แต่ละคน มีความรับผิดชอบ และบทบาทต่างกัน ในฐานะที่รับผิดชอบงาน ICT จะสนับสนุน การเรียนรู้นอกโรงเรียนอย่างไร

    เมื่อปลายเดือน พฤศจิกายน 2549 ได้เข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับ ICT ที่จังหวัดลำปาง ได้รับประสบการณ์อย่างมาก จากกรณีศึกษาบ้านสามขา ทำให้นัก ICT มานั่งคุยกันว่า ทิศทาง ICT จะทำอย่างไร โดยมีผู้เข้าร่วสัมมนาถามขึ้นมาว่า งาน ICT ที่แต่ละภาคพัฒนากันขึ้นมานั้น ทราบหรือไม่ว่าไปถึงชาวบ้าน หรือไม่ และชาวบ้านได้รับอะไรบ้าง จาก ICT ที่เราพัฒนา คำถามนี้ ทำให้แต่ละคนต้องหันกลับมาทบทวนกันว่า ที่ผ่านมาเราทำอะไรกันไปบ้าง และสิ่งที่ได้ทำนั้นตอบสนองใคร คำตอบที่ได้มาตอนนั้นก็คือ เรามีเป้าหมายตรงกันว่า ทำเพื่อตอบสนองประชาชน แต่ตอบสนองแบบไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าเป็นใคร สรุปก็คือ ทำแล้วก็โปรยหว่านไป เช่น ผลิตสื่อแล้วเผยแพร่ผ่านทาง Internet เมื่อเผยแพร่ไปทาง Internet แล้วก็จบ ส่วนผู้ใช้ก็ แล้วแต่ว่าใครจะมีความสามารถ หรือเข้ามาพบแล้วเก็บเกี่ยวประโยชน์จากสิ่งที่เราทำ บางคนอาจจะเข้ามาพบ แต่ไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย
    จากประเด็นนี้เอง จึงเริ่มทบทวนแผนการทำงานในปี 2550 ว่า จะดำเนินการอย่างไร และสิ่งที่คิดตรงกันคือ ต่อไปนี้ จะพัฒนาอะไร จะต้องมองไปที่กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนเสียก่อน ว่า ทำเพื่อใคร ไม่ใช่ทำแบบโปรยหว่านเหมือนเดิม และภายหลังจากการสัมมนา ก็ได้มีโอกาสไปเข้าร่วม Workshop ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ ICT กับประเทศต่างๆ ยิ่งตอกย้ำแนวความคิดจากการสัมมนาที่ลำปางชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ถ้าทำแบบไม่มีทิศทางเหมือนเดิม อาจจะไม่เหมาะสม และเกิดการสูญเปล่าในบางเรื่อง เพราะผู้รับยังไม่พร้อมในบางเรื่อง
    กลับมานั่งทบทวนกับทีมงานอีกครั้งว่า ปี 50 นี้จะต้องปรับแผนเดิมหรือไม่ สรุปก็คือต้องปรับ ในหลายๆเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องปรับอย่างมากคือ เรื่องการจัดการความรู้ เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับการพัฒนา ICT ของ กศน. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะแนวความคิดเดิมเพียงแต่คิดว่า เราจะผลิตสิ่งที่เป็นความรู้ แล้วเอาขึ้นไปแขวนไว้บน Internet แต่พอได้อ่านข้อคิดจาก ผอ.ดิสกุล ที่ว่า  Knowledge is not power,but knowledge sharing is power. ยิ่งทำให้แน่ใจว่า ต้องปรับทิศทางที่วางไว้ค่อนข้างมาก เพราะ
     1 แนวความคิดเดิม คือ สร้างสื่อความรู้ แล้วเผยแพร่ไว้บน Internet  ลองมาคิดดูแล้ว ปีหนึ่งจะทำได้เท่าไร และเป็นความรู้ที่เป็นของเราคิด หรือคัดเลือกมานำเสนอตามความคิดของเรา บางเรื่องอาจจะไม่มีใครอยากรู้เลย มีเราอยากรู้เพียงคนเดียว จึงทำให้ได้เนื้อหาน้อย และอาจจะไม่ตรงตามความต้องการ
     2 ทำอยู่คนเดียว กลุ่มเดียว คนอื่นไม่รู้เรื่องด้วย จึงไม่เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นสื่อที่ไม่มีชีวิต ที่แขวนลอยอยู่บน Internet รอให้มีผู้ผ่านเข้ามาพบ ความรู้จึงไม่พัฒนา ต่อยอด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่ม ไม่เป็นการพัฒนาความรู้ให้กว้างขวางและเกิดประโยชน์ตามความต้องการอย่างแท้จริง
    จากเหตุผล 2 ประการดังกล่าว จึงคิดว่า ในบทบาทและหน้าที่ ในการพัฒนางานด้าน ICT น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาในเรื่องต่างๆ ดังนี้
     1 พิจารณากลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่าคือใครบ้าง มีเพียงกลุ่มเดียวหรือหลายกลุ่ม ในกลุ่มเป้าหมายนั้นมีสภาพ และความต้องการด้านการเรียนรู้อย่างไร
     2 ถ้าจะนำเอา ICT เข้าไปช่วยเพื่อศักยภาพ ในการเรียนรู้จะทำได้ไหม ด้วยวิธีการอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
     3 สร้างความคุ้นเคยกับ ICT ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ที่มีความพร้อม หรือต้องการที่จะนำเอา ICT เข้าไปเป็นเครื่องมือช่วยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
     4 หาเวที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยอาจจะใช้เวทีที่มีอยู่แล้ว เช่น GotoKnow หรืออาจจะสร้างขึ้นมาใหม่ โดยอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ เช่น บางพื้นที่ไม่สามารถใช้ Internet ได้ ก็ต้องใช้วิธีการอื่นๆ โดยอย่าลืมว่า ICT ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือหัวใจที่สำคัญ
     5 เริ่มสร้างความคุ้นเคยในการใช้ ICT กับบุคลากรของเราก่อน เช่นผู้ร่วมงานในฝ่ายเดียวกัน ในหน่วยงานเดียวกัน ก่อนที่จะนำเอาไปใช้กับผู้อื่น ตัวเราเองต้องใช้ก่อน
     6 เริ่มจากทีมงานเป็นพี่เลี้ยงที่แข็งขัน ช่วยอำนวยความสะดวกในระยะแรก จนกว่ากลุ่มเป้าหมายตัวจริงจะคุ้นเคย และใช้จนเป็นปกติวิสัย และได้ประโยชน์อย่างแท้จริง