เมื่อวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่ 5 -7 มกราคม 2550 ที่ผ่านมาผมพานิสิตปริญญาเอกเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ไปเข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยพาไปฟังครูมด ซึ่งเป็นคุณกิจตัวจริงด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ทั้งนี้นิสิตที่จะไปร่วมกิจกรรม หลายคนติดภารกิจ บางคนสามีไม่อยู่บ้าน ทิ้งลูกไว้ก็จะเป็นภาระ ผมเลยบอกเค้าว่าก็พาลูกไปด้วยซิ รับรองว่าเด็กๆ จะได้เรียนรู้กิจกรรมรอบๆ ตัวที่ค่ายแพนด้าแคมป์ ของครูมด มากกว่าในห้องเรียนแน่ๆ

                    ดังนั้นผมก็เลยปิ๊งไอเดียว่า อย่ากระนั้นเลย ผมพาเจ้าทโมนสองหน่อของผมไปด้วยคงจะเป็นการดี เพราะผมเคยพบกับลูกของครูมด (แดนเซส) เมื่อตอนไปร่วมกิจกรรม เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมศึกษา ซึงตอนนั้นผมรู้สึกประทับใจกับความเฉลียวฉลาด และความสดใสกล้าแสดงออกของ เด็ก 3 ขวบ ที่ตามพ่อเข้าไปทำกิจกรรม ร่วมกับพ่อซึ่งเป็น NGO อยู่ในพื้นที่ ว่าเด็กอะไรทำไมรู้จักเรื่องสัตว์ต่างๆ ในป่าห้วยขาแข้ง และบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตสัตว์ได้อย่างน่าทึ่ง

                     ดังนั้นการให้ลูกของผมได้ไปรู้จักกับ แดนเซส และแพนด้าลูกครูมดนั้นคงจะเป็นการเปิดโอกาส ให้เด็กซึ่งมีพื้นฐานมาจากสองครอบครัวที่แตกต่างกันได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ให้เด็กสอนเด็ก คงจะดีกว่า

 สองคนสามครอบครัว

 เด็กๆ กำลงสนใจการวาดภาพ

 ความอายหดหายความมันเข้ามาแทน

 น้องจาว่า(ใส่แว่น) แพนด้า(มัดผม 8 วันมาแล้ว) จาเป่า(ตัวแสบ) สนุกสนานกับลำธาร วันละสองรอบเช้าบ่าย

                    สรุปแล้ว วันนั้นมีเด็ก  2 คนจาก 3 ครอบครัว คือ ลูกครูมด น้องแดนเซส ป. 2 อายุ 7 ขวบ น้องแพนด้า อนุบาล 3 สาวน้อยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มชายหนุ่ม ลูกของยุพา นิสิตปริญญาเอก คือน้องเพชร พี่ใหญ่ของกลุ่มที่เรียนอยู่ชั้น ม. 1 และน้องพีท เรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนจ่าการบุญ และลูกของผม จาว่า ชั้น ป.3 และเจ้าตัวร้าย จาเป่าชั้น ป. 1 เด็กทั้งสามครอบครัวซึ่งมีพื้นฐานจากการเลี้ยงดูมาแตกต่างกันมาอยู่ด้วยกัน โดยที่พ่อแม่ต้องเข้าอบรมกิจกรรม สิ่งแวดล้อมศึกษา

              ลูกของยุพานั้นเก่งมากในการช่วยเหลือตนเอง ซักผ้าเอง รีดผ้าเอง ทั้งสองคน หอบหิ้วเต็นท์มากันเองเมื่อทั้งสองคนมาถึงก็กางเต็นท์นอนเองได้ ส่วนลูกผมนี่คือครั้งแรกในการนอนเต็นท์ของทั้งคู่

             วันแรกๆ ลูกผมเอียงอายในการถอดเสื้อเล่นน้ำในลำธารที่ไหลผ่านกลางที่ ไม่รู้ว่าเพราะอายที่พุงโต หรืออายสาวๆ แต่พอเจอน้อง แดนซ์เซส กับน้องแพนด้าลุยด้วยกางเกงในตัวเดียว เท่านั้นแหละครับ ความอายหายเหลือแต่ความมันมาแทนที่ ลุยลำธารวันละสองเวลาหลังอาหารเลยครับ

 จับแมงปอ

 แดนเซสกำลังแนะนำวิธีดูผีเสื้อ

                ตามกิจกรรมของแคมป์ที่จัดไว้ให้นิสิตปริญญาเอกนั้นจะมีการดูนกและศึกษาผีเสื้อเพื่อศึกษาธรรมชาติ ด้วย แต่ปรากฏว่าแค่วันแรก ผีเสื้อก็แทบจะสูญพันธ์จากแพนด้าแค้มป์เพราะเจอแกงค์เด็ก ไล่จับ จนเกือบหมด

 ไล่จับผีเสื้อ

 กิจกรรมศึกษาผีเสื้อ ตาข่ายคนละอัน วิ่งกันทั่วแค็มป์ ผีเสื้ออย่าได้โผล่ออกมาโดนจบเรียบ

                  ไม่ต้องสอนอะไรกันมากไม้จับผีเสื้อคนละอัน วิ่งกันว่อนทั่วแค็มป์ ผีเสื้อ แทบจะหนีไม่ทัน หลังจากได้ผีเสื้อมา น้องแดนเซสจะเป็นผู้เชี่ยวชาญวิธีการดูผีเสื้อโดยจะบอกเล่าถ่ายทอดวิธีการดู และศึกษาชีวิตผีเสื้อแบบต่างๆ

ดูผีเสื้อ ผีเสื้อ แพนด้า แคมป์ 

 แดนเซสกำลังแนะนำวิธีดูผีเสื้อให้กับน้องพีทและจาเป่า ส่วนจาว่ากับน้องเพชร

                  กิจกรรมตกปลาเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ สนุกสนานกันมาก ครูมดซื้อเบ็ดมาให้เด็กๆ ตอนแรกผมก็กังวลอยู่เหมือนกันที่ให้เด็กๆ เล่นเบ็ด เพราะกลัวว่าเบ็ดจะเกี่ยวเด็กๆ แต่ดูแล้วมีผู้เชี่ยวชาญการใช้เบ็ดอยู่คือน้องเพชร ไปตัดไม้ไผ่ที่ขึ้นอยู่ตามริมลำธารมาทำเป็นคันเบ็ด ส่วนน้องแดนเซสก็ไปเก็บเม็ดพริกมาทำเป็นเหยื่อ แจกเบ็ดกันคนละคันนั่งตกปลาริมลำธาร แต่รู้สึกว่าจะวางแผนผิดพลาดไปหน่อย ทำให้เจ้าตัวป่วน จาเป่าไม่ได้เบ็ด ก็เลยหน้างอ และทำตัวเป็นตัวอันธพาล คอยเอาก้อนหินขว้างลงน้ำ ตูมๆ ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง ทำให้ปลา เปอ ไม่ยอมมากินเหยื่อตามที่วางแผนกันไว้ แก๊งตกปลาเลยแห้วอดได้ปลามาย่างกินกันตามเป้าหมายที่วางไว้

 ตกปลา บ้านไร่ แพนด้าแคมป์

 ฉันนั่งตกปลาอยู่ริมตะลิ่ง แปลกใจจริงปลาไม่กินเหยื่อ (จะกินได้ไงโดนก้อนหินปาลงน้ำตูมๆ อย่างนั้น)