การเปลี่ยนความเคยชินจากการการเรียนการสอน มาเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช่เรื่องงายนัก

    ตอนนี้ได้พยายามทดลองปรับกระบวนการอบรม ซึ่งเปลี่ยนจากวิธีการเดิมที่เคยทำกันมา คือการอบรมในห้องเรียน ซึ่งภาพที่เห็นชินตาสำหรับการอบรมคอมพิวเตอร์คือ ผู้เรียนนั่งประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ตั้งเป็นแถวหน้ากระดานในห้อง โดยมีผู้สอนยืนอธิบายหน้าห้อง มาเป็นวิธีการให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น กลุ่มทดลองในครั้งนี้ คือ นักศึกษาฝึกงาน เรียนทางด้านคอมพิวเตอร์ ในระดับปริญญาตรี ภาคเรียนสุดท้าย จำนวน 5 คน เนื้อหาในการเรียนรู้ครั้งนี้คือ การสร้างสื่อ ประกอบบทเรียนในระบบ e-Learning 
     กระบวนการที่พยายามให้แตกต่างจากการอบรมที่ผ่านๆมา คือ พยามยามไม่ให้คิดว่าครูเป็นศูนย์กลาง  คือ ไม่ยืนสอนหน้าห้อง แต่ห้องเรียนยังคเหมือนเดิม เนื่องจากขยับโต๊ะคอมพิวเตอร์ไม่ได้ เนื่องจากติดตั้งตายตัวกับพื้น และเชื่อโยงกับระบบไฟ และสาย LAN จึงตั้งโต๊ะเป็นหน้ากระดาน ดังนั้น ผู้สอน จึงเปลี่ยนมายืนบ้าง นั่งบ้าง อยู่ในกลุ่มเดียวกับนักศึกษา โดยเดินไปเดินมาที่โต๊ะผู้เรียน หรือนั่งข้างๆผู้เรียน กระบวนการอลรม ก็เปลี่ยนเป็นการบอกกรอบเนื้อหาว่า เรากำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร แล้วเริ่มกระบวนการ เรียนรู้ ด้วยการพูดคุยกันมากกว่าเป็นการบรรยาย มีสื่อให้ศึกษา เนื่องจากผู้เรียนมีน้อยคน แต่ละคนก็เรียนรู้ โดยมีครูช่วยแนะนำ เวลาใครมีปัญหา ทำไม่ได้ เพื่อนที่ทำได้ ก็จะช่วยกัน ถ้าทุกคนทำไม่ได้ ผู้สอนจะช่วย บางเรื่องผู้สอนก็ไม่รู้ แต่ละคนช่วยกันหาคำตอบ
    ผลที่เกิดคือ ผลงานแต่ละคนออกมาหลากหลาย ต่างกับที่เคยทำมา ผลงานทุกคนจะออกมาเหมือนกันหมด เพราะทำตามตำรา หรือตามที่ผู้สอนบอก และการเรียนจะเป็นการต่อยอดกัน คือ คนแรกทำได้ระดับหนึ่ง คนต่อไปมาเรียนรู้ และพัฒนาต่อไปอีก จึงเป็นการเรียนรู้ และพัฒนาความรู้ที่ไปเรียนรู้มาจากเพื่อน
   ความสำเร็จ ดีขึ้นกว่าวิธีการเดิม แต่ยังไม่มากนัก เพราะยังสลัดวิธีการเรียนแบบเดิมออกจากความคิดไม่ได้ โดยสังเกตุพฤติกรรมที่เกิดขึ้นดังนี้
    1 เมื่อเกิดปัญหา ไม่พยายามที่จะเรียนรู้และแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน หรือเรียนรู้จากเพื่อนก่อน  แต่จะถามผู้สอนทันที  เพราะเป็นวิธีที่ง่าย ผลก็คือ เกิดปัญหาซ้ำๆ และก็ต้องถามทุกครั้ง เพราะเมื่อแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ก็ลืมง่าย
     2 ยังยึดติดคำสั่งผู้สอน ให้ทำอะไร ก็ทำแค่นั้น ถ้าไม่บอกให้ศึกษาเรื่องต่อไปก็จะไม่ทำ รอให้สั่ง ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากกว่าจะเริ่มคุ้นเคยว่า อยากเรียนรู้ หรือปฏิบัติเรื่องอะไรก็ทำไปได้เลย ไม่ต้องคอยคำสั่งจากผู้สอน
     3 กลัวจะทำผิด วิธีการแก้ปัญหาทำได้หลายวิธี แต่ถ้าไม่ใช่วิธีการที่ผู้สอนบอก ก็จะคิดว่า เป็นวิธีการที่ผิด ทั้งๆ ที่วิธีการแก้ของตยเองนั้นดีกว่าวิธีการที่ผู้สอนบอก

    จากประมวลประสบการณ์ระยะสั้น ในช่วง 2 วันที่ผ่านมากอาจจะยังสรุปไม่ได้ว่าผลเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เห็นธรรมชาติของการเรียนการสอนหรืออาจจะเรียนว่าวัฒนธรรมการเรียนการสอนในปัจจุบันว่า ผู้เรียนก็ยังเคยชินการหารที่มีครูเป็นศูนย์กลาง ครูก็ยังเคยชินกับความรู้สึกว่า ครูเป็นผู้รู้ เป็นผู้ให้ ไม่ใช่เป็นผู้สร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูยังเป็นผู้สอน ไม่ใช่เพื่อนเรียนรู้

     ยังมีเวลาที่จะปรับพฤติกรรมทั้งผู้สอนและผู้เรียนอีก 1 เดือน จะพยายามต่อไป