เย็นวันหนึ่งระหว่างเดินทางกลับบ้าน หัวข้อสนทนาหลังพวงมาลัย วันนั้น คือ "โตขึ้นลูกอยากเป็นอะไร"

น้องฟาง ลูกสาวคนโต (9 ขวบ) : ฟางอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ค่ะพ่อ

 คุณพ่อ : ทำไมหละ??

น้องฟาง : ลูกชอบ โตขึ้น ลูกจะได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ

คุณแม่ : ดีสิลูก นักวิทยาศาสตร์ หนะ สำคัญนะ ไหนจะคิดค้นยาใหม่ ๆ ไหนจะคิดค้นวัคซีนฆ่าเชื้อโรค สำคัญกว่าอาชีพหมออีกนะลูก

คุณพ่อ : แล้วลูกอยากค้นพบอะไรหละ

น้องฟาง : ลูกอยากค้นพบดาวดวงใหม่พ่อ เอาดวงที่ไม่มีอยู่ในโลกตอนนี้เลยนะ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ ลูกอยากเป็นคนแรกของโลกที่ไปเหยียบพระอาทิตย์

คุณแม่ : อ้าว?? แล้วลูกไม่กลัวพระอาทิตย์เผาไหม้เอาเหรอคะ

น้องฟาง : ไม่กลัว เพราะลูกจะคิดค้นเสื้อที่ป้องกันแสงไหม้จากดวงอาทิตย์

คุณแม่ : แล้วฟ้าหละลูก โตขึ้นลูกอยากเป็นอะไร (น้องฟ้า ลูกสาวคนเล็ก อยู่อนุบาลสอง)

น้องฟ้า : ลูกก็จะเป็นคนขับยานอวกาศ พาพี่ฟางไปหาดาวดวงใหม่

คุณพ่อ, คุณแม่ และพี่ฟาง : ยิ้ม ๆๆๆๆ

ในความคิดของคุณพ่อ คุณแม่ ไม่ว่าโตขึ้นหนูจะอยากเป็นอะไร เราสองคนสนับสนุนเต็มที่ ขอเพียงสิ่งที่ลูกทำไม่ส่งผลกระทบในทางที่ไม่ดี ต่อคนรอบข้าง แค่นี้ ก็พอแล้วหละคะ เด็ก ๆ เขาก็อยากมีความคิดอิสระ ไม่ว่า สิ่งที่เขาคิดนั้น จะเป็นจริงหรือไม่ เราก็ปล่อยให้เขาคิดเถอะคะ

จินตนาการเป็นสิ่งที่ดี สำหรับทุกวัยเสมอ

เด็ก ๆ ของคุณหละคะ เขามีจินตนาการว่าอย่างไรบ้าง

 อยากเห็นรอยยิ้มของเด็กทุกคนเป็นแบบนี้จัง ผู้ใหญ่อย่างเรา มาช่วยทำฝันของเด็กให้เป็นจริงเถอะคะ