สามารถลดเวลาการพ่นน้ำหมักชีวภาพแต่ละครั้งลงได้มากเหลือเพียงครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
          ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนคุณลุงวิเชียร  แย้มมาก  เลขที่ 2 หมู่ที่ 9 ตำบลมหาชัย อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อศึกษากระบวนการผลิตกล้วยไข่ของจังหวัดกำแพงเพชร  เห็นเครื่องพ่นยาประดิษฐ์ของคุณลุงวิเชียร แล้วน่าสนใจเลยนำภาพมาฝากครับ

          เนื่องจากคุณลุงวิเชียร  แย้มมากเป็นเกษตรกรที่ทำการเกษตรที่หลากหลายทั้งทำนา สวนกล้วยไข่ ไม้ผล และพืชไร่อื่นๆ  และปัจจุบันมีการนำสารสกัดชีวภาพมาใช้ในแปลงนาเพื่อทดแทนสารเคมี  แต่จากการปฏิบัติพบว่าการพ่นสารสกัดชีวภาพนั้น ต้องพ่นบ่อยๆ เกือบทุกอาทิตย์  และช่วงเวลาของการพ่นก็ต้องพ่นในช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น  ทำให้การพ่นโดยใช้เครื่องพ่นยาแรงดันสูงที่มีอยู่ล่าช้าและเสียเวลามาก  และคุณลุงวิเชียรยังบอกว่า

      "เหตุผลหลักที่เกษตรกรไม่นิยมใช้สารสกัดชีวภาพก็เพราะต้องพ่นบ่อยๆ "

          การแก้ปัญหาของคุณลุงวิเชียร ก็คือการประดิษฐ์เครื่องพ่นยาขึ้นมาเอง โดยการเพิ่มหัวฉีดเป็น 3 หัว  และต่อแขนยื่นออกไปนอกตัวรถประมาณ 10 เมตร แขนสามารถปรับพับเก็บได้เวลาพบสิ่งกีดขวาง ลองดูภาพประกอบครับ

  • การต่อแขนยื่นออกไปนอกตัวรถ
  • ใช้เครื่องพ่นยาแรงดันสูงที่ใช้กันอยู่โดยทั่วๆ ไป
  • สามารถพ่นออกไปด้านข้างได้มากกว่า 20 เมตร
  • ลักษณะของการจัดวางหัวพ่น 3 หัว

          คุณลุงวิเชียรเล่าว่าสามารถลดเวลาการพ่นน้ำหมักชีวภาพแต่ละครั้งลงได้มากเหลือเพียงครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น (พื้นที่ 30 ไร่) แต่ในแปลงนาจะต้องปรับถนนและแปลงนาให้เหมาะสมเพื่อให้รถไถเดินตามสามารถเข้าถึงได้สะดวก

         เป็นอีกภูมิปัญญาหนึ่งของชาวบ้านที่แก้ปัญหาการประกอบอาชีพของเขาเองนะครับ   เกือบลืมครับ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 2 พันบาทเศษเป็นค่าหัวพ่นหัวละ 1 พันบาทและค่าเหล็กในการต่อแขนพ่นยาครับ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก