ชื่อของบันทึกนี้ผุดขึ้นมาระหว่างประชุมคณะกรรมการอำนวยการแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนงานระบบบริการสุขภาพ ครั้งที่ 1/2566 วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ผมเขียนบันทึกไว้เป็นระยะๆ ที่ (๑) (๒) (๓)
จะเห็นว่าชื่อโครงการข้างบน เป็นชื่อที่เป็นทางการในการรับทุนวิจัยจาก สวช. ชื่อที่ใช้ในการทำงานคือ โครงการวิจัยการพัฒนาระบบบริการเพื่อการดูแลภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจร ที่สะท้อนงานจริงมากกว่า โดยผมได้ชี้ให้เห็นตั้งแต่แรกว่า เป็นการดำเนินการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาระบบบริการสุขภาพฉุกเฉินแบบ bottom-up เพื่อเชื่อมโยงกับระบบใหญ่ของประเทศ ธรรมชาติของงานนี้จึงเป็นงานวิจัยเชิงระบบ
สวช. คิดโครงการนี้ขึ้นมา ในลักษณะออกแบบให้เป็นแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย ด้านบริการสุขภาพ มีโครงสร้างการจัดการคือประธานแผนงาน (Program Chair - ในที่นี้คือ ศ. ดร. นพ. สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์) และ ODU – Outcome Delivery Unit ซึ่งในที่นี้คือคณะสาธารณสุข มช. ที่ ศ. สุวัฒน์เป็นคณบดี ทั้ง PC และ ODU มีหน้าที่คิดโจทย์วิจัย หาผู้ทำงานวิจัย ให้ทุน แล้วคอยติดตามผลงาน โดยมี คณะกรรมการอำนวยการของโปรแกรม เป็นกลไกช่วยเหลือ
จะเห็นว่า นี่คือโมเดลการจัดการทุนวิจัยแบบ outsource นั่นเอง และเป็นการ outsource ที่เลือกคนถูก ได้ผลดีมากอย่างที่ผมได้เขียนไปแล้ว
จึงเกิดคำถามว่า ผลงานที่มีคุณภาพประสิทธิภาพสูงของ สวช. ชิ้นนี้ สอนอะไรเรา (สอนอะไรแก่ สวช.) ในเรื่องการจัดการทุนวิจัยของ PMU ที่ผมเดาว่าแต่ละ PMU มีทั้งการใช้เงินที่ก่อคุณค่าสูง และที่สูญเปล่า ผมไม่ทราบว่า มีการนำเอาการใช้เงินที่ก่อผลคนละขั้วเช่นนี้มาเปรียบเทียบเป็นข้อเรียนรู้หรือไม่
จะเห็นว่า ในการจัดการทุนวิจัยนั้น ทีมจัดการต้องมีทั้งความรู้และทักษะด้านการจัดการ (management) และด้านเนื้อหา (content) ของกิจการ และวงการ นั้นๆ เป็นที่ทราบกันดีว่า จุดอ่อนของหน่วย PMU คือความรู้และทักษะประการหลัง และบาง PMU ก็อ่อนแอทั้งสองด้าน
การ outsource งานจัดการทุนวิจัยจึงเป็น ชาลาปฏิบัติการ (operating platform) รูปแบบหนึ่ง โดยที่ PMU ต้องเก่งในการเลือก outsource และต้องรู้วิธีจัดการงานที่ outsource ออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความยืดหยุ่นในการบริหาร และการตรวจสอบผลงานที่ได้รับ ว่าคุ้มค่าเงินภาษีอากรของราษฎรที่ใช้ไปหรือไม่
สมัยผมเป็น ผอ. สกว. เราก็ outsource การจัดการทุนวิจัย โดยที่เราคอยติดตามสม่ำเสมอว่า มีการดำเนินการตรงตามข้อตกลง (TOR) และมีการเลือกให้ทุนวิจัยแก่ผู้มีความสามารถเหมาะสมจริงๆ ตามแนวปฏิบัติใน สกว. คือไม่มีการเล่นพวก เอาทุนวิจัยไปให้คนหรือทีมงานที่ความสามารถไม่ถึง แต่รักใคร่สนิทสนมกัน และที่สำคัญมีการส่งมอบผลงานคุณภาพสูงตามข้อตกลง
ผมเป็นกรรมการอำนวยการโครงการ Spearhead อีกโครงการหนึ่ง คือ โครงการคนไทย ๔.๐ ที่มี ศ. ดร. มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด เป็น Program Chair และเป็นโครงการที่มีผลงานคุณภาพประสิทธิภาพสูงเด่นเช่นเดียวกัน โดยผมเขียนเล่าไว้ที่ (๔) เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า วิธีจัดการทุนวิจัยแบบ outsource เป็นแนวทางที่ดี หากเลือกผู้รับผิดชอบถูกคน และให้ความยืดหยุ่นในการบริหารงาน
ที่จริง ในเวลาไล่เลี่ยกัน ผมเป็นกรรมการในคณะกรรมการอำนวยการชุดโครงการอนาคตประเทศไทย ที่ วช. จัดการเอง และผมเขียนวิพากษ์วิจารณ์ไว้ที่ (๕) ว่าผลงานในภาพเฉลี่ยไม่สูงเท่าที่ควร เทียบกับโครงการ Spearhead ทั้งสองนี้ไม่ได้เลย และอาจเป็นเพราะผมไปวิพากษ์วิจารณ์เขามากไป ทั้งในที่ประชุม และใน บล็อก หลังจากนั้นเขาจึงไม่เชิญผมเข้าประชุมอีกเลย
จึงเกิดข้อเสนอแนะว่า PMU ทั้งหลาย ควรร่วมกันจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการและหลักการ outsource การจัดการทุนวิจัยให้เกิดผลดี โดยนำข้อเรียนรู้จากประสบการณ์ของแต่ละ PMU มาแลกเปลี่ยนกัน ทั้งที่เป็นประสบการณ์ด้านความสำเร็จ และด้านความล้มเหลว
วิจารณ์ พานิช
๓ ม.ค. ๖๖