉะนั้นตัวอย่างที่ว่า ย่อมหมายถึงตัวอย่างที่ดี ทั้งภายในและภายนอก ครับ..

  • ตามมาเรียนรู้ครับ
  • ขอบพระคุณมากครับ