ภูมิปัญญาไทยเรื่องพระแม่ธรณีกับการจัดการดินและทรัพยากรที่ดินในระบบเกษตรอินทรีย์

  ติดต่อ

  พระแม่ธรณีที่สมบูรณ์นั้น จะต้องมีเสื้อผ้าใส่ ในที่นี้ก็คือ สิ่งที่ปกคลุมดิน อาจจะเป็นพืชคลุมดิน หรือใบไม้คลุมดิน ที่เป็นระบบสำรองให้ธาตุอาหารหมุนเวียนลงสู่ดิน และเก็บมาไว้ในพืชพรรณ เพื่อป้องกันการสูญหายไปกับระบบของ “พระแม่คงคา  

ผมได้อธิบายไปแล้วว่า ภูมิปัญญาไทยเกี่ยวกับการจัดการดินและที่ดินเพื่อความยั่งยืนนั้น เป็นภูมิปัญญาที่สุดยอดและละเอียดอ่อน ที่สร้างจินตนาการโดยให้มี พระแม่ธรณี เป็นสัญลักษณ์

  • แสดงความอุดมสมบูรณ์
  • แสดงความสวยงาม
  • ที่สามารถเป็นที่เพาะกล้า
  • เป็นที่พึ่งพา
  • เป็นทั้งแหล่งน้ำ และอาหารต่างๆ ให้กับมนุษย์

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify">ภูมิปัญญานี้ สะท้อนถึงความจำเป็นของการที่ พระแม่ธรณี จะต้อง</p><ul>

  • มีความอุดมสมบูรณ์ในตัวเอง
  • จะต้องมีเพื่อน
  • จะต้องมีเครือข่าย
  • </ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะถ้า พระแม่ธรณี ไม่มีเพื่อน ไม่มีเครือข่าย </p><ul> <li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">ก็จะไม่สามารถอยู่ได้ </li> <li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">ผลิตอาหารไม่ได้ </li> <li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">ผลิตน้ำไม่ได้ </li> </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เครือข่ายของ พระแม่ธรณี คือใคร ?</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อันนี้ต้องพิจารณาจากรูปร่างของ พระแม่ธรณี ครับ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สัญลักษณ์ของ พระแม่ธรณี นั้น คือ </p><ul>

  • ผมยาว
  • และบีบมวยผมออกมาเป็นสายน้ำ
  • </ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากสัญลักษณ์นี้ </p>  <ul>

  • มวยผมยาว นั้น น่าจะเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์  ที่ให้น้ำได้อย่างไม่ขาดสาย เพราะถ้า พระแม่ธรณี หัวโล้น ก็คงไม่มีน้ำที่จะบีบให้พวกเราได้ดื่มกิน และ
  • ถ้าพระแม่ธรณีไม่สมบูรณ์ ก็คงไม่สามารถผลิตอาหารให้พวกเราได้กิน
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น เครือข่าย พระแม่ธรณี จึงต้องมี</p><ul>

  • เทพาอารักษ์ ที่ดูแลต้นไม้หลายเผ่าพันธุ์ และ
  • ต่อเชื่อมกับการบีบมวยผมจนเป็นสายน้ำนั้น ก็คือ พระแม่คงคา ที่ก่อเกิดมาจากมวยผมของ พระแม่ธรณี อีกทีหนึ่ง
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ฉะนั้น โดยนัยของความหมายนี้ จึง</p><ul>

  • ต้องมีสภาพป่า
  • สายน้ำธรรมชาติ ใหญ่น้อย เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกัน
  • ทำให้ พระแม่ธรณี อุดมสมบูรณ์
  • ซึ่งสะท้อนกลับไปหาความสามารถของพระแม่ธรณีที่จะดูแลสายน้ำ และต้นไม้เหล่านี้ อีกทางหนึ่ง
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น ระบบดินและที่ดินในระบบเกษตรอินทรีย์ ตามภูมิปัญญาไทยก็คือ </p><ul>

  • การเลียนแบบพระแม่ธรณีที่มีความสมบูรณ์
  • ซึ่งจะต้องมีต้นไม้
  • ที่ไปหล่อเลี้ยงของสายน้ำ
  • แล้วกลับมาหล่อเลี้ยงดิน
  • ทำให้มีผลิตผลเกิดขึ้นกลับไปหล่อเลี้ยงต้นไม้และสายน้ำอีกรอบหนึ่ง
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พระแม่ธรณีที่สมบูรณ์นั้น </p><ul>

  • จะต้องมีเสื้อผ้าใส่ ในที่นี้ก็คือ สิ่งที่ปกคลุมดิน
  • อาจจะเป็นพืชคลุมดิน หรือใบไม้คลุมดิน ทำให้ดินไม่ร้อน ไม่ตาย และมีชีวิตอยู่ได้
  • ที่เป็นระบบสำรองให้ธาตุอาหารหมุนเวียนลงสู่ดิน และ
  • เก็บอาหารมาไว้ในพืชพรรณ เพื่อป้องกันการสูญหายไปกับระบบของ พระแม่คงคา
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะฉะนั้น โดยเครือข่ายของ พระแม่ธรณี </p><ul>

  • จึงต้องมีพืชพรรณที่ดูแลโดยเทพาอารักษ์ และ
  • มีสายน้ำซึ่งดูแลโดยพระแม่คงคา
  • แม้กระทั่งสายน้ำที่อยู่ในดิน ก็จะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เกิดระบบภาพรวมของพระแม่ธรณีที่สมบูรณ์
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สาเหตุการทำลายเครือข่ายพระแม่ธรณี ก็เริ่มมาจาก </p><ul>

  • การทำลายเทพาอารักษ์
  • เผาเสื้อผ้าของพระแม่ธรณีให้เปลือยเปล่า
  • ทำให้พระแม่ธรณีต้องบาดเจ็บ ทนทุกข์ ทรมาน กับการเสียเลือดไปเเป็นผลผลิตแบบ "ขูดเลือดขูดเนื้อ" แทนที่จะขออยู่ขอกินแบบพึ่งพาอาศัยกัน
  • เจ็บป่วย ไม่สามารถให้ผลผลิตได้อย่างที่เกษตรกรต้องการ
  • แต่คนใช้งานพระแม่ธรณี ก็ไม่เข้าใจ  กลับยิ่งซ้ำเติม
  • โดยการใช้สารพิษไปบีบบังคับให้พระแม่ธรณีสร้างผลผลิตให้ได้
  • ซึ่งถ้าพระแม่ธรณียังพอมีแรงอยู่บ้าง ก็จะยังให้ผลผลิตอยู่ได้ระดับหนึ่ง
  • แต่เมื่อใช้สารพิษนาน ๆ เข้า แรงของพระแม่ธรณีก็จะอ่อนลงไปเรื่อย ๆ
  • ต้องใช้สารพิษมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลา
  • ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกษตรกรจะต้องจ่าย โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในทางกลับกัน ถ้าเราสำนึกในบุญคุณของพระแม่ธรณี สำนึกในภูมิปัญญาไทย ที่สะท้อนภาพเป็นพระแม่ธรณีที่สมบูรณ์ </p><ul>

  • ใส่เสื้อผ้า
  • นั่งบีบมวยผม จนเป็นสายน้ำ
  • แล้วเราจะเปลี่ยนความคิดได้ทันทีว่า
  • เราจะต้องดูแลพื้นที่ตรงนั้นให้พระแม่ธรณีมีเสื้อผ้า
  • จึงจะหายป่วย
  • มื่อหายป่วยแล้วก็จะเริ่มพัฒนาความแข็งแรง
  • คือ มีระบบหมุนเวียนธาตุอาหารโดยธรรมชาติเกิดขึ้นในดิน
  • เพียงพอที่จะทำให้เกิดพืชพันธุ์เจริญเติบโต
  • เป็นมวยผม ที่สามารถผลิตน้ำให้กับพื้นที่ได้
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความคิดนี้จะสวนทางกับความคิดในการใช้ความรู้ที่เป็นพิษ </p><ul>

  • ในการทรมานพระแม่ธรณี และ
  • ในการให้สารพิษกับพระแม่ธรณี
  • เพื่อให้ได้ผลผลิตมากๆเร็วๆแต่เพียงฝ่ายเดียว
  • โดยไม่สนใจว่า พระแม่ธรณีจะเดือดร้อน แสนเข็ญ แค่ไหน
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ฉะนั้น การจัดการดินในระบบอินทรีย์ ก็คือ </p><ul>

  • การพัฒนาความสมบูรณ์ของระบบดิน และที่ดิน
  • ให้ดินและที่ดินสามารถพึ่งพาตัวเองได้
  • จนสามารถผลิตสิ่งที่เราต้องการ
  • เพื่อการดำรงชีวิตได้แบบพึ่งตนเอง
  • </ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลักการที่สำคัญที่สุดก็คือ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">เมื่อพระแม่ธรณีพึ่งตนเองได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"> ก็จะทำให้เราพึ่งตนเองได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ฟังดูง่ายไหมครับ… การปฏิบัติก็ไม่ยากอะไร ครับ ขอให้เราเข้าใจหลักการนิดเดียว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ภายใน ๓-๕ ปีท่านก็จะทำได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลาย ๆ ท่านก็นึกว่า การปรับเปลี่ยนเช่นนี้ </p><ul>

  • ลงทุนสูง
  • เสียเวลา ต้องรอนาน
  • </ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ไม่ใช่ครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะเมื่อเราใช้ความรู้ที่ถูกต้อง โดยปรับเปลี่ยนมาใช้พืชเบิกนำ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่น </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นกล้วย หรือพืชโตเร็วอื่นๆ ที่สามารถเก็บผลผลิตได้เร็ว และเป็นระบบสำรองธาตุอาหารไปในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีอยู่มากมาย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">เพียงแต่เราต้องมาจัดการความรู้ว่า ระบบใดเหมาะกับพื้นที่ใด และเหมาะกับระบบครอบครัวแบบใด </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เท่านั้นแหล่ะครับ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การจัดการความรู้ของท่าน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><ul>

  • ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จในการดูแลรักษาพระแม่ธรณีให้อุดมสมบูรณ์
  • แล้วความสำเร็จเหล่านั้น ก็จะกลับมาสู่ความอุดมสมบูรณ์และ
  • เศรษฐกิจในครอบครัวของท่านอย่างแน่นอน
  • </ul>  ขอให้โชคดีครับ…

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต

    หมายเลขบันทึก: 72239, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:44:38+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 22, อ่าน: คลิก

    คำสำคัญ (Tags) #เศรษฐกิจพอเพียง#อาจารย์ที่ปรึกษา#เกษตรอินทรีย์#ความรู้เพื่อชีวิต#บูรณาการศาสตร์#น้ำเพื่อชีวิต#ความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ#พระแม่ธรณี#นักวิชาการเดินดิน#การจัดการน้ำ#เครือข่ายเพื่อการพัฒนา#มหาชีวาลัยอีสาน

    บันทึกล่าสุด 

    ความเห็น (22)

    • ตามมาอ่านครับ ตามเกือบทุกบันทึกแต่บางครั้งไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้
    • ผมเชื่อในการเป็นลูกพระแม่ธรณี แต่บางทีการทำเกษตร เราต้องไปทำให้ชาวบ้านดูเกือบทุกครั้ง ชาวบ้านถึงเชื่อ ปัญหาคือ ผมจะไม่มีเวลาที่มหาวิทยาลัย
    • ชาวบ้านเก่งเรื่องดินมีมากเลยครับ แต่ยังไม่มีการรวมกลุ่ม ถ้ารวมกลุ่มได้ดีแล้วจะแจ้งให้ทราบครับ

    เมื่อเรารักผืนดิน ผืนดินแห่งนี้ก็จะรักเราเช่นเดียวกัน บทความนี้ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการสะท้อนภาพของ พระแม่ธรณี .. คนสมัยนี้กินข้าว เจริญเติบโตเป็นผู้เป็นคนมาได้โดยไม่รู้จักต้นตอของสิ่งที่หล่อเลี้ยงตนเองมา มนุษย์ทุกคนเป็นผลผลิตของธรรมชาติ เนื่องจากข้าพเจ้าเองก็เรียนรู้วิชาต่างๆจากห้องเรียนซึ่งมันก็.ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้ามีความสามารถ ในการดำรงชีวิต แบบธรรมชาติ ได้อย่างแท้จริง..

    ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างนี้ค่ะ

    "ความสมถะ ไม่ได้หมายถึงว่าคุณไม่ได้ครอบครองสิ่งใด แต่ไม่มีสิ่งใดที่จะมาครอบครองคุณได้ต่างหาก" (*อาลี ตอลิบ)

    เรียนท่านอาจารย์แสวง

    ออตมองไปอีกมุมหนึ่งนะครับแต่ไม่ขัดแย้ง เพียงแต่ตีความไปอีกกิ่งของต้นไม้

    • มวยผมยาวของพระแม่ธรณีนั้น ออตแทนการสะสมองค์ความรู้จากการปฏิบัติจริงครับ เมื่อครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอยู่ในรูปพระโพธิสัตว์เสวยชาติเป็นตัวตนต่าง ๆ เมื่อพระองค์ทรงกระทำบุญด้วยพระองค์เองพระองค์จะหยาดน้ำ(ภาษาอีสาน)หมายว่าพระองค์ได้ปฏิบัติปฏิบัติชอบและพระองค์สั่งสมความดีเอาไว้ ผมยาวและน้ำที่ไหลออกจากมวยผมพระแม่ธรณีจึงเป็นความรู้ที่สั่งสมจากการปฏิบัติ
    • ซึ่งองค์ความรู้ที่สะสมจะทำลาย อวิชชาที่เกิดและได้รับการยอมรับจากภาคราชการหรือจากตำราแต่ไม่ได้ปฏิบัติจริง
    • ขออนุญาตอาจารย์แนบเรื่องแม่ธรณีจากสนาม สิมเมืองร้อยเอ็ดด้วยนะครับแต่เป็นมิติทางวัฒนธรรม
    • http://gotoknow.org/blog/thaiphon/70650
    • ขอบพระคุณอาจารย์ครับ
    ขอบคุณครับคุณขจิต คุณกลิ่นฟาง และคุณออด ที่เข้ามาแลกเปลี่ยน ทางสังคมอาจตีความมวยผมเป็นบุญทาน แต่ผมยังคิดว่าน่าจะมีนัยทางทรัพยากรอยู่มาก เพราะบุญทาน อาจไม่เกี่ยวกับทรัพยากรก็ได้ แต่จุดนี้แทรกอยู่ในทั้งฮินดู และชินโต ที่นับถือ "เจ้า" แห่งทรัพยากร บางทีผมสงสัยว่า "ฮินดู" กับ "ชินโต" น่าจะเป็นคำเดียวกัน โดยรากศัพท์ แต่เพียงเพี้ยนในการพูดเท่านั้น ไม่ทราบท่าน พระมหาชัยวุธ มีคำตอบหรือเปล่า ขอความกรุณาพระคุณเจ้าช่วยขยายความหน่อยเถอะครับ
    น้องไข
    IP: xxx.25.240.110
    เขียนเมื่อ 
    ผมติดตามอ่านความรู้ ฯลฯ หลากหลายที่ผู้รู้หลายท่านได้บอกกล่าวผ่านเว็บบล็อก ซึ่งทำให้เกิดความรู้หลากหลาย ชวนติดตาม ครับ แต่...ภูมิรู้ของแต่ละคนที่เข้ามาอ่านแตกต่างกันครับ บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจเนื่องดูเหมือนกับผู้รู้คุยกับผู้รู้ด้วยกันเอง เข้าใจกันเอง ประมาณนั้น ผู้เขียนหลายท่านรวมถึงอาจารย์ อาจต้องปรับภาษาให้อยู่ในยระดับกลาง ๆ พอให้เสพได้หลายกลุ่มเป้าหมาย ผมหมายรวมถึงวิธีการด้วยครับ อย่างที่อาจารย์บอกเกี่ยวกับการทำนาไม่ไถพรวน ผมติดตาม แต่ยังไม่อาจทำตามได้ อาจเพราะอาจารย์ไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครทำตาม หรืออาจจะเขียนปูไว้เพื่อแยกกลุ่มเรียนรู้ไว้ต่างหาก เป็นวิธีการแบบหนึ่ง สองสามสี่ ซึ่งบังเอิญผมดันอยากรู้วิธีการแบบ ๑-๒-๓-๔ ซะด้วย เลยผิดหวังไป ด้วยความเคารพ ผมเสนอความคิดเห็นด้วยความเคารพครับ... อีกอย่างหนึ่ง ถ้อยคำภาษาย่อบางคำเช่น KM อาจเขียนเป็นอย่างอื่นได้ไหมครับ ที่เป็นไทยและเข้าใจง่ายกว่า ขณะที่คนนอก KM เข้ามาอ่าน เสพ และฯลฯ ผมเข้าใจแต่ไม่แจ้งครับ สลัว ๆ ราง ๆ ผมตีความหมายว่า KM คือกระบวนการเรียนรู้ องค์ความรู้ หรืออะไร ๆ ที่คล้ายกับสิ่งที่น่ารู้ ใช่หรือไม่ ประมาณนี้ครับ...ทำความไม่แน่ใจให้ เพราะฐานของการศึกษาไม่เท่ากัน นะครับ...ด้วยความเคารพ http://blog.trekkingthai.com/sailomloy/tag/blog ว่าง ๆ อาจารย์ช่วยแวะไปเยี่ยมผมบ้างนะครับ ที่นี่ เผื่อว่าผมจะรบกวนสอบถามอาจารย์ในหลากหลายเรื่องเกี่ยวกับการทำนาครับ นับถือ น้องไข (ภาษาอิสานน่าจะเรียกน้องหำหรือบักหำ กระมัง?)

    ภูมิปัญญาเกิดจากการเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่รอด  เมื่ออยู่รอด อยู่ได้ ก็ถ่ายทอดสืบต่อ   ในแนวคิดผมรู้สึกเสียดายชุดความรู้เรื่องดินของชาวบ้านมาก

            ความรู้ใหม่ไปสร้างหมอดินใหม่ในชุมชน

            หมอดินใหม่จึงลืมรากแก้วของตัวเอง

       

    น้องไข่ครับ

    ผมก็ใช้ภาษาที่เขาใช้กันในสังคมนี้แหละครับ

    ส่วนรายละเอียดคงต้องรบกวนไปค้นคว้าเพิ่มเติม เพราะถ้าผมเขียนยาว คนมีแนวโน้มจะรำคาญ ไม่อ่าน และข้ามไปครับ

    เรื่องเก่าก็สืบค้นได้ครับ

     

    ท่านเม็กดำครับ ผมก็จะหนุนช่วยท่านอีกทางหนึ่ง ตอนนี้คนที่แก้ไขยากที่สุดคือนักวิชาการหอคอยงาช้าง ที่เขาคิดว่าเขาแน่ แต่ไม่เคยทำอะไรจริงจัง

    แบบที่ท่าน อรหันต์ KM เขียนเมื่องานนี่แหละครับ

    ลองไปตามอ่านดูนะครับ

    น้องไข
    IP: xxx.188.62.235
    เขียนเมื่อ 
    อาจารย์ครับ..น้องไข ครับ..ไม่ใช่น้องไข่(ฮา) สอบถามเรื่องการทำนาแบบไม่ไถพรวน ครับ ผมสามารถสืบค้นได้ที่ไหนบ้างครับ รบกวน ขอบคุณครับ
    jiji
    เขียนเมื่อ 
    ยาวจังคะ  อ่านไม่จบ เพราะรีบไปเรียน
    เป็นความเชืออย่างหนึ่งของคนไทย แต่ก็เป็นความเชื่อที่ดี ถ้าเรานำมาใช้
    อ่านแล้วค่ะ

    อ่านแล้วครับ

     

    nook-ton
    IP: xxx.181.187.184
    เขียนเมื่อ 
    อ่านแล้วค่ะ  อาจารย์เก่งมากเลยค่ะ
    นิศาชล
    IP: xxx.181.187.184
    เขียนเมื่อ 
    อาจารย์ทำไมไม่ลงในหนังสือพิมพ์ด้วยคะ

    อ่านแล้วคะ  ก็ดีนะคะได้รู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้

    สวัสดีคะ

     

    ชอบเรื่องนี้คะเพราะว่ามีจินตนาการสูง

     

    อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยคะ บทความนี้น่าจะได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นวารสาร เพื่อที่จะได้มีคนได้อ่านเยอะๆ อาจารย์โพสไว้ในเว็บก็ได้อ่านเฉพาะคนที่เข้าเว็บมาดู

    หนูคิดว่าน่าจะตีพิมพ์เป็นหนังสือเพื่อให้เป็นข้อคิดแก่คนหลายๆคนดีกว่าคะ จะได้มาช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรดินและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆไว้ด้วย

    คำแต่ละคำมีความหมายในตัวของมันเองแต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจถึงแก่นแท้ที่แท้จริง  ของการเป็นนักทรัพยากร...นักที่ดิน...หมอดิน...อยากให้ทุกคนตระหนักในเรื่องนี่มากขึ้นจังค่ะ
    อาจารย์มีจินตนาการสูงมากคะ สามารถเปรียบเทียบแล้วทำให้เกิดแนวคิดหลากหลายน่าสนใจมากเลยคะ

    อ่านแล้วรู้สึกว่าคนไทยสมัยก่อนเก่งมากเลยค่ะที่มีความคิดล้ำลึกได้ขนาดนี้และก็ขอบคุณอาจารย์ค่ะที่นำความคิดเเบบใหม่มาให้ได้คิดกัน ถึงจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่ามีจริงรึเปล่าแต่ก็ได้เข้าใจค่ะว่าประเพณีที่สืบต่อกันมานั้นเป็นประโยชน์จริงๆ เพราะบางคนคิดว่าเป็นเรื่องโบราณที่จะเคารพพระเเม่ธรณี    น่าทึ่งค่ะ ว่าคิดได้ยังไง  ยอดเยี่ยมค่ะ

    จินตนาการดีเลิศค่ะจารย์

    ชอบค่ะมองเห็นภาพดดยรวมดีอ่ะค่ะ