• ผ่านวันขึ้นปีใหม่มาก็หลายวันแล้ว   คิดว่าในช่วงที่ผ่านมาหลายท่านคงจะประสบปัญหาเช่นเดียวกับดิฉัน     พอถึงช่วงปลายเดือนธันวาคม    สิ่งที่ต้องเริ่มคิดคือ จะหาของขวัญอะไรดีมามอบให้กับเพื่อนร่วมงาน    ผู้บังคับบัญชา   ฯลฯ
  • ดิฉันเห็นคนส่วนใหญ่ล้วนเตรียมของขวัญอย่างดีเพื่อมอบให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กร    ไม่ทราบเหมือนกันว่า วัฒนธรรมแบบนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่
  • สำหรับดิฉันแล้วคิดว่าในวันขึ้นปีใหม่ควรจะเป็นวันที่พวกเรามีความสุข    และการเลือกของขวัญก็ไม่ควรทำให้เราลำบาก  ในแต่ละปีดิฉันจะเลือกทำของขวัญขึ้นมาเอง   บางปีก็ทำพวงกุญแจปักครอสติสแจก   บางปีก็นั่งทำเทียนหอมเป็นรูปขนมหวาน    เทียนหอมใส่แก้วเครื่องดื่มต่างๆแจก     สำหรับปีนี้ทำคุ๊กกี้เป็นถุงเล็กๆแจก    แต่บางคนอาจจะไม่ชอบคุ๊กกี้  
  • พอดีไปเห็นไปรษณีย์บัตรแบบพิเศษที่ไปรษณีย์     เขาจะทำเป็นสองชั้น  โดยเราสามารถใส่รูปภาพสอดไว้ตรงกลาง  แล้วรีดกระดาษกาวปิด   ส่วนด้านหลังก็เขียนจ่าหน้าผู้รับ พร้อมเขียนคำอวยพร  
  • คราวนี้เลยได้ไอเดียใหม่    ไปค้นดูรูปภาพเก่าๆของอาจารย์ในคณะ  เนื่องจากดิฉันอยู่ฝ่ายทำจดหมายข่าวจึงมีภาพเก่าๆที่ไม่มีใครเคยเห็นจำนวนมาก   แล้วจึงเลือกภาพอาจารย์เก่าๆของอาจารย์แต่ละท่าน  บางรายก็ถ่ายพร้อมกับลูกตอนเล็กๆ  จากนั้นก็นำมาใส่กรอบไปรษณีย์บัตรพิเศษ
  • แต่ละภาพที่เลือกนั้น  อาจารย์แต่ละท่านจะดูเด่นที่สุดในกลุ่ม  โดยจะไม่มีใครได้ภาพซ้ำกันเลย    ไปรษณียบัตรที่ส่งมารอบแรกจะไม่ยอมลงชื่อ    ให้ผู้รับเดากันเล่นๆ   พอรอบหลังๆก็จะเริ่มเขียนชื่อ    กลายเป็นของขวัญที่ผู้รับรู้สึกตื่นเต้นกันมาก
  • ดิฉันเองให้ของขวัญเท่ากันหมด  แต่ก็ไม่ได้ให้ครบทุกราย   เพียงแต่เจอท่านไหนก็มอบให้   แต่ทุกท่านที่เจอเราก็จะยกมือไหว้กล่าว "สวัสดีปีใหม่"
  • ดิฉันเองคิดเสมอว่าในวันปีใหม่เราควรจะมอบความสุขให้แก่กันและกัน  แต่กลายเป็นว่าในหลายองค์กรต้องจัดเตรียมของขวัญมอบให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ตลอด   ฝ่ายผู้ใหญ่ก็ต้องจัดเตรียมสารพัดของขวัญเพื่อมอบให้กับลูกน้อง  และกับหน่วยงานต่างๆที่ขอของขวัญสนับสนุนในการจับรางวัลในงานเลี้ยงปีใหม่ต่างๆ
  • อยากจะทราบจังเลยค่ะว่าปีใหม่แต่ละปี มีค่าใช้จ่ายสำหรับวัฒนธรรมเหล่านี้กันไปคนละเท่าไหร่     แต่ถ้าทุกคนมีความสุขในการให้และไม่ลำบากก็ไม่เป็นไรหรอกใช่มั้ยคะ