แหกค่ายมฤตยู ภาค 2

   เราจะเอาลูกหลานออกจากค่ายนรกทางการศึกษาได้อย่างไร ผมถาม ท่านพยงค์ การิเทพ โผล่ทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า ท่าน ผ.อ.ครับ ผมจะขออนุญาตเปิดการเรียนการสอนวิชาช่างในโรงเรียน ผมเอาแน่ในเปิดเทอมหน้านี่แหละ  ผมสงสารเด็ก ผมอยู่ผมคลุกคลีติดตามชีวิตเด็กไปจนสุดกั่นแล้ว พบว่า ไอ้เจ้าที่มันเรียนคณิตศาสตร์ไม่รู้เรื่องนี่แหละ ลองไปดูที่วงไฮโลเถอะ  จะรู้ว่าความเป็นเซียนในตัวมันเป็นอย่างไร มันจับเงินยักคนโน้นย้ายมาใส่คนนี้โยกไปโยกมา5-6ครั้ง พอเปิดออกมันจ่ายเงินรับเงินทอนถูกต้องตลอดทั้งคืน เป็นที่ยอมรับในความสามารถ ทำไปเราถึงไปตัดสินเด็กกลุ่มนี้ว่าโง่ละครับ ลองให้พวกเก่งคำนวณไปเผชิญคณิตศาสตร์ในวิถีชีวิตดูสิ จะรู้ว่าใครเรียนคณิตศาสตร์ได้ไม่ได้

  ลูกศิษย์หลายคนที่ผมพาทำงานในโรงเรียน งานช่างไม้ งานอ๊อกงานเชื่อม เดินสายไฟ ช่างอะลูมิเนียม ก่ออิฐฉาบปูน ซ่อมเครื่องยนต์ พวกนี้พอทำได้ทั้งนั้น ทำไมเราไม่จัดการศึกษารองรับศักยภาพความชอบและความถนัด ให้เขามีทางเลือกบ้าง  ไปงมโข่งสร้างหลักสูตรสร้างทุกข์ให้กับเด็กทำไม มันเป็นต้นเหตุหนึ่งของการก้าวร้าวในสังคม ก็เพราะหลักสูตรสังเคพวกนี้แหละ
   ในทางที่ควรแล้ว การเรียนการสอนในระดับพื้นฐาน ควรให้โรงเรียนสามารถปรับกระบวนการสอนและระบบให้คะแนนเสียใหม่ โดยเฉพาะกับกลุ่มเก่งทำ แต่ไม่เก่งท่องจำ

ท่านศักดิ์พงศ์ หอมหวน ผู้อำนวยการ ให้ความเห็นว่า 

ท่านรองพยงค์ จะออกแบบการสอนวิชาช่างวิชาชีพเบื้องต้น ให้กับลูกศิษย์เก่งทำงานก็ได้ แต่ในชั่วโมงเรียนวิชาอะไรก็ให้ครูประจำวิชาลงไปร่วมดูแลด้วย สอนให้เด็กเขียนรายงาน ว่าชั่วโมงนี้ทำอะไร พอที่จะเสริมวิชาสามัญอะไรได้บ้าง เช่น ภาษาอังกฤษเราเรียกเครื่องมือต่างๆว่าอะไร วิชาคณิตศาสตร์ มีการวัดคำนวณอยู่แล้ว แถมยังเป็นคณิตศาสตร์ในวิถีชีวิตจริงเสียด้วย เอารายงาน เอาผลงานมาพิจารณาเป็นคะแนน ถ้าทำแบบนี้อาจจะดีกว่าปล่อยให้เด็กจบแบบลากเข็นกันไปแต่ไม่มีสาระอะไรติดตัว
  

  ถ้าทำอย่างนี้ได้ การศึกษาถึงจะเป็นการศึกษา ไม่เป็นยามอมเมาจินตนาการเด็ก ไม่ควรคุมกำเนิดทักษะและความสามารถของเด็ก ขอร้องเถอะนักการศึกษาที่บ้าทฤษฎีทั้งหลาย ขอให้โรงเรียนที่สนใจจะพัฒนาลูกหลานของเขา ได้คิดได้เปิดกระบวนการสอนเพื่อสนองตอบเด็กกลุ่มนี้ได้ไหม หลักสูตรปวช.(น้อย) ควรจะจัดในระดับการศึกษาขั้นพื้นได้ด้วย คุณครูเขาคลุกคลีกับปัญหา รู้ปัญหา และอยากจะแก้ไขปัญหา เพิ่มเติมจากนโยบายที่จะให้โรงเรียนระดับมัธยมเปิดสอนเสริมหลักสูตรปวช.ในโรงเรียน เพื่อที่จะดึงค่านิยมของสังคมให้เห็นความสำคัญด้านอาชีวะศึกษา ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ตัวเลขเด็กมาเรียนสายอาชีพมีแนวโน้มมากขึ้น จาก30%ไปเป็น40-70% ในที่สุด ถ้าทำอย่างนี้ได้ เราจะสามารถเห็นช่องทางที่จะคลี่คลายวิกฤตทางการศึกษา


1. เป็นการไถ่บาปหลักสูตรมัดมือชก ทำให้เด็กเก่งทำ กลายเป็นเด็กที่สูญเสียความหมั่นใจ และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อระบบการศึกษา
2. เป็นการเติมชีวิตเข้าไปในระบบการศึกษา ทำให้การศึกษามีชีวิต เข้าถึงชีวิต เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแน่นอน
3. ทำให้สัมพันธภาพระหว่างครูและเด็ก กลับมาอยู่ในจุดเอื้ออาทร เด็กได้รับการยอมรับ ไม่มีปมด้อย ครูมีกำลังใจที่ลูกศิษย์เคารพรัก ไม่ใช่ยักษ์มารในความรู้สึกเด็กดังที่ผ่านมา
4. เป็นการใส่การศึกษาได้ครบถ้วนทั่วถึงเด็กทุกคน ครูจะเป็นผู้ค้นหาความเก่งความสามารถของลูกศิษย์ได้อย่างสะดวกใจ ลูกศิษย์ทุกคนจะเป็นพระเอกในสายตาครู ไม่ได้แบ่งแยกคนโน้นเรียนดีคนดีคนนี้เรียนด้อย เด็กทุกคนดีได้ตามศักยภาพของแต่ละคน
5. ผู้บริหารโรงเรียนสบายใจขึ้น บุคลากรทางการศึกษาสะดวกใจที่จะสอน ไม่ต้องไปฝืนสอนฝืนเรียนที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
6. ดึงระบบการศึกษาที่สร้างปัญหาให้เด็ก มาอุดช่องโหว่ ปิดช่องว่าง เติมเต็มความรู้ให้เด็กได้รับตามวัยและช่วงชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สูญเปล่าในการจัดการศึกษา
7. ลดปัญหาปมด้อยทั้งที่เกิดขึ้นในการบริหารจัดการเรียนการสอน และในส่วนที่เกิดขึ้นกับเด็กโดยตรง
8. ทำให้เด็กมีความสุข มีความหวังกับการที่ได้มาเข้าโรงเรียน นอกจากเขาจะเลิกหนักใจที่จะมาเผชิญวิชาที่ไม่รู้เรื่องและสายตาครูที่เฉยเมย เพื่อนๆหันมาผูกมิตร ลดการแข่งขัน พึ่งพาระหว่างกันได้ เพราะถ้าหลักสูตรไม่บ้าสอนท่องจำ ปรับมาผสมผสานภาคปฏิบัติมากขึ้น การเคลื่อนไหวของวิธีเรียนก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียว ไม่ถ่างห่างออกไปเป็นพวกเรียนดีเรียนด้อย มีแต่เด็กมี เป็นพระเอก ในจุดเก่งของแต่ละคน
9. ลดปัญหาเด็กเกเร เด็กหนีเรียน เด็กไปมั่วสุม กลับเข้าห้องแล้วเรียนอย่างมีชีวิตชีวา
10. ลดความทุกข์ และกำจัดจุดอ่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม
11. สอดรับนโยบายอาชีวะศึกษา
12. สอดรับระบบการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
13. สอดเข้ากับหลักการคุณธรรมนำหน้าวิชาการ
14. สอดเสริมการนำวิชาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวงศึกษากำลังดำเนินการวิจัยอยู่ในขณะนี้
15. เด็กในชนบทกึ่งหนึ่งที่ไม่ไปเรียนต่อ จะได้มีทักษะการทำงาน มีวิชาความรู้ มีวินัย รู้คุณค่าของการทำงานติดต้วออกไปจากรั้วโรงเรียน
16. สังคมมองเด็กวัยรุ่นในทางที่ดีขึ้น ปัญหาวัยรุ่นวุ่นวัยเรียนก็จะคลี่คลายได้อย่างเป็นรูปธรรม
17. ช่วยให้งบประมาณแผ่นดินเพื่อการศึกษา เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
18. ชุมชนมีช่องทางเข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงในฐานะครูชุมชนช่วยสอน ช่วยจัดกิจกรรม อุดหนุนการเรียนการสอน
19. องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเข้ามาอุดหนุนงบประมาณ สนับสนุนเครื่องมือ และบุคลากรส่วนท้องถิ่น
20. สถานประกอบการ ช่วยเหลือด้านการเรียนรู้เชิงประจักษ์ และเป็นแหล่งฝึกงาน
  ถ้าเราทำได้ตามที่ร่ายยาวมานี้  ทัณฑสถานคุมขังเด็กที่มีชื่อว่าโรงเรียน จะเปลี่ยนไปเป็นสถานอบรมบ่มเพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เป็นเด็กดีมีความสามารถ มีมารยาทในการเรียนรู้การทำงานและมีมิติทางสังคมเพื่อส่วนรวม เล่ามาทั้งหมดนี้..

ท่านเห็นด้วยไหม   ยกมือขึ้น !!

จะได้กำหนดนัดวัน แหกค่ายมฤตยู ยังไงละครับ