ในแวดวงวิชาการ เรามีแต่บ่นกันว่าแผนพัฒนาประเทศไม่ค่อยจะสอดคล้องกับความต้องการของคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก หรือแม้แต่จะมีแผน การปฏิบัติก็ยังไม่ตอบสนองความต้องการของชุมชนอยู่ดี และมักจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการของชาวบ้าน จนทำให้เกิดสภาพความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ระบบสังคม และคุณภาพชีวิตของคนที่ด้อยโอกาส

  

เราพยายามทำแผนเพื่อการพัฒนาสิ่งเหล่านี้มาจนถึงแผน ๑๐ แต่เราก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความทุกข์ยาก ความยากจนของประเทศได้

  

สาเหตุที่สำคัญก็คือ

  

เราไม่เคยทบทวนอย่างจริงจังกับแผนที่เคยทำไปแล้ว ว่า พลาดในเรื่องอะไร โดยเฉพาะความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาแต่ละระดับ แต่ละระบบ ที่จะต้องมีแผนแก้ไขกันอย่างไร

  

 มีแต่ทำไปเรื่อย ๆ การแก้ไขต่างๆ ก็แก้เฉพาะสิ่งที่พบเห็นในระดับผิวเผิน ไม่เคยเข้าไปแก้ไขโครงสร้าง แนวคิด กระบวนการทำงานที่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้จริง

  

เช่น สาเหตุแห่งความยากจนในภาคประชาชนและชนบท ซึ่งเกิดจากกระแสบริโภคนิยม และระบบการสร้างหนี้ในภาคประชาชน ที่ทำให้เกิดปัญหาในการพัฒนาทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว

  

แต่แทบไม่เคยมีแผนการแก้ไขปัญหาสิ่งเหล่านี้แต่อย่างใด มีแต่แผนระดับยาหม่อง ยาดม เพื่อแก้ปัญหาเล็กๆ เฉพาะหน้าเท่านั้น

  

นอกจากนี้ นโยบายของรัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ก็เน้นประชานิยม ทำให้ชาวบ้านรู้สึกพอใจโดยไม่สนใจว่าจะเป็นการแก้ปัญหาจริงหรือไม่ เพื่อหวังผลความนิยมของชาวบ้านต่อคนที่กำหนดนโยบายเท่านั้น

  ฉะนั้น แนวทางออกที่สำคัญ ก็คือ เราต้องมาสรุปบทเรียนว่าสิ่งที่ผ่านมา อะไรที่ทำให้เกิดปัญหาในระบบของสังคม เศรษฐกิจ วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม  

 

โดยพยายามทำความเข้าใจ ผลกระทบที่สะท้อนกลับไปกลับมา จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ต่อระบบทรัพยากร ทุนทางสังคม มากกว่าที่จะเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทำลายฐานรากแต่เพียงอย่างเดียว

  

ทั้งนี้ เนื่องมาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาเป็นการใช้ต้นทุนทางทรัพยากรและสังคมค่อนข้างมาก ที่ทำให้เกิดความเสียหายในทั้งสองระบบดังกล่าวข้างต้น

  

แต่เราก็ไม่เคยให้ความสนใจว่า การกระทำดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด และยิ่งไปกว่านั้นแทบจะไม่เคยเห็นแผนที่ออกมาแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ถึงลูกถึงคน เสมือนหนึ่ง เราไม่เคยสรุปหรือมีบทเรียนในการทำแผนพัฒนาประเทศ ทำให้เรามีปัญหาสะสม ทับซ้อน จนทำให้ไม่ทราบว่าจะเริ่มแก้ไขปัญหาที่จุดใดเป็นการเริ่มต้น

  

ไม่ว่าจะเป็นแผนการพัฒนาทรัพยากร   แผนการพัฒนาการศึกษา    แผนการพัฒนาสังคม   และแผนการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

  

ดังนั้น ในปัจจุบัน สภาพการพัฒนาของประเทศไทย จึงอยู่ในลักษณะล้มลุกคุกคลาน ไม่ทราบใครจะเป็นคนแก้ และแก้อย่างไร

  

เราจะมีโอกาสกลับมาทบทวนกันใหม่ไหมครับ

หรือเราจะไม่สนใจว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไร ก็จะขออยู่ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้แหล่ะ

โดยหวังว่าวันหนึ่งพระศรีอาริย์ จะมาโปรด  แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น และเราก็จะรอดกันหมด โดยไม่ต้องทำอะไรเลย อย่างนั้นหรือครับ..