มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกระบวนทัศน์หรือค่านิยมในสังคม ที่อาจก่อวิกฤติแก่สังคมโดยไม่รู้ตัว เชื่อมโยงกับอนาคตที่เปราะบางของอุดมศึกษาอย่างที่ ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ เสนอใน (๑)
ผมสะกิดใจกับยุทธศาสตร์คณะที่ต้องการพัฒนาบุคลากรวิชาชีพประจำการโดยเน้นที่การจัดหลักสูตรฝึกอบรม ที่ผมมองว่ามีทั้งคุณและโทษ
คุณประโยชน์เห็นชัดเจนอยู่แล้ว ว่าคณะวิชาในมหาวิทยาลัยที่ผลิตบุคลากรวิชาชีพให้แก่บ้านเมือง ต้องไม่เอาใจใส่เฉพาะการผลิตเท่านั้น ต้องเอาใจใส่การกระจายบุคลากรวิชาชีพไปทั่วประเทศ เพื่อความเท่าเทียม (equity) ในสังคม รวมทั้งเกื้อหนุนการคงอยู่ (retention) ของบุคลากรวิชาชีพในพื้นที่ห่างไกล หรือทุรกันดาร ส่วนหนึ่งผ่านชีวิตการงานที่ดีมีความสุข อีกส่วนหนึ่งผ่านความเจริญก้าวหน้าในชีวิต รวมทั้งด้านชีวิตการงาน
การพัฒนาบุคลากรประจำการ เป็นหน้าที่ของคณะวิชานั้นๆ ในมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน
แต่ในยุคปัจจุบัน การพัฒนาบุคลากร ไม่ว่าในองค์กรแบบใด ใช้สูตร 70:20:10 เป็นหลัก หากสถาบันอุดมศึกษาใด เน้นเฉพาะการพัฒนาบุคลากรวิชาชีพโดยการจัดหลักสูตรปริญญา โท เอก หรือหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น ก็จะเท่ากับทำงานที่ 10 ใน 70:20:10 เท่านั้น ละเลยการพัฒนาบุคลากรประจำการส่วนร้อยละ ๙๐ ไปอย่างน่าเสียดาย
ร้อยละ ๗๐ ของการพัฒนาบุคลากรประจำการนั้น ดำเนินโดย เรียนรู้จากการทำงานนั้นๆ เอง หรือที่เรียกว่า เรียนรู้จากประสบการณ์ ที่สถาบันอุดมศึกษาควรร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ซึ่งจะก่อประโยชน์หลายประการแก่สถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ (๑) สร้างรายได้ (๒) สร้างความรู้ใหม่จากการพัฒนางาน ผ่านการหมุนวงจรแห่งปัญญา – Kolb’s Experiential Learning Cycle ที่ใช้สร้างโจทย์วิจัย และเก็บข้อมูลเพื่อการวิจัยได้จากการปฏิบัติงานประจำ (๓) เป็นแหล่งฝึกนักศึกษาจากงานประจำ ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก และ (๔) ช่วยให้อาจารย์ได้พัฒนาตนเองจากการเข้าไปเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการที่ต้องมีเครื่องมือ และวิธีทำงานทันสมัย รวมทั้งได้แหล่งโจทย์วิจัยในชีวิตจริง
สังคมไทยต้องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ จากเชื่อว่าการเรียนรู้อยู่ที่สถาบันการศึกษาเท่านั้น ไปเป็นกระบวนทัศน์ว่า การเรียนรู้อยู่ในทุกที่ ทุกเวลา ที่เรียกว่า เรียนรู้จากประสบการณ์ การเรียนรู้ตลอดชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในการทำงาน และการดำรงชีวิต สถาบันอุดมศึกษาควรเป็นผู้นำการเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้ รวมทั้งเป็นผู้นำเอากระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์สู่สถานประกอบการด้วย
วิจารณ์ พานิช
๒๘ เม.ย. ๖๗